LNCrawler

บทที่ 229 ลูกหลานคนใหญ่คนโต (อ่านฟรี 22 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 229 ลูกหลานคนใหญ่คนโต (อ่านฟรี 22 ต.ค. 68)

บทที่ 229 ลูกหลานคนใหญ่คนโต

 

สถานการณ์ของนักเรียนชั้นปีที่ 2 ค่อนข้างน่าอึดอัด พวกนักเรียนที่ถูกสารพิษเล่นงานก็หมดอาลัยตายอยากอยู่อย่างนั้น แม้พวกเขาอยากหาวิธีจัดการกับสารพิษมากมายพวกนี้ออกจากพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง แต่ก็ทำไม่ได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องความสามารถเท่านั้น แต่ยังรวมปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายจำนวนมากอีกด้วย

 

ก็เหมือนกับร่างกายมนุษย์ ยามที่พวกเขาถูกสารพิษเข้าไปในร่างกาย จำเป็นต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมากเพื่อขับออกไป ดังนั้นพื้นที่เพาะปลูกที่เสียหายนี้ก็เช่นกัน สารพิษถูกดูดซึมเข้าไปในดินแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนดินทั้งหมดในแปลงเพาะปลูกก็ยากที่จะทำการฟื้นฟูได้ ซึ่งดินที่ไร้สารพิษนี้จะมีราคาถูกได้อย่างไร ที่ผ่านมาสถาบันจึงพยายามอย่างมากที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้

            

นักเรียนหลายคนเริ่มหวาดระแวงว่าจะเจอสถานการณ์เดียวกัน พวกเขาจึงตกลงสร้างกลุ่มกัน ผลัดกันมาเฝ้าแปลงเพาะปลูก ในขณะที่อีกส่วนก็ไปทำภารกิจเก็บคะแนนของสถาบันเพื่อไม่ให้เสียเวลา ดังนั้นแปลงเพาะปลูกช่วงนี้จึงค่อนข้างคึกคักไม่น้อยเลย

            

กลุ่มของซูหยวนก็เป็นเช่นนั้น เนื่องจากทุกคนกลัวว่าจะเกิดปัญหาขึ้น จึงมีการแบ่งกันมาเฝ้าระวังแปลงเพาะปลูก แน่นอนว่าในรายชื่อผู้เฝ้าระวังก็ไม่มีซูหยวนอีกเช่นเคย

 

พวกเพื่อนๆเกรงใจและคิดว่าซูหยวนมีงานที่ต้องทำมากมายแล้วจึงไม่รบกวนเธอ ที่สำคัญที่สุด...ต่อให้แปลงเพาะปลูกของซูหยวนได้รับความเสียหาย ก็ไม่มีผลกระทบกับการเรียนของเธอ เพียงแค่การเก็บเกี่ยวครั้งแรกก็มากพอที่จะทำให้เธอสอบผ่านไปห้ารอบแล้ว....

            

ซูหยวนเองก็ไม่ปฏิเสธน้ำใจของพวกเขาครั้งนี้ เธอมีงานมากที่จะต้องไปจัดการจริงๆ แปลงเพาะปลูกที่เธอลงทุนไปกำลังจะได้เก็บเกี่ยวเป็นครั้งแรกแล้ว พวกนักล่าตื่นเต้นกันมาก พวกเขาไม่เคยทำงานเก็บเกี่ยวมาก่อนจึงทำได้แค่รอซูหยวนมาทำให้ดูเท่านั้น อย่างไรก็ตาม...ความสำเร็จของพวกเขาที่สามารถเพาะปลูกได้นี้นั้นทำเอาทุกคนมีความสุขกันมากจริงๆ

 

ใครจะไปคิดว่าพวกคนชนชั้นล่างอย่างพวกเขา วันนี้ก็จะสามารถเพาะปลูกพืชผักกับเขาได้ด้วย นี่เป็นงานทรงเกียรติที่พวกเขาเคยได้แต่ฟังมา ไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองก็จะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้

            

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้คงจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากใช้แค่กำลังของพวกนักล่าเพียงเท่านั้น ต้องไม่ลืมว่าการเพาะปลูกเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากใครก็ทำได้...เช่นนั้นคงจะมีเกษตรกรมากมายอยู่ทั่วทุกหนแห่งแล้ว 

            

เริ่มจากการที่พวกนักล่ามีสารพิษในร่างกายมากกว่าคนทั่วไป ยิ่งอยู่เขตชั้นนอกมาหลายรุ่น สารพิษที่ส่งต่อมาจากสายเลือดก็ยิ่งสะสมมากขึ้นเท่านั้น ถึงจะให้สวมชุดป้องกันก่อนเข้ามาในพื้นที่แปลงเพาะปลูกแล้ว แต่เนื่องจากพวกเขาไม่ได้เข้าออกในเวลาอันสั้น ดังนั้นย่อมต้องมีสารพิษร่วงหล่นลงไป ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำบริสุทธิ์จากฟาร์มของเธอ ซูหยวนก็คงจะไม่สามารถทำให้พืชผักพวกนี้เติบโตได้เหมือนกัน ต่อให้มีความรู้มากขนาดไหนก็เถอะ...

            

พูดให้ถูกก็คือ วิธีที่จะประสบความสำเร็จเช่นนี้ นอกจากซูหยวนแล้วก็คงไม่มีคนอื่นทำได้อีก เป็นผลประโยชน์ของผู้ข้ามเวลาที่พกพาเกมฟาร์มมาด้วยเท่านั้น

 

“เจ้านายอันมาแล้วหรอ วันนี้พวกเราจะได้เก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกแล้วใช่ไหม ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวเป็นขั้นตอนที่ศักดิ์สิทธิ์มากใช่ไหมครับ ครั้งก่อนแอบเห็นแปลงเพาะปลูกใกล้เคียงมีการเก็บเกี่ยว มีคนมารอรับซื้อสินค้าที่แปลงเพาะปลูกเลย ถ้าอย่างนั้นแปลงเพาะปลูกของพวกเราจะมีคนมารอซื้อเหมือนกันหรือเปล่า”

            

เห็นความตื่นเต้นของพวกเขา ซูหยวนก็คลี่ยิ้มออกมา ผลผลิตในวันนี้จะเป็นแนวทางในการทำธุรกิจนี้ของเธอต่อไป จะลงทุนเพิ่ม หรือจะลดจำนวนลง ก็รอดูผลลัพธ์วันนี้เป็นหลัก...

            

แน่นอนว่าสำหรับตัวเธอ ซูหยวนสามารถไปต่อได้ แต่ที่เธอต้องคิดก็คือการผลักดันครอบครัวให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการเพาะปลูกต่อไป ถ้าหากการใช้คนจำนวนมากเช่นนี้แล้วผลผลิตออกมาไม่ดีเท่าที่ควร เช่นนั้นอาจจะต้องพับโครงการนี้เก็บไว้ก่อน แล้วหางานอื่นที่ดีกว่าให้พ่อกับแม่แทน

            

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ซูหยวนจะทันได้พูดอะไรกับนักล่าที่กำลังตื่นเต้นจนส่งเสียงดังเจียวจาว เกษตรกรเพื่อนบ้านก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเยาะเย้ย

 

“เหอะ! ดีใจอะไรกัน ก็แค่การเก็บเกี่ยวผักอัลเลี่ยมไม่ใช่หรอ? ผักที่ปลูกยังไงก็ขึ้นพวกนี้ยังมีอะไรให้ปลื้มใจกันได้ อีกอย่าง...ดูจากผลลัพธ์ด้วยตาแล้ว คิดว่าอัลเลี่ยมต้นบางๆพวกนี้จะมีใครมารับซื้อรึไง? แค่พวกพ่อค้ารู้ว่าคนเพาะปลูกก็คือพวกนักล่าชั้นต่ำ พวกนั้นก็ไม่ชายตามองแล้ว”

 

“ใครจะไปกล้ารับซื้อผลผลิตที่อาจจะเสี่ยงมีสารพิษอยู่ข้างในกันล่ะ ต่อให้จะดูสวยงามขนาดไหน มันก็เป็นอันตรายต่อคนกินได้ ก่อนหน้านี้พวกเราก็ยังแปลกใจที่การเพาะปลูกนี้สำเร็จ แต่หลังจากที่ปรึกษาผู้รู้แล้ว...พวกเราก็ได้รู้ความจริง”

 

“ถ้าไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นฆาตรกรฆ่าคนทางอ้อมล่ะก็...ฉันแนะนำให้ทำลายผักพวกนี้ทิ้งจะดีกว่านะ เพราะถ้าขายไปแล้วผลลัพธ์ออกมาเหมือนตัวอย่างที่เคยมีล่ะก็...โทษของคนผู้นั้นก็คือจำคุกตลอดชีวิต กลายเป็นชนชั้นแรงงานที่ทำงานตั้งแต่เช้าจนค่ำ ไม่ได้เห็นแสงสว่างอีกเลย”

 

“ฉันรู้ว่าพวกแกก็แค่แรงงานที่รับจ้างด้วยเงินเดือนอันน้อยนิดเท่านั้น ไม่ใช่แค่แลกกับเงินแค่ไม่กี่พันเครดิตหรอกหรือ? จะเอาชีวิตไปทิ้ง ทำให้ตัวเองไม่มีอนาคตอยู่ต่อไปเพื่อทำเงินให้ผู้อื่นอยู่สุขสบายหรือ? พวกแกรู้ไหมว่าเงินจากการขายผักพวกนี้จะมีมูลค่ามากเท่าไร”

 

“หลายสิบล้านเครดิต! ใช่แล้ว เด็กน้อยที่ว่าจ้างพวกแกก็เพราะเงินมากมายขนาดนั้น ถึงกับเอาชีวิตพวกแกมาเสี่ยงเชียวนะ แล้วเธอมอบค่าตอบแทนอะไรให้ล่ะ? แค่เศษเงินเท่านั้น รู้แบบนี้แล้วยังจะอยากเป็นเหยื่อให้เธอเล่นสนุกอีกหรือ?”

            

ท่าทางของผู้พูดคล้ายกับว่าจะจริงใจและเป็นห่วงเป็นใยเหล่านักล่าเสียเหลือเกิน ความสงบของอีกฝ่ายให้บรรยากาศที่น่าเชื่อถือมาก พวกนักล่าที่กำลังตื่นเต้นดีใจถึงกับชะงักไป แน่นอนว่าเรื่องการเพาะปลูกหรือการทำเกษตรเช่นนี้ พวกเขาไม่ค่อยมีความรู้ ดังนั้นเมื่อมีใครพูดข้อมูลที่น่าสงสัยออกมา พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามไปที่อันซูหยวน

 

“เอ่อ เจ้านาย...มีเรื่องแบบนั้นจริงๆหรอ” ซูหยวนมองหน้าคนถามแล้วเลิกคิ้ว

 

“พวกคุณอยากเชื่อคนพวกนี้หรือเชื่อฉันล่ะคะ” เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ พวกนักล่าก็มองหน้ากันก่อนจะยิ้มเขิน

 

“พวกเราเชื่อเจ้านายน้อยอันอยู่แล้ว พ่อของเธอเป็นคนดี ช่วยเหลือพวกเราเอาไว้ไม่น้อย ก่อนหน้านี้ถ้าไม่ได้พ่อของเจ้านายน้อยอันพวกเราก็คงจะได้รับบาดเจ็บล้มตายกันไปแล้ว ดังนั้นฉันเชื่อว่าพ่อลูกจะไม่ต่างกันเกินไป เจ้านายน้อยอันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเล่นสนุกกับชีวิตของพวกเราอยู่แล้ว”

 

“ใช่ๆ ฉันก็เห็นด้วยแบบนั้น พวกเราอย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่นเลย เขาต้องการทำให้พวกเราแตกแยกก็เท่านั้น” 

 

อันซูหยวนมองหน้าเหล่านักล่าที่จริงใจ โชคดีที่เธอเลือกพวกเขามาทำงานให้เป็นกลุ่มแรก เพราะถ้ารับสมัครคนอื่นที่ไม่รู้จักกัน บางทีคงจะหวั่นใจไปกับคำพูดไร้สาระของคนอื่นไปแล้ว

 

“ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้วางแผนที่จะทำการเพาะปลูกในเวลาอันสั้น การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง ทั้งค่าเช่า เมล็ดพันธุ์ วัสดุอุปกรณ์ในการบำรุงดินและพืชผัก รวมถึงยากำจัดศัตรูพืช ดังนั้นในขั้นต้นของการลงทุนนี้ ฉันสามารถให้เงินเดือนไม่มากนัก แต่อย่างที่ฉันเคยบอกไปแล้วว่าจะไม่ทอดทิ้งพวกคุณแน่ หากในอนาคตมีผลประกอบการที่ดี จะต้องเพิ่มรายได้ให้ทุกคนแน่นอน” 

            

อันซูหยวนรับปากทุกคน ท่าทางที่เหมือนเจ้านายอย่างแท้จริงนั้นทำให้เกษตรกรสองคนลอบเบ้ปาก พวกเขาอดทนดูพวกนักล่าเหล่านี้มีความสุขมานานแล้ว ก่อนที่จะมีคนชี้ทางสว่างให้...

            

ไม่อย่างนั้น พวกเขาคงจะลงมือจัดการคู่แข่งผู้นี้ให้พ้นทางไปแล้ว ทว่า...เพราะรอผลลัพธ์หลังจากนี้อยู่ ในเมื่อจะทำลายใครสักคนแล้ว ก็ควรทำลายให้สิ้นซากไม่เหลือตอ

            

ถ้าพวกเขาใช้วิธีสกปรกในการกดดันเด็กสาว อย่างมากก็แค่ทำให้เธอเดือดร้อนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น แต่...ถ้าต้องการถอนรากถอนโคน อย่างนั้นก็ปล่อยให้เธอทำเรื่องผิดกฎหมายแล้วแจ้งความจับกุมเธอในครั้งเดียว ส่งเธอเข้าคุกและให้ชดเชยเงินก้อนใหญ่ ด้วยวิธีนี้...เธอจะไม่มีทางกลับมาเป็นเกษตรกรได้อีกเลย

 

“เหอะ! ในเมื่อเตือนแล้วไม่ฟัง พวกเราก็ทำได้เท่านี้แล้ว” 

            

เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองมีความผิดไปด้วย พวกเขาจึงต้องพูดเตือนออกมาสักคำสองคำ ทั้งที่ในใจไม่ได้อยากให้เธอเลิกล้มแผนการขายพืชผักเหล่านี้ออกไปเลยสักนิด

            

ก็นะ...เพราะครั้งก่อนมีการตัดสินคดีความประเภทนี้ ไม่ใช่แค่จับกุมเกษตรกรที่ขายผักปนเปื้อนสารพิษออกไปเท่านั้น แต่ยังปรับเกษตรกรแปลงข้างเคียงที่รู้ว่ามีปัญหาแต่ไม่ตักเตือนด้วย แม้จะไม่ใช่โทษหนักเท่ากับเกษตรกรที่เป็นเจ้าของแปลงเพาะปลูก ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องของเขาที่จะต้องเสียทรัพย์สินเช่นกัน

            

เมื่อเห็นเกษตรกรสองคนเดินจากไปด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขแล้ว ต่อให้พวกนักล่าจะเชื่อใจอันซูหยวน ทว่า...พวกเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า บางที...เธออาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่หากเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้นจะมีโทษหนักอย่างไร

            

ไม่ต้องรอให้พวกเขาคิดนานเกินไป ตอนนั้นเองที่คนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าแปลงเพาะปลูกสาธารณะแห่งนี้แล้ว เป็นร่างที่คุ้นเคยกันดีสำหรับเหล่าเกษตรกรทั้งหลาย แม้ว่าพวกนักล่าจะไม่รู้จัก ทว่าเมื่อเห็นการแสดงออกของเกษตรกรสองคนที่รีบพุ่งตัวออกมาต้อนรับ พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนพวกนี้ต้องเป็นคนใหญ่คนโตแน่

 

“ท่านรองประธานฯ ทำไมพวกท่านถึงมาแปลงเพาะปลูกเล็กๆของพวกเราได้ล่ะครับ” 

 

เกษตรกรวัยกลางคนผู้หนึ่งถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะได้เจอกับท่านรองประธานองค์กรเกษตรกรใกล้ๆแบบนี้

            

คนใหญ่คนโตปกติแล้วมีงานเยอะมาก ถ้าไม่ใช่งานใหญ่โตก็ไม่มีทางได้เจอพวกเขาแบบนี้ ทว่า...นอกจากรองประธานองค์กรฯจะมาที่นี่ด้วยตัวเองแล้ว ยังพาพวกผู้อาวุโสขององค์กรมาจำนวนมากเสียด้วย นี่...หรือว่าพวกเขาได้เผลอทำความดีความชอบอะไรเข้าแล้ว?

 

“พวกเราไม่รู้มาก่อนว่าพวกท่านจะมาเยี่ยมเยียน ดังนั้นจึงไม่ได้เตรียมพร้อมต้อนรับเอาไว้เลย ต้องขออภัยในความสะเพร่าของพวกเราด้วยครับ” พวกเขายังคงพูดไม่หยุด แม้ว่าสีหน้าของรองประธานฯจะดูมืดลงเรื่อยๆแล้วก็ตาม

 

“อืม ไม่เป็นไร” คนตำแหน่งสูงโบกมือ เขาเดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่ก็ยังถูกขวางเอาไว้อีก

 

“ตอนนี้แปลงเพาะปลูกของพวกเราเพิ่งผลิดอกออกมาครับ ถึงอย่างนั้นผลผลิตก็น่าจะดีกว่าปีที่แล้วไม่น้อยเลย คิดว่าน่าจะช่วยเหลือปัญหาเรื่องจำนวนอาหารไม่เพียงพอได้ไม่มากก็น้อยเลยล่ะครับ”

 

“ฮ่าๆ แปลงเพาะปลูกของผมปีนี้ก็ดีเหมือนกัน ครั้งนี้ใส่สารบำรุงดินไปมากกว่าทุกครั้ง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อช่วยสนับสนุนนโยบายขององค์กรเกษตรกรของพวกเราครับ”

            

สองคนยังนำเสนอความสามารถของตนเองไม่เลิก กระทั่งขวางทางกลุ่มผู้นำที่กำลังจะเบี่ยงไปยังเส้นทางอื่น ต่างคนก็ต่างผายมือไปยังแปลงเพาะปลูกของตนเอง ทว่าปัญหาก็คือ...พวกผู้นำทั้งหลายไม่ได้สนใจแปลงเพาะปลูกระดับต่ำของพวกเขาเลย

 

“ดีแล้วที่สนใจเรื่องนโยบาย โปรดทำดีต่อไป แต่ตอนนี้ช่วยหลีกทางให้พวกเราก่อนได้ไหม ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากพอที่จะมาพูดคุยเล่นด้วยหรอกนะ” 

 

คนเป็นรองประธานฯไม่ใช่พวกช่างพูดอยู่แล้ว เมื่อมีคนมาทำให้เขารำคาญใจขนาดนี้ จะยังรักษามารยาทอยู่ได้อย่างไร

 

“คะ ครับ? เอ่อ หรือว่าพวกท่านไม่ได้มาดูแปลงเพาะปลูกของผม...”

 

“ใช่ ช่วยหลีกทางด้วย” 

 

คำพูดของรองประธานฯทำให้สีหน้าของเกษตรกรทั้งสองคนจืดเจื่อนไปทันที เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าคนระดับสูงเหล่านี้เข้ามาในแปลงเพาะปลูกซึ่งเป็นที่ทำงานของพวกเขามารุ่นต่อรุ่น ทว่ากลับไม่ได้มีจุดประสงค์มาที่พวกเขา

            

ถ้าอย่างนั้น....คนพวกนี้มาทำไม...

            

สายตาของพวกเขาเหลือบไปมองแปลงเพาะปลูกที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ต่างจากแปลงเพาะปลูกของตนเองที่สืบทอดวิชาเพาะปลูกมารุ่นต่อรุ่น ลางสังหรณ์กำลังบอกว่าใบหน้าของพวกเขากำลังจะถูกตีเร็วๆนี้แล้ว

 

“โอ้ คิดอยู่แล้วว่าเธอจะต้องอยู่ที่นี่ เกษตรกรอัน ฮ่าๆ ไม่ได้เจอกันนาน...ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกครั้งแรกแล้วสินะ” 

 

เสียงหัวเราะของรองประธานฯที่แตกต่างกับตอนพูดคุยกับพวกเขาเป็นการยืนยันที่ดังที่สุด ใบหน้าของพวกเขาเหมือนถูกตบเข้าอย่างแรง ดวงตาเริ่มมีสีแดงคล้ายกับว่าจะร้องไห้แล้ว

            

สรุปว่าเด็กครอบครัวร่ำรวยที่ต้องการมาเล่นสนุกในแปลงเพาะปลูกของพวกเขาก็คือลูกหลานของรองประธานฯ งั้นหรอ? คงไม่มีเหตุผลอื่นแล้วที่จะทำให้รองประธานฯใส่ใจได้ขนาดนี้ใช่ไหม? แถมยังบอกว่าก่อนหน้านี้ได้เจอกันมาแล้วด้วย ดูจากสีหน้าและน้ำเสียง ถ้าไม่ใช่เครือญาติกันแล้วจะเป็นอะไรได้อีก...

            

ที่ผ่านมา พวกเขาแดกดันญาติของรองประธานฯหรอกหรือ? คิดเช่นนี้แล้วเหงื่อก็ไหลซึมตั้งแต่หนังหัวจนถึงฝ่าเท้า รู้สึกว่าโชคดีของตนเองได้หมดไปแล้วในชีวิตนี้ คงจะมีแค่ความโชคร้ายเท่านั้นที่เหลืออยู่

            

แน่นอนว่าความคิดของพวกเขานั้น คนอื่นๆไม่ได้สนใจเลย ยิ่งสำหรับรองประธานฯ แม้ซูหยวนจะไม่ใช่ลูกหลานของเขา แต่ด้วยความสามารถของเธอ...อนาคตจะกลายเป็นเกษตรกรที่รุ่งโรจน์ที่สุด กลายเป็นเกษตรกรในตำนานก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากเธอไปถึงระดับนั้น สถานะย่อมต้องสูงกว่าการเป็นแค่ลูกหลานของเขาอยู่แล้ว

 

…………………………………..