บทที่ 213 เจรจาจ้างงาน (อ่านฟรี 6 ต.ค 68)
บทที่ 213 เจรจาจ้างงาน (อ่านฟรี 6 ต.ค 68)
บทที่ 213 เจรจาจ้างงาน
“พ่อกับพวกลุงคะ หลังจากนี้เขต A น่าจะล่ากันไม่ได้มากแล้ว แม้ว่าเขต A จะยังมีเหลืออีก 2 ส่วน ถึงอย่างนั้นจำนวนของพวกมันก็ไม่น่าจะมากมายเหมือนก่อนหน้านี้ ดังนั้นอยากจะลองหางานอื่นทำเพิ่มกันไหมคะ รายได้ไม่มากนัก แต่ถ้าตกลงทำก็จะให้วันละ 200 เครดิตค่ะ”
ซูหยวนลองคำนวณดูแล้ว ถ้าเธอจ้างนักล่าในกลุ่มพ่อทั้งหมด 24 คน วันละ 100 เครดิต ต้นทุนของเธอจะอยู่ที่ 1,728,000 เครดิตต่อปี ไม่รวมค่าเช่าแปลงเพาะปลูกรายเดือน ดังนั้นจึงเข้าใจว่าทำไมพืชผลทางการเกษตรจึงมีราคาสูงขนาดนั้น
อย่างไรก็ตาม หากเธอขึ้นเป็นเกษตรกรที่แท้จริงได้ อย่างนั้นจำนวนแปลงเพาะปลูกที่เช่าได้ก็จะเปลี่ยนจาก 5 แปลงเป็น 20 แปลง ด้วยจำนวนนี้...บางทีนักล่าทั้งหมด 24 คนอาจจะไม่เพียงพอและต้นทุนก็ต้องเพิ่มขึ้นอีก
ซูหยวนไม่ได้กังวลมากนัก ถ้าเธอเพาะปลูกพืชผักได้จริงๆ อย่างบรอกโคลี่ 100 กรัมที่ขายได้ 10,000 เครดิต เธอจึงได้เงินมา 5,400,000 เครดิตอย่างง่ายดาย ซึ่งนั่นคือผลการขายในการเพาะปลูกรอบเดียวเท่านั้น ถ้าเธอเพาะปลูกได้ครบปี รายได้ก็คงจะสูงมากกว่าเดิมอีก
ด้วยข้อเสนอของซูหยวน นักล่าเหล่านั้นชะงักไป พวกเขากำลังสับสนว่าซูหยวนพูดเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมเธอถึงมีงานมาจ้างพวกเขาวันละ 200 เครดิตได้ล่ะ!
ต้องบอกว่าตอนที่พวกเขาเป็นนักล่า ถ้าไม่รวมว่ามีพ่ออันเฉินเข้าร่วมกลุ่มจนทำให้การล่าง่ายมากขึ้น ปกติแล้ว 1 วันจะล่าได้ประมาณ 6-7 ตัว รายได้เฉลี่ย 250-300 เครดิต ตอนมีพ่ออันเฉินเข้าร่วมด้วยรายได้ถึงได้ดีขึ้น แต่พวกเขาก็ไม่โลภมาก...สถานการณ์ก็เป็นแบบนี้แล้ว หากพวกเขาได้ทำงานในพื้นที่ปลอดภัยแต่มีรายได้ 200 เครดิตต่อเดือนโดยไม่ต้องเจ็บตัวใดๆ แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นข้อเสนอที่วิเศษหรอกหรือ?
“หยวนหยวน งานนี้....”
“เพราะว่าหนูสอบผ่านเป็นเกษตรกรค่ะ ก็เลยอยากจะเริ่มเช่าแปลงเพาะปลูก แต่ไม่มีคนช่วยงาน ถ้าทุกคนสามารถช่วยได้ หนูก็จะได้ไม่ต้องไปจ้างคนอื่นค่ะ แต่รายได้ที่จ้างก็จะน้อยกว่าของคนอื่นนิดหน่อยนะคะ นี่เป็นครั้งแรกที่ลองทำการเพาะปลูก จึงอยากค่อยๆทดลองก่อน ถ้ามีรายได้ดี ค่อยเพิ่มรายได้ให้ค่ะ”
“ยังจะมีเพิ่มได้อีกหรอ?!!”
“ละ หลานอัน...นี่ พูดเรื่องจริงหรือเปล่า เป็นเกษตรกรเลยหรอ? ส่วนใหญ่เกษตรกรก็ร่ำรวยกันทั้งนั้นใช่ไหม? แล้วจะจ้างพวกเราหรอ? ให้พวกเราทำงานก็ได้หรอ”
จากที่พวกเขากำลังกังวลกับอนาคตการเป็นนักล่า เวลานี้ทุกคนกลับมาตื่นเต้นกับงานที่ซูหยวนกำลังเสนอให้แทน ทำเอาพวกทหารที่กำลังมองสถานการณ์อยู่ได้แต่ลอบมองหน้ากันเองด้วยความสนใจเท่านั้น
พวกเขาไม่รู้ว่าเด็กสาวพูดคุยอะไรกับพวกนักล่า แต่ตอนนี้พวกนั้นก็ไม่ส่งเสียงโวยวายกันแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขาด้วย....
พวกนักล่าที่แอบฟังอยู่ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน จากเดิมที่ตำหนิเด็กสาวซึ่งเป็นหนึ่งในทหาร กลับเปลี่ยนสีหน้าท่าทางของตนเอง กลายเป็นต้องการประจบประแจงเธอแทนเสียอย่างนั้น
“คุณหนูน้อย เรื่องนี้พูดจริงหรอ? ต้องการจ้างนักล่าอย่างพวกเราไปทำงานด้วยใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันขอสมัครด้วยคนสิ ฉันก็อยากทำงานเหมือนกัน ไม่ต้องรายได้วันละ 200 เครดิตหรอก แค่ 150 เครดิตก็ได้แล้ว” เพราะรู้ว่าตัวเองเพิ่งพูดไม่ดีออกไป ดังนั้นเขาย่อมไม่กล้าเรียกร้องเงินเท่ากับพวกนักล่าที่สนิทกับพ่อของอีกฝ่าย
ซูหยวนมองหน้าพวกเขานิ่ง ตอนนี้เธอไม่ใช่แค่ทหารเท่านั้นแต่ยังเป็นผู้ที่อาจจะมอบรายได้จากการที่ไม่ต้องทำงานหนักให้พวกเขาด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกคนจะไม่ตำหนิเธอที่ทำตัวหยิ่งเช่นนี้
ทว่าพ่ออันเฉินกลับไม่คิดอย่างนั้น ก่อนหน้านี้เขาและอีกฝ่ายเกือบจะลงมือต่อยตีกันแล้ว จู่ๆพอลูกสาวของเขาบอกว่าจะว่าจ้าง คนก็เข้ามาอยากได้เงินด้วย แบบนี้ก็ได้หรอ? แน่นอนว่าอันซูหยวนไม่พูดอะไร แต่พ่ออย่างเขาจะยอมให้คนไม่ดีที่กล้าพูดว่าจาให้ร้ายลูกสาวของตนเองเข้ามาอยู่ในชีวิตของเธอได้ยังไง
“แค่สหายนักล่าของฉันก็มี 24 คนแล้ว แค่นี้ก็พอสำหรับการทำงานให้กับหยวนหยวนของเรา ดังนั้นคนอื่นจึงไม่จำเป็น”
“อะไรกันล่ะนั่น นักล่าอัน...คุณจะคิดเองเออเองไม่ได้นะ ลูกสาวของคุณยังไม่ได้พูดอะไรเลย ถ้ากำลังคนงานไม่พอจะทำยังไง ไม่ถือเป็นการเสียโอกาสหรอกหรอ”
“คนงานจะพอหรือไม่พอก็เป็นเรื่องที่พวกเราจะช่วยจัดการเอง คนอื่นไม่ต้องเข้ามายุ่ง”
“นี่คุณ!” เห็นท่าทางขึงขังของอีกฝ่าย เขาก็เกือบจะสบถด่าออกมาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้นักล่าคนอื่นที่สนิทกับพ่ออันไม่คิดปล่อยให้เขาสร้างปัญหาได้ เช่นนั้นแล้วจึงก้าวออกมาข้างหน้า ช่วยปกป้องสาวน้อยอันซูหยวนอีกแรง
“อย่ามาสร้างปัญหาให้หลานอันของพวกเราอีก”
“ใช่แล้ว ถ้าใครกล้าพูดไม่ดีจะโดนพวกเราจัดการแน่!” เห็นท่าทางของนักล่าทั้ง 24 คนนั้น นักล่าที่พูดจาหาเรื่องอยู่ตลอดก็ทำได้แค่สะบัดหน้าออกไปด้วยความโกรธ แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดจะยอมแพ้ ถ้าสามารถเข้าถึงตัวของอันซูหยวนได้อีกครั้ง เขาก็จะรีบเข้าไปร้องขอความเมตตา ขอให้เด็กสาวเกษตรกรรับเขาไปเป็นคนงานด้วยอีกคน
หลังจากที่ซูหยวนได้บอกเรื่องนี้กับพ่อและเพื่อนๆของพ่อแล้ว พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องมาก่อความวุ่นวายอีก นักล่าหายไป 25 คน ท่ามกลางความประหลาดใจของนักล่าและทหารคนอื่น แต่หลังจากนั้นไม่นาน...พวกนักล่าก็เริ่มก่อความวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้ง ผู้นำกองทัพที่เห็นว่าสถานการณ์เป็นแบบนี้ก็รู้สึกปวดหัว เขารีบเรียกอันซูหยวนให้เข้ามาพบเพื่อสอบถามว่าก่อนหน้านี้เธอไปพูดอะไรกับนักล่าทั้ง 20 กว่าคนนั้นจนพวกเขาถอนตัว
ซูหยวนคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าตัวเองจะต้องถูกเรียก ดังนั้นจึงเตรียมคำอธิบายทั้งหมดไว้ แถมยังพูดเป็นนัยๆว่าการมอบงานอื่นให้พวกเขาจะเป็นการช่วยเหลือในสถานการณ์แบบนี้
กลุ่มนักล่านั้นมีความสามารถในการต่อสู้และเอาตัวรอดอยู่บ้าง ถ้าให้พวกเขาทำงานเป็นผู้เก็บขยะแทนพวกผู้เก็บขยะเดิมในเขต B แต่ทำให้พวกเขามั่นใจว่าความปลอดภัยจะไปถึงตัวพวกเขารวดเร็วนั้นจะทำให้พวกเขากล้าเสี่ยงมากขึ้น แล้วก็จะเป็นการทำประโยชน์ให้มนุษย์ชาติมากขึ้น เนื่องจากปกติแล้วซากของพวกกลายพันธุ์จากเขต B นั้นมีราคาสูง และมีค่าอาหารสูงกว่าเขต A มาก ปัญหาเรื่องอาหารสำหรับมนุษย์ชาติก็น่าจะได้รับการแก้ไขด้วยการทำงานนี้
ส่วนพวกที่เป็นเพียงผู้เก็บขยะแต่เดิม ก็แค่หางานให้พวกเขาทำ อาจจะเป็นงานที่ปกติแล้วไม่ค่อยมีคนงานช่วยทำก็ได้ แบ่งพวกเขาไปหลายๆที่ แค่นี้ก็น่าจะใช้ได้แล้ว
แนวคิดนี้แม้ไม่ได้ช่วยชีวิตผู้คนทั้งหมด แต่มันก็เป็นแนวทางที่ดี สุดท้ายผู้ที่รับหน้าที่ในการจัดการเขต A จึงได้ส่งรายงานไปยังผู้บัญชาการระดับสูงที่กำลังปวดหัวกับการรับมือความเปลี่ยนแปลงนี้
เมื่อได้เห็นว่าพวกที่อาศัยเขต A สร้างรายได้ แต่เดิมแล้วไม่ได้คิดจะปกป้องเขต A เอาไว้ พวกเขาเพียงกังวลว่าจะไม่มีอาหารประทังชีวิต ตราบเท่าที่มีงานมีอาหารให้พวกเขากิน ก็จะไม่มาประท้วงหรือก่อความวุ่นวายอีก ดังนั้นจึงได้มอบคำสั่งออกไป สุดท้ายจึงเกิดการว่าจ้างผู้เก็บขยะที่ตกงานเหล่านั้นมาช่วยทำอาวุธของกองทัพแทน
ปกติแล้วอาวุธอย่างพวกธนูจะต้องใช้คนจำนวนมากในการทำ ซึ่งพวกเขาจะไปหาคนจากที่ไหนมาทำได้ล่ะ ก็มีแค่พวกทหารเท่านั้นแหละ...ดังนั้นเมื่อให้พวกผู้เก็บขยะมาช่วยในเรื่องนี้ แม้อาวุธจะไม่ได้มาตรฐานเท่ากันทั้งหมด ถึงอย่างนั้นจะเอาไปใช้สำหรับต่อสู้ที่เขตระดับต่ำก็ยังใช้ได้ไม่มีปัญหาอะไร
ในขณะที่แรงงานทหารซึ่งแต่เดิมจะต้องทำลูกศรส่งกองกลาง เวลานี้ก็มีเวลาฝีกฝนมากขึ้น แล้วก็ออกพื้นที่ล่าได้มากกว่าเดิมด้วย
การแก้ปัญหาเช่นนี้กลับดียิ่งกว่าเดิมเสียอีก ทำเอาทุกฝ่ายพอใจ และผู้ควบคุมการเก็บกวาดเขต A ที่ได้รายงานเรื่องนี้มาเบื้องบนก็ได้คำชมไปไม่น้อย ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะมีความประทับใจที่ดีต่ออันซูหยวนในอนาคต ถึงกับเรียกเธอว่าหลานสาวเลยด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังต้องใช้เวลา ในขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน...อันซูหยวนได้เข้าไปรวมกลุ่มกับอาจารย์เติ้งและเพื่อนนักเรียนของอาจารย์แล้ว ทุกคนต่างก็เตรียมตัวพร้อมกันหมด วันนี้เป้าหมายของภารกิจก็คือการยึดอาณาเขตพื้นที่ 1,700 เมตรข้างหน้า จากนั้นก็ตรึงกำลังเอาไว้ ไม่ปล่อยให้พวกกลายพันธุ์เข้ามาในเขตได้
ภารกิจของพวกเขาจะเป็นการก้าวไปข้างหน้าเป็นแถวหน้ากระดาน อาจารย์เติ้งและศิษย์ของเขารับหน้ากว้าง 2 กิโลเมตร ลึกเข้าไป 1,700 เมตร ตลอด 24 ชั่วโมง จากนั้นก็ต้องเคลื่อนไปข้างหน้าอีก 1,700 เมตร หมายความว่าใน 1 วันของพวกเขา จะต้องยึดพื้นที่ได้ 1,700 เมตรขึ้นไปนั่นเอง
ภารกิจนี้กำหนดเอาไว้ 15 วัน แต่ถ้าสามารถทำได้เร็วกว่านั้นก็ได้เช่นกัน หลังจากที่สามารถยึดพื้นที่ได้มากกว่า 25 กิโลเมตรแล้ว ก็เพียงแค่ส่งสัญญาณเพื่อให้หน่วยก่อสร้างทำภารกิจต่อ พวกเขาจะรีบดำเนินการสร้างกำแพงสูง จนกว่าจะสร้างกำแพงเสร็จ กลุ่มของอาจารย์เติ้งจะยังต้องดูแลความปลอดภัยให้พวกเขา หลังจากนั้นจึงถอนตัวได้ เพราะทางกองทัพจะส่งหน่วยป้องกันกำแพงมารับหน้าที่ต่อเอง
ฟังดูเหมือนง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว...การทำภารกิจตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลาเกือบครึ่งเดือนนี้จะเป็นเรื่องง่ายดายได้อย่างไร หากพวกเขาไม่แบ่งเวลาทำภารกิจให้เหมาะสม อาจจะหมดแรงกันไปก่อนก็ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างทำภารกิจย่อมต้องเจอปัญหามากมาย ดีอยู่อย่างหนึ่งที่กองทัพยังไม่ต้องการไปแตะต้องหนองน้ำพิษที่มีพวกตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์อาศัยอยู่ หากต้องจัดการพื้นที่หนองน้ำพิษไปด้วย เชื่อเถอะว่าภารกิจนี้อาจจะต้องใช้เวลาตลอดครึ่งปีเพื่อจัดการมัน
พวกตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์มักจะมีอาณาเขตของตัวเอง ตราบเท่าที่ไม่เข้าไปก่อกวนพวกมันก็ย่อมไม่สร้างปัญหาอะไร อีกอย่าง...พื้นที่ที่เต็มไปด้วยพิษเหล่านั้น ต่อให้พวกเขายึดมาได้ก็สร้างประโยชน์อะไรไม่ได้มากอยู่ดี สู้ปล่อยพวกมันเอาไว้แล้วรวบรวมสารตัวหนืดกลายพันธุ์มาทำเป็นบอลกาวตัวหนืดคงจะดีกว่า
“ทุกคนเตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม” อาจารย์เติ้งไม่ได้กังวลมากนักกับภารกิจนี้ นักเรียนของเขาผ่านภารกิจโหดหินมามากมาย หากภารกิจที่เขต A เช่นนี้ยังจัดการไม่ได้ เช่นนั้นก็คงจะขอให้พวกเขาลาออกจากกองทัพ ลาออกจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งแล้ว
“พร้อมแล้วค่ะ”
“ดีแล้ว พวกเราจะมุ่งหน้าเข้าไปในระยะ 1.7 กิโลเมตรรวดเดียวก่อน หลังจากนั้นค่อยให้กลุ่มของอันซูหยวนพักผ่อน”
“เข้าใจแล้วค่ะ” อันซูหยวนรับคำ การบุกทะลวงไปข้างหน้ารวดเดียว 1.7 กิโลเมตร อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง เพราะถ้าคำนวนคร่าวๆ พวกเธอจะต้องจัดการพื้นที่ทั้งหมด 3.4 ตารางกิโลเมตร ค่อนข้างเป็นพื้นที่หน้ากว้าง และอาจจะเจอพวกกลายพันธุ์มากมาย
เท่าที่ซูหยวนคำนวณคร่าวๆจากแผนที่ เธอพบว่ามีสัตว์กลายพันธุ์ประมาณ 50 กว่าตัว แต่พืชกลายพันธุ์นั้นเป็นปัญหามากกว่า เพราะพวกมันมีจำนวนมากกว่า 100 ต้นเสียอีก
แม้ว่าพื้นที่เขต A จะถูกนักล่าจัดการไปมากแล้ว แต่ส่วนใหญ่พวกเขาก็เลือกที่จะล่าพวกสัตว์กลายพันธุ์มากกว่าจะไปยุ่งกับพวกพืชกลายพันธุ์ที่การโจมตีมักสร้างปัญหาให้มากกว่า ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะยังเจอพวกมันค่อนข้างมากเช่นนี้
แผนของอาจารย์ก็คือพวกเธอจะสลับกันพักผ่อน อาจารย์และรุ่นพี่หวังจับคู่กันเพื่อป้องกันพื้นที่ในรอบรัศมีเขตของตนเองก่อนอันดับแรก จากนั้นเมื่ออันซูหยวนและรุ่นน้องอีกสองคนพักผ่อนครบ 6 ชั่วโมง ก็จะเป็นอาจารย์และรุ่นพี่หวังพักผ่อน 6 ชั่วโมงบ้าง จากนั้นพวกเขาก็จะเดินหน้าต่ออีก 1.7 กิโลเมตรเลย ไม่สนใจว่าจะใช้เวลาเร็วกว่า 24 ชั่วโมงหรือเปล่า เพราะถ้าทำภารกิจได้เร็ว ก็จะสามารถกลับไปพักผ่อนได้เร็วนั่นเอง
การจับคู่นี้ไม่รู้ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะอาจารย์และรุ่นพี่หวังนั้นเป็นคนที่ทรงพลังทั้งคู่ มันค่อนข้างเอาเปรียบเด็กน้อยทั้ง 3 อยู่บ้าง ทว่าเด็กดื้อสกุลเติ้งและเด็กหนุ่มสกุลอี้ต่างก็ยืนยันว่าไว้ใจรุ่นพี่อันของพวกเขา ดังนั้นจึงทำได้แค่ปล่อยให้ทั้ง 3 อยู่ด้วยกันเท่านั้น
อีกอย่าง อาจารย์เติ้งก็เชื่อว่าซูหยวนไม่มีปัญหาในการรับมือกับพวกกลายพันธุ์เขต A จริงๆ ดังนั้นจึงปล่อยให้เด็กเอาแต่ใจทั้ง 2 ได้อยู่กับรุ่นพี่ของพวกเขา
ระยะการโจมตีแรก ซูหยวนรับหน้าที่ตรวจสอบตำแหน่งของพวกกลายพันธุ์แล้วปล่อยให้เด็กๆจัดการ เธออยู่ข้างหลังและช่วยแนะนำพวกเขาในการฝึกฝน เมื่อเด็กทั้งสองใช้พลังงานไปเกือบหมด ซูหยวนจึงรับหน้าที่จัดการพวกกลายพันธุ์เหล่านั้นเอง
เธอยืนอยู่กับที่แต่สามารถโจมตีพวกมันได้ทั้งหมด แทบจะไม่ต้องขยับตัวด้วยซ้ำ ก็พบตำแหน่งของพวกมันแล้ว เห็นการแสดงออกเช่นนี้ของรุ่นพี่อัน สาวน้อยและหนุ่มน้อยก็มองหน้ากัน พวกเขาเริ่มตื่นเต้นกันขึ้นมาอีกแล้ว
ทักษะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ถ้าอยู่ในมือของนักธนูก็จะเป็นอย่างที่เห็น แม้แต่อาจารย์เติ้งผู้เก่งกาจก็ยังต้องเข้าใกล้เหยื่อให้รู้ตำแหน่งในระยะหนึ่งก่อน ทว่า...รุ่นพี่อัน ตราบเท่าที่อยู่ในรัศมีการโจมตีของเธอ เธอก็จัดการพวกมันได้ราวกับจับวาง
………………………….