บทที่ 154 ของขวัญตอบแทน (อ่านฟรี 8 ส.ค. 68)
บทที่ 154 ของขวัญตอบแทน (อ่านฟรี 8 ส.ค. 68)
บทที่ 154 ของขวัญตอบแทน
กลุ่มอันธพาลเหล่านั้น เมื่อไม่มีหัวหน้าที่ใช้พลัง ประกอบกับอันซูหยวนที่เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและพ่ออันที่ประสานการต่อสู้ได้ดี ใช้เวลาไม่นาน พวกมันก็ถูกจัดการแล้ว บางคนอยากจะวิ่งหนีไป แต่นักล่าคนอื่นๆในทีมของพ่ออันก็เข้าไปช่วยขวางเอาไว้ ผลก็คือพวกมันถูกจับตัวเอาไว้ทั้งหมด รอทางการมาตรวจสอบและลงโทษอีกครั้ง
คิดไม่ถึงเลยว่าเพิ่งลงมือวันแรก ก็จะถูกปราบปรามง่ายๆเช่นนี้....
เรื่องที่กลุ่มนักล่าของพ่ออันเจอกลายเป็นข่าวใหญ่ทันที ทางการเข้ามาตรวจสอบจริงจังมากขึ้น แม้ว่าพวกเขาจะชื่นชอบที่มีกลุ่มอันธพาลออกมาช่วยจัดการกับพวกกลายพันธุ์ แต่ก็รู้ดีว่าพวกมันทำงานหนักแค่ชั่วพักชั่วครู่เท่านั้น ที่สำคัญที่สุดคือพวกเขาจะต้องปกป้องนักล่าเดิมของพื้นที่เอาไว้ ดังนั้นจึงมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น ส่งเจ้าหน้าที่ทางการมาประจำที่ทางเข้าเขต A นับตั้งแต่วันนั้น ส่งผลให้ไม่มีใครกล้าก่อปัญหาอีก
ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่จำนวนของพวกกลายพันธุ์ที่น้อยลงก็ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง บางคนก็แย่งเหยื่อกัน บางคนก็ลอบโจมตีกัน แม้แต่พวกนักเรียนก็ยังทำกันเองแบบนั้น เพื่อให้ตัวเองสามารถล่าได้ครบจำนวน ไม่น่าแปลกใจที่นักเรียนชั้นปีที่ 1 ของสถาบันนักล่าจะเริ่มมีความขัดแย้งกันมากขึ้น
กว่าจะเปิดเรียนของชั้นปีที่ 2 ปัญหาก็ก่อตัวมากขึ้นจนยากที่จะแก้ไข พวกอาจารย์เองก็รับรู้ได้ถึงสถานการณ์นี้เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องหาทางออกของเรื่องนี้ให้ไวที่สุด ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดปล่อยปัญหาให้บานปลายมากกว่านี้ ยังไม่ทันที่ต้องไปแข่งขันกับสถาบันอื่น พวกเขาก็คงต่อสู้กันจนตายภายในสถาบันเองนี่แหละ!
ระหว่างที่ปิดภาคเรียน ซูหยวนมีเวลาฝึกฝนวิชาธนูมากขึ้น เธอใช้วิชานี้ในฟาร์มทุกวัน มีเป้าหมายเป็นพวกพืชผลทางการเกษตรบ้าง หรือบ้างครั้งก็ฝึกการต่อสู้กับพวกราชาหนูและสุนัขทมิฬ ดังนั้นความก้าวหน้าในตอนนี้ เธอสามารถผ่านขั้นที่ 3 อย่างขั้นศรหนึ่งเป็นร้อย และเข้าสู่ขั้นที่ 4 คือขั้นศรพิพากษาได้แล้ว อย่างไรก็ตาม...ความชำนาญในชั้นที่ 4 ยังไม่ดีมากนัก ยังต้องใช้การฝึกฝนที่เข้มงวดอยู่ ทว่าด้วยผลลัพธ์นี้ เธอคงทำให้อาจารย์เติ้งพอใจได้
โชคไม่ดีที่ความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆยังไม่ถูกแก้ไข ดังนั้นพ่ออันจึงไม่สามารถทำกำไรได้ในช่วงนี้ ผลก็คือพวกเขาจะต้องใช้เวลาตอนกลางคืนเพื่อเก็บซากกลายพันธุ์ให้มากหน่อย ซึ่งโชคดีที่พ่ออันเป็นคนแข็งแกร่ง ด้วยการเป็นผู้ใช้พลังงาน ทำให้เขาสามารถเก็บซากพวกกลายพันธุ์ได้มากกว่าคนอื่นๆ และทำรายได้จากช่วงนี้ไปไม่น้อย
ซูหยวนไม่ได้ไปพื้นที่ล่าเพื่อเก็บซากชิ้นส่วนกับพ่อของเธอ เพียงใช้เวลาไปกับการฝึกฝนธนูและเก็บเกี่ยวผลผลิตในฟาร์มเท่านั้น จวบจนกระทั่งชั้นปีที่ 2 เปิดเรียนแล้ว เธอก็พบว่ามีนักเรียน 3 กลุ่มที่ไม่สามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้ พวกเขาล่าพวกกลายพันธุ์ไม่ถึง 50 ตัว และต้องเรียนซ้ำชั้นกับพวกนักเรียนชั้นปีที่ 1 ซึ่งในบรรดากลุ่มพวกนั้น ก็มีกลุ่มของอู่ฉวนด้วย
เพราะพวกเขามัวแต่เล่นสนุกในช่วงแรก ทำให้การล่าไม่มีประสิทธิภาพนัก ต่อให้อยากจะมาเร่งการล่าในภายหลังก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว แต่ใครจะคิดว่าพวกเขาไม่ได้โทษตนเอง กลับโยนความผิดทั้งหมดให้กับอู่ฉวน ยิ่งไม่ผ่านการทดสอบก็ยิ่งทำร้ายอู่ฉวนมากขึ้น
เจ้าตัวอยากจะเถียงกลับ แต่ก็ไม่มีความสามารถมากพอ ทำได้แค่มองเพื่อนนักเรียนทุน 3 คนที่รับรางวัลเป็นนักเรียนที่ล่าทรัพยากรได้มากที่สุดเท่านั้น
ซูหยวนและนักเรียนทุนอีกสองคนรับตั๋วทรัพยากรมา 200 ตั๋ว ถ้าเป็นปกติแล้ว กลุ่มที่ได้อันดับหนึ่งก็ควรจะมีสมาชิก 5 คน พวกเขาจะแบ่งตั๋วทรัพยากรได้ประมาณ 40 ตั๋ว แต่เพราะกลุ่มของเธอมีแค่ 3 คนเท่านั้น ตั๋วทรัพยากรจึงแบ่งกันได้มากขึ้น
“นักเรียนทุนอัน เพราะพวกเราทำอะไรไม่ได้มากนัก ดังนั้น 100 ตั๋วนี้มอบให้เธอ” นักเรียนทุนซานกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง
“ใช่แล้ว พวกเราได้รับ 50 ตั๋วทรัพยากรก็ถือว่าเอาเปรียบเธอแล้ว ถ้าเป็นปกติ...พวกเราคงไม่ได้รับพวกมันหรอก ถ้าจะให้ 200 ตั๋วทรัพยากรก็ยังไม่ผิดเลย” นักเรียนทุนถงเองก็สนับสนุนด้วย พวกเขาสองคนน่าจะปรึกษากันมาแล้วว่าจะมอบตั๋วทรัพยากรเหล่านี้ให้ซูหยวน ซึ่งเธอก็ไม่คิดปฏิเสธ
“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ขอรับไว้ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณมาก” ทั้งสองคนคลี่ยิ้มอย่างพอใจ พวกเขาเองก็สบายใจที่ซูหยวนไม่ปฏิเสธ ถ้าเธอไม่ยอมรับส่วนนี้เอาไว้ พวกเขาก็คงไม่กล้าใช้ตั๋วทรัพยากรให้ตนเองเช่นกัน
นักเรียนทั้งสองรู้ว่าตัวเองยังขาดอะไรอยู่ พวกเขาได้ตั๋วทรัพยากรมาก็เอาไปแลกกับอาวุธและชุดป้องกันที่ดีขึ้น จากการต่อสู้ครั้งที่ผ่านมา อาวุธของพวกเขาไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เมื่อต้องต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์มากเข้าก็ถูกทำลาย เป็นผลให้พวกเขาบาดเจ็บกลับมา
เพื่อให้สามารถต่อสู้ได้นานขึ้น พวกเขาจึงรู้ว่าควรจะลงทุนกับอะไร
เวลานี้ซูหยวนมี 100 ตั๋วทรัพยากร แต่เธอยังไม่ขาดแคลนอะไร ดังนั้นจึงยังเก็บตั๋วทรัพยากรเอาไว้อย่างนั้น หากเป็นก่อนหน้านี้ เธอคงจะแลกมันกับหุ่นซ้อมอินทรีย์เพื่อเอาไปฝึกฝนในฟาร์มของตน ตัวหนึ่งเธอให้บิดาไปแล้ว อีกตัวก็สามารถเอามาใช้ได้ ทว่า...ตอนนี้ในฟาร์มของเธอมีคู่ซ้อมที่ดียิ่งกว่าหุ่นซ้อมอินทรีย์ ทำให้พวกมันไม่จำเป็นอีก
“นักเรียนทุนอัน” ในขณะที่ซูหยวนกำลังจะเดินไปหาอาจารย์เติ้งที่รอดูผลการฝึกของนักเรียนของเขา จูหลิวหลี่ก็เข้ามาขวางเอาไว้ก่อน หญิงสาวและเพื่อนอีก 4 คนมองดูซูหยวนด้วยสายตาชื่นชม จริงใจ
“มีอะไรหรือเปล่า”
“ก็...ไม่ได้มีอะไร พวกเราก็แค่อยากขอบคุณเธอที่ช่วยเหลือก็เท่านั้น”
“ไม่เป็นไร นั่นเป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว” ซูหยวนส่ายหน้า การช่วยทั้ง 5 คนนั้นเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ถ้าเธอไม่ได้อยู่รอบๆนั้นก็คงไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วย ทว่าทั้ง 5 คนกลับไม่คิดแบบนั้น
ต่อให้ซูหยวนจะอยู่ใกล้ๆ แต่ถ้าเธอคิดจะหนีไปก็ยังทำได้เช่นกัน ตอนนั้นมีพวกอันธพาลอยู่ตั้งหลายคน และซูหยวนก็เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนกัน สุดท้ายเธอก็ยังออกหน้ามาช่วยเหลือ แบบนี้พวกเธอจะไม่รู้สึกขอบคุณได้หรอ
“ถึงเธอจะไม่ใส่ใจ แต่พวกเราก็อยากจะตอบแทนอยู่ดี” จูหลิวหลี่เป็นตัวแทน เธอก้าวออกมาก่อนจะยื่นกล่องหนึ่งให้
“..............” ซูหยวนเลิกคิ้ว มองดูกล่องที่จูหลิวหลี่ส่งมา เธอยังไม่ได้รับมันเอาไว้ในทันที
“นี่ก็คือลูกศรที่ดีที่สุดที่พวกเราจะหามาให้ได้ในตอนนี้ มันเป็นลูกศรที่จะติดตามเจ้าของ หรือก็คือ...ถ้าเธอยิงมันออกไปแล้ว ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที มันก็จะกลับมาอยู่ในมือของเธออีกครั้ง น่าเสียดายที่พวกเรารวบรวมมาได้แค่ 5 ศรเท่านั้น” จูหลิวหลี่คลี่ยิ้มอย่างพอใจ
จำนวน 5 ศรนี้ก็มากพอที่จะทำให้คนตกใจได้แล้ว ศรพวกนี้มีราคาสูงมาก แต่ต่อให้มีเงินก็ยังซื้อไม่ได้ เธอใช้เส้นสายของตระกูลจูและเพื่อนอีก 4 คนจึงสามารถรับมันมาได้มากขนาดนี้
ทางซูหยวนหลังจากที่ได้ยิน ดวงตาของเธอก็มีประกายเล็กน้อย ปรากฏว่าเด็กพวกนี้ใส่ใจมากจริงๆ คิดหาของขวัญที่เธออยากได้พอดีเสียด้วย
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะรับเอาไว้ก็แล้วกัน” ซูหยวนไม่ปฏิเสธอีกต่อไป เธอรู้ว่าที่ตัวเองช่วยทั้ง 5 คนเอาไว้ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ได้รับ 5 ศรพวกนี้ แต่เธอก็ไม่คิดว่าโอกาสในการชดเชยจะไม่มีอีก
ในอนาคต...ถ้ามีอะไรสามารถช่วยทั้ง 5 คนได้ เธอก็จะยื่นมือเข้าไปช่วยแน่นอน
ทางจูหลิวหลี่ที่ได้ยินว่าซูหยวนไม่ปฏิเสธอีก เธอก็พอใจมาก แจกรอยยิ้มหวานให้ทันที ทำเอาซูหยวนที่คุ้นเคยกับใบหน้าหยิ่งๆของอีกฝ่ายยังชะงักไป
เมื่อเพื่อนนักเรียนเห็นความสนิทสนมของอันซูหยวนและกลุ่มของจูหลิวหลี่ พวกเขาต่างก็รู้สึกริษยามากขึ้น กลุ่มของอันซูหยวนกลายเป็นอันดับหนึ่งในการทำคะแนน และกลุ่มของจูหลิวหลี่ก็เป็นอันดับสอง หากเป็นก่อนหน้านี้ทุกคนก็คงพยายามไปแสดงความยินดีกับจูหลิวหลี่แล้ว ทว่าหลังจากมีปัญหาขัดแย้งกันครั้งก่อน...จูหลิวหลี่ก็เว้นระยะห่างกับพวกเธอไปเลย เป็นผลให้ตอนนี้ทุกคนเข้าหน้ากันไม่ติด
ท่ามกลางบรรยากาศที่ขัดแย้งนี้ กลับมีกลุ่มของซูหยวนและจูหลิวหลี่เท่านั้นที่ยังจริงใจต่อกัน เห็นแบบนี้แล้วจะไม่ริษยาได้อย่างไร....
วันนี้เป็นวันรับเด็กใหม่เข้าสถาบัน หลังจากที่อาจารย์ประกาศผลและแจกจ่ายตั๋วทรัพยากรแล้ว ก็ปล่อยให้นักเรียนไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาของตนเองเพื่อชมการทดสอบของเด็กใหม่ อาจารย์หลายคนจะพิจารณาจากการทดสอบนี้เพื่อรับศิษย์คนใหม่ ซึ่งซูหยวนก็ได้รับคำสั่งจากอาจารย์เติ้งเพื่อไปชม “ว่าที่ศิษย์” คนใหม่ของเขาด้วยเช่นกัน
อาจารย์เติ้งมีเด็กชั้นปีที่ 1 อยู่ในใจ ตอนนี้ศิษย์ของเขามีแค่รุ่นพี่หวังและเธอเท่านั้น รุ่นพี่อี้ทั้งสองจบจากสถาบันไปแล้ว ดังนั้นในห้องของอาจารย์เติ้งเวลานี้จึงมีแค่เธอและรุ่นพี่หวังเท่านั้น
“ชั้นปีที่ 1 นี้มีเด็ก 2 คนที่ฉันสนใจ ลองจับตาดูพวกเขาว่าทำไมฉันถึงอยากเลือกทั้งสองคนมาเป็นนักเรียนส่วนตัว” อาจารย์เติ้งมอบเอกสารประวัติของทั้งสองให้กับซูหยวนและรุ่นพี่หวัง เธอรับเอาเอกสารมาอ่าน พบว่าคนหนึ่งมาจากตระกูลอี้ และอีกคนก็มาจากตระกูลเติ้ง
ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย สำหรับตระกูลอี้นั้นเธอไม่ได้ติดใจอะไร ปกติแล้วตระกูลอี้ก็โดดเด่นในเรื่องการฝึกฝนธนูอยู่แล้ว ถ้าจะถูกคัดเลือกเข้ามาเป็นนักเรียนส่วนตัวก็ไม่น่าประหลาดใจอะไร ปีนี้นักเรียนตระกูลอี้เข้ามาร่วมกับสถาบันเกือบ 5 คน ในบรรดาของพวกเขาจะมีคนเตะตาอาจารย์เติ้งบ้างก็ไม่แปลก
ทว่า....นักเรียนหญิงจากตระกูลเติ้งคนนี้ต่างหากที่ทำให้ซูหยวนสนใจ
นามสกุลเหมือนกับอาจารย์เติ้ง ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นคนรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า ซึ่งรุ่นพี่หวังก็คงจะคิดเหมือนกัน เธอจึงอ่านประวัติของนักเรียนใหม่เติ้งอย่างละเอียด ราวกับกลัวว่าจะมีจุดไหนพลาดไปอย่างนั้น
“นักเรียนอี้คนนี้ฉันเคยดูการแข่งขันของเขามาก่อน ในปีที่แล้วเขาลงแข่งในฐานะอัจฉริยะรุ่นใหม่ของตระกูลอี้ ถึงจะแพ้ตั้งแต่รอบแรก แต่ทักษะและการทำสมาธิของเขาค่อนข้างดี ฝึกฝนอีกหน่อยก็น่าจะก้าวหน้าได้”
“ส่วนคนที่สอง ฉันก็เคยเห็นตอนที่กำลังฝึกฝน พบว่ามีสายตาที่เฉียบคมและมือนิ่งมาก คุณสมบัติแบบนี้จะกลายเป็นนักธนูที่ดีได้” อาจารย์เติ้งแนะนำทั้งสองคนในเบื้องต้นให้ศิษย์ของเขาฟัง
ซูหยวนพยักหน้ารับ ด้วยคุณสมบัติที่อาจารย์เติ้งพูดมา ทั้งสองคนก็สามารถจะเป็นนักเรียนที่ดีได้จริงๆ อย่างไรก็ตาม...คิ้วที่ขมวดมุ่นของรุ่นพี่หวังยังไม่คลายออก อาจารย์เติ้งเองก็น่าจะสังเกตเห็นเช่นกัน แต่เขากลับไม่พูดอะไรนอกจากนี้อีก ปล่อยให้ศิษย์สาวของเขาจมอยู่กับความคิดของตนเองเท่านั้น
การทดสอบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว นักเรียนชั้นปีที่ 1 ยังคงต้องผ่านประตูบานเล็กเข้าไป จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างแรงกดดันให้กับพวกเขา การที่ถูกพาเข้าไปในห้องนั้นทีละคนๆ ไม่ใช่แค่วัดค่าพลังงานเท่านั้น แต่ยังสร้างบรรยากาศให้ดูจริงจังมากขึ้นด้วย
“54” นักเรียนอี้มีพลังงานในร่างกายถึง 54 ตั้งแต่เริ่มต้น นับว่าอยู่ในระดับค่อนไปทางสูง แต่ถ้าเทียบกับรุ่นน้องอันแล้ว...ค่าพลังงานเริ่มต้น 54 ก็ยังไม่นับเป็นอะไรได้
หวังเป่าเป้ยเหลือบมองอันซูหยวนอีกครั้ง เธอจำได้ว่าตอนที่รุ่นน้องอันเข้าประตูนี้ไป ดวงตาของอาจารย์มีประกายบางอย่างวาบผ่านไป และมันก็ทำให้เธอจับตามองรุ่นน้องอันมากขึ้นตั้งแต่ตอนนั้น...
คิดๆดูแล้ว ความอิจฉาของเธอคงจะเริ่มตั้งแต่ที่เห็นอาจารย์มองนักเรียนหญิงคนอื่นด้วยสายตาแบบนั้นแหละ มองย้อนกลับไป...ช่างเป็นเรื่องที่น่าอายเหลือเกิน
“60” อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หวังเป่าเป้ยกำลังเหม่อลอย คำประกาศค่าพลังงานของนักเรียนเติ้งก็ทำให้ผู้คนตกใจอีกครั้ง ปรากฏว่าเด็กสาวที่ถือธนูคนนี้ มีค่าพลังงานถึง 60 หน่วย! นับเป็นอีกคนที่มีพลังงานมากจนน่าตกใจจริงๆ
ถึงจะห่างกับนักเรียนอี้ไม่เท่าไร แต่ค่าพลังงานเริ่มต้น 60 หน่วยไม่ใช่ใครจะทำก็ได้ มันเหมือนเป็นการบอกว่าเธอสามารถก้าวไปอีกขั้นหนึ่งได้ง่ายๆอย่างไรอย่างนั้น
หวังเป่าเป้ยเม้มริมฝีปาก ตอนนี้รุ่นน้องทุกคนก็ได้ก้าวข้ามเธอไปหมดแล้ว จำได้ว่าตอนเริ่มต้น...เธอมีพลังงานเพียงแค่ 40 กว่าหน่วยเท่านั้น ถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่ไม่ได้เรื่องคนหนึ่งใช่ไหม...
ไม่รู้ว่าอาจารย์เติ้งเข้าใจว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่หรือไม่ จู่ๆเขาก็พูดขึ้นมาลอยๆ
“ค่าพลังงานไม่ได้วัดผลว่าจะเป็นนักธนูที่ยอดเยี่ยมได้หรือเปล่า ดังนั้นไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องค่าพลังงานเริ่มต้นมากนัก” เขาพูดแบบนั้น ดวงตาไม่ได้ละจากหน้าจอ แต่กลับทำให้หัวใจของหวังเป่าเป้ยอบอุ่นได้
ซูหยวนลอบยิ้มกับตนเอง อาจารย์เติ้งเข้าใจรุ่นพี่หวังดีจริงๆ เธอจึงไม่ได้สนใจความอึดอัดของรุ่นพี่หวังที่แผ่ออร่าเศร้าสร้อยออกมาอีก เพียงมองดูการแสดงออกของรุ่นน้องทั้ง 2 ต่อไปก็เท่านั้น
………………………………………