บทที่ 192 เหยื่อล่อ (อ่านฟรี 15 ก.ย. 68)
บทที่ 192 เหยื่อล่อ (อ่านฟรี 15 ก.ย. 68)
บทที่ 192 เหยื่อล่อ
อี้ฉางไม่รู้ความคิดของซูหยวน เห็นเธออาสาจะออกไปตายขนาดนั้น เขาย่อมต้องสังเคราะห์ให้อยู่แล้ว แน่นอนว่าความตั้งใจของซูหยวน พวกผู้นำย่อมไม่ห้ามปรามอยู่แล้ว พวกเขาได้แต่ภาวนาไม่ให้เธอตกตายไปก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะถือว่าเป็นการสูญเสียที่มากเกินไป
“เช่นนั้นก็ให้จ่าสิบตรีอันเป็นผู้นำในครั้งนี้ ถ้าภารกิจครั้งนี้สำเร็จด้วยดี ฉันจะรายงานเบื้องบน เธอจะได้รับแต้มภารกิจเป็นกรณีพิเศษแน่นอน”
“ขอบคุณมากค่ะ” ซูหยวนรับคำ
ท่าทางของเธอเหมือนผู้ที่กระหายอยากจะประสบความสำเร็จโดยเร็วเป็นที่สุด โชคดีที่เมื่อพลธนูจำนวนมากรู้ว่าเธอต้องการรับสมัครคนไปลุยภารกิจเสี่ยงตายด้วยกัน ชื่อเสียงและความสามารถของซูหยวนทำให้พวกเขาเชื่อมั่นจนมีคนเข้ามาสมัครมากกว่า 50 คน
หญิงสาวคัดเอาแต่คนที่แข็งแกร่งและเคยเห็นฝีมือในการใช้ธนูของอีกฝ่ายมาก่อนแล้วมา 15 คน ถึงอย่างนั้น...อี้ฉางก็ยังมอบพลธนูไปช่วยเหลืออีก 5 คน รวมเป็น 20 คนเพื่อที่จะให้ภารกิจของเธอราบรื่น
ซูหยวนไม่ปฏิเสธน้ำใจนี้ของเขา เพียงนำหน่วยย่อยพิเศษนี้ออกทำภารกิจก็เท่านั้น
“ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่สำคัญมาก ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งของฉันอย่างเคร่งครัด ไม่อย่างนั้นฉันก็รับรองความปลอดภัยให้ไม่ได้” เธอกล่าวเตือนทุกคนก่อนออกเดินทาง ทหารทุกนายรับคำอย่างจริงจัง
ในบรรดาคนที่ได้ทำภารกิจร่วมกับเธอ สองคนในนั้นก็มีพลธนูที่เคยทำงานร่วมกับซูหยวนครั้งแรกด้วย เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น เขาจึงเสริมขึ้น
“ถ้ามีคนคิดจะสร้างปัญหา ไม่ต้องรอให้จ่าสิบตรีจัดการหรอก ฉันนี่แหละที่จะขอจัดการก่อนเอง”
“ใช่แล้ว พวกเราทำภารกิจกับจ่าสิบตรีอันมาก่อน รู้ว่าคำพูดของเธอนั้นถือเป็นที่สุด ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ล้วนแล้วแต่เป็นจริงทั้งนั้นอีกอย่าง...มันก็จะเป็นผลดีต่อพวกเราด้วย”
เห็นทั้งสองคนยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะ พลธนูคนอื่นๆก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก บรรยากาศของหน่วยย่อยพิเศษนี้ค่อนข้างดี ถ้าไม่ใช่เพราะมี “หนอน” แฝงตัวเข้ามา ซูหยวนก็มั่นใจว่าหน่วยนี้จะสามารถจัดการวานรลมกลายพันธุ์ได้ไม่น้อยกว่า 30 ตัวแน่
น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถให้ความสนใจกับวานรลมกลายพันธุ์ได้จนกว่าหนอนที่อุตส่าห์เสนอตัวเข้ามาร่วมกลุ่มจะถูกจัดการทั้งหมด เพื่อไม่ให้ทุกคนรู้ว่านี่เป็นแผนลวงของเธอ ตอนที่ทุกคนไม่ได้สนใจ ซูหยวนก็ปล่อย “ราชาหนูขาวลายทอง” ออกมานอกฟาร์มแล้ว
ทหารทุกคนเดินทางอย่างระมัดระวัง คนที่ซูหยวนเลือกมามีดีที่ความเร็วเป็นที่ตั้ง แม้จะไม่มีทักษะในการโจมตีที่ดีมากนัก ขอแค่พวกเขาสามารถวิ่งหนีให้เร็วและไม่เป็นตัวถ่วงก็พอ
“ทางสิบเอ็ดนาฬิกา รอซุ่มโจมตีวานรลมกลายพันธุ์สองตัวที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เน้นซ่อนตัวอยู่บนที่สูง ระวังจะดึงความสนใจของจิงโจ้กรงเล็บกลายพันธุ์ 5 ตัวที่อยู่ไกลออกไประยะ 500 เมตรให้ดี รอให้วานรลมกลายพันธุ์ 2 ตัวเข้ามาในระยะ 300 เมตรก่อน”
“อีก 4 คน ให้คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ตำแหน่งสิบนาฬิกา เมื่อพวกฝูงวานรลมกลายพันธุ์ถูกดึงดูดความสนใจไปแล้ว อย่าปล่อยให้พวกมันเข้าโจมตีทหารที่ซ่อนตัวอยู่ได้ ดึงความสนใจมาด้านหลัง ฉันเอาสารดึงดูดสัตว์ร้ายมาด้วย ถ้าจำเป็นก็ใช้มัน แต่ถ้าไม่จำเป็นก็พยายามวิ่งให้เร็วก่อน”
ซูหยวนออกคำสั่ง เธอชี้ให้ทหารทั้ง 10 คนทำงานรวดเดียว จนตอนนี้เหลืออีก 10 คนรวมถึงเธอด้วย ซูหยวนพยักหน้าให้สัญญาณพวกเขา
“อีก 9 คนที่เหลือตามฉันมา พวกเราจะแยกไปประจำตำแหน่งที่สิบสองนาฬิกาและหนึ่งนาฬิกา พยายามกดดันให้พวกมันไปยังทิศทางของสิบเอ็ดนาฬิกาให้ได้ แน่นอนว่าพวกเราจะไม่ซ่อนตัวเหมือนกับคนอื่นๆ แต่จะอาศัยการวิ่งล่อพวกมันให้ตามกลับไป”
“ขอให้ทุกคนหลังจากนี้ไม่ต้องรอฟังคำสั่งอย่างเดียว เมื่อรู้ว่าอยู่ในระยะโจมตีก็พยายามวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คลื่นลูกแรกที่จะมาถึงพวกเรานั้นมีประมาณ 20 ตัว หากเป็นไปได้ก็อยากจะทำลายพวกมันให้ได้มากที่สุด หรือกดดันให้พวกมันถอยกลับไปปั่นป่วนฝูงหลักให้ได้”
เธอออกคำสั่งอีกครั้ง ซึ่งใน 9 คนนี้ มี 5 คนที่เป็นคนของอี้ฉางส่งมาด้วย เมื่อเห็นว่าหน้าที่ของพวกเขาค่อนข้างเป็นอิสระ ทุกคนก็ตื่นเต้นกันทันที
ดูเหมือนว่าแผนการของพวกเขาจะสำเร็จโดยง่าย หากถูกสั่งให้ประจำตำแหน่งต่างๆ มันก็คงยากที่จะลงมือแล้ว โชคดีจริงๆที่ได้ทำภารกิจประสานกับอันซูหยวน
ในขณะที่พวกเขามีประกายยินดี ซูหยวนเองก็มีประกายยินดีด้วยเช่นกัน ทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างมีแผนการ อยู่ที่ว่าใครจะวางแผนได้แยบยลกว่ากันก็เท่านั้น
ทุกคนเฝ้ารอการมาถึงของฝูงวานรลมกลายพันธุ์ กลุ่มที่นำโดยซูหยวนต้องเคลื่อนไหวไปปะทะฝูง 20 กว่าตัวก่อน ดังนั้นจึงเคลื่อนที่อยู่ตลอด ทุกคนมีทักษะค่อนข้างดี แต่ก็ยังไล่ตามความเร็วของซูหยวนได้ยาก เมื่อผ่านไปไม่กี่นาที ร่างของซูหยวนก็หายไปจากสายตาแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเธอชี้ตำแหน่งและทิศทางให้พวกเขา ทั้ง 9 คนจะต้องสับสนแน่
“เคี๊ยก!!!”
เสียงร้องของวานรลมกลายพันธุ์ตัวหนึ่งดังขึ้นมาจากระยะไกล เป็นสัญญาณว่าอันซูหยวนที่หายไปเริ่มปะทะกับพวกมันแล้ว ดังนั้นหลายคนจึงพยายามเร่งฝีเท้าของตนเองไปให้เร็วที่สุด
ร่างของเด็กสาวกระโจนไปมาตามเถาวัลย์ การเคลื่อนไหวไม่ได้ต่างกับพวกวานรลมกลายพันธุ์พวกนี้เลย ดูให้ดีแล้วอาจจะเหมือนว่าเธอเร็วกว่าพวกมันด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะขนาดตัวต่างกัน พวกเขาก็อาจจะมองผิดคิดว่าเธอเป็นหนึ่งในวานรลมกลายพันธุ์ได้เลย
ซูหยวนหลอกล่อพวกวานรลมกลายพันธุ์ไปพลาง ปล่อยลูกศรในมือไปพลางด้วย แม้ว่าเธอจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ทว่าทักษะในการใช้ศรพริบตาของเธอก็ทำให้ศัตรูตกตายได้ไม่ยาก ยิ่งเจอกับศรพิพากษา มันไล่ตามวานรที่เป็นเป้าหมายจนกว่าจะจัดการได้สำเร็จ เห็นทักษะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้แล้ว พลธนูทั้งหลายก็ตื่นเต้นขึ้นมา
พวกเขาพยายามร่วมโจมตีวานรลมกลายพันธุ์พวกนั้นด้วยอีกแรง แม้จะโจมตีโดนบ้างไม่โดนบ้าง ทว่าผลงานระดับนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติแล้ว
ผู้ที่มีทักษะระดับทั่วไปนั้นยากเหลือเกินที่จะมีความแม่นยำเหมือนซูหยวนได้ อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือ จู่ๆห่าธนูกลุ่มหนึ่งก็ยิงออกไป พวกมันได้ขัดขวางเส้นทางของอันซูหยวนเสียอย่างนั้น
“เฮ้ย! ใครโจมตีออกไปวะ! ไม่เห็นหรอว่าเส้นทางนั้นเป็นเส้นทางที่จ่าสิบตรีอันจะต้องกระโดดหลบมาน่ะ ถ้าจ่าสิบตรีช้ากว่านี้ อาจจะไม่ได้ตายเพราะวานรลมพวกนั้น แต่จะตายเพราะลูกศรงี่เง่าของพวกแกต่างหาก!”
“เป็นฉันเองๆ ขอโทษด้วยจริงๆ ตั้งใจจะใช้ทักษะการโจมตีที่ฝึกฝนมาน่ะ อยากจะช่วยจ่าสิบตรีอันโจมตี”
“ไอ้โง่เอ้ย! ถ้ายังไม่มั่นใจก็ช่วยโจมตีไปทางอื่นก่อน วานรลมกลายพันธุ์พวกนี้ก็ไม่ได้มีแค่ตัวเดียว ยังคิดจะไปยุ่งกับการทำงานของจ่าสิบตรีอีก” พลธนูที่มาด้วยกันรู้สึกปวดหัวมากเมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น
ทหารที่โจมตีผิดพลาดแสดงสีหน้าเศร้าออกมา เขารับปากทุกคนว่าจะหันความสนใจของตนเองไปยังทิศทางอื่น อย่างไรก็ตาม...นอกจากเขาแล้ว ก็มีบางคนเริ่มโจมตีผิดจังหวะอีกเช่นกัน
ถึงจะไม่ได้โจมตีผิดพลาดโง่ๆเหมือนกับพลธนูก่อนหน้านี้ แต่การโจมตีของเขากลับกดดันให้วานรลมกลายพันธุ์หลายตัวเบี่ยงเส้นทางเดิมแล้วพุ่งมาหาอันซูหยวนเท่านั้น
ด้วยการโจมตีที่แยบยลนี้ หลายคนจึงไม่ทันสังเกตว่าเรื่องนี้มีปัญหา มีแค่ซูหยวนเท่านั้นที่รับรู้ถึงมันได้ ดังนั้นเธอจึงพยายามเพิ่มความเร็วให้ตนเอง ซึ่งค่าพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของเธอนั้น ทำให้ซูหยวนสามารถหลบการโจมตีได้ ดวงตาของเธอหม่นแสงลงเล็กน้อย ก่อนที่จะส่งสัญญาณมือ
“จี๊ด!!”
ในขณะที่ทุกคนไม่ทันสังเกตเห็น ร่างเล็กๆของราชาหนูขาวลายทองก็โผล่ขึ้นมาจากพุ่มไม้ มันร้องรับคำสั่งสั้นๆก่อนจะฟุบตัวหายไป
ฝูงวานรลมกลายพันธุ์จำนวนมากที่ติดตามมาด้านหลัง จู่ๆก็ถูกปั่นป่วนจนเกิดการบ้าคลั่งขึ้นมา พวกมันไล่ตามฝูงหนูขาวที่ขนาดใหญ่ผิดปกติจนออกมาใกล้ถึงตำแหน่งของพวกนักธนู
“ฮึ่ม! แย่แล้ว ตอนนี้ฝูงวานรลมกลายพันธุ์หลายตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ฉันจะออกไปรับหน้าพวกมันก่อน ดึงความสนใจไม่ให้พวกมันเคลื่อนที่มาสมทบเร็วเกินไป ทุกคนอยู่ที่นี่และพยายามต่อสู้กันไปเองก่อน”
“จ่าสิบตรีอัน คุณจะไปคนเดียวหรอ! นั่นมันอันตรายมากๆเลยนะ”
“ใช่แล้ว ให้พวกเราไปด้วยเถอะ”
“ไม่จำเป็น ตรงนั้นฉันไปคนเดียวจะดีกว่า ยังไงฉันก็มั่นใจในความเร็วของตัวเอง”
“แต่จ่าสิบตรี....”
“ช่วยกันจัดการที่นี่เถอะ ฉันไม่อยากให้เป็นภาระของกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ถัดไป พวกเขาอาจจะเจอกับปัญหาใหญ่ถ้าพวกเราไม่สามารถล่อพวกวานรลมกลายพันธุ์ไปที่นั่นด้วยจำนวนที่คาดหวังได้” ซูหยวนโบกมือ เธอพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พลธนูทั้งหลายอยู่เบื้องหลัง
นักธนูทั้ง 5 ลอบมองหน้ากันเอง ก่อนที่พวกเขาจะพูดขึ้น
“พวกนายรอที่นี่ก่อน ฉันจะไปช่วยเหลือจ่าสิบตรีอัน”
“อืม ฉันก็ด้วย”
“ทำไมพวกเราไม่ไปกันหมดนี่เลยล่ะ ชีวิตของจ่าสิบตรีสำคัญมากเลยนะ ฉันไม่ต้องการให้จ่าสิบตรีเสี่ยงอันตรายเพื่อพวกเรา”
“พวกนาย 4 คน รออยู่ที่นี่ พยายามดึงเวลากับพวกกลายพันธุ์พวกนี้เอาไว้ก่อน ถ้าไม่สามารถจัดการได้แล้วจริงๆก็ให้วิ่งถอยกลับไป เหมือนที่จ่าสิบตรีพูด ชีวิตของทุกคนต้องมาก่อน เพราะนี่เป็นแค่การฉวยโอกาสเล็กๆน้อยๆเท่านั้น”
คำพูดของพวกเขาไม่น่าสงสัยเลยสักนิด ทุกคนกำลังเข้าใจว่าทั้ง 5 คน เป็นห่วงจ่าสิบตรีอันจริงๆ แม้พวกเขาเองก็จะเป็นห่วงจ่าสิบตรีอันไม่น้อย แต่คำสั่งของเธอมาก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะ 5 คน มีแผนการอยู่ในใจ พวกเขาก็ต้องยึดมั่นคำสั่งของหัวหน้าหน่วยเป็นสำคัญอยู่แล้ว
ซึ่งเรื่องนี้ ซูหยวนเองคาดเดาได้ตั้งแต่แรก เธอจึงได้เตือนพวกเขาตั้งแต่ก่อนออกเดินทางแล้วว่าคำสั่งของเธอถือเป็นที่สุด ไม่อนุญาตให้พวกเขาขัดคำสั่งใดๆ ดังนั้น...ถ้าพวกเขาต้องตายเพราะความอวดดีของตนเอง ซูหยวนก็ไม่มีความผิด!
นอกจากนี้ ภารกิจที่เธอรับมาเป็นภารกิจพิเศษ ความอันตรายย่อมต้องมากกว่าปกติอยู่แล้ว ถึงแม้ซูหยวนจะเชื่อว่าคงไม่มีใครมาสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ทว่า...เธอก็ยังพยายามทำทุกอย่างให้รอบคอบเอาไว้ก่อน
คนที่จะรู้ว่าการตายของทั้ง 5 คน มีปัญหาจริงๆ คงไม่พ้นอี้ฉางที่ส่งทั้ง 5 มาด้วยตัวเองหรอก
นั่นเป็นเพราะเขาจะรู้ว่าทุกคนที่มาร่วมภารกิจ มีแค่คนของเขา 5 คน เท่านั้นที่ต้องตาย มันเหมือนกับเป็นการประกาศศึกของซูหยวนอย่างไรอย่างนั้น
ทั้ง 5 คน ไม่รู้ว่ากำลังตกหลุมพรางของซูหยวน พวกเขาวิ่งหายเข้าไปในป่าด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง เห็นพวกเขาติดตามตนเองมาเหมือนแผน ซูหยวนก็สั่งให้หนูขาวพวกนั้นกระตุ้นความโกรธของฝูงวานรลมกลายพันธุ์มากขึ้น
ทั้ง 5 ที่พยายามติดตามมา มองไม่เห็นซูหยวนอยู่รอบๆนั้นแล้วก็ประหลาดใจ ทุกคนพยายามเร่งฝีเท้ามาที่สุดแล้ว กลับไม่พบร่างของคนที่ตั้งใจเอาไว้เลย
“เด็กนั่นหายไปที่ไหนแล้ว”
“ชิ! พวกเราอาจจะต้องแยกย้ายกันตามหา จะปล่อยให้เธอรอดกลับไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราซวยแน่”
“ฮึ่ม! แค่เด็กคนเดียว ทำไมจัดการได้ยากเย็นนัก!”
“เด็กคนเดียวที่ว่านี่ก็คือทหารพิเศษเลยนะ ไม่แน่ว่าอาจจะตรวจสอบพบว่าพวกเรามาสร้างปัญหาตั้งแต่แรกแล้วก็ได้”
“เหอะ! รู้แล้วยังไง? ไม่รู้แล้วยังไง? เธอจะกล้าโจมตีพวกเรางั้นหรอ” บทสนทนาของทั้ง 5 คนยิ่งทำให้ซูหยวนมั่นใจว่าเธอเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว ในบรรดา 5 คนนี้ หาตัวดีไม่ได้สักคน!
“มั่นใจจังเลยนะว่าฉันจะไม่กล้าโจมตีกลับน่ะ” เสียงของเด็กสาวที่อยู่ด้านหลังทำให้พวกเขาทั้งห้าคนตกใจ เมื่อหันมาก็พบว่าเธอยืนอยู่ข้างๆสัตว์กลายพันธุ์ตัวหนึ่ง...ไม่สิ! มันดูไม่เหมือนสัตว์กลายพันธุ์ที่วิวัฒนาการมาเพราะสารพิษเลยด้วยซ้ำ
“เธอ!”
“เคี๊ยก!!” มันไม่ทันที่ซูหยวนจะได้ตอบโต้อะไรกลับไป เสียงคำรามของพวกวานรลมกลายพันธุ์ที่กำลังโกรธเต็มที่ก็ดังขึ้นไม่ไกลจากพวกเขาแล้ว
……………………..