บทที่ 226 หานตู้สารภาพ (อ่านฟรี 19 ต.ค. 68)
บทที่ 226 หานตู้สารภาพ (อ่านฟรี 19 ต.ค. 68)
บทที่ 226 หานตู้สารภาพ
“ฉันไม่รู้ แต่แกต้องมีคำอธิบายให้พวกเรา แกเป็นคนพาพวกเรามาที่นี่ตั้งแต่เช้า บอกว่ามีเรื่องน่าตื่นเต้นให้พวกเราดู แล้วก็นี่ไง! เรื่องน่าตื่นเต้นที่พูดถึง แปลงเพาะปลูกของพวกเราเสียหายกันทั้งหมดแล้ว!! ตั๋วทรัพยากรสุดท้ายของฉันได้ใช้ไปกับเมล็ดพันธุ์ครั้งนี้ แล้วจะทำยังไงต่อ!! สถาบันมีกฎไม่ให้เอาเมล็ดพันธุ์จากข้างนอกเข้ามา ไม่อย่างนั้นจะถูกหักผลผลิตครึ่งหนึ่งด้วย นี่ไม่เท่ากับว่าตัดโอกาสที่จะจบการศึกษาของฉันไปแล้วหรอกหรอ!!”
“หานตู้ นายเป็นคนบอกพวกเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายบอกว่านายจะจัดการนักเรียนทุนอันไม่ใช่หรอ? แล้วทำไมกลับเป็นพวกเราที่ถูกจัดการเองล่ะ พวกเราไปมีความแค้นอะไรกับนายกัน”
“นั่นน่ะสิ แปลงเพาะปลูกของนายเสียหายไปด้วย นี่ก็เป็นแค่แผนของนายเท่านั้นแหละ เพราะนายกลัวว่าพวกเราจะเอาผิดนายก็เลยรับบทเหยื่อเหมือนกันกับพวกเราใช่ไหม? ใครก็รู้ว่าแปลงเพาะปลูกของนายมันใช้การไม่ได้มาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนที่คณะกรรมการมาตรวจสอบก็พบแล้วว่าแปลงเพาะปลูกของนายมีความอุดมสมบูรณ์ลดลงไป 2 ระดับจนเหลือแค่ระดับ 3 เท่านั้น ถ้าปีนี้ยังใช้แปลงเพาะปลูกนี้ต่อไป นายก็มีโอกาสยากมากที่จะเพาะปลูกอะไรขึ้น เพราะรู้แบบนั้นก็เลยคิดจะดึงพวกเราให้ตกต่ำไปด้วยกันใช่ไหม”
เสียงก่นด่าของพวกเพื่อนนักเรียนทำให้คนมาใหม่ได้แต่มองดูด้วยความสนใจ อันซูหยวนมาพร้อมกับพวกซานหยางและถงเฟย ด้านหลังยังมีนักเรียนอีกหลายคนที่ตั้งใจมาดูแปลงเพาะปลูกของตนเองด้วย เห็นสถานการณ์ของพวกหานตู้และเพื่อนๆเป็นแบบนั้น พวกเขาก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
หลายคนรีบไปดูแปลงเพาะปลูกของตนเองด้วย กลัวว่าจะได้รับผลกระทบ บางคนโชคดีอยู่ไกลจากแปลงเพาะปลูกของพวกเขา แต่บางคนกลับโชคร้ายต้องซวยไปด้วย
“นะ นี่ นี่มันอะไรกัน ทำไมแปลงเพาะปลูกของฉัน 1 ใน 10 ส่วนถึงเต็มไปด้วยสารพิษแบบนี้ล่ะ พวกนายรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
“อ๋า โชคดีที่แปลงเพาะปลูกของฉันอยู่ห่างจากแปลงเพาะปลูกของพวกเขา ไม่รู้ว่ากำลังเล่นอะไรกันอยู่ แต่นี่....ทำเช่นนี้แล้วก็ยากจะจบชั้นปีที่ 2 แล้วล่ะ”
“พวกหานตู้และเพื่อนเล่นอะไรกัน เมื่อวันก่อนเห็นหัวเราะคิกคัก นึกว่าจะได้ทำอะไรดีๆ คิดไม่ถึงเลยว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้ เฮ้อ เล่นไม่รู้เรื่องรู้ราวจริง”
ซานหยานได้ยินเสียงของทุกคน เขาขยับเข้าใกล้อันซูหยวน กระซิบกระซาบหลังจากตรวจสอบแปลงเพาะปลูกของตนเองแล้วพบว่าไม่มีความเสียหายอะไร
“สหายอัน ฉันคิดว่าเรื่องนี้น่าจะมีปัญหา” ปกติแล้วซานหยานไม่ใช่พวกชอบพูดมากนัก เขาและถงเฟยเจียมตัวมาตลอด มักจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นนักเรียนทุน พูดให้น้อยหน่อยก็จะมีชีวิตยืนยาวขึ้น อย่างไรก็ตาม...สถานการณ์นี้ทำให้เขานึกถึงคำพูดของพวกหานตู้ไม่กี่วันก่อน เดิมทีคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับตน แต่คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
“มีปัญหา?” ซูหยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ทำทีว่าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น
“ใช่ ไม่กี่วันก่อนฉันได้ยินพวกหานตู้พูดถึงพวกรุ่นพี่ที่ไม่ชอบการที่เธอสอบผ่านเป็นเกษตรกร แล้วต่อมาก็มีสารพิษในแปลงเพาะปลูกมากมายขนาดนี้ บางที...จุดประสงค์ที่แท้จริของพวกเขาอาจจะเป็นแปลงเพาะปลูกของเธอก็ได้”
“อืม ฉันก็ได้ยินเหมือนกัน ตอนแรกพวกเรายังคิดจะจับตามองหานตู้กับพวก แต่เมื่อคิดได้ว่าเธอสอบผ่านวิชาเกษตรแล้ว ดังนั้นจึงเอาเวลาไปทำภารกิจเพื่อที่จะเป็นประโยชน์มากกว่าจะมาสนใจเรื่องพวกนี้” ถงเฟยพูดขึ้นบ้าง
เพราะไม่อยากให้ซูหยวนกังวลใจ พวกเขาจึงปรึกษากันเองว่าจะช่วยเธอยังไงบ้าง แน่นอนว่า 5 สาวกลุ่มจูหลิวหลี่ก็ช่วยเสนอความคิดด้วยเช่นกัน เดิมทีเขาและซานหยานต้องการจะมานอนเฝ้าที่แปลงเพาะปลูกให้ซูหยวน เผื่อว่ามีคนคิดไม่ดีจะได้ช่วยขับไล่ไป
ทว่าพวกจูหลิวหลี่คิดอีกอย่าง...บอกว่าการเพาะปลูกครั้งก่อนของอันซูหยวนมากพอที่จะทำให้เธอจบการศึกษาได้แล้ว ดังนั้นถ้ามีเวลามาทำเรื่องไร้สาระพวกนี้ สู้ไปรับภารกิจมาทำเพิ่มจะดีกว่า
คิดไปคิดมาแล้วพวกเขาก็เห็นด้วย ดังนั้นจึงปล่อยแปลงเพาะปลูกไป ในใจก็คิดอยู่ว่าอาจจะเกิดปัญหาขึ้น แต่ที่พวกเขาไม่คิดก็คือ...ปัญหานี้ไม่ได้เกิดกับแปลงเพาะปลูกของซูหยวน หากแต่เกิดจากแปลงเพาะปลูกของพวกหานตู้เสียเอง
“ขอบใจมากที่บอกเรื่องนี้” ซูหยวนไม่ตำหนิพวกเขาที่ไม่พูดเตือนเธอตั้งแต่แรก หญิงสาวรู้ดีว่าเพื่อนสองคนนี้คิดแต่จะทำดีเพื่อเธอ เหตุผลที่พวกเขาไม่บอกก็คงจะมีอยู่ อีกอย่าง...ช่วงนี้เธอก็ใส่ใจแปลงเพาะปลูกทั้ง 20 แปลงของเธอมากกว่าเรื่องในสถาบันจริงๆ ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาตัดสินใจจะไม่พูดปัญหานี้กับเธออีก
นอกจากนี้ สิ่งที่พวกเขาได้ยินก็เป็นความเข้าใจของพวกเขาเอง หากบอกเธอแล้วเกิดมีปัญหาขึ้น พวกเขาเพียงแค่บอกว่า “ไม่ได้พูด” “ไม่ได้มีปัญหาอะไร” หรือรุนแรงกว่านั้นแล้วบอกว่าเธอใส่ร้ายพวกเขาโดยไม่มีหลักฐาน หากเอาเรื่องนี้ไปแจ้งความ คนที่จะได้รับความเดือดร้อนก็คือเธอ
ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไร ซูหยวนที่ไม่คิดพึ่งพาคนอื่นตั้งแต่แรกก็ไม่ตำหนิพวกเขา ทั้งยังรู้สึกขอบคุณอีกด้วย
“แต่ประเด็นคือตอนนี้...แปลงเพาะปลูกของพวกเขาได้รับความเสียหาย บางทีนี่อาจจะเป็นแผนการของพวกเขาตั้งแต่แรกก็ได้ พวกเราอาจจะเข้าใจผิดเอง”
“นั่นน่ะสิ อยู่ๆแปลงของพวกเขาก็ได้รับความเสียหาย ถ้าเกิดว่าพวกนั้นใส่ร้ายเธอ บอกว่าเธอเป็นคนลงมือขึ้นมาล่ะ...” สองหนุ่มยังเป็นกังวล แต่ซูหยวนไม่คิดเช่นนั้น
ต่อให้พวกเขาอยากจะพูดมากเท่าไรก็ไม่สามารถทำได้ เหมือนกับที่คนเหล่านั้นวางแผนเอาไว้ หากซูหยวนใส่ร้ายพวกเขาว่าเป็นคนลงมือ เช่นนั้นก็จะไปแจ้งทางการว่าเธอใส่ร้าย เมื่อรู้แบบนี้แล้ว...พวกเขาจะลงมาในหลุมกับดักนี้ด้วยตัวเองได้อย่างไร จะไม่กลัวซูหยวนแจ้งความกลับหรือ?
“เกิดอะไรขึ้น ส่งเสียงดังอะไรกัน!” ในขณะที่พวกนักเรียนกำลังวุ่นวายกันอยู่นั้น อาจารย์ประจำวิชาก็ก้าวออกมา คิ้วของเขาขมวดมุ่น เสียงของนักเรียนชั้นปีที่ 2 นี้ดังโวยวายจนออกไปข้างนอกพื้นที่แปลงเพาะปลูกแล้ว ถ้าเขามาช้ากว่านี้อีกหน่อย บางทีคงจะดึงดูดความสนใจของผู้อำนวยการสถาบันมาจัดการด้วยตัวเอง!
“อาจารย์! ในที่สุดอาจารย์ก็มาแล้ว อาจารย์ต้องช่วยพวกเรานะคะ คืนความยุติธรรมให้พวกเราด้วย”
“ใช่แล้วครับอาจารย์ วิชาเกษตรนี้ไม่ใช่พวกเราไม่อยากจบ แต่มีใครบางคนไม่อยากให้พวกเราจบมากกว่า อาจารย์ดูแปลงเพาะปลูกของผมสิครับ ไม่กี่วันก่อนยังแทงหน่อขึ้นมาอยู่เลย ตอนนี้กลับไหม้กลายเป็นสีดำหมดแล้ว”
“อาจารย์ต้องหาคนร้ายให้พวกเราด้วยนะครับ พวกมันจะต้องชดเชยกับสิ่งที่ทำลงไปให้สาสม!”
“อาจารย์ได้โปรดช่วยเหลือผมด้วยครับ การลงทุนสุดท้ายด้วยตั๋วทรัพยากรหมดไปแล้ว ผมไม่อยากถูกลงโทษให้เรียนซ้ำชั้นปีที่ 2 ทั้งแบบนี้ครับ”
เมื่อเห็นอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามา พวกนักเรียนที่ได้รับความเดือดร้อนก็ส่งเสียงโอดครวญออกมาอย่างไม่คิดอับอาย อาจารย์ประจำวิชาเกษตรเพิ่งเห็นว่าสภาพแปลงเพาะปลูกตอนนี้เป็นอย่างไร เขาถึงกับรีบถลาออกไปข้างหน้าด้วยมือสั่นเทา
เด็กๆพวกนี้.....เด็กๆสารเลวพวกนี้!! ทำไมพวกมันถึงกล้าลงมือกับแปลงเพาะปลูกรุนแรงแบบนี้เล่า! เห็นแบบนี้แล้ว หัวใจของเกษตรกรอย่างเขาก็บอบช้ำเหลือเกิน
“ใคร! เป็นใครที่ทำแบบนี้!!” เสียงตะคอกของอาจารย์ประจำวิชาทำให้พวกนักเรียนที่กำลังร้องไห้ชะงักไป แรงกดดันของเกษตรกรระดับสูงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ยิ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นอาจารย์ที่ใจเย็นอยู่เสมอ พอได้โกรธต่อหน้าพวกเขาแล้ว...ย่อมทำให้พวกนักเรียนรู้สึกกลัวจนต้องหยุดหายใจ
“อะ อาจารย์ใจเย็นๆก่อน...”
“ตอบมาเดี๋ยวนี้! ใครเป็นคนลงมือทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้กับแปลงเพาะปลูกที่เป็นชีวิตของมนุษย์ชาติ!! ถ้าไม่ออกมายอมรับแต่โดยดี ฉันจะแจ้งเรื่องนี้ให้ทางการเป็นคนจัดการตรวจสอบเอง!!”
เสียงคำรามของอาจารย์ทำให้พวกนักเรียนตัวสั่น โดยเฉพาะหานตู้ซึ่งรู้ทุกอย่างในใจ แม้ว่าเขานั้นจะไม่ใช่ผู้ลงมือ แต่ถ้าสอบสวนเข้าจริงๆ ก็อาจจะถูกโยงมาถึงเขาก็ได้
เนื่องจากคนที่มอบข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งแปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนและแปลงเพาะปลูกของเพื่อนๆเธอเป็นเขาเอง นี่...ไม่เท่ากับว่าเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดหรอกหรือ?
“หนึ่ง!!...”
“อ๊า!! อาจารย์! ได้โปรดไว้ชีวิตด้วยครับ!” ไม่ต้องรอให้อาจารย์นับถึงสาม ทันทีที่เห็นความโกรธของอีกฝ่ายพลุ่งพล่านเช่นนี้ หานตู้ก็ไม่สามารถยืนได้มั่นคงอีกต่อไป
เข่าของเขาอ่อนแรงลง เกิดเสียงตุบ ร่างของหานตู้ก็ลงไปนั่งคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวแล้ว....อาจารย์ประจำวิชาเกษตรที่พวกเขาดูถูก เวลานี้กลับน่ากลัวยิ่งกว่าอาจารย์นักล่าประจำสถาบันเสียอีก
“นักเรียนหาน เธอทำอะไรลงไป”
“อะ อาจารย์ ขอโทษครับอาจารย์ ผมไม่ได้เป็นคนลงมือ ผะ ผม ผมก็แค่ให้แผนที่แปลงเพาะปลูกกับพวกรุ่นพี่ไปก็เท่านั้น คะ คือว่า พวกรุ่นพี่ที่รู้จักบอกว่าอยากจะเล่นงานนักเรียนอันซูหยวนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ว่าการเป็นนกสองหัวนั้นจะต้องเจอกับอะไร ดะ ดังนั้นผมก็เลย....แต่สาบานได้เลยครับ ผมไม่ได้เป็นคนลงมือแน่นอน และต่อให้ผมไม่บอกแผนที่ไป พวกรุ่นพี่ก็จะลงมือกับนักเรียนทุนอันอยู่ดี!”
หานตู้กลัวตาย ต่อให้เป็นรุ่นพี่ร่วมตระกูลเขาก็ไม่สนใจแล้ว ขอแค่เขาไม่ถูกไล่ออก ขอแค่ไม่ถูกจับตัวไปลงโทษตามกฎหมายก็พอแล้ว
อาจารย์ได้ยินแบบนั้นก็กำหมัดแน่น นี่ถึงกับคิดจะวางแผนทำร้ายแปลงเพาะปลูกของอันซูหยวนเลยหรือ?
พวกมันไม่เห็นรึไงว่าแปลงเพาะปลูกนั้นได้รับการฟื้นฟูจนมีความอุดมสมบูรณ์ในระดับไหนแล้ว ผลของการเพาะปลูกรอบต่อไปจะต้องดีกว่าเดิมมากแน่ๆ แล้วพวกมันก็ยังกล้าที่จะคิดทำลายแปลงเพาะปลูกที่งดงามแบบนั้นหรือ? ไอ้พวกตัวสารเลวน้อยทั้งหลาย! หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง พื้นที่แปลงเพาะปลูกอันศักดิ์สิทธิ์ก็คงจะถูกพวกนั้นย่ำยีแล้ว
“นักเรียนไปแจ้งเรื่องนี้ต่อรักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบัน ฉันจะถามเขาว่าเรื่องนี้อยากให้ลงโทษยังไง แล้วก็นักเรียนหาน....บอกรายชื่อนักเรียนที่เกี่ยวข้องมาทั้งหมด วันนี้ใครที่กล้าลงมือกับแปลงเพาะปลูกที่ฉันดูแลจะต้องได้รับโทษทุกคน หากขาดไปแม้เพียงรายชื่อเดียว ฉันจะแจ้งเรื่องนี้ให้ทางการเป็นผู้จัดการแทนสถาบัน”
ได้ยินอาจารย์พูดเช่นนั้น หานตู้ก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง อาจารย์ไม่คิดจะแจ้งต่อทางการในครั้งเดียว เพียงอยากเห็นความจริงใจของพวกเขาเท่านั้น ถ้าพวกรุ่นพี่ไม่โง่งมเกินไป พวกเขาจะต้องยอมรับความผิดแล้วก็ชดเชยความผิดกันไป แต่ถ้าพวกมันอยากตายนัก...เช่นนั้นเขาก็ต้องมองหาแผนรับมืออื่นๆ
“ดะ ได้ครับอาจารย์ ผมจะบอกทุกอย่างที่ผมรู้ ผม...ผมไม่ได้คิดว่าเรื่องราวมันจะเป็นเช่นนี้เลยครับ” หานตู้พูดให้ดูน่าสงสาร ตัวเขาต่างหากที่ได้รับความเสียหายใช่ไหม? ดังนั้นแม้เขาจะเป็นคนมอบแผนที่ให้ ทว่าโทษก็ไม่ควรจะรุนแรงมากเกินไปอีกแล้ว ผลกรรมครั้งนี้เขาก็รับเอาไว้แล้วนี่นา
เรื่องราวที่แปลงเพาะปลูกได้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตทันที อาจารย์ประจำวิชาไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้ ดังนั้นรักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการจึงต้องมาเป็นผู้ตัดสินใจไกล่เกลี่ยให้ทุกฝ่าย นักเรียนชั้นปีที่ 3 จำนวน 8-9 คนก็มารวมกันที่นี่แล้ว พวกเขาแต่ละคนมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“บอกมาว่าเมื่อคืนทำอะไรลงไป!!” ได้ยินเสียงของอาจารย์ประจำวิชา เด็กๆก็ก้มหน้าลง ปีที่แล้วก็เพราะโชคช่วย พวกเขาจึงเก็บเกี่ยวผลผลิตผ่านมาได้ คิดไม่ถึงว่าจะได้มาเจออาจารย์ที่ทำให้เขาเกือบต้องเรียนซ้ำชั้นปีอีกครั้ง แถมยังเป็นในสถานการณ์เช่นนี้ด้วย...
หากเป็นก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่มีทางเห็นหัวอาจารย์ประจำวิชาเกษตรผู้นี้หรอก ก็เหมือนกับที่ทุกคนรู้ นักล่าดูแคลนเกษตรกร เกษตรกรก็ดูแคลนนักล่า ในฐานะที่พวกเขาเป็นนักล่าเต็มตัว ย่อมไม่นับถืออาจารย์ประจำวิชาเกษตร ท่าทางของพวกเขาที่ผ่านมาก็คือความเย่อหยิ่งและอวดดี แต่ตอนนี้กลับต่างออกไป...
เด็กน้อยทั้งเก้าคนแทบจะลงไปนั่งคุกเข่าเพื่อขอขมาอาจารย์ประจำวิชาเกษตรแล้ว อยากขอให้เขาอภัยให้ เพราะถ้าอีกฝ่ายต้องการทำโทษรุนแรงถึงขั้นแจ้งความล่ะก็...พวกเขาคงจะซวยกันแน่
โทษของการทำลายทรัพย์สินเป็นอย่างไร? จำคุกตลอดชีวิตหรือไม่? หรือว่าหนักกว่านั้น...จะต้องถูกตัดมือตัดเท้าหรือเปล่า...แค่คิดก็รู้สึกว่ามันน่ากลัวเกินไปแล้ว
“อาจารย์ครับ พวกเราขอโทษครับที่มีเจตนาไม่ดี พวกเราไม่ได้จะลบหลู่ท่านนะครับ แต่เพราะนักเรียนรุ่นน้องทำให้พวกเราไม่พอใจก็เลยคิดจะกลั่นแกล้งเล็กๆน้อยๆเท่านั้น”
“ใช่แล้วอาจารย์ อีกอย่าง...เมื่อคืนพวกเราก็ไม่ได้ทำต่อจนจบนะครับ พวกเรามีจิตสำนึกขึ้นมาก่อนที่จะลงมือสำเร็จ ดังนั้นจึงไม่ได้ทำอะไรกับแปลงเพาะปลูกของรุ่นน้องอันเลย”
“ใช่ๆ พวกเรายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยก็วิ่ง...เอ่อ ก็ยกเลิกแผนกลั่นแกล้งกันไปก่อนแล้วครับ”
“อาจารย์ครับ แม้พวกเราจะผิดที่มีเจตนาไม่ดีตอนแรก แต่หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นอาจารย์ลองดูที่แปลงเพาะปลูกของ....หือ?”
“หืม?”
“เห๋???!!”
…………………………