บทที่ 216 หลิ่วโป (อ่านฟรี 9 ต.ค. 68)
บทที่ 216 หลิ่วโป (อ่านฟรี 9 ต.ค. 68)
บทที่ 216 หลิ่วโป
“กรอด....ยัง ผม ต้องการอีกครั้ง...” แม้ว่าเขาจะล้มลงเช่นนี้ แต่สายตาของคนยังแข็งกร้าว เขาต้องการจะมีชีวิตรอด และเป็นชีวิตที่ดีกว่านี้ ความพยายามทั้งหมดของเขายังไม่ได้ใช้งานเลย ทำไมต้องจบลงแบบนี้ด้วย
ซูหยวนมองดูทั้งสองคนอยู่ตลอด เห็นเด็กหนุ่มทำท่าทางเช่นนี้ก็ถอนหายใจออกมา นี่ไม่เหมือนกับเด็กหนุ่มที่เธอได้เห็นตอนเขากำลังไล่แจกแผ่นพับแล้วถูกพวกอันธพาลก่อกวนหรอ? ตัวเขาที่ทำงานอยากได้เงินเพื่อเอาไปเรียนต่อ สายตาก็ไม่ต่างอะไรกับตอนนี้เลย
“พอได้แล้ว เธอน่ะ....ไม่รู้หรอว่าความพยายามใช้ผิดที่ กี่ปีก็ไม่สำเร็จ” ซูหยวนเดินเข้าไป การแข่งขันนี้จบลงแล้ว ต่อให้เขาอยากจะสู้อีกสักร้อยรอบก็ไม่เป็นผลอะไรเลย มีแต่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อนก็เท่านั้น
“ฉัน.............” เด็กหนุ่มหลุบตาลง เขาไม่ใช่คนโง่ย่อมต้องเข้าใจว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร แต่เขาไม่ได้อยากจะยอมแพ้แบบนี้
“อยากได้เงินใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้น...ไม่ลองมาทำงานให้ฉันล่ะ ถึงรายได้จะไม่มากมายอะไร แต่ก็มั่นใจได้เลยว่าจะไม่อดตายไปก่อน” ซูหยวนกอดอกมองอีกฝ่าย ถ้าเขาอวดดีขนาดไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเธอ อย่างนั้นก็คงจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิด
กับเด็กคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นโอกาสมาจากใครก็ตาม เขารีบคว้าเอาไว้อย่างไม่อาย ขอเพียงเขามีโอกาสรอดไปในเส้นทางที่ต้องการ เขาก็ทำได้ทั้งนั้น ต่อให้เป็นเรื่องผิดกฎหมายก็ตาม...
“จริงหรอ เธอ...ไม่สิ! เจ้านาย ได้โปรดช่วยฉันด้วย” เด็กน้อยรีบขยับเข้ามา เขาก้มหัวให้ซูหยวนด้วยท่าทางเคารพอย่างสุดซึ้ง หากซูหยวนยอมช่วยเหลือเขาจริงๆ อย่างนั้นชีวิตนี้ก็ให้เธอก็แล้วกัน
ขอเพียงมีชีวิตรอดและได้แก้แค้นไอ้พวกสารเลวที่ฆ่าพ่อของเขาตาย เขาก็พอใจแล้ว ....
เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ่อของเขาเป็นผู้เก็บขยะคนหนึ่ง มีรายได้วันต่อวัน หามาก็เอาไปซื้ออาหารมาให้เขาสลับกับตัวเอง ได้กินวันละมื้อก็นับว่าดีแล้ว บางวันสองพ่อลูกไม่ได้กินเลยก็มี ส่วนตัวเขาที่ยังเด็กได้ช่วยงานเล็กๆน้อยๆเท่านั้น วันไหนที่พ่อจะเข้าไปในเขตล่าลึกหน่อยก็ถูกสั่งให้รอที่บ้าน
ใครจะไปคิดว่าคืนวันนั้นจะเป็นวันสุดท้ายของพ่อเขา...
เนื่องจากสถานการณ์สงครามของพวกกลุ่มอันธพาล พ่อของเขาจึงไม่ยอมให้เขาติดตามไปด้วย ตัวเองเข้าไปในพื้นที่ล่าเพื่อเก็บขยะ หวังจะเอาเงินไปแลกอาหารให้เขาสักมื้อ สุดท้าย....มีเพียงข่าวการจากไปของพ่อเท่านั้นที่เจ้าหน้าที่มาแจ้ง
ตัวเขาไปตามหาความจริง สุดท้ายก็ได้พบว่าเป็นฝีมือของพวกอันธพาลสารเลวที่ต้องการปล้นพ่อของเขาเพื่อความสนุกสนาน พ่อที่ไม่ยอมมอบซากกลายพันธุ์ที่อุตส่าห์รวบรวมมาได้ให้พวกมันก็ถูกฆ่าตายทั้งอย่างนั้นเลย ทำเอาเขาแค้นพวกมันมาก และสาบานว่าจะไล่ถล่มพวกอันธพาลเหล่านั้นจนกว่าจะตายกันไปข้าง
แน่นอนว่าก่อนที่จะทำแบบนั้นได้ เขาจะต้องเป็นนักล่าหรือไม่ก็ทหารให้ได้ก่อน ประจวบเหมาะกับโชคดีที่ทางการเปิดรับอาสาสมัครเป็นทหารประจำเขต A เขาจึงได้มาที่นี่พร้อมความหวัง ถึงจะคิดอยู่แล้วว่าคงไม่มีโอกาส แต่การที่จะได้ต่อสู้เพื่อดูฝีมือของคนอื่นก็นับว่าเป็นโอกาสจะได้ศึกษาหาความรู้อย่างหนึ่งเหมือนกัน
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะชนะ ขอเพียงได้มีชีวิตอยู่เรียนรู้ไปวันละก้าวก็พอแล้ว น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้ออกแรงเต็มที่ ร่างกายที่ไม่ได้กินอะไรเป็นเวลานานกลับทรยศเขาเสียอย่างนั้น
ถึงจะน่าเสียดาย แต่เขาก็ไม่สามารถต่อสู้ได้อีก เดิมทีคิดว่าคงจบเพียงเท่านี้ กลับไม่ได้คิดเลยว่าจะมีพี่สาวคนหนึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
เธอบอกว่าจะให้เขาได้กินทุกวัน ก็เท่ากับบอกว่าจะให้เขามีชีวิตรอดจนสามารถแก้แค้นได้ เขาขอเพียงเท่านั้น...หลังจากแก้แค้นสำเร็จ เขาจะใช้ชีวิตนี้เพื่อตอบแทนเธอ! จะเป็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ที่สุดจนกว่าจะตาย...
ซูหยวนไม่ได้สนใจว่าเด็กหนุ่มจะคิดอะไร เธอเพียงล้วงเข้าไปในกระเป๋าของตนเองแล้วโยนสารอาหารสังเคราะห์ระดับสูงให้เขา 1 แผง มีทั้งหมด 15 เม็ด หากแบ่งไว้กินวันละมื้อก็จะอยู่ได้อีกครึ่งเดือน อย่างไรก็ตาม...ซูหยวนไม่ได้คิดจะรังแกคนขนาดนั้น เธอรู้ว่าการไม่ได้กินอิ่มนอนหลับมันทรมานขนาดไหน
งานหนักก็ทำได้ แต่ไม่ใช่ต้องปล่อยให้ตัวเองอดอยาก
“กินวันละ 4 มื้อจนกว่าร่างกายจะฟื้นตัว แล้วก็รอฉันแถวๆนี้ หลังทำภารกิจสำเร็จแล้วจะมารับไปทำงาน”
“เข้าใจแล้ว” เด็กน้อยไม่ปฏิเสธ เขารีบโยนสารอาหารสังเคราะห์เข้าปากทันที 1 เม็ดอย่างเชื่อฟัง ซูหยวนเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมา เขานั้นไม่ต่างอะไรกับเด็กที่เธอเคยพบเลย
บางทีอาจจะเป็นลิขิตจากสวรรค์ ไม่แน่ว่าในชีวิตก่อนๆ เธอคงติดหนี้บุญคุณเขาไว้มาก ดังนั้นจึงต้องตามมาชดใช้ให้เขาหลายครั้งเช่นนี้
หญิงสาวแลกช่องทางการติดต่อ แล้วยังโอนเครดิตให้เขาไป 1,000 เครดิตด้วย เงินจำนวนมากมายขนาดนี้ทำให้เด็กหนุ่มตาโต แม้ว่ามันจะต้องหมดในไม่กี่วันเพราะซูหยวนสั่งให้เขาซื้อน้ำมาดื่ม แต่ก็นับว่าเธอเป็นเจ้านายที่ใจกว้างจริงๆ
หลายคนรู้สึกอิจฉาหนุ่มน้อยที่จู่ๆก็มีโชคใหญ่ พวกเขาอยากจะถูกเด็กสาวรับไปเลี้ยงดูบ้างจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ...ตอนนี้พวกเขาจะทำท่าทางไร้ยางอายแบบนั้นได้อย่างไร พวกทหารกำลังรอดูผลการแข่งขันอยู่ ขอเพียงพวกเขาชนะได้ก็ไม่ต้องง้อใครให้อับอายอีก
เพราะแบบนั้นการแข่งขันจึงดำเนินต่อไปอย่างสงบ ในขณะที่ซูหยวนและเด็กหนุ่มผู้มีชื่อ “หลิ่วโป” จึงยืนดูการแข่งขันต่อไป ซูหยวนสนใจเพียงมองหาวิธีการต่อสู้ที่แปลกใจ แต่เด็กหนุ่มกลับไม่เป็นอย่างนั้น
ตัวเขาไม่มีความสามารถในการต่อสู้เวลานี้ก็เพราะร่างกายอ่อนแอจากการขาดสารอาหารเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเขาไร้ความสามารถจริงๆ อีกอย่าง...ถ้าเทียบกับการใช้กำลังแล้ว เขาเองก็ถนัดในการใช้สมองมากกว่า มองดูการต่อสู้ของผู้คนก็เข้าใจหมดแล้วว่าใครมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างไร หากร่างกายของเขาพร้อมสำหรับการต่อสู้...นักล่าที่มีจุดอ่อนเหล่านี้ย่อมไม่คนามือเขา
รอยยิ้มหยันปรากฏที่มุมปากของหลิ่วโปก่อนที่เขาจะขยับถอยหลังจากไป ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เด็กคนนี้...ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนเด็กที่เธอเคยสนับสนุนมาก่อนจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ...วิถีทางของเขา เธอไม่เคยคิดจะเข้าไปยุ่ง ขอเพียงไม่มาลำบากเธอในตอนหลังก็พอแล้ว
หลิ่วโปเดินไปหานักล่าตัวใหญ่คนหนึ่ง อีกฝ่ายมอบดูหนุ่มน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเขาพูด
“ฉันต้องการลงพนัน”
“หืม? เด็กน้อย....ถ้ามีเงินก็เอาไปซื้อของกินเถอะ เศษเครดิตเล็กๆน้อยๆของเธออย่าเอามาโยนเล่นเลย”
“เศษเครดิตเล็กๆน้อยๆงั้นหรอ? แล้วถ้าฉันต้องการเล่นทั้งหมด 1,000 เครดิตล่ะ ยังไม่อยากจะรับอยู่ไหม”
“หือ? หนึ่งพันเครดิตหรอ? เธอ....มีเงินมากขนาดนั้นเลย?” เมื่อได้ยินเด็กน้อยพูด เขาก็ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าไม่ใช่เพราะหลิ่วโปยื่นสายรัดข้อมือที่มีจำนวนเงินให้เห็นต่อหน้า เขาก็คงคิดว่าอีกฝ่ายเพียงพูดเรื่องตลกแล้ว
“ว่ายังไงครับ ผมขอเล่นพนันได้ไหม” แม้ว่าการพนันจะไม่ได้ทำอย่างถูกต้อง แต่ในสถานการณ์แบบนี้...ไม่เคยมีครั้งไหนที่มีการแข่งขันแล้วผู้คนไม่แสวงหาความตื่นเต้นที่มากขึ้น
“ฮ่าๆ หนุ่มน้อย....ในเมื่อมีเงินแล้วอยากเล่น ใครจะห้ามเธอได้” เขาพูดอย่างนั้นก่อนจะยื่นตั๋วมาให้หนึ่งใบ
“เร็วเข้า รีบเขียนสิว่าต้องการพนันข้างใคร”
“ลูกพี่ครับ ช่วยบอกสักสิบรายชื่อที่มีอัตราต่อรองสูงได้ไหมครับ” หลิ่วโปคลี่ยิ้มหวานให้อีกฝ่าย แต่คนที่ได้ฟังกลับหัวเราะออกมา
“อย่าหาว่าไม่เตือนเลยนะ พวกที่มีอัตราต่อรองสูงก็แปลว่ามีโอกาสที่จะไม่ติด 1 ใน 200 อันดับแรกที่จะผ่านเกณฑ์ ต่อให้กระตือรือร้นอย่างได้เงินแค่ไหนก็ไม่ควรจะเอามาเล่นแบบนี้นะ”
“เข้าใจแล้วครับ แต่ผมก็แค่อยากรู้เท่านั้น เผื่อว่ามีชื่อไหนที่ถูกโฉลกกับผม”
“เฮ้อ เอาเถอะ เตือนไม่ฟังก็มีแต่ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ถ้าอย่างนั้นก็รับนี่ไป...รายชื่อและข้อมูลของผู้เข้าร่วมสมัครทั้งหมด รวมถึงข้อมูลอัตราต่อรองด้วย”
“ขอบคุณมากครับ” เด็กหนุ่มหลิ่วโปตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับมา เขาพบว่าในบรรดาสิบอันดับท้ายนั้นไม่น่าสนใจจริงๆ ทั้งยังมีรายชื่อของเขาอยู่ด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงค่อยๆขยับขึ้นมา แล้วก็พบว่ามีรายชื่อในอันดับ 15 สุดท้ายที่น่าสนใจ
อีกฝ่ายเป็นชายฉกรรจ์ที่มีรูปร่างใหญ่โต ปกติแล้วคนร่างใหญ่แบบนี้สมควรที่จะได้รับความสนใจมาก หลายคนควรจะคิดว่าเขาต้องผ่านการทดสอบ แต่เพราะผลงานในรอบที่ผ่านมา...ร่างกายใหญ่โตของเขาดูแล้วเป็นปัญหาเสียมากกว่า เพราะการที่มีร่างกายใหญ่โตนี้ กลับทำให้เขาเคลื่อนไหวได้เชื่องช้า ถูกคู่ต่อสู้ต่อยจนเกือบล้มลงไปเสียทุกครั้งก่อนจะเอาชนะได้อย่างฉิวเฉียด ดังนั้นตอนนี้จึงมีคนลงฝ่ายเขาน้อยมาก อัตราต่อรองจึงเพิ่มสูงขึ้น
หากลงฝั่งเขาแล้วชนะ จะได้รับเงินรางวัลเป็น 4.4 เท่า ถึงจะน่าเสียดายที่หากมีคน 10 อันดับสุดท้าย เขาอาจจะได้เงินรางวัลเป็น 5 เท่า แต่ 10 อันดับสุดท้ายก็ไม่น่าสนใจจริงๆ
“ผมขอลงข้างผู้เข้าแข่งขันคนนี้ครับ”
“หืม? คนนี้หรอ? สายตาดีนะ แต่....คนๆนี้มีปัญหานิดหน่อย แน่ใจนะเจ้าหนูว่าจะลงคนนี้จริงๆน่ะ”
“ครับ รบกวนด้วยนะครับ” หลิ่วโปพูดอย่างมั่นใจ แม้ว่าดูจากการแข่งขันทุกรอบแล้วจะเหมือนมีปัญหา แต่ในความเป็นจริงแล้ว...คนๆนี้หลิ่วโปรู้จัก
เขายังมีความคิดว่าถ้าต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่เหมือนหนอนอ้วนตัวใหญ่นี้จะลงมืออย่างไร แล้วก็พบว่า...เขาไม่มีโอกาสชนะเลย หากคู่ต่อสู้ของเขาก็คืออีกฝ่าย หลิ่วโปจะเลือกยอมแพ้แล้วไปเสี่ยงดวงเอาข้างหน้า ไม่เหมือนกับคู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ เพราะคนๆนั้น...ถ้าเขามีเรี่ยวแรงมากพอล่ะก็...คนที่ได้รับชัยชนะจะต้องเป็นเขาแน่
น่าเสียดาย...
“รับแล้ว ถ้าเขาผ่านเข้ารอบกลายเป็นทหารอาสา 200 คนได้ เจ้าหนูก็เอาตั๋วนี้มาขึ้นเงิน 4,400 เครดิตได้เลย”
“ขอบคุณมากครับ”
ถ้าพูดถึงเรื่องการทำเงินที่ง่ายและรวดเร็ว คงจะไม่มีวิธีไหนที่ทำเงินได้เช่นนี้อีกแล้ว หลิ่วโปเริ่มไปเกาะติดสถานการณ์ของชายร่างใหญ่ที่เขาลงเงินทั้งหมด 1,000 เครดิตไปฝากไว้
ซูหยวนเห็นคนกระตือรือร้นขนาดนั้นย่อมไม่พูดอะไร แม้ว่าความจริงแล้วการที่เขาเอาเงินที่เธอให้ไปใช้ทั้งอย่างนี้จะไม่ถูกต้องก็เถอะ ทว่า....เขาก็รู้ดีว่าขีดจำกัดของตนเองอยู่ที่ไหน
หากครั้งนี้เขาก้าวเท้าพลาด อย่างนั้นระหว่างเขากับเธอจะต้องจบแค่นี้แล้ว หลิ่วโปเป็นพวกที่ไม่คิดว่าตัวเองยังมีอนาคตอื่นอีก ดังนั้นจึงยอมทุ่มทั้งหมดตามความเชื่อมั่นของตัวเอง
ตลอดทั้งวันนั้นมีการแข่งขันเพื่อหาผู้ผ่านคัดเลือก จนกระทั่งเกือบจะหมดเวลาปิดไฟนั่นแหละ ถึงรู้ผลลัพธ์ว่า 150 คนแรกมีใครที่ผ่านเข้ารอบบ้าง ซึ่งน่าประหลาดใจที่หลิ่วโปสามารถได้รับเงินพนันของเขาในวันนี้เลย
“ไอ้หนู โชคดีจริงๆ”
เมื่อเห็นว่าหลิ่วโปมารับเงินรางวัล ชายผู้รับพนันก็ถอนหายใจออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ที่ลงข้างของชายร่างใหญ่คนนี้มีน้อย และคนส่วนใหญ่ที่ผ่านเข้ารอบไปเป็นพวกที่เล็งเอาไว้อยู่แล้ว อัตราต่อรองของพวกเขาจึงต่ำมากจนแทบจะได้เงินกลับไปเป็นแค่เศษเงินเท่านั้น เมื่อเทียบกับเกินครึ่งที่ต้องไปคัดเลือกเอา 50 คนสุดท้ายวันพรุ่งนี้ เท่ากับเขาได้กำไรก้อนโตแล้ว ถ้ามีเพียงหลิ่วโปที่ได้เงินรางวัลมากมายแบบนี้ ก็ไม่ถือว่าเขาขาดทุนอะไร ไม่อย่างนั้นจะต้องนั่งร้องไห้แน่
หลิ่วโปหัวเราะเบาๆ เขาทำท่าทางเหมือนว่าตัวเองเพียงแค่โชคดีเท่านั้น ทั้งที่ความจริงแล้วเขามั่นใจในสายตาของตนมาก การวิเคราะห์คู่ต่อสู้ของเขาถูกต้องเสมอ ชายร่างใหญ่แม้จะโต้ตอบไม่เก่ง และท่าทางเงอะงะจนคนคิดว่าเขาไม่น่าจะผ่านเข้ารอบไปได้หลังเจ็บตัวหลายครั้ง แต่หลิ่วโปกลับรู้สึกว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ได้รู้สึกแม้แต่จะคันเลยด้วย
ผิวหนังของเขาไม่รู้ทำจากอะไร แต่โจมตีไปเท่าไรก็ไม่มีผล ดังนั้นหลิ่วโปจึงตัดสินใจยกให้เขาเป็นคู่ต่อสู้ที่ตนเองไม่สามารถเอาชนะได้ตั้งแต่แรกนั่นเอง
เด็กน้อยได้รับเงินมาแล้วรีบไปหาเจ้านายของตน แม้เขาจะมีเงินแล้ว...แต่หลิ่วโปไม่ได้คิดว่านี่เป็นเงินของเขา เจ้านายเป็นคนให้เงินทุนมา อย่างนั้น...เขาในฐานะลูกน้องก็ต้องคืนให้ไป ถือว่านี่เป็นการทำผลงานอย่างหนึ่งเท่านั้น
“หัวหน้าอันครับ นี่คือรายได้เล็กๆน้อยๆที่ฉันจะทำเพื่อหัวหน้า หลังจากนี้ถ้าหัวหน้าให้โอกาส...ฉันจะใช้ความพยายามทั้งหมดของตัวเองเพื่อหัวหน้าครับ” หนุ่มน้อยยกยิ้มขึ้นมา ท่าทางมั่นใจของเขาทำให้ซูหยวนได้แต่ถอนหายใจ
……………………………………….