บทที่ 219 แลกเปลี่ยน (อ่านฟรี 12 ต.ค 68)
บทที่ 219 แลกเปลี่ยน (อ่านฟรี 12 ต.ค 68)
บทที่ 219 แลกเปลี่ยน
“สวัสดีค่ะท่านประธานฯ”
อันซูหยวนทักทายกลับอย่างเป็นทางการ เห็นท่าทางที่สุขุมของเธอแล้ว คนเป็นประธานองค์กรเกษตรกรก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมอยู่ในใจ ลักษณะพื้นฐานของเกษตรกรที่ดีก็คือการที่ต้องใจเย็น สุขุม อดทน ซึ่งดูเหมือนเด็กคนนี้จะมีคุณสมบัติจริงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะกลายเป็นเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
“ฉันได้ยินชื่อเสียงของเธอมาไม่น้อย วันนี้ได้เจอกันเป็นครั้งแรกก็รู้สึกได้เลยว่าคำชมเหล่านั้นไม่เกินจริง” คนสูงอายุเหลือบไปมองรองประธานฯที่อายุไล่เลี่ยกัน หากแต่ยังดูเด็กกว่าหลายปีเนื่องจากตอนที่เขาหมดไฟในการทำงานก็พลอยเลิกดูแลตัวเองไปด้วย อีกทั้งเรื่องเครียดๆมากมายที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้เขากลายเป็นคนที่แก่เกินวัยไปแบบนี้
รองประธานฯหัวเราะเล็กน้อย แสดงออกชัดเจนว่าคนที่พูดเรื่องเกี่ยวกับเธอย่อมต้องเป็นเขา ซูหยวนไม่ได้ตำหนิอะไร เพียงคลี่ยิ้มให้ทั้งสองอย่างอ่อนน้อม
“แล้วเด็กคนนี้....” หลังจากที่ทักทายซูหยวนแล้ว รองประธานฯก็หันไปสนใจเด็กหนุ่มที่มีดวงตาคมกริบด้านข้าง ไม่รู้สึกเลยว่าเขาจะเป็นเกษตรกรที่ดีได้ แม้จะไม่ได้กลิ่นเหมือนพวกนักล่าจากตัวเขา แต่ก็ไม่รู้สึกว่าเขาจะสนใจการเป็นเกษตรกร
“เด็กคนนี้ฉันรับมาเพื่อที่จะช่วยงานในอนาคตค่ะ ก็เลยอยากจะพาเขามาดูด้วย”
“ช่วยงาน? เขาจะเป็นเกษตรกรหรือ?”
“ไม่ค่ะ เขาสนใจการเป็นนักล่ามากกว่าเกษตรกร”
“อืม ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน” ดูจากบุคลิกของเขาแล้ว คนๆนี้สมควรเป็นเหมือนฆาตรกรโรคจิตมากกว่าที่จะมาเป็นเกษตรกรผู้อบอุ่น รองประธานฯไม่ได้อธิบายทั้งหมด แต่สายตาของเขาก็แสดงให้เห็นแบบนั้นแล้ว
ซูหยวนอธิบายเกี่ยวกับตัวตนของหลิ่วโปเพิ่มเติม
“ตอนนี้ฉันกำลังเรียนอยู่ที่สถาบัน แถมยังมีภารกิจจากกองทัพอีก อาจจะทำให้ไม่ค่อยมีเวลาจัดการสิ่งต่างๆมากนัก เด็กคนนี้จะมาฝึกงานอยู่กับฉันค่ะ ถ้าเขาทำงานได้ดีก็จะให้เขาเป็นตัวแทนในการติดต่อสิ่งต่างๆมากขึ้นในอนาคต”
“อืม เรื่องนั้นค่อนข้างดี แต่เธอไม่ควรพิจารณาคนที่อายุมากกว่านี้หรือมีประสบการณ์ให้มาช่วยงานมากกว่าหรือ?”
“ไม่ค่ะ เพราะฉันเพิ่งเริ่มต้น ก็เลยอยากได้คนที่เริ่มต้นเหมือนกัน” ซูหยวนส่ายหน้า เธอไม่เลือกผู้มีประสบการณ์เพราะแนวคิดของเธอจะแปลกใหม่กว่าความคิดของคนในยุคสมัยนี้ หากต้องมาอธิบายหรือฟังคำทักท้วงมากเข้า ซูหยวนอาจจะรำคาญและคิดว่าทำงานด้วยตัวเองคงจะดีกว่า
กลับกัน...ถ้าเขารับเด็กน้อยเข้ามา เมื่อสั่งให้เขาทำแล้วเขาทำตามได้ นี่ก็บรรลุเป้าหมายของเธอแล้ว พูดให้ถูกก็คือ...ซูหยวนต้องการคนที่จะทำตามคำสั่งของเธอโดยไม่ขัดแย้งใดๆ เพราะความมั่นใจในการคิดของตัวเองมาก เธอก็เป็นแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเข้าใจข้อเสียของตัวเองดี
“เฮ้อ เอาเถอะ นี่เป็นการตัดสินใจของเธอ แต่ถ้าในอนาคตมีเรื่องอะไรให้ช่วยเหลือก็มาคุยกันได้” รองประธานฯไม่อยากจะรบกวนความคิดของซูหยวนมากนัก อีกอย่าง...เธอเพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้นจริงๆ คงจะยังไม่รู้ว่ากำลังเจอกับอะไรบ้างในอนาคต ดังนั้นจึงได้ชะล่าใจ รับเด็กที่ไม่มีประสบการณ์เข้ามาทำงานด้วยเช่นนี้
ดวงตาของหลิ่วโปมีประกายบางอย่างวาบผ่าน ถ้าสังเกตให้ดี...มือของเขากำลังกำแน่นหลังจากที่ได้ยินว่ารองประธานฯคนนี้กำลังพยายามแนะนำให้เจ้านายของเขาหาคนอื่นมาช่วยแทนเขา
หลิ่วโปจะรู้สึกดีได้อย่างไร ตัวเขายังไม่ได้เริ่มทำงาน ความชั่วไม่มีความดีก็ไม่ปรากฏ กลับถูกคนอื่นพยายามไล่ออกไปแล้ว ดีที่เจ้านายของเขาแน่วแน่ไม่ยอมฟังคำของคนอื่น ไม่อย่างนั้น...ตอนนี้เขาก็คงถูกไล่ออกไปแล้ว
เด็กหนุ่มสัญญากับตัวเองว่าเขาจะต้องทำงานให้ดีที่สุด ทำให้คนพวกนี้ต้องอ้าปากค้างในความสามารถ และตอบแทนความเชื่อใจของเจ้านายให้ได้ แน่นอนว่าในอนาคต...หลิ่วโปจะประสบความสำเร็จเช่นนั้นจริงๆ และเขาก็ไม่ลืมที่จะสร้างความเดือดร้อนเล็กๆน้อยๆให้องค์กรเกษตรกรที่กล้าดูถูกเขาเมื่อยังเป็นเด็กด้วย
เรื่องนี้ทำให้พวกประธานและรองประธานฯต้องเศร้าใจ ทว่า...ตอนนี้พวกเขายังไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น จึงได้ส่งสายตามองหลิ่วโปด้วยความไม่ไว้ใจ
“เข้าเรื่องกันเลยดีไหมคะ ฉันมาที่นี่ก็เพื่อที่จะบอกเทคนิคการเพาะปลูกบรอกโคลี่นอกฤดูกาลให้” ซูหยวนไม่อยากให้บรรยากาศความกดดันอยู่ที่หลิ่วโปนานกว่านี้ เธอจึงดึงความสนใจของผู้อื่นกลับมา
“อืม ดีเลย” แม้จะประหลาดใจที่อันซูหยวนเข้าเรื่องรวดเร็วเช่นนี้ แต่คนอื่นๆก็ไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมาพูดเรื่องไร้สาระ เมื่อเธอต้องการจะเปิดเผยข้อมูล พวกเขาก็มีหน้าที่ต้องฟังเท่านั้น
ซูหยวนเริ่มจากการอธิบายความชอบหรือไม่ชอบของบรอกโคลี่ ปัญหาที่สำคัญที่ทำให้พวกมันไม่สามารถเติบโตนอกฤดูกาลได้ก็เป็นเพราะ “อุณหภูมิ” เป็นสำคัญ ในเมื่อพวกมันต้องการความเย็นในการเติบโต เช่นนั้นก็ต้องทำให้แปลงเพาะปลูกนั้นมีอุณภูมิที่เหมาะสมด้วย
เธอยังพูดเกี่ยวกับอุปกรณ์สร้างความเย็น ซึ่งต้องปรับแต่งจากอาวุธบางอย่าง ตัดความรุนแรงในการโจมตีออก แต่ยังคงปล่อยออร่าพลังน้ำแข็งออกมาเพื่อสร้างความเย็น แนวคิดนี้ทำให้พวกผู้มีความรู้ขององค์กรเกษตรกรเหมือนถูกเปิดโลกใหม่ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการปรับอุณหภูมิก็จะช่วยเรื่องนี้ได้แล้ว วิธีการที่ง่ายดายเช่นนี้...ช่างคิดไม่ถึงจริงๆ
“นอกจากบรอกโคลี่ที่ชอบความเย็นแล้ว ผักชนิดอื่นหรือแม้แต่สมุนไพรก็อาจจะทำแบบนี้ได้เหมือนกัน”
“ฉันกำลังคิดถึงวิธีการที่ใช้อุปกรณ์ปล่อยความเย็นออกมา ถ้าไม่ใช้พวกอาวุธแล้วเอามาดัดแปลง แต่เป็นอุปกรณ์การเกษตรของพวกเราก็น่าจะใช้ได้เหมือนกันนะ ขนาดไม้พลิกหน้าดินของพวกเราก็ยังปล่อยพลังงานลงไปได้เลย ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะปล่อยความเย็นออกมาได้”
“วิธีการแบบนี้เปิดมุมมองใหม่ๆได้จริงๆ หลังจากนี้คงมีอะไรให้ต่อยอดอีกมาก ฮ่าๆ วงการเกษตรกรถูกพลิกโฉมครั้งใหญ่แล้ว!!”
พวกเขาตื่นเต้นกันมากกับแนวคิดนี้ ต่างคนต่างก็พูดไม่หยุด แม้แต่ประธานองค์กรฯก็ยังพยักหน้าเห็นด้วย เขาเองก็รู้สึกว่าหลังจากนี้จะต้องมีรายงานเรื่องใหม่ๆที่น่าตื่นเต้นมาให้อ่านแน่นอน อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง จากเดิมที่มีแต่ส่งรายงานปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้จนทำให้เขาเกือบอาเจียน!
“ต่อไปเป็นเรื่องคุณภาพของบรอกโคลี่สินะคะ” ซูหยวนเห็นว่าทุกคนตื่นเต้นกันพอแล้ว เธอก็พูดเรื่องใหญ่อีกเรื่องออกมา อย่างไรก็ตาม...ครั้งนี้เธอไม่ได้บอกวิธีออกไปทันที แม้ว่าทุกคนจะกำลังตั้งตารออยู่ก็ตาม
นี่หมายความว่าซูหยวนก็รู้ดีว่าการเพิ่มคุณภาพของบรอกโคลี่เป็นเรื่องใหญ่แค่ไหน
“เอ่อ อันที่จริง...ฉันมีเรื่องร้อนใจที่ทำให้ต้องมาพบพวกท่านอยู่ด้วยค่ะ” เมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังสับสนว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมพูดออกไปเสียที ซูหยวนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทำทีว่ามีปัญหาร้อนใจอยู่จริงๆ
ประธานองค์กรฯและคนอื่นๆเข้าใจทันทีว่าท่าทีเช่นนี้หมายถึงอะไร เธอใจกว้างพูดวิธีการเพาะปลูกบรอกโคลี่มาก่อนแล้ว เช่นนั้นพวกเขาจะไม่ตอบแทนเธอบ้างหรือ? นี่ก็ช่างน่าอายจริงๆ
“เกษตรกรอัน เธอมีเรื่องร้อนใจอะไรอยู่ ถ้าพวกเราช่วยได้ก็จะช่วยเอง” รองประธานฯเอ่ยขึ้นมา เขาเป็นคนเชิญเด็กสาวมาที่นี่ ดังนั้นจึงรับผิดชอบหน้าที่เจรจากับเธอ
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ตอนนี้ฉันเป็นแค่เกษตรกรระดับเริ่มต้น ค่อนข้างมีข้อจำกัดอยู่บ้างค่ะ ดังนั้น....มันจะเป็นไปได้ไหมคะถ้าฉัน...” ซูหยวนไม่ทันพูดจบ รองประธานฯก็ยกมือขึ้นห้ามแล้ว
“เรื่องนั้นไม่ต้องกังวล หลังจากที่เธอทำความสำเร็จมากมายขนาดนี้ องค์กรของพวกเราจะไม่ปล่อยให้เธอเป็นแค่เกษตรกรระดับเริ่มต้นแน่ ปกติแล้วถ้าเธอคิดค้นงานวิจัยเกี่ยวกับการทำเกษตรที่จะช่วยเรื่องการเพาะปลูกได้ดีขึ้นก็จะเลื่อนขั้นได้แล้ว แค่อาศัยเรื่องที่เธอสามารถคิดวิธีในการเพาะปลูกบรอกโคลี่นอกฤดูกาลได้ ก็ทำให้เธอขึ้นเป็นเกษตรกรที่แท้จริงได้โดยตรง”
รองประธานฯไม่คิดว่าเรื่องที่ซูหยวนต้องการจะเกี่ยวกับเรื่องตำแหน่งการเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้น สำหรับองค์กรแล้ว...หากมีคนเก่งมากๆอยู่ในองค์กร ย่อมไม่ปล่อยให้พวกเขามีระดับต่ำจนคนอื่นดูแคลน ขอเพียงทำผลงานได้และเป็นที่ยอมรับ จะให้เลื่อนขั้นโดยไม่สอบก็ได้
ไม่น่าแปลกใจเลยที่การเข้าทดสอบโดยตรงจะนับเป็นเรื่องยาก หากทุกปีมีคนผ่านการทดสอบแค่ 1 คน เช่นนั้นก็คงจะไม่มีเกษตรกรมากมายแบบนี้แล้ว
ทางซูหยวน เธอไม่ได้คิดว่าจะได้รับการตอบกลับเช่นนี้เลย ถึงจะรู้ว่าการทำวิจัยจะช่วยให้เลื่อนตำแหน่งจากการเป็นเกษตรกรระดับเริ่มต้นที่บังคับสอบไปเป็นเกษตรกรระดับอื่นๆนั้นทำได้ ทว่า...ซูหยวนไม่ได้มีเวลาที่จะยุ่งอยู่กับการทำงานวิจัยเช่นนั้น สุดท้ายจึงคิดจะท้าทายด้วยการสอบอีกครั้ง แต่องค์กรเกษตรกรกลับใจกว้างขนาดนี้ แม้ว่าเธอจะไม่มีงานวิจัยออกมาเผยแพร่ พวกเขากลับคิดจะให้เธอสอบผ่านไปทั้งอย่างนี้เลย...
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันก็ขอบคุณมากค่ะ ด้วยการเลื่อนขั้นนี้...ฉันยังสามารถดำเนินการเพาะปลูกได้มากขึ้น แล้วก็จะเรียนรู้ให้มากขึ้นค่ะ” ซูหยวนพูดอย่างเป็นทางการ ทำให้ผู้อาวุโสไม่ได้คิดแง่ร้ายเกี่ยวกับเธอ ความสามารถในการเข้ากับคนอื่นของซูหยวนนับว่าดี แน่นอนว่าในเรื่องของการทำงานเท่านั้น
“นอกจากเรื่องนี้แล้ว เธอยังมีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่า”
“ไม่ค่ะ ฉันแค่อยากจะขอโอกาสเพิ่มแปลงเพาะปลูกเท่านั้น แต่ในเมื่อได้เลื่อนขั้นแบบนี้ ฉันก็สามารถเพิ่มจาก 5 แปลงเป็น 20 แปลงได้โดยตรง ดังนั้นไม่มีความต้องการอะไรอีกแล้วค่ะ”
“โอ้ อย่างนั้นหรือ?” รองประธานฯโล่งใจ เขาไม่คิดว่าปัญหาของเธอจะเป็นเรื่องเช่นนี้ ถ้าไม่ติดที่ว่าเขาเพิ่งพูดไปเกี่ยวกับสิ่งที่องค์กรจะเลื่อนขั้นให้เธอเป็นเกษตรกรที่แท้จริง คงจะพูดเรื่องการมอบสิทธิพิเศษในการเพาะปลูกมากขึ้นกับเธอไปแล้ว
มีเกษตรกรที่มากความสามารถ ทั้งยังต้องการทำการเพาะปลูกมากขึ้นเป็นเรื่องเลวร้ายหรือ? แน่นอนว่าไม่!
หากเธอทำได้จริงๆ การช่วยเพิ่มผลผลิตถือเป็นผลเสียที่ไหนกัน ปกติแล้วการควบคุมเช่นนี้ก็มีเอาไว้เพื่อป้องกันคนที่ไม่พร้อมเท่านั้น ในกรณีที่พวกเขาได้รับโอกาสมากเกินไปแล้วเพาะปลูกเสียๆหายๆ กลับจะเป็นผลร้ายแทน เพราะอย่าลืมว่าการเพาะปลูก 1 ครั้ง จะต้องใช้ทรัพยากรด้วย ดังนั้นจึงได้ออกกฎเอาไว้โดยอิงกับขั้นความสามารถของพวกเขาเอง
ประธานองค์กรฯเลิกคิ้วเล็กน้อย เด็กคนนี้ช่างมักน้อยจริงๆ เขายังคิดอยู่ว่าเธออาจจะต้องการให้พวกเขาสนับสนุนการเพาะปลูกหรือทรัพยากรอื่นๆตลอด 1 ปีหลังจากนี้ ซึ่งเขาก็คำนวณเอาไว้แล้วว่ามีข้อจำกัดที่จะช่วยเหลืออยู่เท่าไร ถ้าการเรียกร้องของเธอไม่มากเกินไป องค์กรก็จะช่วย แต่สุดท้าย...เธอไม่ได้พูดเรื่องนั้นเลย เพียงแค่ต้องการเลื่อนขั้นเท่านั้น นับว่าเป็นข้อเรียกร้องที่พวกเขาไม่เสียอะไรเลย กลับมีแต่จะได้ประโยชน์เท่านั้น
กลับกลายเป็นเรื่องนี้ทำให้พวกเขารู้สึกละอายใจขึ้นมาแทน...
“สำหรับเรื่องการเพิ่มคุณภาพของผลผลิต ก็ทำเหมือนการเพิ่มน้ำหนักค่ะ สารอาหารในผักก็เช่นเดียวกัน ตราบเท่าที่มันได้รับสารอาหารเพื่อเติบโตอย่างเพียงพอ คุณภาพของมันก็จะดีไปด้วย”
“เริ่มตั้งแต่การพลิกหน้าดิน จากนั้นระหว่างการเพาะปลูกก็พรวนดินอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้น้ำที่รดลงไปในดินทั่วถึงมากขึ้น แล้วสารอาหารที่ใส่ลงไปก็จะไม่เกาะติดแค่ที่ผิวดินค่ะ”
ซูหยวนอธิบายวิธีการง่ายๆให้พวกเขา แต่สีหน้าของทุกคนดูแปลกใจอยู่บ้าง
“พรวนดิน? หมายถึงอะไร”
“คะ?” เธอเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะคิดคำอธิบายขึ้นมาใหม่ ที่โลกนี้ไม่ได้เรียกว่าพรวนดิน แต่เรียกว่าพลิกหน้าดินอย่างง่าย ดังนั้นจึงทำให้พวกเขาไม่เข้าใจวิธีการของเธอ ทว่า...ซูหยวนเคยเห็นอาจารย์ประจำวิชาตกใจมาก่อนแล้ว จึงคิดว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นปัญหาจริงๆ
“มันก็เหมือนกับการพลิกหน้าดินอย่างง่ายค่ะ”
“นั่นทำไม่ได้แน่นอน” ไม่ทันอธิบายอะไร ชายชราคนหนึ่งก็โบกมือ เขามองซูหยวนก่อนจะพูด
“ฉันเคยศึกษาเกี่ยวกับการพลิกหน้าดินบ่อยๆแล้ว มันกลับจะทำให้ได้ผลเสียมากกว่า หลังจากพลิกหน้าดินครั้งที่ 2 พบว่ามีผักตายไปมากกว่าครึ่ง แล้วพอครั้งที่สามก็กลายเป็นว่ามันตายทั้งหมด ตรวจสอบแล้วพบว่าการพลิกหน้าดินบ่อยครั้งจะทำลายรากและตัดโอกาสแตกแขนงของพวกมัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูหยวนก็นึกถึงอุปกรณ์ที่พวกเขาใช้งาน ตอนแรกเธอก็รู้สึกเหมือนกับว่าอุปกรณ์ที่เหมือนเหล็กแหลมนั้นมีปัญหากับการพรวนดิน ไม่คิดเลยว่ามันจะทำปัญหาให้คนอื่นจริงๆ
ตอนที่ซูหยวนใช้งานมัน จำเป็นต้องยั้งมือและลดการปล่อยพลังงานออกมา ไม่อย่างนั้นมันคงจะเฉือนคมถึงรากแล้วก็คงทำให้ผักตายจริงๆอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ
สุดท้าย ตอนนี้เธอก็ได้รู้แล้วว่าอะไรที่เป็นปัญหา มันคงจะดีกว่าถ้าตอนนี้เธอสามารถออกแบบส้อมพรวนดินให้พวกเขาได้...ใช่ไหม?
………………………….