LNCrawler

บทที่ 206 คำเตือนของซูหยวน (อ่านฟรี 29 ก.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 206 คำเตือนของซูหยวน (อ่านฟรี 29 ก.ย. 68)

บทที่ 206 คำเตือนของซูหยวน
 

“ห่าx อะไรวะนั่น!!”
 

เสียงร้องด้วยความตกใจของผู้ใช้พลังงานที่ถูกเรียกตัวมาจากเขต B ดังขึ้นทันที ลูกศรที่ผูกติดตาข่ายเอาไว้ ตั้งใจจะโจมตีให้คลุมทั้งตัวของเด็กสาว เวลานี้ถูกโจมตีจนย้อนกลับมาคลุมพวกเขาเสียเอง!
 

“ขอบใจที่ให้ยืมตาข่ายนะ” รอยยิ้มหยันปรากฏที่มุมปากของเธอ พวกเขาประมาทเพราะคิดว่าเธอต้องการต่อสู้เนื่องจากความบ้าบิ่นเท่านั้น ทั้งๆที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าท่าทางแบบนั้นเป็นเธอที่ตั้งใจแสดงมันออกไป
 

เวลานี้พวกเขาคงจะรู้แล้วว่าเธอไม่ได้จัดการได้ง่ายๆแบบนั้น
 

“นังสารเลว! วันนี้แกตายแน่!!” คนตวัดดาบในมือของตัวเอง ตั้งใจจะทำลายตาข่ายแล้วออกมาสู้กับซูหยวนให้รู้แล้วรู้รอด เดิมทีหัวหน้าบอกให้เขาลองเจรจาชักชวนอีกฝ่ายเข้ากลุ่ม ทว่าตอนนี้...คนที่สมควรตายก็ต้องตาย การเจรจาบ้าบอนั้นใครจะทำก็ทำ แต่ต้องไม่ใช่เขา!!
 

น่าเสียดายที่ตาข่ายนั้นถูกทำขึ้นมาแบบพิเศษ ความเหนียวของมันได้มาจากสสารของตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ เมื่อเขาฟันดาบไปรอบๆ กลับทำให้ดาบของตัวเองติดกาวเหนียวหนืดไปด้วย
 

“ขอโทษทีนะ นี่ไม่ใช่วันตายของฉัน แต่เป็นของพวกแกต่างหาก” ซูหยวนไม่เคยปราณี ยิ่งสถานการณ์แบบนี้ยิ่งแสดงความใจอ่อนออกมาไม่ได้ หาไม่แล้วจะเป็นการดึงดูดพวกคนชั่วเข้ามามากมายแทน
 

เธอขยับข้อมือของตนเองแล้วยิงออกไปด้วยลูกศร ตั้งใจฆ่าพวกนักล่าที่ใช้พลังงานก่อนเลย โดยยืมตาข่ายที่พวกเขาอยากจะใช้จับกุมเธอเป็นเครื่องมือทำให้พวกเขาขยับไม่ได้เสียเอง แน่นอนว่าการโต้กลับแบบนี้ทำให้ซูหยวนฆ่าพวกเขาได้ง่ายๆ เธอไม่ปล่อยให้ใครหนีรอดไป ไม่เหมือนกับตอนกลางวันที่เมื่อมีคนเอ่ยยอมแพ้ พวกเพื่อนนักเรียนก็ทำแค่จับพวกเขามัดเอาไว้แล้วไปส่งให้ทางการ
 

ซูหยวนไม่ได้มีน้ำใจขนาดนั้น คนที่คิดจะทำร้ายเธอก็ต้องได้รับการโต้กลับแบบนี้
 

หลังจากที่ฆ่าพวกเขาทุกคนและริบเอาทรัพย์สินของพวกเขามาแล้ว เธอก็หันไปรอบๆ อาศัยคำพูดของนักล่าก่อนหน้านี้เพื่อประกาศท้าทายออกไป
 

“ใครก็ตามที่อยู่รอบๆแล้วอยากมีปัญหากับฉันก็โผล่หัวออกมาได้เลย ฉันคนนี้พร้อมเล่นสนุกด้วยอยู่แล้ว” เธอว่าแบบนั้นท่ามกลางความมืด  
 

เดิมทีถ้าคำพูดนี้ออกมาจากคนอื่น กลุ่มนักล่ามากมายคงจะปรากฏตัวออกมาแล้วจัดการเธอเพราะคิดว่าคำพูดอวดดีนั้นช่างน่าโมโหเกินไป แต่หลังจากที่เห็นการต่อสู้เมื่อครู่ของเธอแล้ว ต่อให้พวกเขาอยากจะได้ทรัพยากรที่เธอล่ามากแค่ไหน ก็ต้องดูว่าตัวเองมีความสามารถมากพอหรือเปล่า!
 

ก็เหมือนกับกลุ่มก่อนหน้านี้ที่สุดท้ายแล้วได้เรียกคนของตนเองกลับมาจากเขต B ทว่า...พวกเขาก็มีระดับพอๆกับนักล่าสองคนที่ตายไป แล้วอย่างนั้นจะเอาอะไรไปมั่นใจอีกว่าจะเอาชนะเด็กคนนี้ได้
 

หนักที่สุดก็คือคำพูดของชายคนนั้น เขาเองก็บอกไว้ว่าหลังการต่อสู้ ยังมีแมวที่จ้องขโมยอีกทอดหนึ่ง หากคนที่ได้รับบาดเจ็บหนักเป็นพวกเขา เช่นนั้นไม่ได้หมายความว่ากำลังทำงานเพื่อคนอื่นอยู่หรอกหรอ ด้วยความคิดแบบนั้น...ซูหยวนรอเกือบห้านาที ก็ไม่มีใครกล้าปรากฏตัวขึ้นมาอีก ดังนั้นเธอจึงเก็บของแล้วกลับออกจากพื้นที่ล่าอย่างไม่รีบร้อนนัก ราวกับว่ากำลังรอให้พวกเขาออกมา
 

เห็นความมั่นใจของเด็กสาวแบบนั้น กลุ่มทหารที่อุตส่าห์ใช้เธอล่อเหยื่อออกมาก็ทำได้แค่ลอบมองหน้ากันเอง แม้แต่คนที่ก่อนหน้านี้ได้ข่มขู่เธอเอาไว้ก็ยังอ้าปากค้าง
 

เขาตั้งใจปล่อยให้กลุ่มอันธพาลพวกนี้ได้สั่งสอนให้เธอได้รู้จักความโหดร้ายของการเป็นนักล่า และโทษของการที่ไม่ฟังคำเตือนของเขา ทว่า...ตั้งแต่กลางวันที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ กลับเป็นพวกเขาเสียเองที่กำลังถูกเด็กน้อยสั่งสอน
 

“เหอ เหอ เหอ การที่จะใช้เด็กกลุ่มนี้เป็นเหยื่อล่อ เห็นทีว่าจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแล้ว”
 

“อืม” ทหารผู้เงียบขรึมรับคำเพื่อนของตน
 

“แทนที่จะได้จับกลุ่มคนชั่วแล้วนำไปสอบสวน พวกเธอกลับลงมือรุนแรงเหลือเกิน ต่อให้มีผู้รอดชีวิตออกไปก็ยังได้รับบาดเจ็บหนัก กว่าจะสอบสวนเพื่อหาแหล่งกบดานของกลุ่มใหญ่ได้ก็ต้องรอพวกมันพูดให้ได้ก่อนอีก แม่เด็กสาวคนนี้จะไม่ออมมือให้หน่อยรึไง ไม่รู้หรอกว่าพวกเราทำงานกันยากน่ะ”
 

ทหารกลุ่มนั้นได้แต่บ่นออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาตั้งใจจะใช้พวกเธอเป็นเหยื่อล่อแล้วจับกลุ่มคนชั่วที่กล้าลงมือเพื่อจะได้ทำการล้างบางพวกมัน สาวไปให้ถึงตัวการใหญ่ น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วแผนการของพวกเขาตลอดทั้งวันล้มไม่เป็นท่า แถมยังพลาดโอกาสที่จะได้ช่วยเหลือนักล่ากลุ่มอื่นไปอีกด้วย
 

“พรุ่งนี้เปลี่ยนเป้าหมายติดตามก็แล้วกัน วันนี้มีรายงานว่ากลุ่มนักล่าถูกลอบโจมตีด้วย หากลุ่มนักล่าสักกลุ่มแล้วใช้พวกเขาเป็นเหยื่อล่อแทน”
 

“เข้าใจแล้ว...”  
 

หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ เมื่อซูหยวนได้กลับมาอีกครั้ง เธอก็พบว่ากลุ่มที่ติดตามเธอหายไปมากกว่าครึ่ง ส่วนพวกที่เหลืออยู่ก็อาจจะแค่กำลังรอโชคเข้าข้าง หากพวกเธอต่อสู้แล้วบาดเจ็บกลับมา พวกเขาก็ค่อยลงมือกันภายหลัง
 

แน่นอนว่าความต้องการของพวกเขาย่อมไม่เกิดขึ้น เมื่อไม่มีคนคอยก่อกวน กลุ่มสาวๆก็ล่าโคเขาแหลมกลายพันธุ์ได้ตามเป้าหมาย วันนี้พวกเธอก็ยังล่ามันได้อีก 4 ตัว รวมกับครั้งก่อนเป็น 7 ตัวแล้ว หากพรุ่งนี้ยังสามารถล่าได้จำนวนไม่น้อยไปกว่านี้ก็คงจะทำภารกิจสำเร็จดี
 

อย่างไรก็ตาม การล่าวันสุดท้ายกลับต้องยกเลิกไปเสียอย่างนั้น ทหารมากกว่าร้อยคนมาควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง มีประกาศฉุกเฉินขึ้นที่พื้นที่ล่า ทำให้พวกนักเรียนถูกหยุดเอาไว้กลางทาง
 

“ตอนนี้กำลังเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่อยู่ พวกเธอเข้าไปในพื้นที่ล่าไม่ได้”
 

“การต่อสู้ครั้งใหญ่หรอคะ ในเขตพื้นที่ A ด้วยหรอ” จูหลิวหลี่เอ่ยถามด้วยความตกใจ เมื่อวานพวกเธอก็ยังล่าได้ตามปกติ แล้วทำไมวันนี้จึงมีปัญหาเกิดขึ้นได้ มันกะทันหันเกินไป แถมพวกเธอก็เหลือโคเขาแหลมกลายพันธุ์ที่ต้องล่าอีกแค่ 3 ตัวเท่านั้น จากไปแบบนี้ก็น่าเสียดายเกินไป
 

“ถึงการต่อสู้นั้นจะไม่ได้เกิดในพื้นที่ล่าเขต A แต่ก็ต้องระวังเอาไว้อยู่ดี การต่อสู้ของพวกเขาอยู่ในเขต B และ C เป็นหลัก ถึงอย่างนั้นพวกสัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่รอบๆก็ได้รับผลกระทบ ตอนนี้เขต A ไม่ปลอดภัยแล้ว พวกเรากำลังระดมกำลังพลเพื่อปกป้องนักล่า และป้องกันไม่ให้สัตว์กลายพันธุ์วิ่งออกมาจากเขต A แล้วกระทบกับชีวิตของประชาชนในเขตชั้นนอก ดังนั้นถ้าพวกเธอเข้าไปในพื้นที่ล่าอีก กลับจะกลายเป็นปัญหาของพวกเรามากกว่า”
 

ทหารที่ตอบกลับไม่ได้ใจดี เขาพูดอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสถานะของพวกนักเรียนที่จะกลายเป็นภาระของตนเองในภายหลัง ทำเอาพวกนักเรียนได้แต่แสดงสีหน้าจืดเจื่อนออกมา
 

พวกเขาก็เข้าใจตามสถานการณ์ แม้จะเสียดายขนาดไหน แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้จริงๆ
 

ในขณะที่พวกกลุ่มนักเรียนกำลังจะถอยกลับอยู่นั้น เสียงวิ่งของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ก็ดังก้องอยู่ไม่ไกล ดวงตาของซูหยวนหรี่ลงเล็กน้อยก่อนที่เธอจะหันไปพูดกับทหาร
 

“รบกวนสอบถามค่ะ ถ้าพวกเราจะอยู่ที่นี่เพื่อร่วมภารกิจในการปกป้องเขตชั้นนอกกับพวกคุณจะได้ไหมคะ แล้วชิ้นส่วนของสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้จะเป็นของพวกเราไหม หากพวกเราเป็นคนล่ามันได้...”
 

“หืม?”
 

“เนื่องจากพวกเรามีภารกิจจากสถาบันที่จะต้องรวบรวมเขาของโคเขาแหลมกลายพันธุ์ 20 อัน ดังนั้นจึงอยากทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ พร้อมๆกันนั้นก็จะได้ช่วยพวกคุณในการต่อสู้และปกป้องเขตปลอดภัยไปด้วย”
 

“เรื่องนั้น....ฉันต้องถามผู้บังคับบัญชาก่อน”  
 

“ขอบคุณค่ะ” ซูหยวนรู้ว่าทรัพยากรพวกนี้ที่ทหารทำภารกิจสมควรจะต้องเป็นของพวกเขาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม...เธอก็ไม่คิดว่าทางกองทัพจะปฏิเสธหากจู่ๆก็มีคนอยากจะสิ้นเปลืองพลังงานเพื่อภารกิจของพวกเขา
 

และก็เป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ หลังจากที่อีกฝ่ายเข้าไปคุยกับหัวหน้าของตนแล้วก็กลับมาพร้อมกับพยักหน้าให้ซูหยวน
 

“เอาตามที่เธอเสนอมา ชิ้นส่วนของสัตว์กลายพันธุ์ที่พวกเธอล่าได้จะเป็นของพวกเธอทั้งหมด ส่วนที่ทหารล่าได้ก็จะเป็นของทหาร”
 

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”  
 

ซูหยวนมองดูข้างหน้าที่มีริเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์กำลังต่อสู้กับพวกทหารอยู่ เธอไม่ได้รีบร้อนเข้าไปแทรกแซงการทำงานของพวกเขา แต่ลองสังเกตดูความสามารถของทหารกลุ่มนี้ก่อน เธอพบว่าพวกเขาไม่ใช่กลุ่มทหารที่แข็งแกร่งมากนัก เพราะริเวอร์เร่อร์หนึ่งตัวก็ยังใช้เวลาเกือบ 2 นาทีในการจัดการ ระดับนี้ช่างแตกต่างกับทหารที่เธอเคยทำภารกิจมาด้วยเหลือเกิน
 

ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเพราะซูหยวนข้ามขั้นตอนการทำภารกิจระดับต่ำของพวกทหารแล้วติดตามอาจารย์เติ้งไปทำภารกิจระดับสูงต่างหาก จึงทำให้เธอได้พบแต่พวกทหารมีฝีมือดีทั้งหลาย กลุ่มคนเหล่านั้นนับเป็นผู้ใช้พลังงานที่แข็งแกร่ง อนาคตไกล ยอมรับภารกิจที่อันตรายก็เพื่อให้ได้แต้มทหารที่มากขึ้น ในขณะที่ทหารที่รับภารกิจนี้เป็นแค่ทหารทั่วไป เกินครึ่งเป็นทหารที่ไม่ได้ใช้พลังงานด้วยซ้ำ
 

หญิงสาวเข้าใจทันทีว่าทำไมผู้บัญชาการจึงได้ยอมรับข้อเสนอของตนอย่างรวดเร็วเช่นนั้น นี่เป็นเพราะเขาก็รู้ดีถึงขีดจำกัดของทหารที่ตัวเองดูแลอยู่ หากมีคนมาช่วยจัดการบ้าง ก็คงจะลดความเสี่ยงไปไม่น้อย
 

ซูหยวนหันไปพยักหน้าให้กับสมาชิกในกลุ่มที่กำลังรอคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง
 

“พวกเราก็ช่วยกันล่าเถอะ นอกจากแกนพลังงานและเขาของโคเขาแหลมกลายพันธุ์แล้ว ซากสัตว์กลายพันธุ์อื่นๆพวกเราจะมอบให้กองทัพ พวกเธอคิดยังไง”
 

“ได้ ยังไงพวกเราก็ไม่ต้องการจะแบกมันกลับไปขายอยู่แล้ว”
 

“ฉันก็เห็นด้วยนะ” ทุกคนพยักหน้ารับ แม้แต่นักเรียนทุนอีกสองคนก็คิดว่าการเอาผลประโยชน์ทุกอย่างไปอาจจะถูกเขม่นแทน ดังนั้นเอาตามที่ซูหยวนพูดก็เป็นทางเลือกที่ดีแล้ว
 

เมื่อตกลงกันตามนั้น ซูหยวนก็ให้สัญญาณพวกเธอเข้าโจมตีพวกกลายพันธุ์บริเวณรอบๆทันที เนื่องจากการต่อสู้ที่ค่อนข้างดุเดือดในเขตชั้น B และ C สัตว์กลายพันธุ์มากมายหนีกระเจิงไปรอบๆ เขต A เองก็ถูกปั่นป่วน ซูหยวนเห็นพวกกลายพันธุ์ที่มักจะไม่ปรากฏใกล้ๆเขตปลอดภัยเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง  
 

ใช้เวลาแค่ 4 ชั่วโมง พวกเธอก็ล่าลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ได้ 6 ตัว และโคเขาแหลมกลายพันธุ์อีก 4 ตัว ถือว่าภารกิจของพวกเธอเสร็จสิ้นแล้ว ทว่าหากปล่อยให้พวกทหารรับมือกันตามลำพังคงจะสร้างภาระให้พวกเขาไม่น้อย ขนาดมีพวกเธออยู่ด้วย...ทหารพวกนั้นก็ยังรู้สึกตึงมือเลย
 

สุดท้ายเมื่อพวกเขารู้ว่ากลุ่มนักเรียนพวกนี้ทำภารกิจเสร็จแล้ว ยังส่งตัวแทนมาหาเพื่อขอให้พวกเธอช่วยเหลือภารกิจต่อไป เนื่องจากทหารชุดนี้จะต้องอยู่ดูแลทั้งกลางวันและกลางคืน แม้จะสลับเปลี่ยนกลุ่มกันได้บ้าง ถึงอย่างนั้นการที่มีคนช่วยเหลือก็จะทำให้พวกเขาเก็บแรงเอาไว้ต่อสู้ได้
 

ซูหยวนไม่ได้มีปัญหาอะไร อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ใช่เขตอันตราย ดังนั้นจึงยอมรับช่วยเหลือพวกเขาไปทั้งอย่างนั้น และยังถามถึงความต้องการของพวกเขาด้วย
 

เมื่อรู้ว่าพวกเขายินดีที่จะให้พวกนักเรียนมาช่วยเหลือ ซูหยวนจึงนำความไปบอกกับอาจารย์เติ้ง ให้เขาเป็นตัวแทนในการประสานงานเพื่อรับภารกิจจากกองทัพ กลายเป็นภารกิจปกป้องเขตชั้นนอกเป็นเวลา 10 วันติดต่อกันจะถือว่าได้รับ 1 ภารกิจ ทำเอาพวกนักเรียนกระตือรือร้นกันยกใหญ่
 

พวกเขาคิดว่าภารกิจนี้ไม่ยากเกินความสามารถของตนเอง แถมจะรับภารกิจร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นกี่คนก็ได้ด้วย เมื่อเห็นว่าจำนวนคนมาก นักเรียนเหล่านี้ก็พลอยรู้สึกสบายใจไปด้วย ก่อนหน้านี้พวกเขายังคิดกันอยู่ว่าจะออกไปเสี่ยงอันตรายเพื่อรับภารกิจสักสองสามภารกิจดีหรือไม่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีโชคเข้ามาแบบนี้
 

แน่นอนว่าความคิดที่เรียบง่ายของพวกเขานี้ กลับทำให้ต้องโทษการตัดสินใจอย่างรีบร้อนของตนเองในภายหลัง เพราะคิดว่าจะได้ทำภารกิจร่วมกับพวกทหาร เหมือนกับที่อันซูหยวนเคยติดตามอาจารย์เติ้งไปทำภารกิจ แถมนอกจากจะได้คำแนนจากทางสถาบันแล้ว ก็ยังได้รับแต้มทางทหารด้วย ถ้าพวกเขามีแต้มพิเศษพวกนี้...เวลาไปสอบเข้ากองทัพก็จะเป็นเรื่องง่ายดายมากขึ้น
 

ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเห็นว่านักเรียนชั้นหมดของชั้นปีที่ 2 ไม่มีใครไม่เข้าร่วมภารกิจนี้ ซึ่งรวมถึงอันซูหยวนด้วย
 

ก่อนหน้านี้เธอมีนัดหมายกับรองประธานสภาฯว่าจะเจอกันที่พื้นที่เพาะปลูกขององค์กรเกษตรกร แต่เพราะสถานการณ์ที่วุ่นวายนี้ทำให้ทรัพยากรสำหรับการผลิตสารอาหารบำรุงดินและพืชถูกทำให้ชะงักไปด้วย ดังนั้นเกษตรกรมากมายที่ต้องการซื้อสารอาหารบำรุงจึงมาก่อเรื่องกันที่ด้านหน้าองค์กร  
 

ต่อให้ซูหยวนจะไม่เป็นคนขอเลื่อน ทางรองประธานสภาฯก็ต้องบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นจนกว่าจะจบปัญหาเรื่องการล่าทรัพยากรในเขตพื้นที่ล่า พวกเธอจึงต้องเลื่อนการนัดหมายนี้ไปก่อน....

 

……………….