LNCrawler

บทที่ 228 เพี้ยนไปแล้ว (อ่านฟรี 21 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 228 เพี้ยนไปแล้ว (อ่านฟรี 21 ต.ค. 68)

บทที่ 228 เพี้ยนไปแล้ว

            

ในขณะที่หานตู้กำลังจะชี้ไปที่อันซูหยวน อาจารย์ประจำวิชาเกษตรก็กลับมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม เขาส่งเอกสารรายงานให้รักษาการผู้อำนวยการเพื่อตรวจสอบก่อนเป็นคนแรก เขาดูแล้วก็ถอนหายใจ จากนั้นมองไปยังพวกนักเรียนรุ่นพี่ที่อ้างว่าตัวเองไม่ได้ลงมือ

 

“ผลออกมาแล้ว...”

 

“อาจารย์ครับ ผลออกมาแล้วใช่ไหมครับ เป็นใครกันที่ต้องการใส่ความพวกผม”

 

“ใช่แล้ว มีคนอื่นที่ตามพวกเราเข้ามาด้วยใช่ไหมครับ มันเป็นใครกัน ทำไมต้องทำแบบนี้กับพวกเราด้วย”

 

“อาจารย์ต้องตัดสินอย่างเป็นธรรมนะครับ พวกเราจะยอมรับผิดแค่ส่วนที่พวกเราทำเท่านั้น แต่สิ่งที่พวกเราไม่ได้ทำ เช่นนั้นพวกเราก็จะไม่ยอมรับทั้งสิ้น!” พวกเขาพูดอย่างกล้าหาญ ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ทำ เช่นนั้นก็ต้องมั่นใจว่าไม่ได้ทำ อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดกลับถูกประกาศออกมา

 

“ตั้งแต่ฟ้ามืดลงจนถึงฟ้าสว่าง มีเพียงพวกเธอเท่านั้นที่เข้ามาในพื้นที่แปลงเพาะปลูกนี้ ไม่มีนักเรียนคนอื่นเข้ามาเลย”

 

“เป็นไปไม่ได้!!”

 

“ใช่ เป็นไปไม่ได้! นี่...นี่ต้องมีข้อผิดพลาดแน่ๆ พวกเราไม่ได้ทำ ไม่ใช่คนลงมือด้วยซ้ำ พวกเราตอนนั้นเกือบจะใช้สสารกับแปลงเพาะปลูกของรุ่นน้องอันจริงๆ แต่มีเสียงประหลาดดังออกมาก็เลยพากันวิ่งหนี ดังนั้นไม่ใช่ฝีมือของพวกเราจริงๆ” ไม่รอให้รักษาการฯพูดจบ พวกรุ่นพี่ก็ปฏิเสธเสียงแข็ง

            

มันจะเป็นไปได้อย่างไร มีแค่พวกเขาเข้ามาได้อย่างไร? ถ้าอย่างนั้นแปลงเพาะปลูกที่ถูกทำลายพวกนี้เป็นฝีมือของใครกัน!!

 

“หรือว่า...” นักเรียนคนหนึ่งคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจะอุทานขึ้นมาอย่างไม่อยากเชื่อ เพื่อนๆของเขารีบถามทันทีว่าคิดอะไรออก เพราะถ้าพวกเขาไม่จัดการให้ดี เท่ากับว่าตอนนี้ความผิดทั้งหมดเป็นของพวกเขาแล้ว

 

“หรือว่าอะไร? จำได้แล้วใช่ไหมว่ามีใครที่ลงมือตลบหลังพวกเราน่ะ”

 

“เอ่อ ฉันกำลังคิดว่า...บางที อาจจะเป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่ลงมือ...” ตอนแรกพวกรุ่นน้องก็ตั้งใจฟังอยู่ อยากรู้ว่าพวกรุ่นพี่กำลังคิดอะไรกันได้ ทว่า...เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายพูด กำลังกล่าวหาว่าสัตว์กลายพันธุ์ลงมือโยนสสารกลายพันธุ์เข้าแปลงเพาะปลูกของนักเรียน เช่นนี้แล้วสีหน้าของพวกเขาก็แสดงออกอย่างเปิดเผยว่ากำลังดูถูกพวกรุ่นพี่ขนาดไหน

            

เหอ เหอ เหอ หลังจากที่หาคนผิดมาไม่ได้ อย่างนั้นก็รีบโยนความผิดให้สัตว์กลายพันธุ์ไปเนี่ยนะ จะบอกว่ามีสัตว์กลายพันธุ์ตัวหนึ่งเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยจนถึงเขตชั้นในได้ หลังจากนั้นก็ยังใช้สสารซึ่งเป็นเลือดของสัตว์กลายพันธุ์ด้วยกันมาโยนเล่นใส่แปลงเพาะปลูกของพวกเขา

            

นี่มัน...ความคิดนี้ ไม่ใช่กำลังเห็นว่าทุกคนเป็นพวกปัญญาอ่อนหรือ?

 

“อย่าพูดจาเหลวไหล! รีบยอมรับผิดเสียตั้งแต่ตอนที่ฉันยังให้โอกาสอยู่จะดีกว่า!!” อาจารย์ประจำวิชาเกษตรยิ่งโกรธมากเมื่อได้ยินคำแก้ตัวของพวกนักเรียน

           

 เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กพวกนี้กำลังดูถูกตนเองมากขนาดไหน คิดว่าเขาหลอกลวงได้ง่ายๆ พูดอะไรก็เชื่อเหมือนคนโง่หรือ? จะบอกว่าตัวเองไม่ได้ทำแล้วมีสัตว์กลายพันธุ์บางตัวต้องการใส่ร้ายคนงั้นหรือ? นี่มันวิธีการคิดแบบไหนกัน!! ถ้าไม่ได้ดูถูกเขา จะให้เรียกว่าอะไรได้!

            

แน่นอนว่าเสียงเกรี้ยวกราดของอาจารย์ทำให้พวกนักเรียนรุ่นพี่ได้แต่กลัวจนตัวสั่น พวกเขาอยากจะพูดแก้ตัวออกไปว่าคืนนั้นมีเสียงร้องของสัตว์กลายพันธุ์จนทำให้พวกเขากลัวแล้วต้องวิ่งหนีไปจริงๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของสัตว์กลายพันธุ์ตัวนั้น ทว่า...ขนาดพวกเขาคิดกันเองก็ยังไม่อยากเชื่อความคิดนี้ หากพูดมันออกไป คงจะโดนด่ามากขึ้นแน่

 

“อาจารย์...ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วยเถอะครับ พวกเราทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ ฮือๆ” เมื่อจนตรอกหมดหนทาง พวกเขาทำได้แค่หวังว่าอาจารย์ประจำวิชาเกษตรจะใจกว้างกับนักเรียนที่ไม่ได้เรื่องอย่างพวกเขา

            

ทุกคนคุกเข่าลง อ้อนวอนขอความเมตตา ซึ่งภาพนี้ทำให้ความโกรธของอาจารย์ประจำวิชาเกษตรลดลงไปบ้าง แม้จะยังไม่คิดให้อภัยพวกเขาทั้งหมด แต่เหตุการณ์เช่นนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นกับสถาบันนักล่าแห่งนี้ เนื่องจากพวกเขาดูแคลนวิชาเกษตรมาก พอไม่ผ่านชั้นปีที่ 2 เพราะปลูกอะไรไม่สำเร็จ หลายครั้งก็มักจะเอาความโกรธมาลงกับแปลงเพาะปลูก ดีหน่อยก็แค่ใช้กำลังทำลายแปลงเพาะปลูก หากรุนแรงก็จะหาพวกสารพิษมาโยนทิ้งเอาไว้เช่นนี้

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่งบประมาณในการฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกของสถาบันจะสูงมาก ทั้งหมดก็เพราะเหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดซ้ำทุกๆปีนั่นเอง

            

ครั้งนี้ก็แค่เกิดก่อนเท่านั้น ไม่รอให้ผลลัพธ์ออกมา กลับโยนสสารกลายพันธุ์เข้ามาโดยตรง อาจารย์ประจำวิชาเกษตรที่เจ็บช้ำจนเคยชิน แถมครั้งนี้ความเสียหายก็อยู่กับพวกเด็กเกเรที่ไม่มีโอกาสเพาะปลูกจนสำเร็จอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่คิดให้ซับซ้อน เพียงมองไปยังรักษาการแทนผู้อำนวยการแล้วกล่าวเสียงขรึม

 

“ฉันจะไม่แจ้งเรื่องนี้กับทางการ แต่ขอให้ท่านมอบบทเรียนที่เหมาะสมให้พวกเด็กๆด้วย นอกจากนี้ยังมีนักเรียนบางคนได้รับผลกระทบจากความเสียหาย ขอให้พวกเขาชดเชยเท่าที่จะทำได้ด้วยครับ”

 

“อืม ขอบคุณมาก ฉันเข้าใจแล้ว” รักษาการแทนตำแหน่งผู้อำนวยการถอนหายใจออกมา ตอนแรกที่เขาเห็นสีหน้าโกรธจัดของอาจารย์ผู้ใจกว้างอยู่เสมอก็ยังคิดว่าครั้งนี้อาจจะเกิดปัญหาใหญ่แล้ว คิดไม่ถึงว่าผลสุดท้ายเขาจะใจเย็นลงได้

            

แน่นอนว่าที่เป็นเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะความใจดีของอาจารย์ประจำวิชาเกษตรเพียงเท่านั้น ทว่า...หลังจากที่เขาได้ยินคำพูดของนักเรียนชั้นปีสูงพูดเกี่ยวกับสัตว์กลายพันธุ์ เขาก็อดไม่ได้ที่จะต้องจบข้อสงสัยนี้

            

นั่นก็เพราะ...เขาเจอร่องรอยบางอย่างจริงๆ แม้ว่าคนอื่นๆอาจจะมองไม่เห็น แต่เขาที่ดูแลแปลงเพาะปลูกพวกนี้มานานหลายสิบปีจะไม่เข้าใจได้อย่างไร

            

ปรากฏว่ามีร่องรอยของสัตว์ขนาดใหญ่จริงๆ และสัตว์พวกนั้นก็คงจะเป็นผู้ลงมือ เขาอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงสถานะของอันซูหยวนผู้เป็นทหารพิเศษเข้ากับเรื่องสัตว์กลายพันธุ์ที่ปรากฏในแปลงเพาะปลูกอย่างกะทันหัน แถมยังช่วยปกป้องแปลงเพาะปลูกของเธอเอาไว้ได้ ทั้งโยนสารพิษพวกนี้กลับไปให้นักเรียนร่วมชั้นที่ไม่หวังดีต่อกันอีกด้วย

            

ความเชื่อมโยงพวกนี้ทำให้เขาไม่กล้าตรวจสอบต่อไป จะบอกว่าเขาลำเอียงก็ได้ แต่ถ้าผลการตรวจสอบออกมาแล้วพบว่าอันซูหยวนมีความผิด เช่นนั้นเขาคงจะเสียใจมาก

 

“อาจารย์ แล้วแปลงเพาะปลูกของพวกเรา...”

 

“ก็เหมือนกับที่ท่านรักษาการฯพูดนั่นแหละ หลายปีก่อนนี้เคยมีปัญหานี้เหมือนกัน และพวกเราก็ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนแปลงเพาะปลูกให้นักเรียน แต่การตอบกลับมีเพียงแค่การปฏิเสธ พวกเขาบอกว่ามันคือความรับผิดชอบ นักเรียนที่ไม่ปกป้องแปลงเพาะปลูกของตัวเองให้ดี ก็ต้องรับผลของมันด้วย”

 

“แต่นี่....”

 

“ถ้านักเรียนใส่ใจแปลงเพาะปลูกจริงๆ เช่นนั้นก็ต้องจัดคนมาช่วยดูแลแล้ว เกษตรกรพวกเราทำแบบนั้นกัน แม้แต่แปลงเพาะปลูกขององค์กรเกษตรกรก็ยังต้องมีคนมาดูความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงเลย ดังนั้นการที่พวกเธอไม่ใส่ใจดูแลความปลอดภัยก็ถือเป็นความสะเพร่า”

 

“................” นักเรียนที่ได้รับความเสียหายพูดอะไรไม่ออก พวกเขาจะคิดได้ยังไงว่าตอนเช้าที่ติดตามหานตู้มาอย่างตื่นเต้น สุดท้ายแล้วจะต้องมายืนเสียใจอยู่แบบนี้

            

สายตาของเพื่อนนักเรียนมองหานตู้ด้วยความเกลียดชัง นี่คือเรื่องสนุกที่อีกฝ่ายอยากมอบให้พวกเขางั้นหรือ? ดี! เช่นนั้นพวกเขาก็จะตอบแทนความใจกว้างของหานตู้อย่างแน่นอน!!

            

อันซูหยวนไม่สนใจพวกเขาอีกต่อไป เพียงจัดการแปลงเพาะปลูกของตนเองต่อไปเท่านั้น อาจารย์ประจำวิชาให้คำแนะนำนักเรียนส่วนใหญ่ที่ถามปัญหาจนเสร็จ จากนั้นก็เดินเข้ามาหาอันซูหยวน เรียกเธอไปคุยกันที่ห้องทำงานด้วยท่าทางจริงจัง

 

“อย่าทำแบบนี้อีก เข้าใจไหม” อาจารย์พูดขึ้นมาลอยๆ ซูหยวนชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

 

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอโทษที่ทำให้เกิดปัญหานะคะ” เธอรู้ว่าอาจารย์ประจำวิชาเกษตรไม่ใช่คนง่ายๆ ตั้งแต่ที่เขาเป็นอาจารย์ที่สถาบันนักล่าได้ นี่ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเขาเป็นคนแบบไหน

            

คนๆนี้ถ้าไม่มีความอดทนมากพอ ก็ไม่มีทางอยู่สถาบันได้นานขนาดนั้น อีกอย่าง...เขาเป็นอาจารย์ประจำวิชาเกษตรกลับไม่คิดอ่อนข้อให้นักเรียน ไม่ติดตามพวกนักเรียนให้ใส่ใจ เมื่อไรที่เขาไม่ชอบใจนักเรียนคนไหน เขายังเลือกจะไม่อธิบายคำถามให้นักเรียนได้ด้วย ถ้าเป็นอาจารย์คนอื่น...คงจะถูกขับออกจากสถาบันไปนานแล้ว แต่อาจารย์คนนี้กลับยังอยู่ดี แถมยังได้รับเกียรติมากมายจากกองทัพและองค์กรเกษตรกรด้วย

            

หากไม่เป็นเช่นนั้น เขาคงจะเชิญรองประธานองค์กรเกษตรกรมาช่วยตรวจสอบการทุจริตเรื่องการเพาะปลูกของเธอครั้งก่อนไม่ได้

            

ดังนั้นแทนที่จะโกหกเขา ซูหยวนเลือกจะยอมรับความผิดนี้โดยตรง ซึ่งท่าทางของซูหยวนก็ทำให้อาจารย์ประจำวิชาพอใจไม่น้อย เดิมทีเขายังคิดว่าจะเปิดเผยเรื่องที่เขารู้เกี่ยวกับการเอาสัตว์กลายพันธุ์มาแก้แค้นของซูหยวนเพื่อบังคับให้เธอยอมรับความผิด แต่เด็กสาวกลับเป็นเด็กดีกว่าที่คิด ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถบ่นเธอไปได้มากกว่านี้

            

ยังไงก็ถือว่าเป็นการป้องกันตัว แล้วการเอาคืนพวกที่ต้องการทำร้ายเธอก่อน นี่ก็เป็นวิถีของนักล่ารูปแบบหนึ่งเท่านั้น ตัวเขาที่สอนเด็กๆนักล่ามาเป็นเวลานานจะไม่เข้าใจพื้นฐานนิสัยของอีกฝ่ายได้หรือ?

 

“ดีแล้ว แม้ว่าเธอจะโกรธขนาดไหนก็ไม่ควรทำเรื่องผิด ถ้าการตรวจสอบพบเจอปัญหามากกว่านี้ หรือคนที่ตรวจสอบไม่ใช่ฉัน เธออาจจะเดือดร้อนได้”

 

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันแค่อยากจะให้พวกเขารู้บ้างว่าการรังแกคนอื่นจะมีโทษยังไง”

 

“ฉันรู้ แต่เธอต้องจำเอาไว้อย่างหนึ่ง...การเอาคืนมีหลายวิธี เพราะถ้าเป็นฉัน ฉันจะใช้วิธีที่ดีกว่านี้ ทำในรูปแบบที่แม้แต่พวกเขาก็ไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนเอาคืนอยู่” อาจารย์ยิ้มเย็น ซูหยวนที่เห็นภาพลักษณ์ของเขาเป็นเช่นนี้ครั้งแรกก็อดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้

            

ก่อนหน้านี้เธอก็คิดแล้วว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา แต่ดูเหมือนว่าเธอยังคิดน้อยเกินไป

 

“เอาล่ะ ฉันแค่ต้องการเตือนเธอเรื่องนี้ อย่าทำอะไรที่จะทิ้งร่องรอยเอาไว้ข้างหลังอีก ฉันคาดหวังตำแหน่งอันดับหนึ่งของชั้นปีที่ 2 จากการแข่งขันอยู่นะ” เขาพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอีกครั้ง ทว่ารอยยิ้มนั้นไม่ได้ทำให้ซูหยวนมองเขาเหมือนเดิมอีกแล้ว

            

ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาจารย์คนนี้จะติดต่อเธอตั้งแต่ที่ยังไม่เริ่มต้นชั้นปีที่ 2 ด้วยซ้ำ ทั้งหมดนี้เป็นเขาที่คิดคำนวนมาอย่างดีแล้ว ช่างเป็นคนที่ฉลาดจริงๆ บางที...การที่สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งไม่รั้งท้ายทั้งๆที่พวกเขาไม่สนใจวิชาเกษตรจนทำให้ผลของการแข่งขันออกมาไม่ดีเสมอนี้ อาจจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่อาจารย์คนนี้จะช่วยสถาบันได้แล้วก็ได้

            

คงไม่ใช่แค่ซูหยวนเท่านั้นที่ถูกขอให้ช่วย ทุกๆปีคงจะมีนักเรียนบางคนถูกดึงตัวมาเพื่อทำคะแนนสูงสำหรับสถาบัน อย่างน้อยๆก็ไม่ให้ย่ำแย่จนเกินไป ไม่อย่างนั้นคงจะดึงคะแนนทั้งหมดร่วงลงไป และพวกเขาจะต้องถูกเรียกว่าอันดับสุดท้ายแทน

            

ซูหยวนช่วยไม่ได้ที่จะรับคำแล้วเดินจากไป ลับหลังของเธอ...อาจารย์ประจำวิชาเกษตรก็ไม่ได้หยุดมือ เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะติดต่อใครบางคน

 

“สวัสดีประธานจาง ฉันคืออาจารย์ประจำวิชาเกษตรของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง เนื่องจากฉันเข้าใจว่าคุณเป็นผู้ปกครองของนักเรียนอันซูหยวนซึ่งกำลังเรียนวิชาเกษตรกับฉันอยู่ จึงอยากจะรายงานสถานการณ์ของนักเรียนอันซูหยวนให้ฟัง”

 

“ครั้งนี้ต้องโทษว่าเป็นความผิดของฉันที่ดูแลความปลอดภัยของนักเรียนไม่ได้ทั่วถึงจนทำให้นักเรียนอันเกือบจะถูกทำให้ต้องหยุดการเรียนชั้นปีที่ 2 เอาไว้ แต่ด้วยโชคดีของเธอที่แผนการของนักเรียนบางกลุ่มไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นในฐานะอาจารย์ของเธอจึงอยากจะขอโทษผู้ปกครองของเธอไว้ ณ ที่นี้ หลังจากนี้ฉันจะดูแลเธอให้มากขึ้นและจะไม่ทำให้เกิดปัญหาอีก”

            

เพียงไม่กี่ประโยคที่ส่งไปราวกับรู้สึกผิดนี้ กลับกระตุ้นให้จางอู่หยางที่กำลังยุ่งกับการทำงานต้องชะงักไป เขาขมวดคิ้วก่อนจะเรียกผู้ช่วยตนเองมาสั่งงาน

 

“ไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นที่สถาบัน ซูหยวนของฉันถูกรังแกหรือเปล่า แล้วเอารายชื่อของคนที่มันกล้าลงมือกับซูหยวนมาด้วย ฉันจะทำให้พวกมันรู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร!”

            

จางอู่หยางโกรธมาก เขาไม่คิดเลยว่าที่สถาบันก็ยังมีคนกล้าลงมือเล่นสกปรกกับคนของเขาด้วย ดังนั้นเขาจะสั่งสอนให้พวกมันรู้ว่ากำลังยุ่งกับคนของใครอยู่

            

แน่นอนว่าผลลัพธ์เช่นนี้ย่อมเป็นสิ่งที่ “อาจารย์” ต้องการ อย่างที่เขาบอกกับอันซูหยวน เรื่องบางเรื่องไม่ต้องลงมือให้เจ็บตัว เพียงใช้งานคนที่มีความสามารถที่จะทำมันดีกว่า ไม่เพียงแค่ง่ายดายกว่า กลับจะทำได้เหมาะสมยิ่งกว่าด้วย!

            

ตอนที่เขาเลือกจะปล่อยเด็กๆพวกนั้นไปก็คิดเอาไว้อยู่แล้วว่าจะสั่งสอนให้รู้สำนึกยังไง และประธานจางที่อยู่เบื้องหลังของอันซูหยวนเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

            

เขาได้พิจารณาความสำคัญของเด็กสาวกับประธานจางคนนั้นแล้ว ดูจากทรัพยากรจำนวนมากที่เขาสนับสนุนอันซูหยวน ย่อมต้องมีน้ำหนักในใจของอีกฝ่ายไม่น้อย แต่จะมากเท่าไรนั้นต้องดูกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นนี้

            

ซึ่งอาจารย์ประจำวิชาเกษตรก็ไม่ได้คิดว่าไม่กี่วันต่อมา นักเรียนเหล่านั้นกลับถูกไล่ออกจากตระกูลอย่างกะทันหัน เขารู้ทันทีว่าความสำคัญของอันซูหยวนต่อประธานจางไม่ธรรมดาเสียแล้ว เพราะถึงกับบีบให้ตระกูลใหญ่จัดการเด็กๆของพวกเขาจนถึงขั้นต้องไล่ออกจากตระกูลหลักนั้น ไม่ใช่ความโกรธระดับธรรมดาๆเลย

            

…………………………………….