LNCrawler

บทที่ 200 ช่วยเพื่อน (อ่านฟรี 23 ก.ย.68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 200 ช่วยเพื่อน (อ่านฟรี 23 ก.ย.68)

บทที่ 200 ช่วยเพื่อน
 

หลังจากอยู่ช่วยจัดการสถานการณ์ที่เขต F อีกเล็กน้อย ซูหยวนก็กลับไปยังสถาบันอีกครั้ง ในขณะที่พวกรุ่นพี่หน่วยพิเศษไม่คิดจะสนใจช่วยฟื้นฟูฐานด้วยซ้ำ หน้าที่ที่พวกเขารับมามีแค่การสนับสนุนการป้องกันฐานจากจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์เท่านั้น อีกทั้งที่ยอมรับภารกิจนี้ก็เพราะอยากจะรู้จักน้องใหม่อันซูหยวนให้มากขึ้น เมื่อได้เจอตัวเธอแล้ว จึงได้พากันกลับไปโดยไม่สนใจอะไร ทำเอาผู้นำฐานได้แต่ยิ้มแห้งๆส่งพวกเขากลับไปเท่านั้น
 

แน่นอนว่าเมื่อซูหยวนกลับมาถึงฐาน สิ่งแรกที่เธอทำก็คือการขอข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นทหารพิเศษเพื่ออ่านทำความเข้าใจให้มากขึ้น อย่างน้อยๆก็ไม่เหมือนกับครั้งก่อนที่ยังคิดว่าทหารทุกคนต้องทำภารกิจฉุกเฉิน เพราะในทหารพิเศษไม่ได้มีการเขียนยกเว้นเอาไว้ แต่พวกเขารู้กันเองว่าตราบเท่าที่ไม่มีคำว่า “ทหารหน่วยพิเศษ” พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องออกปฏิบัติการ
 

หลังจากมีเรื่องของซูหยวน กฎของทหารพิเศษก็ได้ระบุเพิ่มเติมขึ้นมาทันทีราวกับต้องการปิดช่องโหว่นี้ ไม่ทำให้ทหารพิเศษน้องใหม่คนอื่นๆสับสน ซูหยวนได้แต่ตากระตุก เธอรู้สึกว่ากฎของทหารพิเศษนี้จะเพิ่มหรือลดได้ง่ายดายเสียจริง ราวกับว่าถ้าพวกเขาต้องการ มันก็ปรับเปลี่ยนได้เสมอ...
 

เรื่องของหน่วยทหารพิเศษนั้น อันซูหยวนสนใจมากขึ้น แต่ก็ไม่มากเท่ากับการเขียนรายงานถึงหัวหน้าของเธอโดยตรง ทั้งๆที่เขาออกคำสั่งชัดเจนว่าไม่ให้เธอเข้าพื้นที่พิเศษอีก ทว่าซูหยวนกลับขัดคำสั่งเสียอย่างนั้น เธอจึงได้เขียนจดหมายอธิบายปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งแผนรับมืออย่างชัดเจนไปที่จางอู่หยาง ทำเอาชายหนุ่มที่ได้รับจดหมายนี้ต้องถอนหายใจออกมา
 

ที่เขาห้ามไม่ให้เธอเข้าไปในพื้นที่ล่า ไม่ใช่เพราะต้องการควบคุมเธอ แต่เป็นเพราะเขาเป็นห่วงที่ซูหยวนเพิ่งผ่านภารกิจอันตรายมาต่างหาก  
 

ด้วยความสามารถของเธอเช่นนี้ ถ้าเขาไม่ห้ามเอาไว้ ไม่แจ้งกับทหารระดับสูงว่าต้องการให้เธองดรับภารกิจทั้งหมด เชื่อเถอะว่ากองทัพจะต้องมีคำสั่งมาถึงเธออย่างต่อเนื่องแน่
 

ทหารที่อยู่ในระดับต่ำแต่แสดงความสามารถออกมาตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนใหญ่ล้วนถูกใช้งานอย่างหนักราวกับกลัวว่าถ้าพวกเขาขึ้นเป็นระดับสูง กลายเป็นหัวหน้าเมื่อไรจะไม่ได้ใช้งานอีกแล้วอย่างไรอย่างนั้น  
 

ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ อย่างภารกิจฉุกเฉินที่ผ่านมา พวกทหารที่มีระดับต่ำถูกเรียกรวมตัวทั้งหมด ในขณะที่พวกทหารระดับสูงจริงๆ มีแค่ระดับพวกหัวหน้าหรือผู้นำเท่านั้นแหละที่ต้องไป ขนาดจางอู่หยางที่มีตำแหน่งเป็นทหารคนหนึ่งก็ยังไม่ถูกเรียกตัวไปทำภารกิจฉุกเฉินเลย เห็นได้ชัดว่าภารกิจฉุกเฉินที่เพิ่งผ่านไปนั้นเป็นแค่ภารกิจทั่วไปของพวกทหารระดับสูง...
 

แต่เพราะแบบนั้น อันซูหยวนจึงต้องเขียนจดหมายรายงานความผิดพลาดมาถึงเขา ทำเอาจางอู่หยางไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี

 

แม้ในเนื้อความจะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก จางอู่หยางก็ยังได้สังเกตเห็นจุดเล็กๆที่ต้องใส่ใจเพื่อเธออีกอย่าง นั่นก็คือการโจมตีสุดท้ายของอันซูหยวนที่เลือกจะใช้ปืนพลังงานที่ได้รับจากองค์กรนักล่าสกุลจาง ถ้ามันถูกพูดออกไปในวงกว้าง อาจจะดึงดูดพวกไม่หวังดีไปที่เธอแทน ดังนั้นจางอู่หยางจึงเรียกคนของตนเองเข้ามาสั่งการ  
 

ให้ตรวจสอบข่าวคราวเกี่ยวกับปืนพลังงานนั้น รวมถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มอิทธิพลมืดอย่างระมัดระวัง ถ้ามีกลุ่มไหนกล้าเคลื่อนไหวโดยมีจุดประสงค์ไปที่อันซูหยวน เช่นนั้นองค์กรนักล่าตระกูลจางก็จะทำลายพวกมันก่อนเสียเลย!
 

ทางด้านอันซูหยวนหลังกลับมาที่สถาบันแล้ว เธอก็ตรงไปยังแปลงเพาะปลูกของตนเองหลังจากนั้นแค่วันเดียว สถานการณ์ของแปลงเพาะปลูกนั้นคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุเป็นเพราะนักเรียนจำนวนมากเริ่มรู้แล้วว่าการดูแลแปลงเพาะปลูกส่งๆนั้นจะทำให้พวกเขาเดือดร้อนเอาภายหลัง เหมือนกับพวกรุ่นพี่ที่สุดท้ายก็ไม่จบชั้นปีที่สอง ต้องมาเรียนร่วมกับตนเองในภายหลังอีก
 

ซูหยวนเดินผ่านเพื่อนร่วมชั้นของตนเองอย่างไม่ใส่ใจมากนัก ได้ยินพวกเขาบ่นเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการเพาะปลูกแว่วๆให้เข้าหู ไม่รู้ว่าเจตนาหรือไม่ แต่เธอก็แค่ฟังผ่านๆไป ไม่ได้โต้ตอบอะไรกับใครทั้งนั้น ในขณะที่เพิ่มการดูแลแปลงเพาะปลูกของตนเองต่อไปเนื่องจากมันใกล้จะเก็บเกี่ยวได้แล้ว
 

อาจารย์ประจำวิชาเกษตรตื่นเต้นมากที่ได้เจอเธออีกครั้ง เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของซูหยวนเสมอ เมื่อรู้ว่าเธอต้องไปทำภารกิจฉุกเฉินของกองทัพ ด้วยกลัวว่าเธออาจจะต้องหายไปเป็นเวลานาน แล้วก็ไม่ได้มีเวลาเตรียมพร้อมกับการจัดการแปลงเพาะปลูกเอาไว้ก่อน
 

โชคดีที่มันกินเวลาไม่กี่วัน และบรอกโคลี่ก็เติบโตอย่างมีคุณภาพ เวลานี้ดอกของมันบานใหญ่ขึ้นไม่น้อย หากชั่งน้ำหนักแล้ว ก็น่าจะได้น้ำหนักค่อนข้างมาก แม้ว่ามันจะเพาะปลูกยากกว่าพืชหลายชนิด ทั้งยังใช้เวลาเกือบสองเดือนเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวได้ แต่ถ้าเทียบกันเรื่องผลผลิต มันก็นำหน้าน้ำหนักของพืชระยะสั้นทั้งหลายไปได้เลยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวสองเดือนเท่ากัน
 

“นักเรียน อีกสองสามวันเธอก็ควรจะเริ่มเก็บเกี่ยวมันได้แล้ว เผื่อว่ามีสถานการณ์ผิดปกติอะไรขึ้นมาอีก จะได้ไม่พลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดของมันไป” เขาให้คำแนะนำ แม้จะรู้ว่าไม่จำเป็นเท่าไร เพราะซูหยวนก็กลายเป็นเกษตรกรผู้หนึ่งแล้ว ถึงอย่างนั้นในฐานะคนที่คอยลุ้นและให้กำลังใจมาตลอด เขากลับอยากช่วยเธอมากกว่าใคร
 

“อาจารย์! อาจารย์สนใจแค่แปลงเพาะปลูกของนักเรียนอันคนเดียว แบบนี้ไม่เรียกว่าลำเอียงหรอครับ ทำไมไม่มาดู มาให้คำแนะนำพวกเราบ้าง ดูสิ...ผักของพวกเราไม่แม้แต่จะแทงหน่อขึ้นมาด้วยซ้ำ ตอนแรกมันยังดีกว่านี้เลย อาจารย์ให้เมล็ดพันธุ์มาผิดหรือเปล่าครับ เมล็ดพันธุ์รอบสองนี้ พวกเราต้องใช้ตั๋วทรัพยากรของสถาบันเพื่อแลกมาเลยนะ ทำไมคุณภาพถึงห่วยแตกยิ่งกว่าตอนได้ฟรีอีกล่ะครับ”
 

ได้ยินอาจารย์ประจำวิชากระตือรือร้นที่จะให้คำแนะนำกับอันซูหยวนในการเก็บเกี่ยวผลผลิต นักเรียนชายคนหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ
 

ก่อนหน้านี้เห็นว่าอันซูหยวนถูกเรียกไปทำภารกิจฉุกเฉิน เขาก็แทบจะสวดภาวนาให้ภารกิจนี้ยากลำบากจนเธอได้รับบาดเจ็บกลับมา นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นผักเหมือนกับอาจารย์เติ้งและรุ่นพี่ของเธอไปเสียเลย เธอจะได้รู้ว่าการเป็นทหารนั้นนอกจากจะได้รับสิทธิพิเศษแล้ว ก็ยังต้องเสียสิทธิบางอย่างไปด้วย
 

นี่เป็นแค่ความอิจฉาของเขาที่มีต่ออันซูหยวนซึ่งได้ตำแหน่งทางทหารเท่านั้น ไหนเลยจะคิดว่านอกจากเธอจะไม่เป็นอะไรแล้ว พืชผลในแปลงเพาะปลูกของเธอก็ยังเติบโตอย่างดีด้วย
 

ส่วนแปลงเพาะปลูกของพวกเขาน่ะหรอ? ขนาดดูแลอย่างดีแบบนี้แล้ว พวกมันยังไม่เติบโตขึ้นมาเลย ถ้าอย่างนั้นชั้นปีที่สองนี้พวกเขาก็ไม่ต้องเป็นอันทำอะไรแล้ว ยุ่งอยู่แต่กับแปลงเพาะปลูกของตนเองก็หมดเวลา...
 

“คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ไม่ได้มีปัญหา แต่แปลงเพาะปลูกระดับสี่ลดลงไปเหลือระดับสามนั่นต่างหากที่เป็นปัญหา อาจารย์เคยบอกไปตั้งแต่แรกแล้วว่าการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์เป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลามากที่สุด ก่อนหน้านี้เคยเตือนให้นักเรียนระวังแต่ก็ยังไม่ใส่ใจ สุดท้ายผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบนี้ แทนที่จะเสียตั๋วพลังงานไปกับเมล็ดพันธุ์ สู้ใช้เวลาฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกของตนเองไปก่อนน่าจะดีกว่านะ”
 

“โถ่ อาจารย์ครับ ถ้าต้องเสียเวลาฟื้นฟูแปลงเพาะปลูก ไม่เท่ากับว่าทั้งปีที่สองนี้ ผมก็ต้องอยู่กับแปลงเพาะปลูกไปตลอดเลยไม่ใช่หรอ? มันไม่มีวิธีที่ง่ายกว่านั้นแล้วหรอครับ”
 

“เฮ้อ การเป็นเกษตรกรมันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอก ต้องใช้ความพยายามและความอดทนมากกว่าการเป็นนักล่าเสียอีก”
 

“ชิ จะบอกว่าตัวเองพิเศษกว่านักล่าอีกแล้วล่ะสิ” แม้ว่านักเรียนชายจะไม่พูดออกมาโดยตรง แต่คำสบถของเขาก็ทำให้อาจารย์ประจำวิชาได้แต่ถอนหายใจออกมา
 

นักเรียนเหล่านี้มีอคติต่อเขาเสียเหลือเกิน เพราะแบบนั้นถึงไม่อยากให้คำแนะนำอะไรเลย ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาสอบถาม แสวงหาความรู้ด้วยตัวเองจะดีกว่า อย่างน้อยๆเขาก็ไม่เหนื่อยเกินไปด้วย
 

คิดแบบนั้นก็หันมาสนใจแปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนอีกครั้ง จากสีหน้าเศร้าสร้อยก็กลับเป็นยิ้มแย้มอีกครั้ง
 

“เธอจะเก็บเกี่ยววันไหนหรอ อาจารย์จะได้มาดูการเก็บเกี่ยวด้วย” เมื่อได้ยินคำถามอีกครั้ง ซูหยวนก็คิดมันอย่างจริงจังก่อนตอบ
 

“อีกสองวันก็ได้ค่ะ”
 

“โอ้ ดีเลย ถ้าอย่างนั้นอาจารย์จะได้เตรียมอุปกรณ์ใส่วัตถุดิบเอาไว้ด้วยเลย หลังนักเรียนเก็บเกี่ยวเสร็จจะได้เริ่มประเมินคุณภาพของมันไปด้วย ถ้าได้คุณภาพดี ก็จะนับรวมเป็นคะแนนการเก็บเกี่ยวด้วยนะ ดังนั้นต้องระวังให้มากล่ะ ระหว่างนี้ก็ศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวบรอกโคลี่ให้ดีนะ อย่าให้ผิดพลาดในช่วงท้ายได้”
 

“ขอบคุณค่ะอาจารย์”  
 

“อืมๆ ดีมาก อาจารย์จะตั้งตารอเลย” เห็นอาจารย์ตื่นเต้นแบบนี้ ซูหยวนก็ทำได้แค่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น  
 

สำหรับอาจารย์ที่อดทนอดกลั้นกับการสอนเด็กๆในสถาบันนักล่ามาตลอด การที่มีนักเรียนผู้ใส่ใจวิชาของเขาปรากฏขึ้นมาบ้างสักคนสองคน คงทำให้เขามีความสุขมากเลยสินะ
 

ซูหยวนและอาจารย์ใช้เวลาพูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนที่คนเป็นอาจารย์จะต้องกลับไปทำงานของตนเอง ซูหยวนตรวจสอบแปลงเพาะปลูกครั้งสุดท้าย กลัวว่าจะมีแมลงศัตรูพืชเข้ามาก่อกวนในช่วงเวลาสำคัญนี้ โชคดีที่ยังไม่มีปัญหาอะไรมากนัก ดังนั้นจึงออกมาจากแปลงเพาะปลูก และเตรียมตัวกลับไปพักผ่อนต่อ
 

อย่างไรก็ตาม ร่างของเพื่อนนักเรียนที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นต่อหน้า ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางสับสนมึนงงของพวกเขา ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปหา
 

“ซานหยาน ถงเฟย กำลังมีปัญหากับเรื่องแปลงเพาะปลูกอยู่หรอ?” เพื่อนนักเรียนทุนสองคนประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นซูหยวนเดินเข้ามา ก่อนที่จะพยักหน้าเมื่อได้ยินคำถามของเธอ
 

“มันค่อนข้างแปลก ฉันตรวจสอบข้อมูลกับอาจารย์แล้ว แปลงเพาะปลูกนี้ยังมีระดับที่ 4 เหมือนเดิม แต่เมล็ดของพวกมันหว่านลงดินไปแล้วก็ยังไม่เติบโตขึ้นมาสักที ถ้าสัปดาห์นี้ยังไม่งอกขึ้นมา อาจจะลองซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่มาแล้วล่ะ”
 

“ของฉันหนักกว่านั้น พวกมันงอกขึ้นมาก่อนจะเหี่ยวตายไปทั้งอย่างนั้นเลย ยอมรับว่าครั้งแรกไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะเตรียมตัวกับการเรียนวิชาใหม่ๆอยู่ แต่รอบเดือนที่สองนี้พยายามอย่างมากเพื่อที่จะจัดการมัน ถึงอย่างนั้นมันก็ยังเหี่ยวเฉาลงไปเหมือนเดิม ตั๋วทรัพยากรที่เพิ่งได้ตอนขึ้นชั้นปีสองก็ใช้ไปเกือบจะหมดแล้ว ถ้าครั้งหน้ายังไม่ขึ้นอีก ฉันอาจจะต้องเรียนซ้ำชั้นปีที่สองจริงๆ”
 

ซานหยานกล่าวปัญหาของตนเองก่อน ตามด้วยถงเฟยที่คิดไม่ตกกับเรื่องนี้ สำหรับถงเฟยนั้นเศร้าใจมากจริงๆ เขาตัดสินใจผิดพลาดตอนที่เลือกใช้ตั๋วทรัพยากรของชั้นปีที่สองหมดไปกับชุดป้องกัน คิดไม่ถึงเลยว่าการเพาะปลูกพืชผักที่ดูธรรมดาๆจะเป็นเรื่องยุ่งยากแบบนี้
 

อันซูหยวนเข้าไปใกล้แปลงเพาะปลูกของพวกเขา ก่อนจะดูเมล็ดพันธุ์ที่ซานหยานเลือกเพาะปลูก จากนั้นก็เข้าใจได้ว่าปัญหามันเกิดขึ้นได้ยังไง ส่วนปัญหาของถงเฟยนั้นง่ายนิดเดียว แค่เธอเห็นต้นอ่อนที่ยืนต้นตายนั่นก็เข้าใจทั้งหมดแล้ว
 

“ซานหยาน อันที่จริงเมล็ดพันธุ์ไม่ได้มีปัญหาหรอกนะ”
 

“หืม? เพื่อนนักเรียนอันรู้วิธีจัดการมันหรอ?” เดิมที ซานหยานก็อยากจะรบกวนอันซูหยวนอยู่แล้ว เขาเห็นเธอปลูกผักจนกำลังจะได้เก็บเกี่ยว นอกจากนี้ยังมีคำชมจากพวกคณะกรรมการตรวจสอบสถาบันอีก เมื่อมองจากสายตาของคนไม่มีอคติ ย่อมรู้ว่าเธอมีความสามารถในด้านนี้จริงๆ  
 

แต่เพราะเห็นเธอยุ่งมากๆ เขาจึงไม่กล้าที่จะรบกวน กลัวว่าอันซูหยวนจะหาว่าเขายังทวงบุญคุณไม่เลิก ครั้งก่อนที่เธอบอกขอบคุณพวกเขาที่รับเข้าเป็นสมาชิกในกลุ่ม แล้วตอบแทนด้วยการพาพวกเขากลายเป็นอันดับหนึ่งของการทดสอบจบชั้นปี เขาก็ยังเกรงใจไม่หาย เวลานี้ถ้ายังจะกล้าไปหาเธออีก ก็ไม่รู้ว่าเธอจะมองยังไง
 

คิดไม่ถึงว่าซูหยวนจะเข้ามาหาพวกเขาด้วยตัวเอง

 

“อืม เมล็ดพันธุ์ที่สหายซานเลือกมานี้ เริ่มแรกดูแลยากหน่อย พวกมันเป็นเมล็ดพันธุ์ที่มีเปลือกเมล็ดแข็งมาก ถ้ามีความชุ่มชื้นไม่เพียงพอก็จะทำให้เปลือกไม่อ่อนนุ่ม การจะแทงรากออกมาจึงยากไปด้วย ถ้าการเพาะปลูกรอบต่อไป...ควรจะแช่เมล็ดพันธุ์พวกนี้ในน้ำก่อน เห็นพวกมันงอกรากแล้วค่อยเอาลงแปลงเพาะ”
 

“ครั้งนี้ยากหน่อย แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ จากที่รดน้ำแค่เวลาเช้าหรือเย็น อาจจะต้องเพิ่มเป็นสามเวลาเพื่อให้พื้นดินมีความชุ่มฉ่ำอยู่ตลอด แค่นี้ก็น่าจะทำให้เมล็ดพันธุ์มากกว่าครึ่งงอกรากได้นะ หลังจากนั้นก็ลดปริมาณน้ำลงเพื่อไม่ให้รากเน่าไปเสียก่อน”
 

ซูหยวนแนะนำอย่างใจกว้าง ดวงตาของซานหยานมีประกายความขอบคุณอยู่ในนั้นเต็มเปี่ยม ทางถงเฟยที่ได้ยินก็มีความหวังขึ้นมาบ้าง เขาถามอย่างไม่กลัวขายหน้า
 

“สหายอัน แล้วมีคำแนะนำสำหรับแปลงเพาะปลูกของฉันไหม...”  
 

“แน่นอน ของแปลงเพาะปลูกถงเฟยนั้นเป็นปัญหาใหญ่ อาจจะต้องใช้ตั๋วทรัพยากรเพื่อแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์มาใหม่อีกครั้ง นี่เป็นเพราะดินในการเพาะปลูกไม่เหมาะสมกับชนิดของพืชน่ะ”
 

“โอ้ ยังไงหรือ? ฉันต้องทำยังไงบ้าง” ถงเฟยกระตือรือร้นมาก แม้ว่าเธอจะบอกให้เขาใช้ตั๋วทรัพยากรอีกครั้ง แต่ถงเฟยก็คิดเรื่องนั้นเอาไว้อยู่แล้ว ติดก็แค่กลัวว่าเสียตั๋วทรัพยากรไป สุดท้ายกลับล้มเหลวเหมือนเดิมต่างหาก!

…………………