LNCrawler

บทที่ 227 คนผิด (อ่านฟรี 20 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 227 คนผิด (อ่านฟรี 20 ต.ค. 68)

บทที่ 227 คนผิด

 

​เดิมทีพวกเขาคิดว่าตัวเองจะถูกลงโทษ แต่ก็ไม่น่าใช่บทลงโทษรุนแรงอะไร อาจารย์เรียกพวกเขามาพร้อมกับรักษาการแทนผู้อำนวยการ ดังนั้นคงจะเรียกร้องให้พวกเขาชดเชยให้เด็กสาวรุ่นน้องคนนั้นเพื่อทำขวัญ หรือไม่ก็ทำสัญญาว่าจะไม่กลั่นแกล้งเด็กๆอีก

 

เพราะอย่างไร...ความเสียหายก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริงอยู่แล้ว ตอนนั้นพวกเขาจำได้ว่ามีพื้นที่บางแปลงเพาะปลูกที่อาจจะได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อยเพราะความผิดพลาดในการวิ่งของพวกเขา แต่ถึงอย่างนั้น...มันก็ไม่ควรจะเป็นเหมือนภาพที่พวกเขาเห็นในตอนนี้

 

แปลงเพาะปลูกมากมายเปลี่ยนเป็นสีดำเนื่องจากสารพิษ ยังมีกลิ่นของสสารซากกลายพันธุ์จำนวนมากลอยคลุ้งอยู่รอบๆ พื้นที่แปลงเพาะปลูกที่เหมือนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เวลานี้กลายเป็นพื้นที่สกปรกจนไม่น่าจะสามารถทำการเพาะปลูกได้อีกแล้ว พวกเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่ปัญหาเล็กๆอย่างที่เข้าใจอีกต่อไป!

 

ปกติแล้ว เพื่อให้สามารถเพาะปลูกพืชผักที่มนุษย์บริโภคได้ จะต้องใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อคอยสกัดเอาสารพิษออกไปจากพื้นที่อยู่เสมอ แปลงเพาะปลูกในสถาบันนักล่าอันดับแต่เดิมก็มักมีปัญหาเนื่องจากสารพิษจากตัวของพวกนักเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นทุกๆครั้งที่จบปีการศึกษา ช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 จะต้องจ่ายเครดิตจำนวนมากเพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน แล้วก็กำจัดพิษออกไป ดังนั้น...แปลงเพาะปลูกพวกนี้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของสถาบันเลยก็ได้

 

หากก่อนหน้านี้ พวกเขาเข้าใจว่าตัวเองอาจจะต้องจ่ายค่าชดเชย แล้วความเสียหายที่เกิดจากสารพิษมากมายแบบนี้จะต้องมีค่าชดเชยมากเท่าไร!

 

แสนเครดิต ล้านเครดิต ไม่สิ! บางทีอาจจะต้องจ่ายค่าชดเชยมากกว่าสิบล้านเครดิตสำหรับทุกแปลงเลยด้วยซ้ำ เช่นนั้นแล้วด้วยฐานะของพวกเขา จะเอาเงินมากมายเช่นนั้นมาจากไหนได้ ....

 

“นะ นี่ นี่ไม่ใช่พวกเราจริง”

 

“อาจารย์ ไม่ใช่ฝีมือของพวกเราจริงๆครับ พวกเราไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ แม้ว่าพวกเราต้องการจะสั่งสอนรุ่นน้องอันซูหยวนให้รู้ว่านักล่าไม่ควรจะสนใจเรื่องการเพาะปลูกมากเกินไป แต่ก็ไม่มีทางที่จะทำเรื่องพวกนี้ได้ครับ”

 

“ใช่แล้วครับอาจารย์ อีกอย่าง...เมื่อคืนพวกเราก็ไม่ได้ลงมือจริงๆครับ นี่ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่นอน”

 

“ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดอยู่แล้วครับอาจารย์ พวกเรายังไม่ทันลงมือก็ยกเลิกแผนการกันแล้ว อาจารย์ต้องตรวจสอบเพื่อคืนความยุติธรรมให้พวกเราด้วยนะครับ พวกเราโดนใส่ร้าย อาจจะมีใครบางคนถือโอกาสนี้เพื่อยืมมือพวกเราจัดการก็ได้”

 

“แปลงเพาะปลูกพวกนี้เป็นแปลงเพาะปลูกของน้องชายที่สนิทกับพวกเรา ดังนั้นพวกผมไม่มีทางทำแน่นอนครับ ใช่ไหมหานตู้ พวกเราสนิทกันขนาดไหน ไม่มีเหตุผลที่พวกเราจะต้องลงมือกับแปลงเพาะปลูกของรุ่นน้องหานเลย”

 

​พวกนักเรียนรุ่นพี่พยายามหาคำอธิบายให้ตัวเอง แน่นอนว่าพวกเขาไม่สามารถโกหกได้ว่าไร้เจตนา แต่ถึงพวกเขาจะมีเจตนาร้ายจริงๆ ทว่าเมื่อคืนก็ไม่ได้ลงมือเสียหน่อย เช่นนั้นทำไม....ทำไมสภาพของพื้นที่แปลงเพาะปลูกหลายแห่งจึงเป็นแบบนี้!

 

​อาจารย์ประจำวิชาแค่นหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ แม้พวกนักเรียนจะพูดมีเหตุผล แต่เจตนาของพวกเขาก็ยังมีอยู่ดี แค่ไม่ได้ลงมือกับแปลงเพาะปลูกที่สมบูรณ์ของนักเรียนอันซูหยวน แล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้นกับแปลงเพาะปลูกของคนอื่นเท่านั้นดังนั้นความโกรธของเขาจะลดลงได้ยังไง

 

“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็มาตรวจสอบให้รู้กันว่าหลังจากตอนกลางคืนแล้ว มีใครที่มายังแปลงเพาะปลูกนี้บ้าง” ถึงจะโกรธนักเรียนกลุ่มนี้มาก ทว่าเขาก็ไม่คิดปล่อยให้ผู้ลงมือรอดพ้นไปได้

 

​ไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม รวมถึงนักเรียนกลุ่มนี้ เขาก็จะลากออกมารับผิดชอบให้ได้! ต่อไปจะได้รู้ว่าไม่ควรมาเล่นสนุกกับแปลงเพาะปลูกศักดิ์สิทธิ์ของใครเช่นนี้อีก!

 

​เห็นอาจารย์ประจำวิชาที่ยังคงโกรธจัด พวกนักเรียนก็มองหน้ากันเอง รู้ว่าสถานการณ์นี้ไม่ค่อยดีนักแล้ว การทำให้คนที่ใจเย็นอยู่เสมอโกรธจนเปลี่ยนเป็นน่ากลัวนี้ช่างจัดการได้ยากจริงๆ

 

​ถึงอย่างนั้น...พวกเขาก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ลงมือจริงๆ ในเมื่ออาจารย์เลือกที่จะให้โอกาส เช่นนั้นพวกเขาก็ยังมีความหวัง

 

​เห็นสายตาของพวกนักเรียนรุ่นพี่เต็มไปด้วยประกายเช่นนั้นแล้ว ซูหยวนก็แค่นหัวเราะออกมา เธอก้าวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบแปลงเพาะปลูกของตนเองว่ามีความเสียหายหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอแค่ต้องการตรวจสอบว่าเหลือร่องรอยใดๆของพวกองค์รักษ์หนูขาวหรือไม่

 

​โชคดีที่เหมือนพวกนั้นจะไม่ทำงานผิดพลาด ที่นี่มีเพียงรอยเท้าของพวกนักเรียนรุ่นพี่เท่านั้น ต่อให้พวกเขาจะบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำ แต่ผลการตรวจสอบก็คงออกมาเป็นพวกเขาอยู่ดี

 

“ช่วยหลบออกไปหน่อยได้ไหม พวกเราก็อยากรู้ว่าแปลงเพาะปลูกของพวกเรายังอยู่ดีหรือเปล่าด้วยเหมือนกัน ถ้าแปลงเพาะปลูกของฉันได้รับความเสียหายแม้เพียงเล็กน้อย ฉันจะแจ้งเรื่องนี้ไปที่ตระกูลจู คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องชดเชยให้อย่างสาสม!” จูหลิวหลี่ช่วยไม่ได้ที่จะโกรธจัด เธอไม่คิดเลยว่าจะมีคนสารเลวแบบนี้อยู่ด้วย

 

​อยู่ดีๆก็คิดจะมาทำลายอนาคตของคนอื่น ถ้าอันซูหยวนได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องนี้จริงๆจะทำยังไง ตลอดเวลาที่ผ่านมาคนอื่นอาจจะมองไม่เห็น แต่จูหลิวหลี่และพวกเพื่อนๆเห็นชัดเจนว่าอันซูหยวนทุ่มเทกับงานของเธอมากขนาดไหน

 

​การเพาะปลูกที่ดูเหมือนง่ายดาย ก็ต้องใช้เรี่ยวแรงและความรู้ไม่น้อยเลย กว่าที่เธอจะเข้าใจวิธีการเพาะปลูก วิธีการจัดการดูแลพืชผักของตัวเอง จะต้องใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือมากมาย แล้วจู่ๆ...คนพวกนี้ก็บอกว่าอยากกลั่นแกล้งเธอ อยากสั่งสอนให้รู้ว่าการเป็นนักล่าที่ดีต้องทำอย่างไร เหอะ!! อันดับแรก จูหลิวหลี่คิดว่าพวกเขาควรจะต้องสั่งสอนตัวเองเสียก่อน

 

​การทำลายความพยายามของคนอื่นมันเป็นคุณสมบัติของนักล่าที่ดีตั้งแต่ตอนไหน!

 

“รุ่นน้องจู พวกเราไม่ได้ทำจริงๆ”

 

“ทำหรือไม่ทำ อาจารย์จะบอกเอง” จูหลิวหลี่สะบัดหน้า เดินผ่านพวกเขาพร้อมสายตาเกลียดชัง เธอเดินไปแปลงเพาะปลูกของตนเองเพื่อตรวจสอบด้วย ก่อนจะตะโกนขึ้นมา

 

“เพราะมีกลิ่นพิษหนาแน่นแบบนี้ ต้นอ่อนของฉันได้รับผลกระทบไปเป็น 10 ต้นเลย!เรื่องนี้พวกคุณจะต้องชดใช้ให้ฉันด้วย!” จูหลิวหลี่ตะคอกเสียงดัง เธอส่งสัญญาณให้พวกเพื่อนๆเข้าไปในแปลงเพาะปลูกบ้าง

 

“อ๋า ของฉันก็ได้รับผลกระทบด้วยเหมือนกัน ดูสิว่าผักพวกนี้อ่อนไหวแค่ไหน ทำไมพวกรุ่นพี่จะต้องทำเรื่องเหลวไหลแบบนี้ด้วย”

 

“ของฉันก็เหมือนกัน ดูสิว่ามีผักตายไปเป็น 20 กว่าต้นเลย ความเสียหายนี้เป็นเพราะพวกรุ่นพี่นั่นแหละ พวกคุณทำเรื่องแบบนี้ ทำพวกเราเดือดร้อนไปด้วยเลยนะ อาจารย์คะ...อาจารย์จะต้องเอาความยุติธรรมให้พวกเราด้วยนะคะ”

 

​เพื่อนๆของจูหลิวหลี่เข้าไปในแปลงเพาะปลูกทีละคนก่อนจะชี้หน้าด่าพวกรุ่นพี่ออกมาอย่างไม่เกรงใจ บางแปลงเพาะปลูกนั้นอยู่ไกลจากจุดเกิดเหตุมากด้วยซ้ำ แต่พวกเธอกลับชี้ว่ามีสาเหตุมาจากพวกรุ่นพี่พวกนี้

 

​ยังไม่ทันที่พวกเขาจะหายสับสนกับการถูกใส่ร้าย นักเรียนคนอื่นๆของชั้นปีที่ 2 ก็เหมือนจะคิดอะไรได้บางอย่าง พวกเขารีบเข้าไปดูแปลงเพาะปลูกของตนเองก่อนจะพูดขึ้นมาในทำนองเดียวกัน

 

“ไม่นะ! แปลงเพาะปลูกของฉันก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าสารพิษจากซากสัตว์กลายพันธุ์จะรุนเรงมากขนาดนี้ ฮือๆ แล้วแบบนี้ฉันจะจบชั้นปีที่ 2 ไปได้ยังไง ตั๋วทรัพยากรที่จะเอาไว้แลกเมล็ดพันธุ์ก็หมดแล้วด้วย ดังนั้นพวกรุ่นพี่จะต้องชดเชยให้พวกเรานะคะ”

 

“แปลงเพาะปลูกของฉันกลายเป็นพื้นที่ความอุดมสมบูร์ต่ำไปเลย จากก่อนหน้านี้มันสามารถเพาะปลูกได้ดี หลังจากนี้ไปคงจะกลายเป็นเรื่องยากแล้ว”

 

“แย่แล้ว แปลงเพาะปลูกของฉันมันเคยเติบโตได้ดีนี่นา เกือบจะเก็บเกี่ยวได้แล้วด้วยซ้ำ แล้วทำไมพวกมันถึงกลับไปเป็นต้นอ่อนแห้งเหี่ยวได้อีกเล่า!”

 

​เสียงของพวกนักเรียนทุกคนดังขึ้นแทบจะพร้อมกันจนเกิดเป็นเสียงเจียวจาว สีหน้าของพวกรุ่นพี่เริ่มเปลี่ยนไป ดูเหมือนพวกเขาจะเข้าใจแล้วว่ารุ่นน้องพวกนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่

 

​นี่...จะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นความผิดของพวกเขางั้นหรือ? แค่เพราะเอาสสารกลายพันธุ์เข้ามา ยังไม่ได้แม้แต่จะลงมือด้วยซ้ำ ก็ทำให้แปลงเพาะปลูกที่ไม่มีผักขึ้นได้รับความเสียหายด้วย ยิ่งคนสุดท้าย....ถ้าจะพูดอะไรก็ช่วยพูดเรื่องที่สมเหตุสมผลมากกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ?

 

​อะไรที่บอกว่ากำลังจะเก็บเกี่ยวได้แล้ว? อะไรคือการที่ผักพวกนี้กลับกลายไปเป็นต้นอ่อนหลังจากได้รับสารพิษ!! ถุย!! นี่ก็แค่เรื่องไร้สาระที่แต่งขึ้นมาไม่ใช่รึไง!

 

​รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันกุมขมับของตัวเอง ยิ่งฟังพวกนักเรียนชั้นปีที่ 2 พูดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีแต่เรื่องเหลวไหลเท่านั้น แม้การที่เอาสสารกลายพันธุ์เข้ามาในพื้นที่แปลงเพาะปลูกจะไม่ใช่เรื่องสมควร ทว่า...ก่อนหน้านี้เขาได้ยินรายงานอยู่ตลอด ผลการเพาะปลูกของพวกเธอมันก็ไม่ได้ดีไปมากกว่าตอนนี้เลยไม่ใช่หรือ?

 

​สุดท้ายแล้วสิ่งที่เกิดขึ้น แทบจะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับพวกนักเรียนชั้นปีที่ 2 เลยด้วยซ้ำ แปลงเพาะปลูกที่ถูกทำลายไม่ใช่แปลงเพาะปลูกที่ให้ผลผลิตหรือมีความหวังจะประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ก็แค่เปลี่ยนให้สีของพวกมันดูน่ากลัวมากขึ้น และต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานเกือบปีก็เท่านั้นเอง

 

​พูดอีกอย่างก็คือ...แปลงเพาะปลูกที่ถูกทำลาย นักเรียนเหล่านั้นก็จะไม่มีโอกาสเรียนจบจากชั้นปีที่ 2 ก็เท่านั้น

 

“เงียบก่อน” เขาออกคำสั่งอย่างเข้มงวด เสียงโวยวายของนักเรียนที่เกินจริงก็ค่อยๆหยุดลง ทุกคนมองดูว่ารักษาการผู้อำนวยการจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

 

​เมื่อเห็นว่านักเรียนทุกคนตั้งใจฟังตัวเองแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมาแล้วพูดขึ้น

 

“สำหรับแปลงเพาะปลูกที่ได้รับความเสียหาย อันดับแรกต้องขอแสดงความเสียใจกับทุกคนด้วย ทว่า...เหตุเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ดังนั้นพวกเราจึงย้ำเตือนเสมอว่าแปลงเพาะปลูกเหล่านี้อยู่ในความรับผิดชอบของทุกคน”

 

“มันก็เหมือนงานชิ้นหนึ่ง มีระยะเวลาทำงาน 1 ปี หากดูแลไม่ได้ ก็ต้องยอมรับผลลัพธ์เช่นนี้ หรือก็คือ...ทุกคนจะต้องรับผลจากความสะเพร่าของตนเอง งานของชั้นปีที่ 2 ที่สำคัญก็คือการเพาะปลูกให้ได้ตามกำหนดขั้นต่ำ ดังนั้นทุกคนมีหน้าที่ต้องปกป้องแปลงเพาะปลูกของตนเองให้ปลอดภัยอยู่เสมอ”

 

“คนที่ไม่สามารถปกป้องแปลงเพาะปลูกของตนเองเอาไว้ได้ ก็ต้องรับผิดชอบด้วยการเรียนซ้ำชั้นอีก 1 ปีโดยไม่มีเงื่อนไขอื่น นักเรียนที่ได้รับผลกระทบก็เช่นกัน นี่เป็นการดูแลของพวกเธอทั้งนั้น”

 

“ในโลกความเป็นจริง ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้อาจจะไม่จบง่ายๆแค่การเสียเวลาเพิ่มอีก 1 ปี แต่พวกเธออาจจะต้องชดใช้ความผิดที่มีมูลค่ามหาศาลก็ได้ ดังนั้นจงจำเอาไว้ว่าห้ามประมาท เรื่องบางเรื่องกฎระเบียบก็ช่วยปกป้องไม่ได้...”

 

ชายสูงอายุกล่าวเช่นนั้น นักเรียนที่ถูกทำลายแปลงเพาะปลูกไปก็อ้าปากค้าง พวกเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ เดิมทียังคิดว่าเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาก็อาจเป็นเรื่องดี เพราะพวกเขาจะได้ใช้แปลงเพาะปลูกอื่นแทนแปลงเพาะปลูกที่สูญเสียความอุดมสมบูรณ์ไป ทว่า...รักษาการฯกลับพูดง่ายๆเช่นนั้น บอกว่าพวกเขาไม่มีโอกาสอีกต่อไป...นี่มัน นี่มันจะไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือ?

 

“แน่นอนว่ายังมีความหวังอยู่เช่นกัน ถ้าพวกเธอสามารถกำจัดสารพิษออกไปจากแปลงเพาะปลูกแล้วเริ่มการเพาะปลูกให้เร็ว บางทีการเก็บเกี่ยวก็อาจจะเสร็จสิ้นก็ได้ อาจารย์จะเป็นกำลังใจให้” เขาพูดทิ้งท้ายอีกคำ ซึ่งวิธีการนี้ก็ยังทำได้อยู่ ขอเพียงพวกนักเรียนลงทุนให้มากหน่อยก็เท่านั้น...

 

​แทนที่จะปล่อยให้สถาบันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทั้งหมด สู้กระตุ้นให้พวกนักเรียนใช้ความพยายามของตัวเองทั้งหมดดีกว่า แน่นอนว่าลึกๆแล้วเขาก็รู้ดีว่าโอกาสที่จะจัดการสารพิษทั้งหมด แล้วเริ่มการเพาะปลูกจนสำเร็จนั้นยากขนาดไหน ขนาดปกติไม่มีสารพิษในแปลงเพาะปลูก พวกเขาก็ยังทำกันไม่สำเร็จเลย...

 

“อะ อาจารย์ เป็นแบบนี้ไม่ได้นะครับ พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยซ้ำ คนผิดก็คือรุ่นพี่พวกนี้ต่างหาก ทำไมพวกเราจะต้องมารับผลแบบนี้ด้วยล่ะครับ”

 

“พวกเราไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลย แค่โชคร้ายก็ถือว่าเป็นความไม่รับผิดชอบของพวกเราแล้วหรอครับ อาจารย์ช่วยพิจารณาอีกครั้งด้วยเถอะครับ”

 

“พวกรุ่นพี่จะต้องรับผิดชอบ ในเมื่อพวกเขาเอาสารพิษมาได้ ก็ต้องจัดการกับสารพิษในแปลงเพาะปลูกของพวกเราให้หมด!!”

 

“หานตู้ แกกับพวกรุ่นพี่รู้กันไม่ใช่หรอ? แกรู้แบบนี้แล้วแต่ก็ยังปล่อยให้พวกรุ่นพี่ทำแบบนี้ได้ อย่างนั้นแกก็ต้องมีความผิดด้วย!!”

 

“ใช่แล้วหานตู้ เมื่อเช้าแกบอกว่ามีเรื่องดีๆจะให้ดู เห็นได้ชัดเลยว่าแกรู้อยู่ก่อนแล้ว เร็วเข้า! รีบจัดการเรื่องนี้ให้ดี ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่!”

 

​บางคนก็ไปอ้อนวอนกับอาจารย์ บางคนก็หาเรื่องพวกรุ่นพี่ บางคนขี้ขลาดหน่อยก็จัดการหานตู้แทน สุดท้ายแล้วไม่มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นสำหรับพวกเขาเลย

 

​ในขณะที่หานตู้ถูกกดดันแบบนั้น เขาก็มองไปยังอันซูหยวนด้วยความประหลาดใจ มันน่าแปลกมากๆที่เกิดเรื่องเสียหายขนาดนี้กับแปลงเพาะปลูกของเขาและพวกเพื่อนๆของเขาเท่านั้น ราวกับว่า...คนที่จงใจทำร้ายอันซูหยวนกลับถูกจัดการเองทั้งหมด หรือบางที...นี่อาจจะเป็นการลงมือของอีกฝ่ายหรือไม่?

 

​พวกรุ่นพี่ก็พูดเองว่าพวกเขายังไม่ทันได้ลงมือด้วยซ้ำ ถ้าอย่างนั้นผลลัพธ์ที่ออกมานี้คืออะไร...

 

“นักเรียนอันซูหยวน เธอ....”

 

 ………………………………