LNCrawler

บทที่ 185 ทอดทิ้ง (อ่านฟรี 8 ก.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 185 ทอดทิ้ง (อ่านฟรี 8 ก.ย. 68)

บทที่ 185 ทอดทิ้ง

 

“ฟู่ว!!” เสียงลมหายใจของสิบเอกดังขึ้น หลังจากที่จัดการเจ้าจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ได้สำเร็จ 

            

เมื่อเทียบกับการโจมตีของอันซูหยวนแล้ว พวกเขายังอ่อนด้อยกว่ามาก ดังนั้นสิบเอกผู้นั้นจึงไม่กล้าสบตากับซูหยวนโดยตรง เพียงหันมารอรับคำสั่งต่อไปก็เท่านั้น

 

“จ่าสิบตรี ฉันได้ทำตามที่คุณแนะนำแล้ว ปรากฏว่าสามารถต่อสู้ด้วยวิธีเช่นนี้ก็ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเคยได้ทำอะไรแบบนี้เลย แรงที่พวกมันโจมตีมา กลับสนองคืนพวกมันไป แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะตอนที่จับหอกอยู่นั้น เกือบจะทำหลุดมือไปแล้วด้วย แรงพวกนั้นหากไม่ทำให้เกิดสมดุลดีๆ บางทีอาจจะเป็นปัญหาให้กับเพื่อนด้านหลังไปแล้วก็ได้”

 

“เหอะ! นี่เป็นเพราะค่าพลังงานที่ต่ำเกินไปไม่ใช่รึไง ฉันเคยบอกแล้วว่าให้เร่งการดูดซับพลังงานเพิ่ม ไม่อย่างนั้นก็จะเติบโตไปข้างหน้าไม่ได้อีกน่ะ”

 

“แหะๆ สิบเอก....ตอนแรกก็คิดว่าค่าพลังงานของตัวเองอยู่ในระดับสูงพอแล้ว การดูดซับพลังงานเพื่อยกระดับต่อไปก็ต้องใช้ทรัพยากรมาก ดังนั้นจึงคิดไปเองว่าไม่จำเป็น ที่ไหนได้....” 

 

“รู้ก็ดีแล้ว นี่ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี เมื่อมีระดับพลังงานเพิ่มขึ้นแล้ว ฉันจะได้เบาใจเสียที” ทั้งสองคนผู้ใช้หอกพูดคุยอย่างเป็นกันเอง เมื่อบรรยากาศเป็นเช่นนี้...ก็ย่อมคลายความกดดันลงไปได้มาก

 

“เอ่อ จ่าสิบตรี พวกเราควรจะไปทางไหนต่อดี...” สิบเอกที่ดื้อรั้นก่อนหน้านี้ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าการพัฒนาของสมาชิกในทีม รวมถึงตัวเอง เป็นผลมาจากคำชี้แนะของอันซูหยวน เขาจึงเอ่ยถามเธอขึ้นมาด้วยความเก้อเขิน ที่จริง...อยากจะเอ่ยคำขอโทษสักคำ แต่ก็ยังไม่มีความกล้ามากพอ

            

ซูหยวนไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้วว่าพวกเขาจะขอโทษเธอหรือเปล่า การที่มีคนพูดจาเหน็บแนมกัน นินทาลับหลัง หรือมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดี เรื่องพวกนี้ซูหยวนผ่านมามากแล้ว หากไม่เกินไปก็จะไม่ถือสาเอาความ แต่ถ้าทำให้งานของเธอไม่สำเร็จ ซูหยวนก็พร้อมที่จะลงมือจัดการ

            

เห็นพวกเขาเปลี่ยนความคิด เธอก็เก็บเรื่องที่เกิดขึ้นเอาไว้ก่อน ถ้าหลังจากนี้พวกเขาสามารถชดเชยเรื่องที่เคยกระทำมาก่อนได้ เอาเป็นว่าความกระด้างกระเดื่องก่อนหน้านี้ เธอจะมองข้ามไปก็แล้วกัน

 

“ไปทาง 7 นาฬิกา”

 

“ได้ครับ เร็วเข้า ไปทาง 7 นาฬิกา” สิบเอกรับคำอย่างรวดเร็ว ไม่ตำหนิเรื่องทิศทางที่ซูหยวนแนะนำให้อีกต่อไป

            

ตอนนี้ภารกิจของพวกเขาก็คือการช่วยเก็บกู้ผู้รอดชีวิตในเขต F ให้ได้มากที่สุด ทว่า...ปัญหาก็คือการที่พวกเขาอาจจะไม่สามารถช่วยเก็บกู้ผู้รอดชีวิต แต่อาจจะกลายเป็นผู้ที่รอความช่วยเหลือแทนก็ได้

            

จำนวนของสัตว์กลายพันธุ์ที่ปรากฏขึ้นนี้มากเกินไป แต่เดิมพวกมันก็เหมือนสัตว์แตกรังอยู่แล้ว เป็นฤดูกาลปกติที่ผึ้งรังกลายพันธุ์จะเริ่มออกหาอาหารเพื่อเตรียมเข้าฤดูกาลจำศีล ดังนั้นพวกสัตว์กลายพันธุ์และพืชกลายพันธุ์มากมายก็เลยได้รับผลกระทบด้วย

            

จิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์เป็นหนึ่งในนั้น พวกมันหนีออกจากหุบเขาดินแดงเพื่อหลบการโจมตีของพวกผึ้งรังกลายพันธุ์ก่อน นี่ทำให้กองทัพได้ออกภารกิจมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อให้นักล่าและทหารช่วยกันล่าจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์พวกนี้ พยายามลดจำนวนไม่ให้พวกมันหลุดเข้าไปที่เขต E หรือต่ำกว่า เพราะนั่นจะทำให้นักล่าเดือดร้อน

            

ทว่า...สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือจะเกิดปัญหาที่ใหญ่โตกว่านั้น

            

การที่สัตว์กลายพันธุ์ยกระดับกันเช่นนี้ ทำให้พื้นที่ล่าจากเขต F กลายเป็นเขต G เขต H หรือแม้แต่เขต I อย่างที่พวกเขาพบเจอ ซึ่งความยากและปัญหาจากการยกระดับของสัตว์เหล่านี้อย่างหนึ่งก็คือเรื่องข้อมูล แต่เดิมพวกมันเป็นสัตว์เขต F มีพลังโจมตีในระดับหนึ่ง วิธีโจมตีก็พอจะรู้มาบ้าง ทว่า...จากที่ได้ต่อสู้กับพวกมันไปก่อนหน้านี้ พวกเขาได้รู้แล้วว่าพลังระดับ I นั้นเป็นอย่างไร

            

ทหารมีประสบการณ์รวมแล้ว 7 คน กลับต้องใช้เวลานานมากกว่าจะจัดการได้ 1 ตัว ยิ่งถ้าไม่มีวิธีการรับมือของอันซูหยวน เชื่อได้เลยว่าพวกเขาน่าจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงต่อสัตว์กลายพันธุ์ 1 ตัว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเขายังอ่อนแอเกินไป...

 

“จ่าสิบตรีอัน เรื่องทักษะในการใช้หอก ที่จริงแล้วคุณมีอาจารย์เป็นคนในกองทัพ แล้วก็ได้รับทักษะการใช้หอกระดับสูงมาแล้วใช่ไหมครับ” ผู้ใช้หอกคนหนึ่งถูกสิบเอกกดดันให้เอ่ยถามเรื่องนี้ เขาอ้ำๆอึ้งๆ พูดจาไม่ฉะฉานอยู่บ้าง แต่ก็ฟังได้ใจความ

            

ซูหยวนส่ายหน้าแทนคำตอบ เธอไม่ได้เรียนจากใครทั้งนั้น ก็แค่ฝึกมันด้วยตัวเอง ประกอบกับก่อนหน้านี้ที่ใช้พลั่วในการจัดการที่พื้นที่ล่าซอมบี้กลายพันธุ์อยู่บ่อยๆ เธอจึงสามารถมองหาวิธีการอื่นๆตามภาพที่เคยเห็นตัวละครทำได้

 

“ฉันไม่ได้มีอาจารย์เป็นทหารในกองทัพ แล้วก็ไม่ได้เรียนวิชาใช้หอกระดับสูง การต่อสู้หลักของฉันยังคงเป็นการใช้ธนูค่ะ”

 

“ใช้ธนู? แต่จ่าสิบตรีอันเชี่ยวชาญในการเคลื่อนไหวมาก ท่วงท่าในการรับมือหรือแม้แต่ท่าก้าวที่พุ่งตัวออกไปก็เหมือนผู้เชี่ยวชาญไม่มีผิด ปกติแล้ว...ผู้ใช้หอกอย่างพวกเรา สิ่งแรกที่ต้องรู้ก็คือการใช้เท้า ซึ่งจ่าสิบตรีเป็นเหมือนกับผู้เชี่ยวชาญในสายตาของผมเลย ต่อไป...จ่าสิบตรีอันคงจะกลายเป็นผู้ใช้หอกในตำนาน เข้าถึงจิตวิญญาณของหอกได้แน่นอน!”

            

คำชมที่มาจากผู้ใช้หอกนั้นทำเอาคนอื่นๆในทีมได้แต่ลอบมองหน้ากันเอง ต่อให้จ่าสิบตรีดูแล้วมีทักษะในการใช้หอกอยู่ก็จริง แต่การยกย่องว่าอีกฝ่ายจะสามารถเข้าถึงจิตวิญญาณของหอกได้นั้น ไม่ใช่เป็นการชื่นชมเกินจริงไปหน่อยหรอ?

 

“จ่าสิบตรีอันพอจะสอนพวกเราบ้างได้ไหม ขอแค่คำแนะนำเล็กๆน้อยๆก็ได้...” เมื่อพูดไป ความไร้ยางอายก็เพิ่มมากขึ้น เห็นว่าจ่าสิบตรีอันไม่ได้โกรธตัวเองที่ปากไม่ดีไปก่อนหน้านี้ เขาก็ยิ่งได้ใจ ถึงกับขอให้อีกฝ่ายช่วยชี้แนะให้เลยด้วยซ้ำ

 

“เรื่องนั้นค่อยพูดคุยกันภายหลังเถอะ เวลานี้...เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ได้แล้ว ข้างหน้ามีสัตว์กลายพันธุ์อีก 5 ตัว”

 

“สะ สัตว์กลายพันธุ์ 5 ตัว!”

            

คำบอกของซูหยวนทำให้ทหารในทีมตกใจ ก่อนหน้านี้เจอพวกมัน 3 ตัวก็แทบจะเหนื่อยลากเลือดแล้ว ตอนนี้ยังจะได้เจอ 5 ตัวในคราวเดียวอีก เช่นนั้นพวกเขาจะไม่แย่กันรึไง!

 

“ไม่ต้องกังวล ฉันจะช่วยอย่างเต็มที่ ไม่ปล่อยให้ใครต้องตายแน่นอน” ซูหยวนเอ่ยสมทบ ทำเอาทหารที่มีประสบการณ์ที่เหลือไม่รู้ว่าควรจะร้องไห้หรือหัวเราะดี

            

ในขณะที่ทีมของซูหยวนกำลังเหงื่อตกกับจำนวนสัตว์กลายพันธุ์ 5 ตัวที่ต้องเจอ ทีมอื่นๆกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย พวกเขายังไม่ทันจะได้เดินไปที่ไหน แค่ออกมาจากฐานไม่กี่นาทีก็ต้องถูกหยุดเอาไว้แล้ว

 

“อ๊าก!! บัดซบเอ้ย! ทำไมพวกมันมีเยอะขนาดนี้เนี่ย!”

 

“พวกจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์พวกนี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว พวกมันอยู่เขต F แต่เลื่อนระดับไปถึงระดับของเขต I เลยรึไง”

 

“ทำไมจึงตรวจสอบไม่พบกัน พวกมันมีทักษะในการซ่อนตัวด้วยใช่ไหมเนี่ย!”

 

“จิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์พวกนี้ ปกติก็ไม่อยู่เป็นกลุ่มขนาดนี้นะ เจอพวกมันครั้งเดียวหลายสิบตัว พวกเราก็มีแต่ตายกับตายแล้ว!”

 

“ชิ! พวกเราจะมาตายอยู่ที่นี่ไม่ได้! จะต้องฝ่าฝูงจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์พวกนี้กลับไปที่ฐานให้ได้ รายงานต่อผู้บังคับบัญชาว่าจำนวนของพวกมันมากผิดปกติ แถมการเลื่อนระดับก็ไม่ใช่แค่ 1 ด้วย พวกเรารับมือกันแค่กลุ่มละ 6-7 คนไม่ได้หรอก”

 

“ใช่ แบบนี้ควรจะต้องใช้แผนทุ่มกำลัง ดาหน้าโจมตีไปเลย ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีทางทำภารกิจสำเร็จแน่”

 

“นั่นน่ะสิ ฟังคำสั่งของฉัน! พยายามหนีออกไปให้ได้ พวกเราจะไม่ยอมมาตายเพราะไอ้พวกจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์สิบกว่าตัวพวกนี้หรอก!!” เสียงโวยวายของทีมเก็บกู้หนึ่งดังลั่น พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะถูกล้อมโดยไอ้พวกกลายพันธุ์จำนวนมากขนาดนี้

            

ทั้งๆที่ผู้มีทักษะตรวจสอบในทีมค่อนข้างมีประสบการณ์สูงแล้วแท้ๆ แต่กลับไม่สามารถเจอตัวของพวกมันได้เลย กระทั่งถูกล้อมเอาไว้นั่นแหละ พวกเขาจึงรู้ว่าไร้ทางหนีแล้ว

            

ไม่ใช่แค่ทีมเดียวเท่านั้นที่ได้เจอสถานการณ์นี้ เพราะทีมอื่นๆเองก็เช่นเดียวกัน พวกเขาเจอกับสัตว์กลายพันธุ์อย่างน้อยก็ 10 ตัวขึ้นไป น้อยทีมที่จะได้เจอ 4-5 ตัว แต่ด้วยระดับที่เพิ่มขึ้นมากของพวกมัน ทำให้การรับมือโดยทหารไม่กี่คนนั้นเป็นไปไม่ได้

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เป้าหมายแรกของพวกเขาจะไม่ใช่การเก็บกู้อีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นการหนีกลับมาที่ฐาน เพื่อรายงานสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมใหม่ต่างหาก!

            

ไม่มีใครเชื่อเลยว่าทหารที่ส่งออกไป ตอนนี้ถูกพากลับมา 60 ส่วนเพื่อทำการรักษากันแล้ว เหลือเพียง 40 ส่วนที่ยังไม่กลับมา ซึ่งไม่รู้ว่าต่อสู้ได้ราบรื่นดี หรือว่าตกตายกันไปแล้ว...

 

“สัญญาณแม่เหล็กพวกนี้ยังเป็นปัญหาอยู่จริงๆ พวกเราไม่สามารถรับข่าวใดๆได้เลย เชื่อมต่อเครือข่ายอะไรไม่ได้ทั้งหมด แม้แต่จำนวนของผู้ที่ถือครองสายรัดข้อมือที่ยังมีชีวิตก็ยังตรวจสอบไม่ได้เลย!”

 

“ใจเย็นๆก่อนเถอะครับผู้บังคับบัญชา เรื่องมันอาจจะไม่เลวร้ายเช่นนั้นก็ได้”

 

“เฮ้อ ไม่เลวร้ายงั้นหรือ? ตอนนี้คนของกองทัพส่งไป 100 ส่วน กลับมา 60 ส่วนด้วยสภาพที่ดูไม่ดีแล้ว อย่างนั้นจะยังสามารถทำอะไรได้อีก! ไม่ต้องพูดเรื่องการเก็บกู้เลย นี่อาจจะเป็นการส่งอาหารให้พวกกลายพันธุ์มากขึ้นก็เท่านั้น”

 

“ตอนนี้ยังหาตำแหน่งของคลื่นแม่เหล็กไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าจู่ๆก็เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ได้อย่างไร หากปล่อยเอาไว้แบบนี้แล้วพวกกลายพันธุ์ยกระดับไปเรื่อยๆ ไม่ใช่จะทำให้เดือดร้อนหนักหรือ?”

 

“สถานการณ์โหดร้ายกว่าที่คิดเสียอีก บางที...อาจจะต้องออกคำสั่งฉุกเฉินไปที่กองทัพใหญ่ ให้พวกเขาเรียกตัวพวกที่อยู่เขต G ขึ้นไปให้กลับมาช่วย.....” 

            

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ พวกผู้นำก็มองหน้ากัน หากต้องเรียกทหารที่ทำภารกิจในเขต G และสูงกว่านั้นมาช่วย เท่ากับภัยพิบัตินี้จะถูกยกระดับขึ้นไปอีกมาก อาจจะทำให้ผู้คนแตกตื่นกันเลยก็ได้ เรื่องนี้จำเป็นต้องคิดให้ถี่ถ้วนก่อน หาไม่แล้วจะเป็นปัญหาใหญ่ตามมาอีก

 

“ผมขอเสนอความคิดได้หรือไม่ครับ” 

 

“หืม? หัวหน้าหน่วยพลธนูอี้ฉางมีความคิดอะไรหรือ?” อี้ฉางได้เห็นว่ามีคนสนใจ เขาก็ยกยิ้มขึ้น ท่าทางเยือกเย็นทำให้ผู้ที่มองดูอยู่รู้สึกเสียวสันหลังเล็กน้อย ไม่มีใครรู้ว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายหมายถึงอะไรเลย...

 

“พวกเราควรจะรอให้ 40 ส่วนที่เหลือกลับมาก่อน อย่างน้อยก็จนกว่าจะมืดค่ำวันนี้ จากนั้นค่อยรวบรวมข้อมูลแล้ววางแผนกันใหม่ เช่นนี้ดีไหมครับ”

 

“หืม? หมายความว่าพวกเราจะยังไม่ส่งทหารเข้าไปใช่ไหม?”

 

“ใช่ครับ พวกเราไม่ควรส่งทหารเข้าไปอีกแล้ว ไม่อย่างนั้นก็เหมือนที่พวกท่านคิด มันอาจเป็นแค่การส่งทหารไปให้พวกกลายพันธุ์เพิ่มก็เท่านั้น” พลธนูอี้ฉางแสดงความคิดเห็นออกมา หลายคนก็พยักหน้า แต่หลายคนย่อมไม่เห็นด้วยกับเขา

 

“นี่ไม่ถูกต้องนะ ยิ่งพวกเราช้า ก็เป็นการปล่อยให้คนตายมากขึ้นก็เท่านั้น อีกอย่าง...หากพวกทหาร 40 ส่วนที่อยู่ในพื้นที่กำลังรอความช่วยเหลือต่อ ไม่ใช่จะเป็นการทอดทิ้งให้พวกเขาตายไปทั้งอย่างนั้นหรือ?”

 

“นั่นน่ะสิ ถ้ามีทีมย่อยๆสลับกันเข้าไป อย่างน้อยถ้าได้เจออีก 40 ส่วนที่เหลือในพื้นที่ล่า ก็ยังช่วยกันกลับมาได้” มีคนหนึ่งพูด อีกคนหนึ่งก็พูดบ้าง พวกเขารู้สึกไม่ดีจริงๆที่ปล่อยให้ทั้ง 40 ส่วนที่เหลือต้องเสี่ยงโชคกันเอาเองแบบนั้น 

 

“นี่ก็แค่ความคิดผมเท่านั้น ถ้าทุกคนไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว...” อี้ฉางทำเหมือนไม่ได้มีปัญหาอะไร ทั้งๆที่ในใจของเขา...การที่ 40 ส่วนไม่กลับมา และหนึ่งในนั้นก็คืออันซูหยวน เช่นนี้ไม่เท่ากับเขาสามารถทำให้เธอตายได้โดยไม่ต้องเปื้อนมือหรอกหรือ?

            

สำหรับพวกที่ยังอยู่ในพื้นที่นั้น หากพวกเขาไม่รอดกลับมาก็ช่วยอะไรไม่ได้ นี่เป็นเพราะพวกเขาอ่อนแอเกินไปเอง อีกอย่าง...นี่ไม่ใช่เป็นผลการทดลองที่ยอดเยี่ยมหรือ? พวกเขาเองก็ต้องการที่จะเห็นหายนะเช่นนี้ ถึงได้สร้างเจ้าอุปกรณ์นั้นขึ้นมานี่

            

เพื่อที่จะกลายเป็นมหาอำนาจ กลุ่มดวงตามารของพวกเขาจึงได้พยายามสร้างสิ่งต่างๆมากมาย มีสำเร็จบ้าง แต่ก็มีล้มเหลวบ้าง คิดไม่ถึงเลยว่าการเลียนแบบปรากฏการณ์เมื่อ 12 ปีก่อน จะเป็นเส้นทางพัฒนาที่ถูกต้องของพวกเขา

            

เห็นการแสดงออกของอี้ฉาง พวกผู้บังคับบัญชาคนอื่นๆก็ทำได้แค่ถอนหายใจเท่านั้น ตอนนี้มีแค่สองทางคือเสียกับเสีย เสียอย่างแรกคือต้องเสียทหารไปเพิ่มเพื่อให้รีบเก็บกู้ให้ได้มากที่สุด และสอง...ก็คือการยอมเสียบางส่วน เพื่อรักษาที่เหลือเอาไว้ 

 

“อย่างแรกคือต้องรักษาผู้บาดเจ็บให้ดีก่อน ส่วนเรื่องทหารที่เหลือและพวกนักล่าที่อยู่ในพื้นที่ ฉันจะลองติดต่อผู้นำดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง หากเป็นไปได้....ก็อาจจะขอให้พวกเขาส่งหน่วยพิเศษมาช่วยตรวจสอบ ถ้าสามารถเจอจุดที่เป็นปัญหาได้ ก็อาจจะทำลายตำแหน่งที่มีคลื่นแม่เหล็กแผ่ขยายออกมาได้”

 

“ทหารหน่วยพิเศษ....เอ่อ การจะให้พวกเขาเคลื่อนไหวได้ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะ”

 

“นั่นน่ะสิ ผู้บังคับบัญชา มันเป็นความฝันเกินไปแล้ว ไม่มีทางที่พวกเขาจะเคลื่อนไหวกับเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้หรอก” ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มติดต่อไป สมาชิกระดับสูงก็ส่ายหน้ากันก่อนแล้ว

            

เห็นการแสดงออกเช่นนี้ ผู้บังคับบัญชาก็เริ่มมีอารมณ์โกรธ 

 

“ทำอย่างนั้นก็ไม่ดี อย่างนี้ก็ไม่ได้ เช่นนั้นจะทำอย่างไร? หรือควรจะปล่อยไปแบบนี้หรือ?”

 

“เอ่อ พวกเราก็ไม่ได้หมายความเช่นนั้น...ก็แค่...”

 

“ไม่ต้องพูดแล้ว กลับไปคิดกันว่าจะเอายังไงดี ตอนนี้ฉันก็จะทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำอะไรควบคู่ไปกันก็ดีกว่า อย่างน้อยก็เพิ่มโอกาสรอด”

 

“ขะ เข้าใจแล้วครับ” เห็นว่าคนโกรธแล้ว พวกเขาก็รีบพยักหน้ารับ

            

แม้พวกหน่วยพิเศษจะไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร มันไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว ก็แค่ถูกปฏิเสธกลับมาก็เท่านั้นเอง....ในทางกลับกัน หากหน่วยพิเศษตกลงที่จะช่วยเหลือแล้วล่ะก็...เช่นนั้นพวกเขาก็จะผ่านปัญหานี้ไปได้

            

เห็นได้ชัดว่าความเชื่อมั่นของพวกเขาต่อหน่วยพิเศษนั้นมากขนาดไหน ทุกคนรู้ดีว่าทำไมจึงมีทหารที่ได้รับเลือกเป็นทหารพิเศษ นั่นก็เพราะพวกเขามีความพิเศษอย่างแท้จริง 

 

………………………………..