LNCrawler

บทที่ 220 วิธีการพรวนดินที่ถูกต้อง (อ่านฟรี 13 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 220 วิธีการพรวนดินที่ถูกต้อง (อ่านฟรี 13 ต.ค. 68)

บทที่ 220 วิธีการพรวนดินที่ถูกต้อง

 

เด็กสาวคิดเล็กน้อยว่าเธอควรจะอธิบายให้พวกเขาเห็นอย่างไร กับคนที่ไม่รู้และไม่เชื่อ คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่าการแสดงให้พวกเขาได้เห็นกับตาแล้ว

 

“ฉันสามารถแสดงวิธีการให้ดูได้ไหมคะ” ซูหยวนมองดูประธานและรองประธาน ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องสำคัญทั้งหมด พวกเขามองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้เธอ

            

สุดท้ายจึงเลือกแปลงเพาะปลูกหนึ่งให้ ถึงแม้ว่าอาจจะเกิดความเสียหายขึ้นมากับแปลงเพาะปลูกนี้ แต่ถ้าได้เรียนรู้วิธีการทำงานจนประสบความสำเร็จ นั่นไม่เรียกว่าคุ้มค่าหรือ?

            

หญิงสาวเดินเข้าไปข้างใน เธอขออุปกรณ์จากพวกเขาเพื่อทำการแสดงให้ดู หลังจากนั้นก็เริ่มต้นการพรวนดิน ตอนที่เธอกำลังใช้ไม้ขุดทิ่มลงไป หลายคนส่ายหน้าไปมาด้วยซ้ำ พวกเขากำลังรู้สึกว่าเด็กคนนี้...ไม่แน่ว่าอาจจะแค่โชคดีก็เท่านั้น สิ่งที่เธอทำนั้นมันไม่ถูกต้องเลย ไม่ใช่เรื่องใหม่ด้วยซ้ำ พวกเขาศึกษามากี่ครั้งแล้วเกี่ยวกับวิธีนี้ แต่มันก็ไม่ได้ผล

            

ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทางของพวกเขา เพียงพรวนดินไปรอบๆ การลงน้ำหนักของเธอไม่เหมือนกับเกษตรกรทั่วไปที่ใช้อุปกรณ์นี้ เด็กสาวมีความสามารถในการควบคุมพลังงานของตัวเองมาก เรื่องนี้ต้องขอบคุณอาจารย์เติ้งที่มอบวิชาดีๆให้กับเธอ หากไม่ใช่เพราะการเรียนรู้การปล่อยพลังงานเพื่ออำพรางลูกศร แต่ต้องไม่มากเกินไปจนทำลายความสมดุลของพวกมัน เธอก็คงไม่เชี่ยวชาญขนาดนี้หรอก

            

ผู้อาวุโสในวงการเกษตรกรไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ซูหยวนทำอยู่ต่างจากที่ตนเองทำอย่างไร ทว่า....ประธานและรองประธานผู้มีความรู้มากกว่าจะไม่เข้าใจได้อย่างไร

            

พวกเขามองการทำงานของซูหยวนอย่างละเอียด และพบว่าพลังงานที่เธอปล่อยออกมามีเสถียรภาพอย่างมาก ไม่มีความรุนแรงเหมือนกับการปล่อยพลังงานที่พวกนักล่าใช้ ทั้งยังไม่ได้สะเปะสะปะเหมือนกับที่พวกเกษตรกรทั่วไปใช้ ดังนั้นบางที...กุญแจสำคัญก็คือการปล่อยพลังงานออกมาให้พอดีนี่เอง

 

“เข้าใจแล้ว” รองประธานตื่นเต้นมาก เขาส่งสัญญาณให้ซูหยวนหยุดมือ ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักโดยไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เรื่องนี้ถูกแก้ไขให้กระจ่างแล้ว

 

“หมายความว่ายังไงหรือท่านรองฯ ท่านบอกว่าเข้าใจ...เข้าใจอะไรกัน”

 

“นั่นน่ะสิ เด็กคนนี้ก็แค่ทำเหมือนที่พวกเราทำเท่านั้น ฉันพูดตามตรงนะ วิธีการแบบนี้ฉันเคยศึกษามาก่อน แล้วผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม นั่นคือรากของพืชพรรณถูกทำลาย เมื่อได้รับผลกระทบก็ยากที่จะเติบโตอย่างดีแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเพิ่มคุณภาพเลย” ชายชราคนหนึ่งส่ายหน้า ตัวเขาถือว่ามีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้มากที่สุด ย่อมต้องเป็นผู้เอ่ยปาก

            

อย่างไรก็ตาม รองประธานฯไม่ได้ตำหนิเขา แต่ก็ไม่ได้ยอมรับความคิดของเขาด้วย เขาเพียงมองไปรอบๆ รอให้อันซูหยวนกลับมาก่อนจะขอให้ผู้อาวุโสท่านนั้นไปตรวจสอบด้วยตัวเอง 

            

ในเมื่อเขาบอกว่าเชี่ยวชาญในการศึกษา เช่นนั้นก็ต้องมีประสบการณ์ในการตรวจสอบรากของพืชพรรณด้วยใช่ไหม? 

 

“หากท่านคิดว่าวิธีนี้มีปัญหา จะรบกวนท่านช่วยตรวจสอบเพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นได้หรือไม่” รองประธานให้เกียรติเขามาก แม้แต่ตอนที่จะขอให้เขาช่วยทำงาน ก็ยังพูดอย่างสุภาพกับเขาเลย

            

ผู้อาวุโสรู้สึกเสียหน้าอยู่บ้าง ในเมื่อเขาพูดแล้วทำไมจึงยังต้องการให้เขาไปตรวจสอบอีก นี่ไม่ใช่กำลังไม่เชื่อคำพูดของเขาหรอกใช่ไหม? ตัวเขาอยู่วงการเกษตรกรมานานเท่าไรแล้ว ทำไมคำพูดของเขายังต้องพิสูจน์อีก!

           

 ทว่า คำขอที่สุภาพของรองประธานฯทำให้เขาคลายความไม่พอใจของตนเองลง ในเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงขนาดนี้แล้ว เขาก็ทำได้แค่ต้องถอยให้ก้าวหนึ่ง เพียงเดินเข้าไปแล้วก็เอาตัวอย่างออกมาให้ดูก็จบแล้วใช่ไหม? ถ้าต้องการแค่นั้น...เขาจะเสียเวลาสักสองสามนาทีทำให้ก็ได้

            

คนเดินเข้าไปในแปลงเพาะปลูก นั่งลงในตำแหน่งที่ซูหยวนเพิ่งจะพรวนดินไปก่อนหน้านี้ พลิกใต้ดินแล้วตรวจสอบความสมบูรณ์ของราก

           

 ต้นแรกไม่มีปัญหา แต่มันก็เป็นเรื่องปกติ ตอนที่เขาลงมือก็มีบางส่วนที่ได้รับผลกระทบมาก กับบางส่วนที่ไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลยอยู่เหมือนกัน ดังนั้นจึงได้ทดสอบด้วยการทำเช่นนี้ซ้ำเป็นครั้งที่สองและสาม ซึ่งผลก็ออกมาว่า...ยิ่งทำมากเท่าไร ความเสียหายก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น จนสุดท้ายแล้วก็จะไม่เหลืออะไรหลังจากที่ทำเพียงสามครั้งเท่านั้น

            

ชายชราขยับไปตรวจสอบต้นที่สอง ที่สาม จนกระทั่งต้นที่สิบ คิ้วของเขาเริ่มขมวดมุ่น นี่....นี่มันไม่น่าจะถูกต้องสิ! ผ่านการตรวจสอบมา 1 ใน 5 แล้ว สมควรจะต้องเจอความเสียหายที่เกิดขึ้นบ้าง แล้วทำไม...

            

เขาไม่ปักใจเชื่อ บางทีโชคของเด็กสาวอาจจะดีมากๆจนทำให้ 1 ใน 5 ส่วนนี้ไม่มีปัญหา ดังนั้นจึงได้ตรวจสอบไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผ่านไป 10 นาที เขาก็มาจนถึงสุดทางที่ซูหยวนได้ทำการพรวนดินเอาไว้แล้ว

           

 มือของเขาสั่นเทาเล็กน้อย ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น คนมองหน้าของพวกผู้อาวุโสที่กำลังรอผลลัพธ์อยู่ หลังจากนั้นเขาจึงพูดขึ้น

 

“เมื่อครู่เป็นแค่การตรวจสอบคร่าวๆเท่านั้น ขอเวลาอีก 10 นาที ฉันจะทำการตรวจสอบอย่างละเอียด” แม้ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้แล้ว แต่ชายชราก็ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะมันเป็นการบอกว่าการทดสอบของเขาก่อนหน้านี้มีปัญหา ความมั่นใจที่เขาได้แสดงออกไปจะเป็นการตบหน้าของเขาแทน

 

“ไม่เป็นไร เรื่องนี้ต้องขอบคุณท่านมาก แต่การตรวจสอบเบื้องต้นของท่านก็เพียงพอแล้ว” รองประธานโบกมือ อีกฝ่ายตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีปัญหาด้วยตัวเอง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปมากกว่านี้อีก

 

“แต่....”

 

“การทำงานของเด็กสาว ใจความสำคัญไม่ใช่เรื่องการพลิกหน้าดินอย่างง่าย แต่เป็นเรื่องของการควบคุมพลังงานให้มีเสถียรภาพต่างหาก” รองประธานอธิบายให้เขาฟัง

            

คำพูดนี้ก็เพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าการทำงานของเด็กสาวไม่ได้หักล้างการศึกษาของเขา ทว่าเธอเพิ่มการทำงานที่แตกต่างออกไปจากการศึกษาของเขาต่างหาก

 

“หืม? หมายความว่าอย่างไร”

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นฉันจะลองดูบ้าง” รองประธานคิดเล็กน้อย ตัวเขาได้ทำความเข้าใจการทำงานของอันซูหยวนก่อนหน้านี้ ในใจก็อยากจะทดสอบตั้งแต่แรกแล้ว ในเมื่อมีคนไม่เข้าใจ เช่นนั้นก็ถือโอกาสนี้เพื่อแสดงให้พวกเขาดูไปด้วยเลย

            

อันซูหยวนเลิกคิ้วมองดูรองประธานที่เข้าไปในแปลงเพาะปลูก เขาจับอุปกรณ์อันเดียวกับเธอก่อนจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจไปด้วย

 

“แต่เดิมแล้วพวกเราเคยชินกับการใช้พลังงานให้ไหลไปตามอุปกรณ์ ยิ่งอุปกรณ์รับพลังงานได้มากเท่าไรก็ยิ่งทำให้ขุดง่ายขึ้นแบบนี้” รองประธานทำงานเหมือนที่เคยทำ เพียงสองการขุดเท่านั้น เขาก็ยกผักขึ้นมาให้ดู

 

“ผลลัพธ์ก็เหมือนกับที่ผู้อาวุโสบอก ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งจะเป็นการทำให้เสียหายมากกว่า” เมื่อเห็นดังนั้น ผู้อาวุโสก็พยักหน้ารับ นี่แหละจึงจะถูกต้อง ตัวเขาศึกษามาแบบนี้ ผลลัพธ์ก็เหมือนที่รองประธานแสดงให้ดูไม่ผิด

 

“แต่ว่าเกษตรกรอันไม่ได้ทำแบบนี้ ถึงจะเป็นการพลิกหน้าดินอย่างง่ายเหมือนกัน แต่เธอกลับควบคุมพลังของตนเองเอาไว้ด้วย โดยการทำให้พลังที่ปล่อยออกมามีเสถียรภาพ ไม่ได้ปล่อยสุดแรงเหมือนที่พวกเราเคยทำ” รองประธานลงมืออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้นุ่มนวลกว่า อีกทั้งด้ามขุดก็ไม่ได้ลงไปลึกเท่ากับก่อนหน้านี้

 

“ครั้งนี้ลองดูได้ จะไม่มีความเสียหายไปถึงรากหลัก แม้ว่าทักษะของฉันจะไม่ดีเท่าเด็กสาว แต่ด้วยการทำแบบนี้...พืชผักก็จะไม่ได้รับความเสียหาย แถมตอนที่ใส่สารบำรุงเข้าไป พวกมันก็จะได้รับอย่างทั่วถึงด้วย”

            

รองประธานชี้ให้ดูอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนเข้ามาดูผลลัพธ์กันด้วยความตื่นเต้น ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว แม้แต่ผู้อาวุโสที่ทำการศึกษาเรื่องนี้มาก่อนก็ตื่นเต้นเช่นกัน

            

ถึงแม้ว่าผลลัพธ์เช่นนี้จะขัดแย้งกับการศึกษาของเขา แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าแนวคิดของเขาก่อนหน้านี้ถูกต้องจริงๆ การพลิกหน้าดินอย่างง่าย หากทำถูกวิธีก็จะช่วยการรับสารอาหารของพวกพืชผักได้มากขึ้น! นี่....เขาควรจะต้องศึกษาเพิ่มเติมแล้ว

            

เหมือนกับถูกเติมไฟเข้าไปในใจ ผู้อาวุโสท่านนั้นกระตือรือร้นมากที่สุด เขาไปตรวจสอบจุดที่ซูหยวนพรวนดินเอาไว้อีกครั้ง จากนั้นก็เปรียบเทียบกับที่รองประธานลงมือ แม้แต่เรื่องนี้ก็ยังแตกต่างกัน ดังนั้น...เขาควรจะต้องศึกษาว่าพลังงานเท่าไรจึงจะเหมาะสม แล้วถ้าเขาสามารถคิดอุปกรณ์ที่รับพลังงานสูงสุดได้ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าเดิมหรือ? เขาอาจจะทำงานวิจัยชิ้นใหญ่เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ แล้วทำให้เขาสามารถเลื่อนขั้นได้หลังจากติดมานานเสียที!!

           

 การแสดงของซูหยวนได้รับการตอบรับแล้ว ทุกคนเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งยังมีแนวคิดใหม่ๆของตนเอง นี่เป็นการยืนยันว่าประโยชน์ที่ซูหยวนทำให้กับวงการเกษตรกรนั้นพิเศษขนาดไหน อย่างไรก็ตาม...การเลื่อนขั้นจากเกษตรกรที่แท้จริงไปเป็นเกษตรกรขั้นสูง ไม่ควรจะเลื่อนง่ายๆแบบนั้น สุดท้ายแล้วทางประธานองค์กรก็ทำได้แค่มอบทรัพยากรบางอย่างให้เธอเท่านั้น

            

พวกเขามอบอุปกรณ์สำหรับการทำการเพาะปลูกให้เธอตั้งแต่กระบวนการแรกจนจบ 20 ชุดตามแปลงเพาะปลูกที่เธอมี หากหาซื้อจากข้างนอก ราคาของพวกมันน่าจะเกิด 40 ล้านเครดิตไปแล้ว นอกจากนี้ยังมอบเมล็ดพันธุ์ให้เธอสำหรับการเพาะปลูกพืชผักตลอด 1 ปี โดยที่ซูหยวนสามารถมาเลือกเอาที่องค์กรได้เลย ไม่ว่าเธอจะใช้มันอย่างไรก็ตาม ขอเพียงเธอใช้เพื่อเพาะปลูกในแปลงของตนเองก็ได้ทั้งนั้น

            

รวมถึงสารบำรุงดินที่พวกเขาให้เธอเบิกใช้ได้ตลอดทั้งปีเช่นกัน ด้วยสิทธิพิเศษนี้ หากซูหยวนตั้งใจทำการเพาะปลูกตลอดหนึ่งปีนี้ เท่ากับว่าเธอจะทำกำไรล้วนๆ ไม่มีต้นทุนใดๆเลย หากคนอื่นได้รับสิทธิพิเศษนี้จะต้องดีใจมากแน่ๆ ซึ่งซูหยวนก็ไม่ติดใจอะไร ที่สำคัญ...เธอเพียงต้องการเลื่อนขั้นของตนเองเท่านั้น และตอนนี้ก็สำเร็จแล้ว

            

หลิ่วโปมองดูเจ้านายที่กลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในสายตาของเขาเสียแล้ว ด้วยอายุเพียงเท่านี้กลับทำให้เกษตรกรผู้ชรามากมายต้องก้มหัวยอมแพ้ ตัวเขาเองก็อยากจะเป็นเช่นนี้ให้ได้เหมือนกัน สมแล้วที่เป็นเจ้านายของเขา!

            

หลังจากที่หมดธุระกับคนใหญ่คนโตขององค์กรแล้ว ซูหยวนก็เดินไปติดต่อขอเช่าพื้นที่แปลงเพาะปลูกตามสิทธิของตนเองทันที เธอได้จ่ายค่าเช่าแปลงเพาะปลูก 20 แปลงด้วยเงิน 2 ล้านเครดิตในครั้งแรก ซึ่งหลังจากนี้จะต้องจ่ายอีกเดือนละ 10,000 เครดิจสำหรับ 1 แปลงเพาะปลูก คิดเป็น 200,000 เครดิตต่อเดือน หากเพาะปลูกบรอกโคลี่เท่านั้น เธอจะต้องมีเงินจ่ายสำรองถึง 400,000 เครดิต เพราะระยะเก็บเกี่ยวของมันก็คือ 2 เดือนนั่นเอง

            

หากมองเพียงแค่จุดนี้แล้ว ก็จะรู้ได้เลยว่าการเป็นเกษตรกร ไม่ใช่แค่มีความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่ยังต้องมีเงินด้วย!

           

 หลิ่วโปเพิ่งเคยเห็นจำนวนเงินมากขนาดนี้ เขาถึงกับพูดไม่ออกตลอดเวลา เดิมทีคิดว่าถ้าตัวเองมีเงิน 1 ล้านเครดิต เขาก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ตลอดไปโดยไม่ต้องทำงานอีกเลย คิดไม่ถึงว่าเจ้านายของเขาจะใช้เงินหลายล้านเครดิตเพียงเพื่อเช่าสถานที่เท่านั้น!

 

“หลังจากนี้คนที่จะมาจ่ายค่าเช่าให้กับองค์กรจะเป็นนายนะ ดังนั้นช่วยจำขั้นตอนให้ดีด้วย” ซูหยวนเรียกสติของเขากลับมา เธอรู้ว่าตัวเองมีงานค่อนข้างมากให้จัดการ ดังนั้นเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ หลิ่วโปสมควรจะต้องทำได้

 

“จะ จ่ายค่าเช่า” หลิ่วโปมองดูจำนวนเงินที่อันซูหยวนโอนมาให้สำหรับเดือนถัดไป 200,000 เครดิตแล้วก็รู้สึกตาพร่ามัว 

            

เด็กสาวไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ อันที่จริง...เงิน 200,000 เครดิตนี้เป็นแค่การทดสอบเท่านั้น หากหลิ่วโปต้องการคดโกงเธอ ครั้งแรกที่เขาได้เงินมากขนาดนี้จะต้องทำให้มีความคิดแน่ 

            

ซึ่งซูหยวนมีวิธีจัดการหลิ่วโปอยู่แล้ว หากเขาคิดจะโกงเงินของเธอ เช่นนั้นเธอก็จะไม่เอาเขาไว้!

            

หลิ่วโปไม่ได้รู้เลยว่ามีดาบจ่อคอตัวเองอยู่ ขอเพียงเขาก้าวเท้าผิดก็จะไม่สามารถรักษาชีวิตเอาไว้ได้ ซูหยวนเป็นคนที่เด็ดขาดและโหดเหี้ยม เธอไม่ยอมเสียเปรียบใครอยู่แล้ว เงิน 200,000 เครดิตนี้มากพอที่จะซื้อชีวิตของหลิ่วโปได้ และซูหยวนก็ต้องการเช่นนั้น...

            

แน่นอนว่าเด็กหนุ่มไม่ได้รู้เรื่องนี้ และเขาก็ไม่คิดจะทำลายตัวเองเพราะเงินด้วย 

           

 ในเมื่อเขามีความแค้นต่อพวกสารเลวที่ฆ่าพ่อเขาเพียงเพราะเงิน เช่นนั้นเขาจะทำตัวเหมือนไอ้พวกสารเลวเหล่านั้นได้อย่างไร! ตัวเขาถึงแม้จะยากจนและไม่มีอะไรกิน ก็ไม่เคยทำให้พ่อของเขาต้องเสียชื่อเสียงจากการมีลูกเช่นเขา

            

หลิ่วโปเพียงแค่ซาบซึ้งใจที่เจ้านายมอบหมายงานใหญ่ให้เขาเช่นนี้ ซูหยวนไม่ได้สนใจเขาอีก เธอเดินนำไปยังพื้นที่แปลงเพาะปลูกที่เช่าเอาไว้ เนื่องจากเป็นราคาพื้นฐานเท่านั้น จึงไม่ได้มีความเป็นส่วนตัวอะไร

            

พื้นที่แปลงเพาะปลูกทั้ง 20 แห่งของเธอ อยู่รวมกับพื้นที่แปลงเพาะปลูกของพวกเริ่มต้นคนอื่นๆ หากเธอต้องการพื้นที่แปลงเพาะปลูกส่วนตัว จะต้องจ่ายเงินให้มากขึ้นเพื่อทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม...เพราะจำนวนที่เธอเช่ามากถึง 20 แปลง ทำให้ในพื้นที่นี้มีเพียงเธอและคนอีก 3 คนเท่านั้น ส่วนที่ยังว่างอยู่ยังไม่มีคนมาเช่า ดังนั้นจึงปิดทำการไว้ ไม่อย่างนั้นจะสูญเสียทรัพยากรในการดูแลรักษาสภาพไปเปล่าๆ

            

ซูหยวนมองดูแปลงเพาะปลูกของตนเองด้วยความพอใจ ช่วงนี้ที่ยังมีเวลา...เธอควรจะต้องจัดการเรื่องแปลงเพาะปลูกพวกนี้ให้เสร็จ ไม่อย่างนั้นอาจจะมีภารกิจเร่งด่วนอะไรเข้ามาอีก แล้วก็ทำให้การเพาะปลูกของเธอต้องชะงักไปก็ได้

            

เธอลงทุนไปแล้ว ย่อมไม่ต้องการให้เสียโอกาสไปเปล่าๆ...

 

……………………………………..