LNCrawler

บทที่ 217 สอนงานให้เขา (อ่านฟรี 10 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 217 สอนงานให้เขา (อ่านฟรี 10 ต.ค. 68)

บทที่ 217 สอนงานให้เขา

            

หญิงสาวหันไปมองเงิน 3,000 เครดิตที่ทางนั้นต้องการส่งมอบมาให้ เพียงส่ายหน้าตอบกลับไปเท่านั้น แม้ว่าเธอจะต้องการสนับสนุนเขาโดยการไม่ให้เงินไปเปล่าๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธออยากจะบังคับให้เขาต้องทำงานหนักเพื่อตัวเองเสียหน่อย กลับกัน....ก็แค่อยากช่วยเพราะอยากช่วยเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าตอบแทน...ไว้รอเมื่อเขาพร้อมก็ค่อยให้งานก็ใช้ได้แล้ว ไม่มีเหตุจำเป็นให้ต้องรีบร้อนอะไร

 

“ขอรับไว้แค่น้ำใจก็พอ เรื่องพวกนี้ไม่ใช่คำสั่งของฉัน ถ้าได้ทำงานนอกจากคำสั่งของฉันแล้วก็ให้เธอว่าเป็นกำไรส่วนตัว” 

 

ซูหยวนไม่ได้ใส่ใจ เธอไม่ใช่ว่าไม่เห็นค่าเงิน 3,000 เครดิตนี้ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเธอ ถ้าต้องการจะหาเงิน 3,000 เครดิตจริงๆ เพียงยิงลูกศรออกไปสักครั้งสองครั้งก็ได้เงินเท่านี้แล้ว กลับกัน...คนที่ต้องการเงินนี้มากกว่าก็คือหลิ่วโปต่างหาก

 

“แต่ฉันตั้งใจจะมอบชีวิตเพื่อรับใช้คุณ” หลิ่วโปไม่ต้องการเงินเหล่านี้ เขาอุตส่าห์เรียกคืนความมั่นใจของตนเองกลับมาได้ คิดว่าจะทำให้หัวหน้าไม่ทอดทิ้งตนเองในอนาคต คิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธอย่างไม่ใยดีแบบนี้

 

“นั่นไม่จำเป็น”

 

“..................” เห็นหลิ่วโปทำสีหน้าเศร้าใจ ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะอธิบายให้เขาเพิ่มสักประโยคสองประโยค

 

“ถ้าต้องการทำเป้าหมายในชีวิตของตัวเองให้สำเร็จ มีเงินเก็บเป็นของตัวเองย่อมดีกว่า อีกอย่าง....ขอเพียงงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ ก็ถือว่าทำงานให้ฉันได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว”

 

“ถ้าอย่างนั้น...”

 

“เอาเงินนี้เก็บไปเถอะ ยิ่งนายแข็งแกร่งมากเท่าไร ฉันก็มีผู้ช่วยงานที่มีประสิทธิภาพขึ้นมากเท่านั้น” เมื่อได้ยินซูหยวนพูดเช่นนั้น หลิ่วโปรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกคาดหวัง หัวใจของเขาสูบฉีดขึ้นอีกครั้ง จากที่ห่อเหี่ยวและเต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อผู้ที่สังหารครอบครัวเพียงคนเดียวของเขา เวลานี้กลับมีร่องรอยของความสุขอยู่ด้วย

 

“ขอบคุณมากครับ” หลิ่วโปมองดูอันซูหยวนด้วยสายตาซาบซึ้งใจ 

 

เขาไม่รู้ว่าซูหยวนรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองกำลังทำให้เขาซาบซึ้งใจมากขนาดไหน อีกฝ่ายพูดเกี่ยวกับเป้าหมายของเขา ไม่ได้สนใจว่าตัวเขาจะเอาเงินมากมายไปทำอะไรหรือเปล่า ผลประโยชน์ที่เขาทำได้นอกเหนือจากงานเป็นเงินกว่า 3,000 เครดิตนี้ก็มอบให้เขาอย่างใจกว้าง เมื่อเธอเป็นแบบนี้...ในใจของหลิ่วโปย่อมยอมรับจากก้นบึ้งว่าเธอเป็นเจ้านายของเขา

 

ดังนั้นหลังจากนี้ ซูหยวนจะได้ผู้ช่วยฝีมือดีที่จะช่วยงานของเธอในอนาคตโดยที่เธอไม่ได้คาดหวังมาก่อน ส่วนตอนนี้...เด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าซูหยวนยังคงทำได้แค่ฟื้นฟูความแข็งแกร่งของตนเองเท่านั้น ซึ่งซูหยวนไม่ได้รีบร้อนกับเขา

 

ภารกิจของกองทัพหลังจากนั้นก็ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป หลังพวกเขาได้ทหารอาสาครบทั้ง 200 คนเพื่อประจำพื้นที่ และได้รับนักล่าเหล่านั้นมาช่วยทำภารกิจกวาดล้างพวกกลายพันธุ์โดยมอบเป็นค่าตอบแทนให้ตามราคาของตลาด ดังนั้นการจัดการพื้นที่ล่าจึงราบรื่นมากขึ้น แม้ว่าพวกนักล่าจะช่วยตรึงแนวเขตตลอด 24 ชั่วโมงไม่ได้เพราะอุปกรณ์ป้องกันที่ไม่ได้คุณภาพของพวกเขา แต่การทำงานหนักเพียงแค่ชั่วกลางคืนนี้ทำให้พวกทหารมีเรี่ยวแรงเหลืออีกมาก

 

หลังจากนั้นแค่ 1 สัปดาห์ ภารกิจจัดการพื้นที่ล่าเขต A ก็สำเร็จตามเป้าหมาย โดยที่พื้นที่ล่าในเวลานี้เหลือเพียงแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น มากกว่าเป้าถึง 0.5 ส่วน ถ้าเทียบว่าพื้นที่ล่ามี 3 ส่วน โดยส่วนใหญ่ที่ทหารไม่คิดจะยึดครองก็กินอาณาเขตหนองน้ำพิษเท่านั้น ส่วนอื่นๆแทบจะถูกจัดการหมดแล้ว

 

เป็นดั่งที่พวกนักล่ากังวล ต่อไปในอนาคต...ถ้าพวกเขาต้องการล่าแกนพลังงาน คงจะต้องไปที่เขต B เท่านั้นแล้ว เขต A นี้ก็เป็นเหมือนเขตชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง

 

ถึงจะเพิ่มความปลอดภัยให้พวกเขตชั้นนอกมากกว่าเดิม แต่พวกเขาคงไม่ได้อยู่รอดจนกระทั่งได้ถูกพวกกลายพันธุ์จัดการ ทว่า...น่าจะอดตายไปก่อนมากกว่า

 

แน่นอนว่าผู้เก็บขยะเหล่านั้นยังไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังจะเดือดร้อน หลังจากที่พวกเขาพบว่าพื้นที่เขต A ได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ทั้งยังมีซากกลายพันธุ์มากมายรอให้พวกเขาเก็บกวาด หลายคนจึงรีบทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อสร้างรายได้ บางคนมีเงินเพิ่มขึ้นมาจนถึงหลักหมื่นเครดิตเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากซากสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์บางตัว พวกทหารก็ยังไม่ได้เก็บแกนพลังงานออกมา ทำเอาพวกเขาชะล่าใจ...คิดว่าตัวเองจะมีโชคดีเช่นนี้ต่อไปอีกในอนาคต

 

พวกผู้นำระดับสูงรู้ดีว่านี่เป็นแค่การชะลอปัญหาเท่านั้น ถ้าไม่สามารถหาทางออกหลังจากนี้ให้กับพวกผู้เก็บขยะ พวกเขาจะต้องเกิดเรื่องขึ้นภายในครึ่งเดือน!

 

เรื่องราวเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่ซูหยวนจะต้องกังวล เธอทำภารกิจร่วมกับอาจารย์ มองดูการก่อสร้างกำแพงใหญ่ที่จะช่วยป้องกันสัตว์กลายพันธุ์ได้ชั่วคราว กระบวนการสร้างกำแพงนั้นไม่ได้กินเวลานานมากนัก เพราะมีองค์กรนักก่อสร้างอยู่ พวกเขามีทั้งผู้ใช้พลังงานและเทคนิคดีๆมากมายเพื่อเร่งก่อสร้าง ทว่าสิ่งสำคัญหลังจากนั้นกลับเป็นเรื่องการติดตั้งแกนพลังงานลงไปในอุปกรณ์ป้องกัน

 

“เขตพื้นที่นี้ ต่อไปจะกลายเป็นเขตชั้นนอกสุดของมนุษย์ชาติ แม้จะเป็นเรื่องดีที่สามารถขยับขยายไปได้อีก แต่สุดท้ายแล้วก็แค่การสิ้นเปลืองพลังงานไปเปล่าๆเท่านั้น”

 

“ทุกปีพวกทหารและพวกนักล่าจะต้องหาแกนพลังงานระดับสูงจำนวนมากเพื่อใส่ลงไปในบาเรียป้องกัน แม้ว่าบาเรียของเขตชั้นนอกสุดนี้จะไม่ได้ใส่แกนพลังงานระดับสูงสุดลงไป ทว่า...แกนพลังงานพวกนี้อย่างต่ำก็ต้องเป็นแกนพลังงานจากเขต H แล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่านี่นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดพลาดกันแน่”

 

“ถ้าพวกเขาเอาแต่ยึดเขตพื้นที่ล่าเพิ่มเติมโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากมัน เท่ากับว่าเป็นความสูญเสียมากกว่าการได้ผลกำไรแล้ว ฉันก็ได้แค่หวังว่าพวกผู้นำของรัฐบาลจะไม่ได้มีแต่ตัวโง่งมที่นั่งทำงานอยู่”

 

“ไม่ใช่แค่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับเท่านั้น ยังต้องดูด้วยว่าผลเสียที่ตามมารุนแรงขนาดไหน พวกผู้เก็บขยะและพวกนักล่าเดือดร้อนกันขนาดนี้ ไหนจะพวกเรานักเรียนชั้นปี 1 อีก ต่อไปไม่มีภารกิจให้ทำแล้ว จะต่อสู้ก็ต้องรองานวิจัยที่เพิ่งจะผ่านการอนุมัติ เฮ้อ ช่างรีบร้อนกันจริงๆ”

            

คนที่พูดจารุนแรงและตรงไปตรงมาเช่นนี้คงจะมีไม่กี่คน อันซูหยวนมองรุ่นน้องเติ้งที่กำลังมองดูการสร้างกำแพงด้วยความรู้สึกว่าเธอน่าเอ็นดูอยู่บ้าง ถึงกับสามารถคิดได้ละเอียดถี่ถ้วนแบบนี้ออกมา นับว่าเป็นคนที่มองในมุมมองที่กว้างอยู่ไม่น้อย

            

ซูหยวนได้มองดูการติดตั้งบาเรียป้องกันเป็นครั้งแรก คลื่นพลังงานก่อตัวขึ้นทันทีหลังจากที่เสร็จสิ้นการติดตั้งทั้งหมด มันคอยปกปิดกลิ่นอายของมนุษย์ชาติด้านในบาเรีย แม้จะไม่ได้มีพลังป้องกันมากนัก เนื่องจากเป็นแกนพลังงานของพวกกลายพันธุ์จากเขต H ทว่า....สำหรับพวกกลายพันธุ์เขต B C และ D ก็ถือว่าเป็นการป้องกันที่ยอดเยี่ยมแล้ว

            

สาเหตุที่สัตว์กลายพันธุ์ไม่เคลื่อนที่ไปยังเขตอื่นก็เพราะกลิ่นอายเหล่านี้ พวกมันมีสัญชาตญาณรับรู้ได้ว่าจุดไหนที่อันตราย เมื่อเห็นว่ามีกลิ่นอายพลังงานที่เข้มแข็งกว่าตนเอง พวกมันก็จะลี้ภัยไปอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า ดังนั้นพวกที่อยู่ไม่ไกลออกไปย่อมไม่อยากเข้ามาในเขตที่มีพลังงานของพวกกลายพันธุ์เขต H อยู่

            

ส่วนพวกที่มีระดับสูงกว่านั้นก็มีโอกาสยากที่จะมายังบริเวณที่ต่ำกว่าตนเองมาก เนื่องจากโดยวิสัยของพวกมันแล้ว การอยู่ในพื้นที่ที่เหนือชั้นกว่าจะทำให้ดูเต็มไปด้วยเกียรติ นอกจากนี้...ยิ่งพื้นที่ลึกเข้าไปเท่าไรก็ยิ่งหาแหล่งพลังงานได้มากขึ้นเท่านั้น รวมถึงสารพิษที่จะช่วยยกระดับเผ่าพันธุ์พวกมันด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกกลายพันธุ์...ยิ่งระดับสูงมากเท่าไรก็ยิ่งไปอยู่แนวชายขอบเขตแดนมากเท่านั้น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะทำให้เผ่าพันธุ์ของตนเองแข็งแกร่งขึ้นอย่างไรล่ะ!

            

เมื่อเขตป้องกันถูกสร้างขึ้นแล้ว ภารกิจของกลุ่มอาจารย์เติ้งก็เสร็จสิ้น เด็กจึงพากันกลับสถาบัน ในขณะที่อาจารย์ยังต้องไปรายงานภารกิจที่รับมาอยู่

            

ได้เป็นสักขีพยานของความสำเร็จในการเก็บกวาดครั้งนี้ พวกเธอก็มีความสุขไม่น้อย แม้ว่ารุ่นน้องเติ้งจะบ่นบ่อยๆเกี่ยวกับการยึดพื้นที่เขต A ทว่า...เธอก็รู้ดีว่าหลังจากนี้ ผ่านไปรุ่นลูกรุ่นหลาน...เกียรติยศที่ครั้งหนึ่งเธอได้เป็นผู้ช่วยเก็บกวาดพื้นที่ล่าเขต A ก็ยังเป็นเรื่องที่เอาไปเล่าได้ต่อ

            

ซูหยวนไม่ได้อยู่พูดคุยกับทุกคนนานนัก เธอยังมีงานที่ต้องไปทำอีก ตอนนี้หลิ่วโปได้ย้ายมาอยู่ในเขตชั้นกลางกับครอบครัวของเธอแล้ว เมื่อเธอแนะนำเขาให้กับพ่อรู้จัก....พ่อของเธอก็จำพ่อลูกตระกูลหลิ่วได้ทันที

            

อย่างไรเขาก็เป็นผู้เก็บขยะมาก่อน ย่อมรู้ว่าสภาพบ้านของหลิ่วโปนั้นเป็นอย่างไร เด็กหนุ่มนามสกุลหลิ่วคนนี้โชคร้ายมาก เขาเกิดมาได้ไม่กี่วันก็เสียมารดาไปแล้ว บิดาของเขาเลี้ยงลูกอยู่คนเดียวมาตลอด อดมื้อกินมื้อเพื่อให้ลูกชายได้เติบโต คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันได้เห็นลูกชายสร้างครอบครัวก็ตายจากไปอีก เวลานี้จึงเหลือเพียงแค่หลิ่วโปคนเดียวเท่านั้น

            

ทั้งสองคนที่เห็นเด็กน้อยมีชีวิตรันทดเช่นนี้ก็อดสงสารไม่ได้ แต่เพราะประสบการณ์จากครั้งก่อน สองสามีภรรยาจึงให้เขาอยู่ในห้องเล็กด้านในสุด ทั้งยังปิดห้องทุกห้องเอาไว้เพื่อไม่ให้เด็กน้อยสามารถขโมยของได้ 

           

 ถึงหลิ่วโปจะเห็นแบบนั้น แต่เขาก็ไม่คิดว่านี่เป็นเรื่องผิดปกติเลย เขาเป็นแค่คนนอกที่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วย ถ้าจะระมัดระวังเอาไว้ก่อนก็ดีกว่า อีกอย่าง...ถ้าเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะได้บริสุทธิ์ด้วย 

            

เด็กน้อยใช้เวลาทั้งวันกับการกินและนอนตามที่หัวหน้าสั่งเอาไว้ จนผ่านไป 3 วัน รวมกับช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่อยู่เขตพื้นที่ล่าอีก 4 วัน เขาก็มีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นมาแล้ว บางที...ถ้าเป็นตอนนี้ เขาอาจจะสู้กับนักล่าคนนั้นแล้วกลายเป็นทหารอาสาไปเลยก็ได้

            

ถึงจะคิดแบบนั้น แต่หลิ่วโปรู้ดีว่ามีไม่คำว่า “ถ้า” อยู่ในชีวิต เพราะถ้ามีคำนั้นอยู่จริงๆ เขาคงจะขอให้ “ถ้าพ่อไม่ตาย” ไปหลายสิบรอบแล้ว...

           

 วันที่ 4 หลังจากทิ้งเขาไว้ที่บ้าน ในที่สุดหัวหน้าอันซูหยวนก็มาพบเขาแล้ว หลิ่วโปดีใจเป็นที่สุด ก่อนหน้านี้เขาไม่มีอะไรทำเลยนอกจากติดตามพ่อของเจ้านายไปรอบๆเพื่อช่วยงาน ตัวเขาไม่รับเอาผลประโยชน์อะไรไว้เลย แม้ว่าพ่อของเจ้านายจะต้องการมอบส่วนแบ่งจากการเก็บซากกลายพันธุ์ ทว่าเขาก็ไม่ยอมรับเอาไว้ ดังนั้นพ่อของเจ้านายจึงได้มอบน้ำดื่มให้เขาเป็นการตอบแทนเล็กน้อย

            

อันซูหยวนกลับมาหลังจากที่ไปจัดการแปลงบรอกโคลี่ของตนเอง วันนี้เธอมาเพื่อรับหลิ่วโปไปด้วยกัน ซึ่งซูหยวนจงใจพาเขาไปเพื่อเปิดหูเปิดตาด้วย ในเมื่อเธอต้องการใช้งานเขาในอนาคต ดังนั้นเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้...ต่อไปเมื่อเขาเติบโตมากขึ้นแล้ว ก็ให้เขาเป็นคนจัดการไปเถอะ

            

ไม่ใช่ว่าเธอเชื่อใจเขามากเกินไป แต่เป็นเพราะบนโลกนี้เชื่อใจใครไม่ได้เลยมากกว่า ดังนั้นแทนที่จะเสี่ยงจ้างวานคนอื่นมาจัดการ สู้ให้เธอเลือกเชื่อสัญชาตญาณการมองคนของตนเองคงจะดี

            

อีกอย่าง...ไม่ใช่ว่าเธอจะเปิดเผยทุกอย่างให้เขารู้ ก็แค่ขอบเขตที่เขาจะทำงานให้เธอได้ ต่อให้เขาคิดทรยศเธอในภายหลัง...ก็ไม่ได้เสียหายอะไรมากนัก

 

“ตามมา” ซูหยวนพยักหน้าให้อีกฝ่าย เด็กหนุ่มที่ตอนนี้เปลี่ยนร่างกลายเป็นสุนัขตัวใหญ่รีบพยักหน้ารับแล้ววิ่งตามเหมือนกับลูกสุนัขตัวน้อยจริงๆ

            

พ่ออันแม่อันมองดูลูกสาวพาเด็กหนุ่มออกไปก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แม้ว่าเด็กหนุ่มจะดูเชื่อฟัง แต่หลายครั้งที่พ่ออันเห็นสายตาแข็งกร้าวของอีกฝ่าย ดูท่าแล้วไม่น่าจะเป็นคนเรียบง่ายขนาดนั้น...

            

ก่อนหน้านี้พวกเขาเลี้ยงดูเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่อซินซินและถูกหักหลังเข้าจนได้ ทั้งๆที่เธอแสดงออกว่าเป็นเด็กดียิ่งกว่าหลิ่วโปเสียอีก ดังนั้นในใจของพวกเขาจึงมีอคติต่อการที่รับคนอื่นมาอยู่ในบ้านมาก โดยเฉพาะกับที่หลิ่วโปเป็นเด็กหนุ่ม แล้วลูกสาวของพวกเขาเป็นผู้หญิง...

            

โดยที่พ่ออันและแม่อันไม่รู้เลยว่านอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ยังมีอีกคนที่ไม่พอใจมากที่สุด หลังจากได้ยินว่าซูหยวนรับเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาดูแล บรรยากาศรอบตัวของเขาก็เต็มไปด้วยออร่าดำมืด

 

“เด็กน้อยนะเด็กน้อย ฉันอุตส่าห์เว้นระยะห่างกับเธอ รอจนกว่าจะเติบโตและพร้อมสำหรับเรื่องความรัก ใครจะคิดว่าเธอกลับพาเด็กน้อยคนหนึ่งเข้าบ้านเสียเอง ฮึ่ม...”

            

จางอู่หยางไม่เคยอยากจะตีซูหยวนมากเท่านี้มาก่อน มือของเขากำหมัดแน่น นึกอยากจะจับเธอมาเขย่าถามให้รู้แล้วรู้รอดว่าทำไมต้องรับเด็กชายคนหนึ่งมาเลี้ยงดูด้วย! คิดจะทำตัวเป็นเสี่ยเลี้ยงเด็กหรืออย่างไร? 

 

“เอ่อ ประธาน ให้จัดการเด็กคนนั้นเลยดีไหมครับ”

 

“ไม่ต้อง”

 

“...............” ผู้ช่วยชะงักไป เดิมทีคิดว่าประธานจางโกรธขนาดนี้ จะต้องมีใครสักคนได้เอาชีวิตไปทิ้งแน่ ทว่า....ประธานของเขากลับบอกว่าไม่ต้องงั้นหรอ? ไม่ต้องคืออะไร? ไม่ต้องในที่นี้หมายถึง...ไม่ต้องทำให้คนอื่นเห็นซากหรือเปล่า? แบบนั้นน่าจะเหมาะกับประธานมากกว่าใช่ไหม?

 

…………………………….