บทที่ 202 ผลผลิตที่น่าตกใจ (อ่านฟรี 25 ก.ย. 68)
บทที่ 202 ผลผลิตที่น่าตกใจ (อ่านฟรี 25 ก.ย. 68)
บทที่ 202 ผลผลิตที่น่าตกใจ
ซูหยวนยังคงระมัดระวังในการเก็บเกี่ยวของเธอ เนื่องจากเธอเองก็เป็นเกษตรกรขั้นเริ่มต้นแล้ว ดังนั้นย่อมต้องมีความรู้ในการเก็บเกี่ยวไม่น้อย
เริ่มจากการปรับดินไม่ให้ชุ่มฉ่ำเกินไป ซูหยวนไม่รดน้ำมันมา 1 วันเต็มแล้ว เพื่อไม่ให้การตัดดอกยุ่งยากนัก จากนั้นเมื่อดินแข็งแล้วก็ทำให้สามารถเดินไปรอบๆได้ไม่ยาก ดอกบรอกโคลี่เบ่งบานดูงดงามมาก ยิ่งเป็นสีเขียวสดใสไร้สารพิษที่น้อยนักจะได้เห็นก็ยิ่งดูพิเศษกว่าสิ่งไหนๆ
บางทีเกษตรกรคนอื่นๆที่หลงใหลในการเพาะปลูกก็คงจะรู้สึกเหมือนกัน ซูหยวนมีพื้นฐานจากการทำฟาร์มในเกมของเธออยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเห็นพวกมันเติบโตแบบนี้ก็ยิ่งภูมิใจมากขึ้น
ไม่เหมือนกับพวกมือใหม่ที่ไม่เคยเก็บเกี่ยว ซูหยวนจับฐานดอกของบรอกโคลี่อย่างรวดเร็วแล้วตัดฉับ ความเร็วนี้ทำให้อาจารย์ประจำวิชายังต้องตกใจ เดิมทีเขาบอกให้ซูหยวนระมัดระวังให้มากที่สุด ยังคิดว่าเธอจะค่อยๆสอดมีดเก็บเกี่ยวเข้าไปเสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะฟันฉับเดียว ทำเอาหัวใจของเขาร่วงไปที่ตาตุ่ม
“ปะ เป็นยังไงบ้าง ให้อาจารย์ดู...” เขารีบเอ่ยขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะการเข้าไปในแปลงเพาะปลูกของนักเรียนจะทำให้ผิดกฎ เขาคงจะกระโจนเข้าไปคว้าบรอกโคลี่นั้นมาดูอย่างทะนุถนอมแล้ว
“อาจารย์บอกให้ระวังๆหน่อย ถ้าหากว่าอันนี้เสียหาย บรอกโคลี่ต้นอื่นก็ต้อง...หืม?” ในขณะที่คนเป็นอาจารย์กำลังจะบ่นเกี่ยวกับความไม่ระวังของซูหยวน ตอนนั้นหญิงสาวก็ส่งบรอกโคลี่ที่ใส่กล่องสำเร็จแล้วให้คนเป็นอาจารย์ดู
เขารับมาถือไว้ หมุนรอบหนึ่งก่อนจะต้องประหลาดใจ ทั้งน้ำหนักที่ปรากฏบนมือและรูปร่างของดอกบรอกโคลี่ที่ยังสมบูรณ์แบบ มันทำให้เขาต้องหยุดบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วมองซูหยวนด้วยความประหลาดใจแทน
การเก็บเกี่ยวที่ไม่พิถีพิถันเมื่อครู่ประสบความสำเร็จได้อย่างไร? ไม่ใช่แค่ดอกของมันไม่ได้รับผลกระทบเท่านั้น ขนาดรอยแผลการเก็บเกี่ยวก็แทบจะมองไม่เห็น ตามปกติแล้วการเก็บเกี่ยวบรอกโคลี่มักจะมีรอยช้ำที่รอยตัด แต่ที่ซูหยวนทำนี้ไม่มีเลยสักนิด
“สมบูรณ์แบบ!” เขาอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงชื่นชมออกมา นอกจากนี้ยังรีบนำมันไปชั่งน้ำหนักด้วยความกระตือรือร้นด้วย
เครื่องชั่งน้ำหนักถูกออกแบบมาเพื่อคำนวณน้ำหนักของผักเท่านั้น จึงไม่รวมกับน้ำหนักของกล่องไปด้วย การเก็บเกี่ยวของโลกนี้ยุ่งยากกว่าทั่วไป หากเป็นการเก็บเกี่ยวบรอกโคลี่จากโลกของซูหยวน เพียงแค่ตัดแล้วก็โยนมันใส่ตะกร้าก็ได้แล้ว ทว่าบรอกโคลี่นี้จะต้องเอาใส่กล่อง หนึ่งกล่องต่อหนึ่งดอกเท่านั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่การเก็บเกี่ยว 1 ครั้งจะต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน
อาจารย์วิชาเกษตรรอดูผลอย่างตื่นเต้น เขามองดูตัวเลขที่ยังวิ่งอย่างต่อเนื่องจาก 10 กรัม ไล่ไปเรื่อยๆจนขึ้นหลัก 100 กรัม เห็นแบบนี้แล้วก็อดที่จะคลี่ยิ้มออกมาไม่ได้ แน่นอนว่าตัวเลขยังไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น มันยังคงวิ่งไปเรื่อยๆจนกระทั่งขึ้นหลัก 200 กรัม ทำเอาอาจารย์อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
ปกติแล้ว บรอกโคลี่ที่เพาะปลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 150 – 200 กรัม การที่มันพุ่งมาถึงน้ำหนัก 200 กรัมในครั้งเดียวนี้ทำเอาเขาประหลาดใจมาก นี่เท่ากับว่าน้ำหนักของบรอกโคลี่นี้อยู่ในขั้นสูงสุดแล้ว การเพาะปลูกครั้งแรกของนักเรียนอันก็ประสบความสำเร็จขนาดนี้แล้วหรือ? มันทำให้เขารู้สึกว่าคำว่า “อัจฉริยะ” ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเธอ
ซูหยวนเห็นน้ำหนักก็เลิกคิ้วเล็กน้อย สำหรับมาตรฐานของโลกนี้คือ 200 กรัม แต่จากที่เธออยู่ บรอกโคลีหนึ่งดอกสามารถมีน้ำหนักได้ถึง 250 – 300 กรัม นั่นจึงจะเรียกว่ามากอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อทบทวนดูก็เข้าใจได้ สภาพดินของที่นี่ไม่มีความสมบูรณ์เหมือนกับโลกของเธอ อีกทั้งยังมีสารพิษที่คอยขัดขวางการเติบโตด้วย ไม่น่าแปลกใจที่มันจะมาได้ถึง 200 กรัมเท่านั้น
เธอเก็บเกี่ยวบรอกโคลี่อย่างรวดเร็ว แม้จะต้องเสียเวลาเอากล่องไปใส่บรอกโคลี่เอาไว้ทุกดอกก็เถอะ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้กินเวลามากเกินไปนัก ผ่านไป 3 ชั่วโมง ในที่สุดการเก็บเกี่ยวก็เสร็จสิ้น
กองกล่องของบรอกโคลี่ที่ตั้งเรียงรายอยู่ข้างนอก ทั้งยังมีพนักงานตรวจรับผลผลิตมารออยู่แล้วจากการติดต่อของอาจารย์ประจำวิชา พวกเขามองดูอันซูหยวนด้วยท่าทางตะลึงงัน แปลงเพาะปลูกนี้...ดูจากสายตาก็พบว่ามันเติบโตค่อนข้างดีกว่าหลายๆแปลงเพาะปลูกของมืออาชีพ แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าจะดีกว่าหลายเท่าตัวแบบนี้
ในหนึ่งแปลงเพาะปลูก ซูหยวนสามารถเก็บเกี่ยวบรอกโคลี่ได้ถึง 300 ดอก ซึ่งเป็นจำนวนที่ซูหยวนตั้งใจขุดหลุมปลูกเอาไว้ตั้งแต่แรก หรือก็คือ...ไม่มีบรอกโคลี่ต้นไหนที่ตายไประหว่างทางเลย เมื่อคำนวณจากน้ำหนักเฉลี่ยของบรอกโคลี่อยู่ที่ 180 กรัม ดังนั้นการเก็บเกี่ยวนี้จึงสามารถสร้างผลผลิตได้ 54,000 กรัม หรือคิดเป็น 54 กิโลกรัมนั่นเอง
ด้วยปริมาณเท่านี้ สามารถเปลี่ยนคนยากไร้คนหนึ่งให้กลายเป็นเศรษฐีได้ในพริบตา! ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้เพาะปลูกส่วนใหญ่แล้วจะร่ำรวยมีเงินทอง ถึงการเพาะปลูกจะต้องลงทุนลงแรงมาก ทว่ามันก็คุ้มค่าอย่างที่เห็น
“บรอกโคลี่ 100 กรัม พวกเราสามารถให้ได้มากที่สุดแค่ 10,000 เครดิต ดังนั้นบรอกโคลี่ 54,000 กรัมนี้ จะทำรายได้ประมาณ 5,400,000 เครดิต นักเรียนจะทำการขายผ่านสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งหรือต้องการขายส่วนตัว หากขายส่วนตัวก็อาจจะทำเงินได้มากกว่า บางร้านค้าจะรับซื้อที่ 10,100 – 10,500 เครดิต แต่แน่นอนว่าการเอาไปขายข้างนอกจะไม่นับรวมเป็นคะแนน”
ตัวแทนของสถาบันเอ่ยถาม หากซูหยวนขายให้สถาบัน เธอก็จะได้รับคะแนนสะสมด้วย เมื่อถึงปลายปีก็จะมีการนับคะแนนรวมเพื่อเอาไปแข่งกับนักเรียนสถาบันอื่นๆ ซึ่งก็มีหลายคนที่ต้องการแค่ผ่านเงื่อนไขของชั้นปีเท่านั้น พวกเขาไม่สนใจที่จะเก็บคะแนนในการแข่งขันอยู่แล้ว เพราะต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่มีทางได้อันดับหนึ่ง ดังนั้นจึงเลือกที่จะเอาส่วนเกินจากคะแนนที่ผ่านชั้นปีที่ 2 ไปขายที่อื่น
อาจารย์ประจำวิชาไม่กล้าเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจของซูหยวน ถึงเขาอยากจะให้เธอช่วยขายมันที่สถาบันเพื่อให้ได้นับเป็นคะแนน แต่เครดิตพวกนี้ไม่ใช่ของเขา หากซูหยวนต้องการเครดิตมากกว่า เขาก็ทำอะไรไม่ได้
“ไม่เป็นไรค่ะ ขายให้สถาบันได้เลย ฉันพอใจที่รายได้ 5,400,000 เครดิตค่ะ”
ซูหยวนไม่ได้ใส่ใจเรื่องเครดิตส่วนเกินอีก 200,000 กว่าที่อาจจะได้รับถ้าเอาไปขายข้างนอก เธอรับปากกับอาจารย์ประจำวิชาเกษตรแล้วว่าจะเข้าแข่งขันเพื่อชิงอันดับหนึ่งของชั้นปีที่ 2 อย่างนั้นก็ต้องทำมันให้ได้
อีกอย่าง ในปีการศึกษานี้ เธอยังมีเวลาทำเงินอีกมาก หากความเร็วในการเพาะปลูกเป็นแบบนี้ ซูหยวนยังสามารถทำการเก็บเกี่ยวได้อีก 4 หรือ 5 รอบ ตอนนั้นก็คงจะทำให้เธอกลายเป็นเศรษฐีตัวน้อยได้เลย
เมื่อเห็นความสำเร็จของซูหยวน เพื่อนนักเรียนก็ทำได้แค่อิจฉาเท่านั้น เกณฑ์ในการผ่านชั้นปีที่สองก็คือการที่ต้องเก็บเกี่ยวให้ได้มากกว่า 10,000 กรัม หรือ 10 กิโลกรัมเท่านั้น ซูหยวนเก็บเกี่ยวครั้งเดียวได้ถึง 54 กิโลกรัม เธอทำราวกับต้องการเยาะเย้ยพวกเขาที่ยังสับสนวุ่นวายแบบนี้
หลังจากที่ลงชื่อเพื่อรับคะแนนการเพาะปลูกรวมถึงเครดิตแล้ว ซูหยวนก็เริ่มจัดการแปลงเพาะปลูกของตนเอง มันจะดีกว่าหากสามารถใช้เศษซากที่เหลือของบรอกโคลี่มาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ต่อไป ดังนั้นจึงได้ทยอยถอนรากของพวกมันขึ้นมา เธอเอาใส่รวมไว้ในถัง ผสมน้ำก่อนจะปิดฝาเพื่อรอให้มันกลายเป็นน้ำหมักสำหรับใช้ในแปลงเพาะปลูกต่อไป
ส่วนแปลงเพาะปลูกที่เหลือนี้ เนื่องจากการถอนรากบรอกโคลี่ขึ้นมาทั้งหมด พื้นดินรอบๆจึงร่วนซุย เหมาะสมกับการตากอากาศและรวบรวมธาตุอีกครั้ง ดังนั้นซูหยวนจึงไม่เข้าไปยุ่งกับมันอีก รอจนกว่าเธอจะทำภารกิจของสถาบันสองภารกิจเสร็จแล้ว ค่อยมาลงมือเพาะปลูกอีกที
อาจารย์วิชาเกษตรรีบตรวจสอบสถานการณ์ของผลคะแนนการเก็บเกี่ยวในชั้นปีที่ 2 ทันที เมื่อคะแนน 54 คะแนนของซูหยวนเข้าไปในระบบแล้ว เธอก็พุ่งขึ้นเป็นอันดับหนึ่งทันที
ก็เหมือนกับที่เขาเคยบอกไปก่อนหน้านี้ คะแนนของบรอกโคลี่ต่อการเก็บเกี่ยวได้หนึ่งครั้งค่อนข้างสูง ตอนแรกยังคิดว่าซูหยวนเลือกเพราะสิ่งนี้ แต่ปัญหาของมันกลับเป็นการที่บรอกโคลี่จะเติบโตเป็นฤดูกาลเท่านั้น หากหวังจะเพาะปลูกมันตลอดไปแล้วเก็บคะแนนจำนวนมากนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ทว่า...ซูหยวนได้ทำให้มันเป็นไปแล้ว
เธอเก็บเกี่ยวบรอกโคลี่ได้นอกฤดูกาล และนั่นก็ทำให้คะแนนของเธอกลายเป็นอันดับหนึ่ง แซงหน้านักเรียนของสถาบันเกษตรกรไปในทันที!!
ต่อให้ชื่อของเซิ่นหนิงยังคงอยู่ในอันดับ คนที่เคยทิ้งห่างคะแนนกับนักเรียนคนอื่นๆ สุดท้ายแล้วก็ยังกลายเป็นอันดับสองเมื่ออยู่ต่อหน้าคะแนนของซูหยวนอยู่ดี
จะมีพืชผักชนิดไหนบ้างที่เก็บเกี่ยวครั้งเดียวก็ได้ 54,000 กรัมน่ะ! ถ้าไม่เลือกบรอกโคลี่ ก็ไม่มีทางที่จะทำได้เลย
“อันดับหนึ่ง! ตอนนี้นักเรียนอันซูหยวนกลายเป็นอันดับหนึ่ง” เสียงของอาจารย์ประจำวิชาเกษตรดังขึ้นด้วยความดีใจ เขาไม่ได้คิดจะเก็บความสุขนี้ไว้คนเดียว ดังนั้นย่อมทำให้ทุกคนได้ยินเสียงนี้ด้วย
นักเรียนคนอื่นๆที่คิดว่ายังไงสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็ไม่มีทางที่จะมีนักเรียนครองอันดับหนึ่งเหนือกว่าสถาบันเกษตรกรที่เรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะปลูกโดยเฉพาะได้ พวกเขาก็ต้องตกตะลึงไปกับผลคะแนนนี้
หลายคนไม่เชื่อถึงกับเปิดดูด้วยตัวเอง สุดท้ายแล้วก็พบว่าชื่อ “อันซูหยวน” จาก “สถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง” อยู่ในตำแหน่งสูงสุด รองลงมา 50 อันดับก็มีแค่รายชื่อของนักเรียนจากสถาบันเกษตรกรเท่านั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่เรื่องนี้จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ให้ผู้คนในแวดวงต้องแตกตื่น!
“เกิดอะไรขึ้นกับอันดับของนักเรียนชั้นปีที่ 2 กัน!”
“พระเจ้า! สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งสามารถขึ้นนำพวกนักเรียนจากสถาบันเกษตรกรได้หรือ?”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เดิมทีอันดับของเซิ่นหนิงเป็นอันดับหนึ่งแล้วถูกลงโทษจนทำให้อันดับทั้งหมดขยับขึ้นก็น่าประหลาดใจพอแล้ว เวลานี้พวกเขากลับถูกผลักลงมาอีกงั้นหรอ นี่ไม่ใช่การหลอกให้นักเรียนคนอื่นดีใจเล่นรึไง”
“นักเรียนคนนั้นได้ 54 คะแนนเลยนะ เมื่อเดือนที่แล้วยังไม่มีคะแนนเลย สองเดือนต่อมากลับมีคะแนน 54 นี่มันไม่ประหลาดเกินไปหรอ?”
“นักเรียนของสถาบันเกษตรอันดับ 2 ทำได้ 25 กิโลกรัมใน 2 เดือนก็ว่าเป็นจำนวนมากแล้ว จู่ๆกลับมีนักเรียนที่ทำได้มากกว่า 2 เท่าปรากฏขึ้น นี่ไม่ทำให้คนตกใจได้ยังไง”
“เรื่องนี้อาจจะเป็นความผิดพลาดบางอย่างก็ได้ ไม่มีทางที่จะมีนักเรียนได้คะแนนมากขนาดนั้นในครั้งเดียวหรอก”
“เป็นไปได้สิ จำไม่ได้หรอว่าครั้งก่อนก็มีนักเรียนที่เพาะปลูกบรอกโคลี่ ผักที่มีน้ำหนักมากที่สุดในบรรดาผักทั้งหมดของนักเรียนชั้นปีที่ 2 จู่ๆก็ใช้โอกาสในฤดูกาลเก็บเกี่ยว แทรกขึ้นมาเป็น 20 อันดับสุดท้ายได้ด้วยคะแนน 120 คะแนนน่ะ”
“ฤดูกาลเก็บเกี่ยวบรอกโคลี่มีเพียง 3 เดือนเท่านั้น มากสุดก็คงจะได้ไม่เกิน 120 คะแนน แต่อย่าลืมว่าตอนนี้ไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยวนะ ดังนั้นตัดบรอกโคลี่ออกไปได้เลย”
“ไม่ล่ะ ไม่เคยได้ยินข่าวลือเมื่อไม่นานมานี้หรอ? ได้ยินว่ารองประธานสภาเกษตรกรรับรองเองว่ามีวิธีการเพาะปลูกบรอกโคลี่นอกฤดูกาลแล้ว”
“นั่นก็รู้อยู่ แต่จะบอกว่าคนที่คิดวิธีการปลูกบรอกโคลี่คือนักเรียนคนหนึ่งงั้นหรอ? ถ้าอย่างนั้นสภาเกษตรกรไม่ใช่ว่าถูกตบหน้าทั้งหมดหรอกหรอ? รอจนกว่านักเรียนคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรด้วยซ้ำเป็นผู้คิดค้นวิธีการเพาะปลูกน่ะ”
“แล้วถ้านักเรียนคนนั้นเป็นเกษตรกรล่ะ...”
“ไม่มีทาง! อย่าลืมว่านี่เป็นนักเรียนชั้นปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เท่านั้นนะ! ในประวัติศาสตร์ยังไม่เคยมีใครสอบผ่านตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เลย คนที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะที่สุดก็ยังต้องรอจนกว่าจะขึ้นปี 2 ภาคเรียนที่ 2 ถึงจะสอบเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้นได้ อีกอย่าง...นักเรียนคนนั้นไม่ได้อยู่สถาบันเกษตรกรด้วยซ้ำ นี่เป็นรายชื่อของนักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งนะ”
ยิ่งพูดคุยกัน เรื่องนี้ก็ยิ่งกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้น พวกเขาอยากจะรู้จริงๆว่านักเรียนที่ทำคะแนนได้ขนาดนี้เป็นใคร แล้วทำไมเธอจึงทำคะแนนมหาศาลเช่นนี้ได้ในการเก็บเกี่ยวเพียงครั้งเดียว
มีกระทั่งการยื่นเรื่องเพื่อขอให้ตรวจสอบผลการนับคะแนนนี้ด้วยซ้ำ โชคดีที่เมื่อดูประวัติแล้ว พบว่านักเรียนคนนี้เคยถูกร้องเรียนมาก่อน และสภาองค์กรสถาบันศึกษาส่วนกลางก็ได้ดำเนินการตรวจสอบด้วยตัวเองแล้ว ไม่พบเจอการกระทำที่ทุจริตเลย ดังนั้นจึงมีผลการยืนยันให้กับผู้ยื่นเรื่องอย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่ารองประธานสภาฯ ที่ได้เห็นผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เขาถือคะแนนของอันซูหยวนไปที่ห้องของประธานสภาฯด้วยท่าทางเปี่ยมสุข
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เข้ามา” เสียงเอื่อยเฉื่อยของคนที่อยู่ด้านในดังขึ้นมา รองประธานสภาฯส่ายหน้ากับคนที่หมดไฟในการทำงานไปแล้วอย่างประธานสภาฯ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปข้างใน
“ฉันมีอะไรจะให้ดู”
“อะไร” คนตอบรับโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำ
รองประธานสภาฯขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นกระดานจัดอันดับของนักเรียนชั้นปีที่ 2 ให้อีกฝ่ายดู คนที่กำลังยุ่งอยู่กับเอกสารตรงหน้าได้แต่ขมวดคิ้วแล้วยอมยกหน้าของเขาขึ้นเสียที
“มีอะไร”
“ดูเอาเองสิ” เขาว่าอย่างนั้นแล้ววางกระดานข้อมูลให้อีกฝ่ายพิจารณาเอาเอง คนถอนหายใจแต่สุดท้ายก็รับไปดูอยู่ดี พิจารณาอยู่สักครู่แล้วก็ถอนหายใจออกมา
“ผลงานของนักเรียนชั้นปีที่ 2?”
“ใช่”
“จะให้ดูอะไร? ลูกหลานนายทำผลงานได้ดี?” เมื่อได้ยินแบบนั้น รองประธานสภาฯก็อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้น อยากทุบตีคนตรงหน้าสักทีสองที
เขาอุตส่าห์มาที่นี่เพื่ออวดผลลัพธ์อันน่าตกตะลึงนี้ หวังจะเรียกคนหมดไฟอย่างอดีตเทพเกษตรกรให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ถูกทำให้มอดไหม้โดยกองเอกสารมากมายมหาศาลตรงหน้า คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้านี่จะหัวทึบเกินไป...
…………………………………..