LNCrawler

บทที่ 233 สิ่งที่พ่ออันต้องเตือน (อ่านฟรี 26 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 233 สิ่งที่พ่ออันต้องเตือน (อ่านฟรี 26 ต.ค. 68)

บทที่ 233 สิ่งที่พ่ออันต้องเตือน

            

การเก็บเกี่ยวครั้งแรกประสบความสำเร็จไปด้วยดี ไม่ใช่แค่ซูหยวนเท่านั้นที่มีความสุข พ่ออันรวมถึงนักล่าทุกคนก็ด้วย พวกเขายินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ของอันซูหยวนมาก และนี่ก็หมายความว่างานนี้ของพวกเขารักษาเอาไว้ได้แล้วเหมือนกัน ในขณะที่นักล่าคนอื่นกำลังเดือดร้อนเพราะไม่มีเงินจากการล่าพวกกลายพันธุ์ในเขต A พวกเขากลับมีงานที่ปลอดภัยแถมมีรายได้สูงขนาดนี้

            

ต้องพูดว่าก่อนหน้านี้ที่พวกเขาถูกจ้างงานและไม่สมัครเข้าเป็นทหารอาสา พวกนักล่ากลุ่มอื่นๆต่างก็กล่าวหาว่าพวกเขาโง่งมเหลือเกินที่ตัดสินใจแบบนี้ ทุกคนบอกว่าพวกเขาเชื่อได้กระทั่งเด็กคนหนึ่งที่ยังเรียนไม่จบ ไม่ได้เป็นนักล่าเต็มตัวด้วยซ้ำ กลับคิดอยากจะทำการเพาะปลูกเพิ่มอีก คำพูดพวกนั้นแม้จะไม่เชื่อถือเต็มร้อย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เก็บเอามาคิด อย่างไรก็ตาม...ภาพที่พวกเขาได้เห็นในวันนี้เป็นการยืนยันแล้วว่าพวกเขาตัดสินใจได้ถูกต้อง

            

พ่ออันเฉินส่งพวกนักล่ากลับไป เพราะวันนี้เป็นวันเก็บเกี่ยว ซูหยวนจึงให้พวกเขาพักผ่อนได้ 3 วัน แล้วค่อยเริ่มการดูแลใหม่ตั้งแต่ต้น เธอกำหนดให้เป็นเช่นนี้และทำงานเหมือนเดิมทุกครั้ง ต่อไปพ่ออันจะเป็นผู้ดูแลแปลงเพาะปลูกนี้แทน โดยน้ำจากฟาร์มของซูหยวน เธอจะเอามาให้พ่อทุกๆรอบการเพาะปลูก ซึ่งจะนำมาพร้อมกับอุปกรณ์และสารบำรุงอื่นๆเพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย

            

เพื่อฉลองกับความสำเร็จนี้ อันซูหยวนได้นำผักอัลเลี่ยมกลับมาที่บ้านได้ 100 กรัม ทั้งยังแจกจ่ายไปกับนักล่าคนอื่นอีกเล็กน้อย พวกเขาเกิดมายังไม่เคยกินผักราคาแพงขนาดนี้ ซูหยวนไม่ต้องการเอาเปรียบพวกเขาเกินไป แม้บางคนจะไม่อยากรับเอาไว้ แต่แปลงเพาะปลูกของเธอยังทำเงินได้อีกมาก ของพวกนี้จึงไม่จำเป็นต้องตระหนี่

            

ทุกคนกลับไปพร้อมกับผักเล็กๆน้อยๆ ซูหยวนได้ใช้เงินเพื่อซื้อ “ข้าว” กลับมาด้วย แม้พ่ออันจะไม่ต้องการก็ตาม 

            

เหมือนกับผักอื่นๆ ข้าว 200 กรัมนี้มีราคา 10,000 เครดิตต่อ 100 กรัม ดังนั้นซูหยวนจึงจ่ายไป 20,000 เครดิต ทำเอาพ่ออันเกือบจะร้องไห้ออกมากับความฟุ่มเฟือยนี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าซูหยวนเพิ่งทำเงินได้กว่าสิบสามล้านเครดิต ในเมื่อลูกสาวอยากกินของดี เช่นนั้นก็ให้เธอได้กินเถอะ

            

สุดท้ายทุกคนก็ได้มานั่งหน้าหม้อใบเล็ก ในนั้นมีข้าวต้มที่แทบจะเหลือแค่กลิ่นข้าวจากความตระหนี่ของบิดา และมีเศษผัก 100 กรัมลอยอยู่ สำหรับซูหยวนแล้วมันไม่ควรถูกเรียกว่าอาหารด้วยซ้ำ แต่กับพ่อและแม่ของเธอ อาหารมื้อหนึ่งราคา 30,000 เครดิตนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่คิดไม่ฝันเอาเสียเลย...

 

“นี่มันค่อนข้างเกินไปหน่อยแล้วนะ อาหารแบบนี้...พวกเรากินครั้งเดียวในชีวิตก็พอแล้ว เงินทองมีมากหน่อยก็เก็บให้มากหน่อยก็แล้วกัน มันจะเป็นหลักประกันว่าลูกจะมีชีวิตดีๆอยู่ได้ไปอีกนาน ส่งต่อไปให้ลูกให้หลานต่อได้ด้วย” แม่อันมองอาหารตรงหน้าด้วยความเสียดาย 

            

ก่อนหน้านี้ชีวิตของเธอต้องอดมื้อกินมื้อ ไม่สิ! อดอาหารวันเว้นวันต่างหาก ทั้งๆที่อาหารก็มีราคาแค่ไม่กี่สิบเครดิตเท่านั้น ทว่าเวลานี้ลูกสาวกลับประสบความสำเร็จ พ่อแม่เช่นเธอที่ไร้ความสามารถก็ได้อาศัยบารมีของเธอเพื่อกินอยู่ คนอื่นคงมองว่าโชคดีแล้ว แต่สำหรับอันเหลียง...เธอกลับรู้สึกว่ามันเป็นความเห็นแก่ตัวของเธอเหลือเกิน

 

“แม่คะ เงินเก็บก็ส่วนเงินเก็บ เงินที่ต้องใช้ก็ต้องใช้นะคะ ถ้าทำงานตลอดเวลาแล้วไม่เอาเงินมาใช้จ่ายเพื่อความสุขเลย อย่างนั้นจะมีแรงทำงานได้ยังไง”

 

“พอคิดว่าทำงานหนักแล้วยังต้องอดทนใช้ชีวิตลำบากอยู่อีก อย่างนั้นหนูก็ไม่อยากทำงานหนักต่อไปแล้วค่ะ สุดท้ายแล้วเงินที่จะได้ก็ไม่ได้รับ แบบนั้นแย่กว่าอีกนะคะ”

            

อันซูหยวนต่อหน้าพ่อกับแม่แล้วก็เหมือนเด็กสาวช่างพูดจาคนหนึ่ง เธอรู้จักวิธีเข้าหาผู้ใหญ่ และเข้าหาครอบครัวต่างกันออกไป ถ้าเธอพูดจริงจังกับพวกเขา มีแต่จะทำให้บรรยากาศอึดอัดเท่านั้น ดังนั้นซูหยวนจึงต้องแสร้งทำตัวเป็นเด็กสาวเช่นนี้ ซึ่งก็ดูจะประสบความสำเร็จดีเสียด้วย

            

แม่อันมองหน้าลูกสาวด้วยความเอ็นดู ยกมือขึ้นหยิกแก้มลูกเบาๆ

 

“แม่เข้าใจแล้ว สิ่งนี้เรียกว่าแรงบันดาลใจใช่ไหม? พวกพนักงานที่ทำงานโรงงานเจียงก็พูดเหมือนกัน บอกว่าเงินเดือนออกเมื่อไรก็จะซื้อน้ำและสารอาหารมากหน่อย วันนั้นจะให้ลูกๆได้กินกันจนอิ่มเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทำงานต่อไปได้”

 

“ใช่แล้วค่ะ เป็นแบบนั้นเลย” ซูหยวนหัวเราะออกมา ตอนนี้เป็นการเก็บเกี่ยวครั้งแรก เธอรู้ว่าพ่อแม่ยังกังวลว่าอาชีพนี้อาจจะทำไม่ได้นานนักหรืออาจจะเจอปัญหา นี่เกิดขึ้นเพราะพวกเขาไม่รู้จักเกี่ยวกับอาชีพนี้มาก่อน 

            

แต่เรื่องนี้รอได้ จนกว่าพวกเขาจะเคยชินกับชีวิตดีๆ เธอค่อยเพิ่มมื้ออาหารให้พวกเขา หลังจากนี้จะกินอาหารวันละ 30,000 เครดิต แล้วใครจะว่าอะไรได้ มันก็แค่ 900,000 เครดิตต่อเดือนเองไม่ใช่หรือ? ที่สำคัญที่สุด...อัลเลี่ยมพวกนี้ก็เป็นของที่เธอปลูกเอง ไม่คิดว่าเป็นต้นทุนก็ยังได้

            

ดีที่พ่อกับแม่ไม่ขัดบรรยากาศ เหมือนกับที่เกษตรกรเชื่อกัน วันเก็บเกี่ยวเป็นวันดีๆ ไม่ควรพูดเรื่องที่จะกลายเป็นโชคร้าย พวกเขาจึงไม่ตำหนิเด็กสาวอีก พากันกินอย่างมีความสุข

            

พ่ออันแม่อันได้กินอาหารจริงๆครั้งแรก พวกเขาถึงกับน้ำตาไหล ซูหยวนมองดูครอบครัวที่ยากลำบาก พลอยคิดถึงชีวิตของคนอื่นๆด้วย

            

ก่อนหน้านี้อาหารตรงหน้าก็แค่เศษขยะที่แม้แต่โยนให้สุนัขก็ยังเมิน วันนี้พวกมันกลับมีค่ายิ่งกว่าชีวิตของคนๆหนึ่งเสียอีก พวกเขาก็เพื่อเศษอาหารเล็กๆน้อยๆ ต้องออกไปล่าพวกกลายพันธุ์หาเงินสำหรับหนึ่งเดือน เป็นชีวิตที่น่าหดหู่เสียจริง ไม่รู้ว่าจะมีสักวันไหมที่โลกนี้กลับไปเป็นเหมือนเดิมกับโลกที่เธอจากมาได้...

            

ซูหยวนถอนหายใจออกมา เธอไม่ใช่คนดีที่จะอยากเปลี่ยนโลกเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ แต่ถ้าเพื่อให้ตัวเองอยู่อย่างสงบสุข บางที...เธออาจจะเพิ่มเป้าหมายหลักเป็นการตามหาความจริงของสารพิษพวกนี้ หากเจอแหล่งที่มาของมันแล้วจัดการได้ โลกนี้ที่ไร้สารพิษก็จะกลับมาสงบสุขเหมือนเดิมใช่ไหม?

            

ใครจะไปคิดว่าเป้าหมายของพนักงานเงินเดือนดีเด่นคนหนึ่ง นับวันก็ยิ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ใครว่าสถานการณ์ลำบากแล้วจะทำให้รู้ใจคนอย่างแท้จริง บางที...อาจนับรวมกรณีของซูหยวนไปด้วยก็ได้

            

ในโลกที่สงบสุข ผู้คนคงว่างเกินไปจนต้องหาอะไรสนุกๆทำ ชิงไหวชิงพริบ ใช้กลโกงเล่ห์เหลี่ยมต่างๆหักหลังเพื่อนพ้องได้ ทว่าในโลกที่เต็มไปด้วยความอันตราย ถึงการหาพวกพ้องจะยากลำบากกว่า แต่ก็พบเจอได้ง่ายกว่ามาก เนื่องจากพวกมันไม่ต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์เลย...

           

 ซูหยวนค่อยๆเปิดใจทีละเล็กทีละน้อยโดยที่เธอก็ไม่รู้ตัว แน่นอนว่าเธอก็ยังคงเป็นซูหยวนที่ไม่ยอมให้ตัวเองต้องลำบากเพราะคนอื่นเช่นเคย แต่เมื่อใครดีกับเธอ ซูหยวนย่อมต้องดีตอบพวกเขา

 

“อืม หยวนหยวน พ่อมีเรื่องสำคัญที่อยากจะพูดด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะนึกขึ้นมาได้ก็คงจะลืมไปแล้วนะเนี่ย”

            

หลังจากที่ทุกคนกินกันจนอิ่มท้อง อาหารร้อนๆและกลิ่นหอมของข้าวกับผักที่ไม่เคยกินมาก่อนทำให้ใบหน้าของพ่ออันและแม่อันมีสีแดงประกายแห่งความสุข

            

นับเป็นครั้งแรกที่ค่าสารอาหารในร่างกายของพวกเขาเต็มเปี่ยม รู้สึกว่ากำลังวังชากลับมากันเหมือนตอนเป็นวัยรุ่นก็ไม่ผิด

            

ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย มองดูพ่ออันที่จู่ๆก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง แปลกใจเล็กน้อยที่พ่ออันมีเรื่องจะพูดคุยกับเธอ แถมดูเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญมากอีกด้วย

 

“ค่ะพ่อ มีเรื่องอะไรหรอคะ” 

 

“อืม ที่จริง...พ่อก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มยังไงนะ ตอนนี้หยวนหยวนก็โตแล้ว ด้วยอายุเท่านี้...อีกไม่นานก็จะอายุ 15 แล้ว ถ้าเทียบกับแม่ของลูก ตอนนี้ก็คงกำลังจะลงทะเบียนมาเป็นภรรยาของพ่อ แต่...แต่ว่า...” อันเฉินรู้สึกกระดากอายอยู่บ้างเมื่อต้องพูดเรื่องนี้

            

เขาจะบอกได้อย่างไรว่าเขาหวงแหนลูกสาวที่ยังเด็กมากๆในสายตาของเขา ในขณะที่ตัวเองก็ยังพาเมียเข้าบ้านตอนอายุใกล้เคียงกัน

            

นอกจากนี้ ถ้าเขาพูดไปแล้ว ลูกสาวไม่เห็นด้วยจนทำให้มีปากมีเสียงกันขึ้นมา ไม่ใช่ว่าบรรยากาศในครอบครัวจะพังไปด้วยหรือ? ถึงอย่างนั้น...ถ้าเขาไม่พูดออกมา หัวใจของเขาก็คงจะระเบิดในไม่ช้า!

 

“แต่ว่าอะไรคะ” ซูหยวนเอ่ยถาม ในขณะเดียวกัน...แม่อันก็ขมวดคิ้วไม่เข้าใจคำพูดของพ่อที่เกริ่นมาเสียยาวนานด้วย

 

“เอ่อ คือว่า...คือว่าอย่างนี้นะ พ่อแค่คิดว่าหยวนหยวนยังอายุไม่มาก อนาคตยังอีกยาวไกล ไม่เหมือนพ่อแม่ที่เป็นได้แค่ผู้เก็บขยะเท่านั้น แต่งงานเร็วก็จะได้ช่วยเหลือกันได้เร็ว มีลูกเร็วๆเพื่อให้ตอนเลี้ยงลูกยังมีร่างกายแข็งแรง สามารถหาอาหารเลี้ยงลูกได้ แต่เงื่อนไขของหยวนหยวนต่างออกไป”

 

“หยวนหยวนเป็นนักเรียนจากสถาบันอันดับหนึ่ง เป็นผู้ใช้พลังงาน เป็นนักล่าที่แข็งแกร่ง ยังเป็นคนของกองทัพ เป็นทหารขั้นจ่าสิบตรีแล้วด้วย ตอนนี้ก็สามารถเพาะปลูกทำเงินได้ไม่น้อย ดังนั้น...ต่อให้อายุมากอีกหน่อยก็ยังหาเลี้ยงลูกๆได้อยู่ดี พ่อก็เลยอยากจะให้ลูกค่อยๆพิจารณาเรื่องความรักดูก่อน อย่ารีบร้อน...”

            

พ่ออันพูดไปก็เขินไป เขาพยายามหาคำพูดดีๆมาใส่ให้แล้ว ก่อนหน้านี้แม่อันเหลียงชอบบ่นว่าเขาพูดตรงเกินไปจนทำให้คนฟังแสบหู ครั้งนี้เขาคิดว่าตัวเองพยายามได้ดีแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี

 

“พ่อกำลังจะบอกว่าอย่าเพิ่งรีบหาคนรักหรือแต่งงานใช่ไหมคะ”

 

“อ่า ใช่ พ่อก็แค่แนะนำนะ เรื่องของลูก พ่อรู้ว่าลูกโตจนตัดสินใจอะไรได้แล้ว ก็แค่...” พ่ออันกลัวว่าลูกสาวจะโกรธ เขาพยายามหาคำพูดมาอธิบายให้เธอ ทว่าซูหยวนที่ได้ยินกลับหัวเราะออกมาเบาๆแทน

 

“พ่อคิดมากไปแล้วค่ะ ตอนนี้หนูมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ไม่มีเวลาสนใจเรื่องแบบนั้นหรอกค่ะ”

 

“โอ้ หยวนหยวน...พ่อเข้าใจแล้ว” พ่ออันพ่นลมหายใจออกมา เขารู้สึกเหมือนยกหินก้อนใหญ่ออกจากอกเมื่อลูกสาวพูดเช่นนั้น

 

“อะไรกันคุณ อยู่ดีๆก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ทำเอาฉันตกใจไปด้วยเลย” อันเหลียงก็หัวเราะ เธอไม่คิดว่าอันเฉินจะเป็นพ่อที่หวงลูกสาวขนาดนี้เลย ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองรีบไปรับเธอมาลงทะเบียนครอบครัว ไม่เห็นกลัวเลยว่าพ่อของเธอจะหวงแหนไว้น่ะ

 

“ก็ฉันแค่กังวล ตอนนี้หยวนหยวนน่ะร่ำรวยมาก คนมากมายคงอยากจะเข้ามาใกล้เธอ แม้แต่เด็กนั่น...หลิ่วโปนั่น ฉันก็ยังไม่วางใจเลย ดีที่ออกไปอยู่ที่อื่นได้ ถ้ายังอยู่ในบ้านเดียวกันแบบนี้ ฉันคงจะระแวงมากไปกว่าเดิมอีก”

 

“นอกจากนี้...คนที่น่ากลัวที่สุดน่ะก็คือผู้ชายมากอำนาจคนนั้น เธอยังไม่เห็นสายตาของเขาที่มองลูกสาวเรา คนๆนั้นน่ะ...” พ่ออันบ่นงึมงำจนเกือบจะหลุดพูดเรื่องสำคัญออกมา เขารีบปิดปากตัวเองในขณะที่มองซูหยวนซึ่งกำลังเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย

 

“อะไรคะ ทำไมพ่อไม่พูดให้จบล่ะ ใครคือผู้ชายมากอำนาจที่พ่อกำลังบ่นถึงคะ แล้วเขาทำอะไรหนู” 

 

“อ๋า นั่น...ฮ่าๆ นั่นจะมีอะไรได้ยังไง ก็แค่อยากจะบ่นพวกเกษตรกรสองคนที่มองหนูก็เท่านั้น เจ้าพวกนั้นน่ะ...ตอนแรกก็ไม่พอใจพวกเรา แต่พอหยวนหยวนทำเงินได้มาก กลับมีตาเป็นประกาย พ่อก็แค่กลัวว่าเจ้าพวกนั้นจะไปหาลูกชายของตัวเองมาแนะนำให้น่ะสิ”

            

พ่ออันโยนความผิดไปให้เกษตรกรสองคนอีกครั้ง การกระทำของเขาดูคล้ายรองประธานองค์กรเกษตรกรอยู่บ้าง สุดท้ายแล้วสองเกษตรกรก็ถูกโยนความผิดมาให้ซ้ำไปซ้ำมา กลายเป็นเหยื่อที่น่าสงสารแทนเสียอย่างนั้น

           

 แน่นอนว่านี่เป็นเพราะพ่ออันไม่กล้าพูดถึง “เจ้านาย” ของลูกสาวออกมาโดยตรง คนๆนั้นดูก็รู้ว่ามีอำนาจมาก อีกฝ่ายทำให้พวกคนใหญ่คนโตจากองค์กรเกษตรกรก้มหัวได้ด้วยซ้ำ ถ้าเขาพูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าออกไป จะทำให้ลูกสาวเดือดร้อนเอาได้

            

อีกอย่าง ถ้าหยวนหยวนของเขาพอใจต่อเจ้านายคนนั้นจริงๆ ก็ถือว่าเป็นวาสนาของเธอแล้ว ตอนนี้ที่เขากังวลก็แค่เรื่องที่ซูหยวนยังเด็ก กลัวว่าเธอจะถูกผู้ชายคนนั้นหลอกลวงเอา ถ้าอีกฝ่ายยังตามดูแลลูกสาวของเขาไปอีก 10 ปี ตอนนั้นเขาก็คงจะเชื่อใจแล้วว่าฝากลูกสาวไว้ด้วยได้

 

“มีเรื่องแบบนั้นด้วยหรอคะ ฉันไม่เคยเห็นรู้เลยว่าหยวนหยวนของพวกเราถูกรังแก แล้วคุณปล่อยให้ลูกสาวถูกคนอื่นแกล้งลูกเราหรือเปล่า ทำไมไม่เข้าไปช่วยคะ”

            

แม่อันเหลียงตกใจมากเมื่อได้ยิน เธอไม่คิดมาก่อนว่าลูกสาวที่น่ารักขนาดนี้จะมีคนไม่ชอบเธอด้วย ยิ่งเป็นพ่ออันทำสีหน้าแบบนั้นก็คิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดา ทว่า...ที่เธอไม่รู้ก็คือเธอคิดมากเกินไปแล้ว

            

สำหรับเกษตรกรโง่เขลาสองคนนั้นไม่นับเป็นคู่ต่อสู้ของซูหยวนด้วยซ้ำไป แค่เธอพูดประโยคซ้ำๆสองรอบก็ตบหน้าพวกเขาจนแทบกระอักเลือดตายไปแล้ว ไอ้ท่าทางกังวลใจที่พ่ออันเฉินแสดงออกมา ก็เพราะจางอู่หยางทั้งนั้น...

            

สุดท้ายพวกเขาก็ต้องอธิบายให้แม่อันเข้าใจ ไม่อย่างนั้นเธอคงจะกังวลต่อไปจนนอนไม่หลับแน่ กว่าจะพูดกันรู้เรื่อง...พ่ออันก็โดนตำหนิไปหลายยก

            

ซูหยวนมองดูครอบครัวที่มีสีสันนี้พร้อมกับเผยรอยยิ้มไปด้วย พ่ออันกับแม่อันช่างสนิทสนมกันจริงๆ ไม่แน่ว่าอีกไม่นานนี้..เธออาจจะมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มก็เป็นได้

            

ไม่ใช่โบราณพูดไว้หรอ? พ่อแม่ที่ชอบทะเลาะกันแบบนี้น่ะ จะเป็นพ่อแม่ที่มีลูกดกนะ!

 

…………………………………