บทที่ 212 สู่พื้นที่ภารกิจ (อ่านฟรี 5 ต.ค. 68)
บทที่ 212 สู่พื้นที่ภารกิจ (อ่านฟรี 5 ต.ค. 68)
บทที่ 212 สู่พื้นที่ภารกิจ
“ประธาน รองประธานครับ แล้วบรอกโคลี่พวกนี้ที่มีคุณภาพพิเศษกว่าบรอกโคลี่อื่นๆจะทำยังไงครับ” ประธานสภาหันไปมองเพื่อนของตนเองก่อนพูดขึ้น
“เพิ่มคะแนนการเก็บเกี่ยวให้เป็นสองเท่า แล้วก็แจ้งเรื่องนี้ไปที่รัฐบาลกลางด้วย ดูว่าพวกเขาจะส่งเสริมมาตรการนี้ได้ยังไงบ้าง ฉันต้องการให้ทำโครงการเสนอขึ้นไป เบิกงบประมาณมาให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจะใช้เงินพวกนั้นไปขอความร่วมมือจากเด็กสาวอีกที” ประธานออกคำสั่งแบบนั้น ทุกคนก็รีบพยักหน้ารับทันที
ในเมื่อเด็กสาวทำผลงานได้ดี อย่างนั้นเธอก็ต้องได้รับผลตอบแทนที่พิเศษกว่าคนอื่นๆด้วย ซึ่งคำสั่งเช่นนั้นกลับทำให้นักเรียนของสถาบันเกษตรกรที่กำลังปวดหัวกับอันดับที่จู่ๆก็ถูกทิ้งห่าง จู่ๆก็เหมือนว่าฟ้าได้ถล่มลงมาใส่หัวของตนเอง
“นะ นี่...นี่มันอะไรกัน!”
“ตอนแรกอันดับหนึ่งและสองยังห่างกัน 20 กว่ากิโลกรัมไม่ใช่หรอ? แล้วทำไม...ทำไมตอนนี้มันเพิ่มขึ้นอีกล่ะ ระบบมีปัญหาหรือเปล่า!!”
“ตอนแรกได้ 54 ตอนนี้กลับเป็น 108 กิโลกรัมงั้นหรอ? ภายในเวลาไม่กี่วันเนี่ยนะ! นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว”
“ร้องเรียน ต้องร้องเรียนเท่านั้น!!”
“ใช่แล้ว ต้องร้องเรียน!!!”
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้นซูหยวนจะรับรู้ได้อย่างไร เวลานี้เธอกำลังเตรียมตัวสำหรับการออกพื้นที่ล่า เพื่อให้ตัวเองไม่อดอยากมากเกินไป ซูหยวนจึงได้เตรียมน้ำเปล่ารสดีของตนเองใส่ขวดเอาไว้ ส่วนเรื่องอาหาร...เธอก็ไม่ตระหนี่มากนัก เพื่อให้อิ่มท้องเป็นเวลานาน จึงได้ใช้เงินเพื่อซื้อสารอาหารระดับสูงมาแทน
เวลาสามวันไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรมากนัก ซูหยวนก็มีของมากมายอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ถ้าขาดไปก็คงจะมีแค่พวกลูกศรเท่านั้นที่จำนวนลดลงไปมาก ส่วนชุดป้องกัน อาวุธ ทุกอย่างยังคงใช้อันเดิมได้อยู่
ช่วงเวลาที่เหลือ ซูหยวนเข้าไปในฟาร์มของตนเองเพื่อกินให้อิ่มแล้วก็จัดแจงงานเล็กๆน้อยๆ เธอพบว่าพวกหนูขาวนั้นเพิ่มจำนวนขึ้นมาก พวกมันกระจัดกระจายอยู่รอบๆฟาร์ม ทำงานอย่างขะมักเขม้น ดังนั้นค่าประสบการณ์ของเธอจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะยกระดับขึ้นอีกครั้งแล้ว
เธอกำลังตั้งตารอเลยว่าการยกระดับครั้งนี้ จะสามารถปลดล็อกเงื่อนไขอะไรได้บ้าง หากสามารถผลิตบางอย่างที่ดีกว่าเดิมก็คงจะดี
ซูหยวนเข้าออกอยู่ในฟาร์มจนครบ 3 วันเวลาเตรียมตัว อาจารย์ รุ่นพี่และรุ่นน้องมารออยู่ก่อนแล้ว เธอไม่ได้มาช้า แต่เพราะพวกเขามาถึงก่อน ดังนั้นจึงมาเป็นคนสุดท้าย
หลังเห็นว่าหญิงสาวมาแล้ว อาจารย์ก็เพียงพยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วพาทุกคนเดินไป ภารกิจนี้ไม่ได้มีความกดดันมากนัก อย่างไรก็แค่ภารกิจในเขต A เท่านั้น แต่ที่เขาอยากจะให้ทุกคนเข้าร่วมก็แค่จะได้อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษย์ วันข้างหน้าพวกเธออาจจะยึดพื้นที่เขต B กันก็ได้
บรรยากาศสบายๆของอาจารย์ทำให้พวกเด็กๆรู้สึกผ่อนคลายตามไปด้วย รุ่นน้องเติ้งพูดคุยเกี่ยวกับการฝึกของตนเองไปตลอดทาง ซูหยวนให้คำแนะนำเธอบ้างเล็กๆน้อยๆ ซึ่งคำแนะนำของเธอค่อนข้างเป็นประโยชน์ แม้แต่รุ่นน้องอี้ก็ยังขยับเข้ามาใกล้เพื่อที่จะฟังแนวทางการฝึกของเธอไปด้วยเลย
วิธีการเพิ่มสมาธิของซูหยวนไม่เหมือนคนอื่นๆ เป็นวิธีการที่เข้าใจง่าย เพียงกำหนดความสนใจไว้ที่ร่างกาย ไม่ต้องพยายามเข้าถึงสัญญาณภายในที่ยุ่งยาก ดังนั้นแค่พวกเขาลองทำความเข้าใจและพยายามเข้าถึงสมาธิ จู่ๆก็รู้สึกสมองโล่งปลอดโปร่งแล้ว
น่าเสียดายที่มันยังต้องใช้เวลาในการฝึกฝน เพียงแค่หนึ่งหรือสองวินาทีเท่านั้นที่เด็กประคองสมาธิของตนเองได้ ก่อนที่จะถูกดึงความสนใจจนทำให้สมาธิแตก แม้จะเป็นแบบนั้น...ทั้งสองคนก็ยังคงตื่นเต้นกันมากอยู่ดี
ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเขต A กันแล้ว สถานการณ์ของเขต A ตอนนี้ค่อนข้างวุ่นวาย ข้างหน้ามีทหารเป็นพันนาย ในขณะที่ข้างๆก็มีนักล่าหลายร้อยคนยืนส่งเสียงประท้วงอยู่
ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาในกลุ่มนักล่าที่กำลังประท้วงอยู่
“อาจารย์คะ ฉันขอเวลาสักครู่ก่อนเริ่มทำภารกิจได้ไหมคะ”
“อืม ไม่มีปัญหา พวกเราจะเริ่มภารกิจในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า” อาจารย์พยักหน้ารับ พวกเขามาเพื่อเตรียมพร้อมก่อนเท่านั้น อีกอย่าง...ซูหยวนไม่ใช่เด็กชอบก่อปัญหาหรืออู้งาน ดังนั้นถ้าเธอไม่ได้มีเรื่องอะไรจริงๆ ย่อมไม่เอ่ยปากขอเขา
เด็กสาวได้รับอนุญาตแล้วก็เดินตรงไปหากลุ่มนักล่าที่ส่งเสียงโวยวายอยู่
“พวกคุณกำลังจะบีบให้พวกเราทั้งหมดอดตาย! ฉันเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อล่าพวกกลายพันธุ์ในเขต A มาหลายปี แล้วจู่ๆตอนนี้ก็จะปิดเขต A แล้วงั้นหรอ? ถ้าอย่างนั้นจะให้พวกเราไปทำอาชีพอะไร อยากให้พวกเราเข้าไปตายที่เขต B งั้นหรอ!!”
“พวกคุณทหารมีเงินเดือนกินใช้ แล้วพวกเราล่ะ! ทำไมทำแบบนี้กับพวกเรา ที่ผ่านมามันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง ทำไมต้องทำลายความสมดุลนี้!”
“อยากจะให้ผู้คนพัฒนา แต่มีอะไรบ้างที่สนับสนุนคนไม่มีโอกาสอย่างพวกเรา ไม่ใช่บอกว่าจะทำเพื่อมนุษย์ทุกคนหรอกหรอ? แล้วทำไมกดดันให้พวกเราตาย หรือเห็นว่าพวกเราไม่ใช่มนุษย์แล้ว?”
“อย่ามาทำลายเขต A ที่เป็นแหล่งทำกินของพวกเราเลย ถ้าพวกเราไม่มีรายได้ส่วนนี้ ครอบครัวของพวกเราจะอยู่กันยังไง! หรือว่าแค่ต้องการผู้เก็บขยะเพิ่มกันล่ะ!”
“ผู้เก็บขยะงั้นหรอ? ต่อให้ออกจากการเป็นนักล่าไปเก็บขยะก็ยังไม่ได้เลย พวกเรายังดีนะ...อย่างน้อยมีทักษะในการต่อสู้บ้าง แล้วพวกที่เก็บขยะอย่างเดียวล่ะ คนพวกนั้นก็ไม่มีงานเหมือนกัน ถ้าพวกเราต้องการเงิน...มีแต่ต้องไปเก็บขยะที่เขต B เท่านั้น ไม่ใช่ว่าส่งพวกเขาไปตายหรอ?”
“ใช่ พวกคุณต้องการฆ่าคน เป็นพวกคุณที่ฆ่าคนมากกว่าพวกกลายพันธุ์เสียอีก!!”
เสียงโวยวายของผู้คนทำเอาคนฟังรู้สึกหดหู่ไปด้วย ทุกการปรับเปลี่ยนโครงสร้างล้วนมีปัญหาจริงๆ หลายคนปรับตัวไม่ได้จะต้องตายลง หมายความว่า...พวกที่รู้ว่าตัวเองถูกบีบย่อมไม่ยินยอมง่ายๆ
แน่นอนว่ารัฐบาลกลางไม่ได้มีมาตรการจัดการปัญหานี้ให้พวกเขา เรื่องนี้ยิ่งไปกันใหญ่
ไม่เหมือนกับช่วงที่ซูหยวนจากมา ในตอนนั้นรัฐบาลจะต้องเอาใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่ทิ้งคะแนนเสียงเช่นนี้ ทว่า...ยุคสมัยนี้ไม่เหมือนกัน รัฐบาลกลางมีสิทธิเด็ดขาดในการตัดสินใจมาก พวกเขาอยากละทิ้งใคร อยากปล่อยให้ใครตายก็ทำได้ทั้งนั้น
ต่อให้เรียกร้องแทบตาย พวกเขาก็ไม่ได้ยิน...
“พ่อ” ซูหยวนเรียกเสียงเบา อีกฝ่ายเห็นเธอเดินเข้ามาก่อนแล้ว ดังนั้นจึงพยักหน้าให้
แม้ว่าพ่ออันเฉินจะไม่ได้พูดอะไรเลย แต่การที่เขามาอยู่ที่นี่ก็แน่ชัดแล้วว่าเขาเองก็ไม่เห็นด้วย อีกทั้งในบรรดาคนทั้งหมดนี้ยังมีเพื่อนๆของพ่อที่รู้จักกับซูหยวนด้วย ดังนั้นเมื่อเห็นเด็กสาวเข้ามา หลายคนก็เริ่มเงียบเสียงกัน
หนึ่งคนเงียบ สองคนเงียบ จากนั้นทั้งกลุ่มนักล่าที่ประท้วงอยู่ก็เงียบเสียงลงเพื่อฟังบทสนทนาของพวกเขา
“หยวนหยวน มาทำภารกิจหรอ?” เขาสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้ว ลูกสาวของเขาเดินเข้าไปร่วมกลุ่มกับพวกทหาร ย่อมต้องเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตำหนิลูกสาว และนักล่าทุกคนก็ไม่ได้ตำหนิทหารพวกนี้ด้วย เพียงแค่อยากส่งเสียงไปให้ถึงพวกผู้บัญชาการก็เท่านั้น อยากให้รู้ว่ามีหลายคนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ที่นี่
“หลานสาว เรื่องนี้แย่มาก พวกเราทั้งหมดกำลังจะแย่กันแล้ว ถ้าไม่สามารถล่าพวกกลายพันธุ์เขต A ได้อีก พวกเราก็ไม่รู้จะทำอะไรกินกันแล้ว”
“ใช่ๆ พ่อของหนูเป็นผู้ใช้พลังก็อาจจะจัดการได้ เพิ่มทักษะการต่อสู้อีกสักหน่อย เขาก็ไม่เป็นอะไรแล้ว แต่พวกเราที่ไม่ได้เป็นผู้ใช้พลังงาน....ชีวิตคงจะจบแค่นี้แล้ว”
“อืม แล้วไม่ใช่แค่พวกเราเท่านั้นนะที่เดือดร้อน มีหลายคนที่ฉันได้ยินว่าพวกเขาน่าจะอดตาย ก่อนหน้านี้ครอบครัวที่มีลูกเด็กเล็กแดงมากมายใช้แรงงานเสี่ยงตายเข้าไปเก็บซากของพวกกลายพันธุ์เอาไปขายแลกสารอาหารสังเคราะห์ แต่ถ้าไม่มีพื้นที่เขต A แล้ว พวกเขาก็เข้าไปพื้นที่ล่าไม่ได้หรอก”
“เฮ้อ มาตรการที่ส่งมาแบบนี้แย่มากๆเลยนะ ไม่คิดเลยว่าจะตัดสินใจกันแบบนี้” พวกนักล่าที่รู้จักซูหยวนก็บ่นให้ฟังกันยกใหญ่ หลายคนอยากจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ
“เรื่องนี้เป็นปัญหาจริงๆค่ะ ฉันก็เห็นด้วย” ซูหยวนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอก็คิดว่าจะต้องเป็นปัญหาเหมือนกัน ยิ่งคนที่ได้รับผลกระทบเป็นคนในครอบครัวด้วยแล้ว ซูหยวนย่อมต้องเข้าใจดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่เด็กสาวกำลังคิดหาทางช่วย จู่ๆนักล่าที่อยู่รอบๆซึ่งกำลังแอบฟังบทสนทนาของซูหยวนและนักล่ากลุ่มอื่นก็โพล่งขึ้นมา
“พวกทหารที่แสร้งทำเป็นคนดีเข้าอกเข้าใจคนอื่นนี่น่ารำคาญจริงๆ ปากบอกเข้าใจ แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นพวกที่ทำร้ายพวกเราทั้งนั้น”
“ใช่ เห็นเป็นเด็กสาวน่ารักอายุน้อยแบบนี้ แท้จริงแล้วจิตใจโหดเหี้ยมเหลือเกิน เธอก็คือหนึ่งในคนที่ต้องการบังคับให้ผู้คนมากมายต้องตายนั่นแหละ!”
“เสียงของพวกเราไปไม่ถึงพวกผู้ใหญ่ก็เพราะทหารพวกนี้ไม่เคยได้ยินเสียงของพวกเราตั้งแต่แรกอย่างไรล่ะ! เธอทำท่าทางว่าเข้าอกเข้าใจ แต่กลับไม่เคยช่วยเหลือเลย คงจะอยากเอาอกเอาใจผู้บังคับบัญชา ก็เลยรายงานแต่ผลการทำงานที่ราบรื่นดีนั่นแหละ”
“ก็คงจะเป็นแบบนั้น ครอบครัวตัวเองไม่เดือดร้อนแล้วนี่ ลูกเป็นทหาร พ่อเป็นผู้ใช้พลังงาน ไอ้ท่าทางแบบนั้นก็หลอกลวงได้แค่คนโง่เท่านั้นแหละ!”
เสียงก่นด่าของพวกนักล่าที่อยู่รอบๆทำให้ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอไม่อยากสนใจพวกเขา แต่พ่อของเธอกลับไม่ยอมให้ใครตำหนิลูกสาวได้
“พวกแกกำลังพูดถึงใครต่อหน้าฉัน!”
“อะไร? พวกเราก็พูดลอยๆ มีปากก็ต้องพูดได้สิ หรือจะห้ามไม่ให้พวกเราพูดอีก!”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องไปหน่อยเลย! แกคิดว่าฉันไม่กล้าต่อยแกสักหมัดหรือไง โทษฐานที่ว่าลูกสาวของฉัน แกไม่ควรจะยังพูดได้ด้วยซ้ำ!” พ่ออันเฉินเกือบจะกระโจนออกไปทำร้ายคนอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าพวกเพื่อนนักล่าช่วยกันจับเอาไว้
“พ่ออันใจเย็นๆก่อน”
“ใช่แล้วนักล่าอัน ถ้าลงมือตอนนี้...ลูกสาวก็ต้องจับคุณแล้วนะ” พวกเขากล่าวเตือน ทำให้พ่ออันสงบลงได้บ้าง
อันซูหยวนถอยหายใจ เธอเข้าใจว่าทุกคนกำลังโกรธ การพูดจากระทบกระทั่งเพื่อระบายอารมณ์ก็เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม...เธอเข้ามาพบพวกเขาไม่ได้เพื่อสร้างปัญหา ก่อนหน้านี้เธอเตรียมแผนให้กับพ่อแล้ว วิธีง่ายๆก็คือการยกระดับให้กับพ่อ เพื่อให้กลายเป็นนักล่าระดับสูง แต่ปัญหาก็มีอยู่...เพราะพื้นที่ล่าเขต B แตกต่างจากพื้นที่ล่าเขต A มาก ถ้าให้พ่อเข้าพื้นที่ล่าเขต B ก็ต้องมั่นใจว่าเขาจะมีทีมที่ดี
ดังนั้น ซูหยวนจึงมีแผนอื่นในระหว่างนี้เพื่อเขา อีกทั้งยังน่าจะช่วยเพื่อนๆของพ่อให้มีงานมีเงินกันได้ด้วย แต่แผนนี้...ซูหยวนจะต้องแบกรับต้นทุนและความเสี่ยงด้วยตนเอง
เธอเคยวางแผนเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรเอาไว้แล้ว ยิ่งผ่านการทำภารกิจในช่วงก่อนหน้านี้ก็ยิ่งมั่นใจว่าการทำอาชีพเกษตรกรนั้นดีกับครอบครัวของเธอ เพราะแบบนั้นจึงได้ศึกษาเกี่ยวกับการเป็นเกษตรกรเอาไว้บ้างแล้ว
ตอนนี้ซูหยวนเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้น เธอสามารถเช่าพื้นที่เพาะปลูกได้ 5 แปลง ซึ่งถ้าเธอต้องการทำรายได้จากพวกมัน จะต้องไม่ปล่อยปละละเลยมากนัก ไม่เหมือนกับการเพาะปลูกบรอกโคลี่ที่สถาบัน ที่นั่นเธอสามารถปล่อยทิ้งเอาไว้ได้บ้าง เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว...พื้นที่เพาะปลูกมักจะถูกปล้นอยู่เสมอ ทำให้ต้องมีการดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา
เรื่องเงิน 500,000 เครดิตที่จะต้องจ่ายเพื่อเช่าแปลงเพาะปลูก ซูหยวนไม่ได้มีปัญหาอะไรถ้าจะเริ่มลงมือ แต่ก่อนหน้านี้เพราะไม่มีคนไว้ใจได้ เธอจึงพับโครงการนี้ไปก่อน คิดไม่ถึงว่าจู่ๆก็จะเกิดปัญหานี้ขึ้น ดังนั้นจึงถือว่านี่เป็นโอกาสอีกอย่าง
เธอไม่ได้มีกำลังมากพอที่จะช่วยทุกคนได้ แต่ก็ถือว่าเป็นต้นแบบในการว่าจ้างคนงานพวกนี้ได้เหมือนกัน
…………………………..