LNCrawler

บทที่ 204 ถูกล้อม (อ่านฟรี 27 ก.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 204 ถูกล้อม (อ่านฟรี 27 ก.ย. 68)

บทที่ 204 ถูกล้อม
 

จุดสีฟ้ามากมายนั้นเป็นปัญหาสำหรับการทำภารกิจครั้งนี้ ซูหยวนสังเกตเห็นว่ามีการจับกลุ่มของนักล่ามากมายในพื้นที่ล่าเขต A นี้ เพียงแค่กลุ่มของพวกเธอเดินเข้ามาก็มีกลุ่มนักล่ามากมายคอยติดตามดูแล้ว แน่นอนว่ารวมถึงกลุ่มของทหารเมื่อครู่นี้ด้วย ... ในเมื่อกลุ่มของซูหยวนดื้อรั้นที่จะทำภารกิจต่อไป เช่นนั้นพวกเขาก็ใช้ประโยชน์จากความดื้อดึงของเธอ ปล่อยให้นักเรียนทั้ง 8 คนนี้กลายเป็นเหยื่อล่อ
 

แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นการหลอกใช้ประโยชน์ ซูหยวนกลับไม่คิดว่ามันเป็นปัญหาอะไร กลับกัน...พวกเขาติดตามพวกเธอแบบนี้ มีแต่จะเพิ่มความปลอดภัยให้ ดังนั้นจึงปล่อยให้พวกเขาติดตามไปโดยไม่พูดอะไรอีก คาดหวังแค่ว่าหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ทหาร 4 คนนั้นจะมีฝีมือมากพอที่จะจัดการพวกนักล่ากลุ่มใหญ่ได้
 

พวกเธอทั้งหมดพยายามไล่ตามชายขอบพื้นที่ล่า ไม่เข้าไปลึกมากนักเพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหา ถึงอย่างนั้น...สัตว์กลายพันธุ์รอบนอกก็ไม่เหลือให้ล่าอีกแล้ว ขนาดเดินมากันเกือบสองชั่วโมงก็ยังไม่พบเจอสัตว์กลายพันธุ์เลยสักตัว เห็นแบบนี้แล้วก็ทำให้พวกนักเรียนต้องกลับมาคิดกันใหม่
 

ถ้าพวกเธอเลือกจะเข้าไปในเขตล่าที่ลึกกว่าเดิม ก็เท่ากับเป็นการพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตาย แต่ถ้าไม่เข้าไปวันนี้...วันข้างหน้าก็ไม่มีโอกาสเหมือนกัน เช่นนั้นแล้วพวกเธอจะมีทางเลือกอะไรอีก?
 

“เอายังไงดี ถ้าพวกเราเข้าไปลึกขึ้นอีกหน่อยจะได้ไหม”
 

“อันซูหยวน เธอมีความคิดว่ายังไงบ้าง” พวกเธอพูดคุยกันมาพักใหญ่ สุดท้ายก็ยังไม่ได้ทางออก ลึกๆแล้วพวกเขาทุกคนอยากจะเข้าไปข้างใน แต่ก็ไม่มีคนกล้าตัดสินใจเพราะกลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นมา จะถูกคนอื่นตำหนิเอาได้ที่พาเข้ามาเสี่ยงอันตรายแบบนั้น
 

“ฉันได้หมด จะเข้าไปข้างในอีกหน่อยก็ได้” ซูหยวนยักไหล่ เธอไม่กลัวพวกนักล่าเหล่านั้น แม้พวกมันจะมีจำนวนมาก แต่เทียบกับหนูขาวกลายพันธุ์ในมิติของเธอ จำนวนเท่านี้นับเป็นอะไรได้?  
 

นักล่าที่ถูกทิ้งไว้เขต A ส่วนใหญ่ก็มีความแข็งแกร่งเล็กน้อยเท่านั้น บางทีอาจจะมีแค่ผู้นำกลุ่มและผู้ติดตามสองสามคนที่เป็นผู้ใช้พลังงาน ส่วนคนอื่นๆก็เป็นแค่นักล่าธรรมดาๆ แม้ว่ากลุ่มอิทธิพลมืดเหล่านั้นจะมีคนแข็งแกร่งในกลุ่มมาก ทว่า...พวกเขาก็ไม่ส่งคนมีฝีมือมาเสียเปล่าที่นี่หรอก
 

เมื่อเทียบกับหนูขาวที่ปกติแล้วจะอยู่ในเขต C คนเหล่านี้ก็เป็นแค่ของเล่นของพวกมันเท่านั้น อีกอย่าง...บางทีอาจจะไม่ต้องถึงมือของพวกหนูขาวก็ได้ ถ้าพวกมันกล้าปรากฏตัวออกมา อย่างนั้นก็ลองมาเป็นคู่ซ้อมมือให้เธอหน่อย อยากรู้เหมือนกันว่าทักษะการโจมตีของเธอพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหรือยัง
 

ปกติซ้อมมือกับพวกหนูขาวในมิติฟาร์ม ถึงจะได้คู่ซ้อมที่ดี สุดท้ายช่วงเวลาในการจบการต่อสู้ก็ไม่อาจทำได้อยู่ดี ทุกครั้งที่ซ้อม ทั้งสองฝั่งก็ต้องยั้งมือกันไว้ไม่ให้บาดเจ็บเกินไป ดังนั้นซูหยวนจึงมองหาคู่ซ้อมมืออยู่เสมอ
 

ช่วงนี้เจ้านายสั่งห้ามไม่ให้เธอไปทำภารกิจของกองทัพ ซูหยวนมีแต่ต้องหาโอกาสต่อสู้ด้วยตัวเองเท่านั้น และพวกอันธพาลพวกนี้ก็น่าจะทำหน้าที่นั้นให้เธอได้...
 

เมื่อได้รับความเห็นชอบจากซูหยวน ทุกคนก็ตัดสินใจจะเข้าไปข้างในอีกหน่อย ครั้งนี้การจะเจอสัตว์กลายพันธุ์ก็ยังยากอยู่ดี พวกเธอไม่ได้ต้องการสัตว์กลายพันธุ์อื่น มีแค่พวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์เท่านั้นที่เป็นเป้าหมาย ดังนั้นจึงพยายามเดินให้เร็วเพื่อตามหาโคเขาแหลมกลายพันธุ์เหล่านั้น
 

ระหว่างการค้นหา อีกสองชั่วโมงต่อมาก็สามารถจัดการโคเขาแหลมกลายพันธุ์ได้ 3 ตัว หากเป็นเช่นนี้...พวกเธอคงจะต้องกลับมาเขตล่าอีก 3 วันจนกว่าจะล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ได้ครบจำนวน  
 

“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าภารกิจล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ 10 ตัวจะยากเย็นขนาดนี้ ความยากที่ไม่ใช่เรื่องการต่อสู้ แต่เป็นความยากที่เกิดจากการตามหาร่องรอยของพวกมันเนี่ย...ทำเอาฉันปวดหัวเลย”
 

“นั่นน่ะสิ พวกเราอยู่ที่นี่ได้อีก 2 ชั่วโมงก่อนที่พวกนักล่าประจำถิ่นจะกลับ ดังนั้นต้องเร่งมือหน่อยแล้ว”
 

“อืม พวกเราไม่ควรอยู่ต่อหลังจากที่พวกนักล่าประจำถิ่นไม่อยู่แล้ว เพราะนั่นจะเพิ่มอันตรายให้ตัวเองเสียเปล่าๆ” พวกเธอพูดคุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์การล่าของวันนี้ด้วยท่าทางผิดหวัง อย่างไรก็ตาม...เหมือนกับมีคนได้ยินเสียงบ่นของพวกเธอ จู่ๆโคเขาแหลมกลายพันธุ์ 2 ตัวก็ปรากฏขึ้นไกลออกไป ซูหยวนหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพนั้น ทว่าเพื่อนนักเรียนคนอื่นกลับไม่ได้เห็นมัน
 

“นั่น! โคเขาแหลมกลายพันธุ์ 2 ตัว!! พวกเราไปล้อมมันไว้ก่อน ถ้าล่าอีก 2 ตัวได้ งานพวกเราก็จะคลายความกดดันไปมาก”
 

“เร็วเข้า! ฉันจะกระตุ้นความสนใจของพวกมัน ทุกคนคอยสนับสนุนด้วยนะ” พูดจบ เพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งก็กระตือรือร้นที่จะวิ่งตามโคเขาแหลมกลายพันธุ์ไป
 

เมื่อห่างออกไป 200 เมตร โคเขาแหลมกลายพันธุ์สองตัวนั้นก็เหมือนถูกกระตุ้นโดยอะไรบางอย่าง พวกมันวิ่งออกไปข้างหน้า เข้าเขตล่าลึกขึ้นไปอีก
 

น่าเสียดายที่นักเรียนทุกคนตื่นเต้นกับโคเขาแหลมกลายพันธุ์ตรงหน้าจนไม่ทันได้สังเกตทิศทางการวิ่งที่ผิดปกตินี้ พวกเธอห่วงแค่การไล่ตามเป้าหมายภารกิจ สุดท้ายก็วิ่งเข้ามาลึกอีก 2 กิโลเมตร
 

“ฟู่ว! ในที่สุด พวกแกก็หยุดเสียที”  
 

“ฮ่าๆ ตอนนี้พวกแกจะหนีก็ไม่ทันแล้ว เอาเขาแหลมของพวกแกมาให้พวกเราเสียดีๆ” นักเรียนหญิงสองคนหัวเราะอย่างมีความสุข  
 

“อย่าเพิ่งเข้าไป!” จูหลิวหลี่ร้องห้ามเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่าง  
 

แม้ว่าเธอจะวิ่งตามโคเขาแหลมกลายพันธุ์พวกนี้เหมือนกัน แต่จูหลิวหลี่ก็ระมัดระวังตลอด ยิ่งได้เห็นว่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์พวกนั้นจู่ๆก็หยุดการเคลื่อนไหว แถมยังใช้เท้าของมันกระทืบไปที่ซากพืชกลายพันธุ์ต้นหนึ่งเหมือนถูกดึงความสนใจเอาไว้ทั้งหมด จูหลิวหลี่ก็ยิ่งคิดว่ามันมีปัญหา
 

“พวกเราเจอปัญหาแล้ว” ซานหยานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เขากวาดสายตามองไปรอบๆ และพบว่าที่นี่ค่อนข้างแปลกจริงๆ
 

รอบๆนั้นเต็มไปด้วยเศษซากพืชกลายพันธุ์ โคเขาแหลมกลายพันธุ์พวกนี้ไม่น่าจะเป็นตัวที่จัดการ อีกอย่าง...แม้ว่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์จะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่พวกมันก็ไม่ชื่นชอบการแหวกพวกพืชกลายพันธุ์เพื่อล่าหรอก นิสัยของพวกมันก็คือการต่อสู้ในพื้นที่โล่ง ดังนั้นการที่พวกมันล่อพวกเขามาที่ตำแหน่งนี้นั้นไม่ถูกต้องเอาเสียเลย
 

แปะ แปะ แปะ
 

“น่าชื่นชมจริงๆ รู้ตัวซะแล้วหรอเนี่ย...” ในขณะที่พวกนักเรียนเริ่มรับรู้ถึงบรรยากาศที่มีปัญหานี้ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำเอาพวกเขาต้องหยิบอาวุธออกมาเตรียมพร้อมต่อสู้
 

“โอ๊ะๆ ใจเย็นๆก่อน อย่ากังวลมากเกินไป พวกเราไม่ใช่คนเลวร้าย..” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้มาใหม่ แม้ว่าเขาจะปรากฏตัวออกมาแค่คนเดียวเท่านั้น แต่นักเรียนทุกคนต่างรู้ดีว่าข้างหลังจะต้องมีคนอื่นอีกแน่
 

“พวกเราไม่รู้จักกัน ดังนั้นไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องพูดคุยกันอีก ถ้าไม่ได้คิดร้ายก็ถอยออกไป”
 

“อะไรกัน ทำไมใจร้ายขนาดนั้นล่ะ พวกเธอเป็นสาวสวยที่น่ารักแท้ๆ อย่าติดนิสัยดุร้ายมากเกินไปเลย ไม่รู้หรอว่าผู้ชายอย่างพวกเราไม่ชอบน่ะ” แม้จะถูกไล่ออกไปแบบนั้น แต่บนใบหน้าของเขาก็ยังมีรอยยิ้มปรากฏอยู่
 

“อย่าเข้ามา! ถ้าเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันจะโจมตีออกไปแน่”
 

“ฮ่าๆ เตือนก็ไม่ฟัง สาวน้อยคนนี้ช่างดื้อรั้นเสียจริง ก็บอกแล้วว่าฉันไม่ใช่คนเลวร้าย ถ้าพวกเธอยอมให้เงินและอุปกรณ์ทั้งหมดที่ตัวเองมี พวกเราก็จะปล่อยไปง่ายๆแล้ว....”  
 

เมื่อเขาพูดประโยคนี้จบ พุ่มไม้รอบๆก็มีการเคลื่อนไหว ปรากฏเป็นร่างของชายวัยฉกรรจ์เกือบ 20 คนล้อมรอบพวกเธออยู่ นักเรียนหญิงที่เห็นว่าตัวเองถูกล้อมก็หวาดกลัว ขยับเข้ามารวมกลุ่มกัน หวังว่าจะปกป้องกันและกันให้ได้
 

“การกระทำแบบนี้ผิดกฎหมาย มีโทษรุนแรง ยังจะต้องการทำอีกงั้นหรอ” ซูหยวนก้าวออกไปข้างหน้า เธอไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ทำเอาคนที่กำลังยิ้มอยู่ต้องเลิกคิ้วขึ้น
 

“ไม่คิดว่าจะมีเด็กสาวที่ใจกล้าขนาดนี้ รู้ว่าถูกพวกเราล้อมเอาไว้ก็ยังไม่กลัวหรือ?”
 

“กลัว? กับแค่ผู้ใช้พลังงาน 2 คน และนักล่าที่อ่อนแออีก 19 คน พวกเรามีอะไรต้องกลัว” ซูหยวนเปิดเผยความแข็งแกร่งของพวกเขาด้วยประโยคเดียว ทำเอาคิ้วของคนเป็นผู้นำกลุ่มขมวดมุ่น
 

พวกนักเรียนหญิงเมื่อได้ยินแบบนี้ก็ประหลาดใจ ปรากฏว่าชายฉกรรจ์มากมายพวกนี้ แท้จริงแล้วก็เป็นแค่นักล่าทั่วไปงั้นหรอ? เมื่อรู้แบบนั้น...ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆหายไป
 

เห็นแผนของตัวเองล้มเหลวไม่เป็นท่า หัวหน้ากลุ่มก็แค่นหัวเราะออกมาก่อนจะชูขวดน้ำยาที่คุ้นตาขึ้น
 

“แม้ว่าพวกเราจะมีความแข็งแกร่งไม่มากเหมือนพวกเธอ แต่...พวกเราดันมีของสิ่งนี้เสียด้วยสิ” คนพูดพร้อมกับส่ายขวดใส่สารดึงดูดสัตว์ร้ายไปมา เจตนาของเขาชัดเจนว่าถ้าพวกเธอไม่ยินยอมแต่โดยดี อย่างนั้นสารดึงดูดสัตว์ร้ายพวกนี้ก็จะถูกใช้กับพวกเธอทันที!
 

“นอกจากต้องการปล้นชิงทรัพย์ ข่มขู่ให้กลัวแล้ว ก็ยังมีเจตนาสังหารด้วยใช่ไหม? ความผิดนี้...ถ้าถูกจับได้ มีแต่โทษตายสถานเดียวเลยนะ” ซูหยวนยังเป็นคนที่โต้ตอบกับพวกเขา เธอแสยะยิ้มออกมาด้วย ท่าทางเหมือนกับว่ากำลังสนุกกับอะไรบางอย่างอยู่
 

“นักเรียน พวกเราไม่อยากลงมือรุนแรงถึงขั้นนั้น ถ้าพวกเธอยอมเสียสละทรัพยากรเล็กๆน้อยๆของพวกเธอให้เรา เช่นนั้นก็จะปล่อยไปโดยง่าย”
 

“แล้วถ้าไม่ล่ะ”
 

“ก็มีแต่จะต้องเอาชีวิตทิ้งไว้ที่นี่เท่านั้น!”
 

“โอ้ อย่างนั้นก็คือเจตนาฆ่าใช่หรือเปล่า” ซูหยวนถามย้ำอีกครั้ง คำพูดของเธอมีนัยบางอย่างแฝงอยู่ด้วย ซึ่งอีกฝั่งกลับตามไม่ทัน เขาจึงตอบกลับไป
 

“ใช่ พวกเราแค่ขยับมือก็ฆ่าพวกเธอได้แล้ว ดังนั้น...”
 

“ดังนั้น....ฉันในฐานะทหารก็สามารถจัดการลงโทษพวกแกตามกฎหมายได้เลยสินะ ในเมื่อพวกแกต้องการฆ่าคน อย่างนั้นโทษของพวกแกก็คือการถูกฆ่า!!”
 

ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆที่ซูหยวนสามารถวางแผนฆ่าคนได้ เพราะที่นี่ตอนนี้มีคนแอบดูอยู่มากมาย ก่อนจะสังหารพวกเขา...เธอจำเป็นต้องทำให้ชัดเจนว่าตัวเองทำได้อย่างถูกต้องแล้ว กฎหมายระบุเอาไว้ว่าโทษของผู้ที่ต้องการสังหารคนอื่นก็คือโทษตาย ดังนั้นเธอในฐานะทหาร...จะฆ่าพวกเขาก็ไม่มีความผิดติดตัวไป
 

อันที่จริง ในฐานะทหารพิเศษ ซูหยวนอยากลงมือก็ทำได้เลย แต่เธอยังไม่มีความจำเป็นต้องเปิดเผยตำแหน่งที่แท้จริงของตนเองออกไป ที่นี่มีคนมาก และเธอก็ยังอยากสนุกกับการฆ่าอยู่ หากพวกเขารู้ว่าซูหยวนเป็นทหารพิเศษ หลังจากนี้คงจะพยายามอยู่ให้ห่างจากเธอ เพราะฐานะ “ทหารพิเศษ” นั้น ทุกคนรู้ดีว่าไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ มันเหมือนเป็นเครื่องหมายการันตีว่าเธอแข็งแกร่งขนาดไหน แล้วพวกเขาจะกล้าแตะต้องคนที่แข็งแกร่งระดับนั้นหรือ?
 

“เหอะ! สาวน้อย มาพูดอะไร...” ไม่ปล่อยให้คนอวดดีต่อไป ซูหยวนขยับครั้งเดียวก็ขว้างพลั่วในมือออกไป แทงเข้าที่คอของอีกฝ่ายในพริบตาเดียว
 

เนื่องจากพลั่วของซูหยวนไม่เหมือนกับหอกทั่วไป ความคมมีหน้ากว้างกว่า ดังนั้นเมื่อพุ่งออกไปด้วยความเร็วและรุนแรง มันจึงตัดลำคอของศัตรูได้ด้วย
 

หัวของเขากลิ้งหลุดลงมาในขณะที่ดวงตายังเบิกโพลงด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง มองดูร่างที่ค่อยๆล้มลงเนื่องจากไร้ประสาทสั่งการ ในที่สุดก็ได้รู้ว่าตัวเองตายอย่างไร
 

“อั่ก!” ลมหายใจสุดท้ายหายไปท่ามกลางความตกใจของสมุน หัวหน้าของพวกเขาแข็งแกร่งขนาดไหนใครบ้างไม่รู้ อีกฝ่ายเป็นถึงผู้ใช้พลังงานคนหนึ่ง ทำไมถูกเด็กจัดการครั้งเดียวก็ตกตายได้เลยล่ะ!

 

นี่ต้องบอกว่าความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของซูหยวนเป็นผลมาจากค่าพลังงานที่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง อีกอย่าง...ในช่วงภารกิจที่ผ่านมา ประสบการณ์ของซูหยวนแทบจะเทียบเท่ากับพวกทหารระดับสูงไปแล้ว เธอไม่เพียงแค่ซ้อมมือกับพวกหนูขาวและสุนัขปีศาจในฟาร์ม แต่ยังได้เข้าร่วมภารกิจขนาดใหญ่มากมาย ลำพังแค่ตอนที่สู้กับจระเข้หนามพวกนั้นก็ลับคมประสาทสัมผัสไปมากแล้ว ไม่ต้องคิดถึงสถานการณ์ที่ต่อสู้กับพวกวานรลมกลายพันธุ์เลย
 

เมื่อต้องมาสู้กับมนุษย์ระดับต่ำเช่นนี้ ซูหยวนตัดคออีกฝ่ายง่ายดายเหมือนตัดเต้าหู้เหลว!
 

“กะ แก แกกล้าลงมือฆ่าหัวหน้างั้นหรอ แกต้องตาย!!” แม้จะกลัว แต่พวกเขาก็ไม่มีตัวเลือกมากนักนอกจากจะต้องสู้ต่อไป เมื่อหัวหน้าแค่คนเดียวสู้ไม่ได้ อย่างนั้นพวกเขาก็ต้องเข้าโจมตีพร้อมกัน
 

อย่างไรก็ตาม เพื่อนนักเรียนทั้ง 7 ไม่ใช่ไม้หลักไม้ตอ เมื่อเห็นว่าพวกอันธพาลต้องการเคลื่อนไหว ถึงพวกเธอจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าซูหยวน ก็ไม่คิดปล่อยให้เพื่อนต้องเสี่ยงอันตรายอยู่คนเดียว!
 

“ใครกล้าเข้ามาก็ลองดู”
 

“ย๊าก!! เรื่องนี้เป็นพวกแกที่เริ่มก่อน อย่างนั้นก็ตายไปซะ!!”
 

แม้จะหวาดกลัวแค่ไหน แต่ทุกคนก็พร้อมต่อสู้เพื่อเพื่อน เห็นแบบนี้แล้ว...ซูหยวนก็อดประทับใจในความสัมพันธ์นี้ไม่ได้จริงๆ
 

ปรากฏว่า “เพื่อน” ก็ทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยหรอ? ไม่ใช่แค่ต้องการเอาเปรียบเธอ แต่ยังอยากช่วยเธอ เอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อเธอ แม้จะหวาดกลัวแค่ไหนก็ยังไม่หันหลังหนีไปงั้นหรอ?  
 

ความรู้สึกแปลกประหลาดในใจทำให้ซูหยวนชะงักการโจมตีของตนเองไปเล็กน้อย โดยที่ไม่รู้ตัว...รอยยิ้มจางๆปรากฏที่มุมปากของหญิงสาวโดยไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย....

 

…………………….