บทที่ 181 รนหาที่ตาย (อ่านฟรี 4 ก.ย. 68)
บทที่ 181 รนหาที่ตาย (อ่านฟรี 4 ก.ย. 68)
บทที่ 181 รนหาที่ตาย
ซูหยวนไม่เหมือนกับที่ทุกคนคาดหวังเอาไว้ เธอไม่เพียงแค่ไม่ตื่นตระหนกเท่านั้น ยังมองไปที่แปลงเพาะปลูกซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นของสารพิษ อีกทั้งยังได้กลิ่นเปรี้ยวออกมาจากดินอีกด้วย
เนื่องจากการรับรู้ของนักล่าค่อนข้างดี ดังนั้นเธอจึงได้กลิ่นนี้มากกว่าเกษตรกรคนอื่นๆ ดังนั้นวิธีการปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของแปลงเพาะปลูกระดับ 3 ไประดับ 4 นี้ ไม่จำเป็นต้องเอาน้ำบริสุทธิ์จากมิติของเธอออกมาด้วยซ้ำ
ในขณะที่ซูหยวนกลัวว่าการทดสอบรอบสุดท้ายจะยากลำบาก ไม่คิดเลยว่าจะเป็นบททดสอบที่ง่ายดายขนาดนี้!
“ขอเปลือกของผักตบชวากลายพันธุ์ค่ะ แล้วก็ขอน้ำด้วย” ซูหยวนตรวจสอบดินตรงหน้าก่อนจะขออุปกรณ์เพิ่มเติม
ข้างๆมีอุปกรณ์ในการพรวนดินอยู่แล้ว ถึงรูปลักษณ์ของมันจะไม่เหมือนอุปกรณ์ที่เธอรู้จัก แต่ก็ใช้ได้เหมือนกัน หัวแหลมของมันเอาไว้เพื่อขุดดิน ซูหยวนไม่ได้ขุดลึกมากเกินไป เธอแค่ต้องการพรวนดินให้ร่วนซุยเพื่อที่จะได้รดน้ำผสมผักตบชวากลายพันธุ์ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นรสจืดเพื่อจัดการกับปัญหาดินเปรี้ยวนี้
นอกจากนั้น ระหว่างที่กำลังพรวนดินก็ได้เก็บพวกอินทรียวัตถุต่างๆออกไปด้วย เพื่อไม่ให้ดินเกิดการย่อยสลายไม่ทันจนกลายเป็นกรด
ไม่มีใครคิดเลยว่าเมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทันทีที่ซูหยวนนำเศษบางอย่างออกมาจากแปลงเพาะปลูกนั้นสำเร็จ ค่าพลังงานที่วัดออกมาก็กลายเป็นความอุดมสมบูรณ์อยู่ในขั้นที่ 3 ปลายๆแล้ว หรือก็คือ....เธอแทบจะไม่ต้องทำอะไร การทดสอบนี้ก็ใกล้ผ่านเต็มที่แล้วนั่นเอง!
“นะ นั่น....ทำได้อย่างไรน่ะ”
“เธอแค่เอาอะไรบางอย่างออกมาเท่านั้นไม่ใช่หรือ?”
“ไม่ถูกสิ ที่เธอเอาออกมาก็คือสารบำรุงดินใช่ไหม? ทำไมพอเอาออกมาแล้วถึงได้มีค่าอุดมสมบูรณ์เพิ่มล่ะ หรือสารบำรุงดินพวกนั้นมีปัญหา?”
“ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ หรือว่าเธอรู้ว่าสารบำรุงดินพวกนั้นมีปัญหาก็เลยแก้ไข ใช่ ต้องใช่แน่ๆเลย โจทย์ข้อนี้ของคณะกรรมการ ก็แค่ต้องการทดสอบการช่างสังเกตใช่ไหม”
“ก็คิดเอาไว้แล้วว่าการทดสอบเป็นเกษตรกรเริ่มต้นไม่ควรจะยากเกินไป ที่จริงก็มีเบื้องหลังกระบวนการคิดแบบนี้”
“ต้องใช่แน่ๆ สุดท้ายกลายเป็นพวกเรากังวลมากเกินไป แต่อันซูหยวนคนนั้นก็ใจเย็นจริงๆนะ คุณสมบัติของการเป็นเกษตรกรเธอครบถ้วนจริงๆ แม้จะเป็นนักล่า...ถึงอย่างนั้น ก็นับว่าเป็นผู้มีความสามารถในวิชาเกษตรคนหนึ่ง”
“ต่อให้ฉันจะไม่ชอบเธอและมีอคติกับพวกนักล่ามาก่อน แต่หลังจากนี้...ฉันก็เป็นอีกคนที่ยอมรับในความสามารถของเธอ” เมื่อทุกคนได้เห็นผลงานของซูหยวนเช่นนี้ พวกเขาจะไม่ยอมรับก็ไม่ได้แล้ว ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นแล้วก็ชื่นชมเธอกันทั้งนั้น จะมีคนที่ตกตะลึงจริงๆ คงจะเป็นกรรมการที่เตรียมบททดสอบรอบนี้
อย่างแรก พวกผู้ชมกำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับสารบำรุงดิน! สารบำรุงดินพวกนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร พวกเขาใส่มันมานานแล้วตั้งแต่การเพาะปลูกรอบก่อน อย่างไรก็ตาม....พวกเขาก็ไม่ได้คิดเหมือนกันว่าระดับของแปลงเพาะปลูกจะค่อยๆลดลง ดังนั้น...การแก้ปัญหานี้ด้วยการเอาสารบำรุงดินออก ไม่ใช่วิธีที่พวกเขาคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกเลย
ทุกคนมองหน้ากันเองด้วยความตกใจ นี่นับว่าเป็นความรู้ใหม่สำหรับพวกเขาแล้ว หากต่อไปมีปัญหานี้...แทนที่จะประโคมใส่สารบำรุงดินเพิ่ม สู้ลองเอาออกก่อนเพื่อดูผลลัพธ์ยังจะดีกว่า
แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้หยุดแค่นั้น ในเมื่อเธอร้องขอชิ้นส่วนของผักตบชวากลายพันธุ์และน้ำมา เช่นนั้นเธอก็ต้องใช้มันด้วย
ซูหยวนได้รับของทั้งสองอย่าง ในความเป็นจริง การทิ้งเอาไว้เพื่อหมักให้สารของผักตบชวากลายพันธุ์ละลายไปในน้ำเองถือเป็นวิธีการที่ดีกว่า แต่ซูหยวนไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น เธอจึงทำได้แค่บดขยี้ผักตบชวากลายพันธุ์ในน้ำ จากนั้นก็ใช้น้ำของมันเพื่อรดลงไปในดิน
“เธอยังทำอะไรอยู่น่ะ”
“นั่นน่ะสิ หากเป็นฉัน...แค่ภาวนาให้ค่าความอุดมสมบูรณ์ที่กำลังเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มได้ทันเวลาก็พอแล้ว การใส่อะไรลงไปเพิ่มมีแต่จะทำให้แย่ลงเท่านั้น เธอไม่รู้หรือว่าในน้ำที่ใช้รดพืชผัก ก็มีหลายระดับน่ะ น้ำพวกนี้....ไม่ใช่น้ำระดับสูงด้วยซ้ำ”
“เฮ้อ เธอไม่ใช่คนของวงการเกษตรพวกเรา ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะไม่รู้เรื่องนี้”
“น่าเสียดาย แต่เธอก็ต้องไปศึกษาใหม่แล้ว” ผู้ชมที่ให้กำลังใจ ตอนนี้เปลี่ยนความคิดของตนเอง กลับมองซูหยวนว่ายังเป็นเด็กอ่อนหัดในวงการเกษตรอีกมาก
ทว่า...สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็ปรากฏให้เห็น แทนเสียอย่างนั้น ตอนที่พวกเขากำลังบ่นเกี่ยวกับการกระทำไม่เข้าเรื่องของเธอ ดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์กลับค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วจู่ๆ...มันก็หยุดตรงที่ระดับความอุดมสมบูรณ์ที่ 4 กลางๆพอดิบพอดี
ไม่ใช่แค่เลื่อนเป็นระดับ 4 ใน 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่นี่...เลื่อนไประดับ 4 กึ่งกลางภายใน 45 นาที! และดูเหมือนว่ายังจะเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย!
“นะ นั่นมันอะไร!”
“เธอทำแบบนั้นได้ยังไง ใช้พืชกลายพันธุ์ที่มีพิษกับน้ำระดับต่ำ ก็เพิ่มค่าความอุดมสมบูรณ์ได้หรือ?”
“พระเจ้า! ฉันอยู่ในวงการเกษตรมาตลอด เพิ่งจะเคยได้เห็นอะไรแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย!”
“เธอมาจากครอบครัวผู้ทำเกษตรหรือ? แม้ว่าเธอจะเป็นนักล่า แต่ต้นตระกูลก็เป็นผู้ทำเกษตรใช่ไหม” ผู้ชมต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น ก็เหมือนที่เซิ่นหนิงพูดก่อนหน้านี้ การที่จะเลื่อนระดับแปลงเพาะปลูกนั้นยากมาก ยิ่งมีระดับสูงก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก ทว่า...ซูหยวนไม่ใช่แค่เลื่อนระดับแปลงเพาะปลูกจาก 3 ไป 4 เท่านั้น แต่เธอเลื่อนไปถึง 4 กลางเข้าสู่ระดับ 5 นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกตะลึงหรือ?!!
หากจะมีคนไม่ตกใจ ก็คงเป็นรองประธานสภาฯคนนั้น ที่เขาเคยรู้ว่าซูหยวนทำได้กระทั่งเพิ่มระดับแปลงเพาะปลูกจาก 4 ไป 6 เช่นนั้นการจะเลื่อนจาก 3 ไป 4 หรือไป 5 ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ
“ไม่ต้องรอให้ครบเวลา ตอนนี้ทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่าแปลงเพาะปลูกของผู้เข้าร่วมทดสอบอันเลื่อนระดับไปสู่ระดับที่ 4 ตามโจทย์แล้ว ดังนั้น...ผู้เข้าร่วมการทดสอบอันซูหยวนถือว่าสอบผ่าน”
กรรมการก้าวออกมา ประกาศด้วยท่าทางชื่นชม สำหรับพวกเขาแล้ว...คนที่น่ายกย่องไม่ใช่คนที่พูดว่าตัวเองดีอย่างไร แต่เป็นคนที่ทำได้จริงต่างหาก
ซูหยวนคนนี้ไม่ช่างพูดมากนัก เป็นใครมาจากไหนก็ไม่มีคนรู้ แถมกลิ่นคาวเลือดเหมือนพวกนักล่าก็ยังฟุ้งไปทั่วตัวเธอ ถึงอย่างนั้น...ตราบเท่าที่เธอมีความสามารถในการเพาะปลูก สำหรับเกษตรกรอย่างพวกเขาแล้ว...นี่ก็เพียงพอที่จะได้รับคำชื่นชม
“ไม่ได้นะคะ! ฉันขอคัดค้าน!”
ดูเหมือนคนที่มีดวงไม่ตายอยากจะกระโจนลงมาตายก็ยังมีอยู่ แทนที่เซิ่นหนิงจะอยู่เงียบๆเพราะอุตส่าห์รอดตายไปได้ครั้งหนึ่ง เธอกลับกระโดดลงมาตายด้วยตัวเองอีกครั้ง คราวนี้...ต่อให้โอวหยางเซินอยากห้าม เขาก็ทำไม่ได้แล้วเช่นกัน
“คุณเซิ่น คุณรู้หรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา”
“แน่นอนว่าฉันรู้ค่ะ และฉันก็ไม่ยอมรับการทดสอบนี้ด้วย ฉันขอคัดค้านเพราะคิดว่าผู้เข้าทดสอบอันซูหยวนโกงการทดสอบตั้งแต่รอบที่สองแล้วค่ะ รอบที่สามนี้ก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม ฉันต้องการคัดค้านและขอให้เธอพิสูจน์ความจริงทุกอย่างค่ะ”
“ดี ในเมื่อคุณเซิ่นต้องการแบบนั้น ก็ขอให้คุณเซิ่นลงมาเซ็นขอคัดค้านด้วย หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ก็มีแค่ต้องทำตามกฎเท่านั้น” เซิ่นหนิงได้ยินกรรมการพูดแบบนั้น เธอก็ยิ่งแสดงท่าทางเย่อหยิ่งมากขึ้นไปกว่าเดิม
คนพวกนี้เป็นพวกเดียวกันแน่ๆ คิดว่าเธอจะไม่กล้าคัดค้านก็เลยขู่ออกมาหรืออย่างไร ที่นี่ตอนนี้มีรองประธานสภาฯอยู่ด้วย เธอไม่เชื่อหรอกว่าคนอื่นจะกล้ารังแกคนโดยเปิดเผยเช่นนี้! ไม่ว่าพวกเขาจะสนิทกับจางเสี่ยวเสียนหรือไม่ แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขาใช้ไม่ได้ต่อหน้าผู้ใหญ่คนนี้หรอก
“หลังจากที่ลงชื่อแล้ว ถ้าอย่างนั้น...ขอเริ่มการพิสูจน์ขั้นตอนการทดสอบของผู้เข้าร่วมการทดสอบอันซูหยวนตั้งแต่รอบที่ 1 ดังนี้” เนื่องจากที่ห้องการทดสอบไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ล่า ดังนั้นการบันทึกวิดีโอจึงไม่ใช่ปัญหาอะไร นอกจากนี้...องค์กรเกษตรกรไม่ใช่องค์กรขนาดเล็ก ถ้าพวกเขาไม่มีเครื่องบันทึก ก็คงจะไม่มีองค์กรไหนครอบครองได้อีกแล้ว
ภาพที่เปิดแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าซูหยวนผ่านการทดสอบเหมือนกับทุกคน ซึ่งรอบนี้ไม่ใช่ปัญหา การเป็นนักเรียนของสถาบันอันดับหนึ่งก็การันตีแล้วว่าเธอสามารถผ่านการทดสอบนี้ได้ง่ายๆ
เมื่อเข้าสู่การทดสอบรอบที่ 2 ภาพการเขียนคำตอบโดยที่ไม่มีใครช่วย หากแต่ถ้าเทียบกันแล้ว...อันซูหยวนกำลังแสดงท่าทางรำคาญคนที่อยู่รอบๆโต๊ะของเธอด้วยซ้ำไป ยิ่งเมื่อเธอตอบครบ 9 ข้อแล้วไม่ยอมตอบอีก ทว่าคณะกรรมการต่างก็พยายามขอให้เธอแสดงคำตอบ มันกลับยิ่งเป็นภาพที่น่าขบขันมากขึ้นไปกว่าเดิม
“แต่เธอก็สามารถรู้ข้อสอบก่อนจนทำให้ตอบคำถามพวกนี้ได้อย่างง่ายดายไม่ใช่หรอคะ” เซิ่นหนิงไม่ยอมรับ แต่ก่อนที่กรรมการจะได้พูดอะไร เสียงแค่นหัวเราะของรองประธานสภาฯก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“รู้ข้อสอบก่อนงั้นหรอ? เธอรู้หรือเปล่าว่ากระบวนการออกข้อสอบขององค์กรเป็นอย่างไร”
“เอ่อ ท่านรองประธานสภาฯ ฉัน....ไม่รู้ค่ะ” เซิ่นหนิงไม่กล้าอวดดีกับเขา เธอสามารถใช้ตระกูลของตนเองข่มพวกคณะกรรมการได้ แต่หากเป็นระดับรองประธานสภาฯ เธอจะทำแบบนั้นได้อย่างไร
“เมื่อเช้ากรรมการมาพบฉันเพื่อขอให้ออกข้อสอบให้ ดังนั้นข้อสอบทั้งหมดที่เธอเห็นนี้...เป็นพวกเราในสภาเกษตรกรออกให้ ส่วนเรื่องที่ว่าผู้เข้าร่วมทดสอบอันซูหยวนจะรู้โจทย์ก่อนล่วงหน้านั้นเป็นไปไม่ได้ อย่างที่บอกว่าพวกฉันเพิ่งมอบโจทย์ให้เมื่อเช้าก่อนเริ่มการทดสอบไม่นาน ฉันคิดว่าเรื่องนี้คงจะไม่เป็นที่สงสัยอีก...ใช่ไหม?”
เมื่อรองประธานสภาฯกล่าวจบ ทุกคนก็เงียบเสียงกันไป ไม่มีใครอยากจะเชื่อว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ โจทย์มากมายในข้อสอบที่ว่ายากๆนั้น แท้จริงแล้วมาจากคนใหญ่คนโตพวกนี้นี่เอง
“อย่างที่ท่านรองประธานสภาฯกล่าว มีใครสงสัยการทดสอบรอบที่สองอีกหรือไม่”
“..............” เซิ่นหนิงเงียบ และทุกคนก็เงียบไปกันหมด ในเมื่อรองประธานสภาฯพูดขนาดนั้นแล้ว พวกเขายังจะกล้าสงสัยอีกหรือ?
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครคัดค้านอีกแล้ว กรรมการจึงได้เปิดภาพการทดสอบรอบที่สามต่อไป ในโจทย์แรก...ภาพที่เห็นก็คือซูหยวนยืนนิ่งไปพักหนึ่งเหมือนพึมพำอะไรกับตนเอง ก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนไหวทำการทดสอบอย่างรวดเร็วจนผ่านไปไม่กี่นาทีก็สามารถคัดแยกเมล็ดพันธุ์ทั้ง 5 ออกจากกันได้
“สำหรับรอบนี้ การให้เหตุผลว่าทำไมผู้เข้าร่วมการทดสอบจึงคัดแยกเมล็ดพันธุ์พวกนี้ได้รวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนโจทย์ก็เหมือนเดิม...สืบเนื่องจากโจทย์รอบที่สองได้รับมาจากท่านรองประธานสภาฯ พวกเราจึงได้นำโจทย์นี้มาต่อยอดก็เท่านั้น ดังนั้นการตั้งโจทย์ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาที่อยากให้พิสูจน์ก็คือความเข้าใจของผู้เข้าทดสอบอันซูหยวนเอง”
หลังจากที่กรรมการพูดจบ เซิ่นหนิงก็ยกยิ้มขึ้นมาแล้วพูด
“คราวนี้ หวังว่าจะไม่ปฏิเสธอีกนะ...” ซูหยวนมองดูอีกฝ่ายที่พยายามอยากจะจบเส้นทางการเป็นเกษตรกรของตนเองเสียเหลือเกิน จากนั้นก็คลี่ยิ้มให้
“แน่นอนว่าไม่ปฏิเสธค่ะ สำหรับเมล็ดพันธุ์ทั้ง 5 นี้ ฉันใช้วิธีการคัดแยกจากการสังเกตสีก่อนค่ะ....” ซูหยวนอธิบายวิธีการของตนเอง เหมือนกับที่เจ้าราชาหนูขาวลายทองพูด เมล็ดพันธุ์ทั้ง 5 นี้ ถ้าตรวจสอบให้ดีก็จะพบว่ามันแตกต่างกันแล้ว ดังนั้น....หลังจากซูหยวนอธิบายจบ ผู้ชมทั้งหมดก็พยักหน้าเข้าใจทันที
พวกเขาเองก็ไม่คิดมาก่อนว่าจะสามารถตรวจสอบเช่นนี้ด้วย แม้แต่กรรมการก็ยังประหลาดใจ เพราะปกติแล้วพวกเขาคัดแยกพวกมันผ่านการสัมผัสและดมกลิ่น หากมีประสบการณ์มากหน่อย แค่ลูบเมล็ดพันธุ์พวกนั้นพร้อมกับใช้พลังงาน ก็จะสามารถมองเห็นภาพการเติบโตของพวกมันได้แล้ว
นี่เป็นเทคนิคของเกษตรกรระดับสูงอย่างพวกเขา ทว่า...วิธีที่ง่ายดายแบบนี้ ภายหลังยังเอาไปเผยแพร่ได้ด้วย ต่อไปการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ ทำให้ง่ายขึ้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว
“โจทย์ข้อแรกนี้...มีใครอยากจะทักท้วงอะไรอีกไหม” กรรมการมองไปรอบๆ โดยเฉพาะที่เซิ่นหนิงซึ่งกำลังอ้าปากค้างอยู่ เธอไม่ได้คิดลึกซึ้งแบบนี้มาก่อน ก็เหมือนที่คณะกรรมการคิด เธอเองก็ยังเข้าใจว่าควรจะต้องรีดเร้นพลังงานออกมาแล้วใช้วิชาลับเพื่อตรวจสอบเมล็ดพันธุ์ ใครจะไปคิดว่าใช้วิธีการง่ายๆแบบนี้ก็แยกได้แล้ว
“ไม่ทักท้วงค่ะ แต่การทดสอบรอบต่อไป...ฉันไม่คิดว่ามันถูกต้องหรอกนะคะ” ถึงจะผ่านมาเกินครึ่งทางแล้ว แต่เซิ่นหนิงก็ยอมรับไม่ได้ง่ายๆ
นี่เป็นเพราะอนาคตของเธอกำลังผูกอยู่กับผลลัพธ์ในครั้งนี้
“ฉันสงสัยว่าแปลงเพาะปลูกนี้ถูกเตรียมการมาก่อนแล้วค่ะ โดยที่มีคนในขององค์กรบอกวิธีการจัดการกับแปลงทดสอบ ขอแค่ผู้เข้าร่วมทดสอบอันซูหยวนเอาสารบำรุงดินที่มีปัญหาออกไป ก็จะทำให้เธอผ่านการทดสอบได้แล้ว วิธีการแบบนี้มันมีช่องโหว่ให้โกงค่ะ”
………………………………