LNCrawler

บทที่ 234 เงื่อนไขที่เปลี่ยนไป (อ่านฟรี 27 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 234 เงื่อนไขที่เปลี่ยนไป (อ่านฟรี 27 ต.ค. 68)

บทที่ 234 เงื่อนไขที่เปลี่ยนไป

            

หลังจากที่ครอบครัวอันฉลองการเก็บเกี่ยวครั้งแรกสำเร็จครบ 3 วัน พวกเขาก็กลับมาทำงานกันอีกครั้ง น่าเสียดายที่อันซูหยวนไม่มีเวลามากพอที่จะอยู่ช่วยพวกเขาตลอดไป สำหรับภาคเรียนที่ 2 นั้นกำลังจะจบลง เหลือเวลาอีกแค่เดือนกว่าๆเท่านั้นแล้ว ทำให้สถาบันเข้มงวดเรื่องการเข้าเรียนมากขึ้น

            

วิชาเรียนพื้นฐานที่เป็นภาคบังคับนั้นไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับซูหยวน เธอเพียงรับการทดสอบจากอาจารย์ประจำวิชาก็สามารถได้รับอนุญาตให้ลาเรียนวิชาพื้นฐานทั้งสามที่เน้นสอนความรู้เพียงอย่างเดียวแล้ว แน่นอนว่านอกจากซูหยวนแล้ว พวกเพื่อนๆหลายคนก็ใช้วิธีเดียวกัน พวกเขาจึงสามารถใช้เวลาอันมีค่านี้ไปฝึกฝนได้มากขึ้น พวกอาจารย์เองก็เข้าใจว่าแก่นแท้ที่สำคัญของนักล่าคืออะไร

 

นอกจากความรู้ที่หาอ่านได้ทั่วไปแล้ว พวกเขาจำเป็นต้องมีวิชาในการต่อสู้ที่ทำให้เอาชีวิตรอดได้ด้วย

 

ดังนั้นวิชาที่กำลังเพิ่มความเข้มงวดและซูหยวนไม่สามารถขอหยุดเข้าเรียนได้ก็คือวิชาการใช้หอกขั้นกลาง สำหรับวิชาการใช้ธนูขั้นกลางนั้น ไม่มีใครสงสัยในฝีมือของศิษย์อาจารย์เติ้งอยู่แล้ว ยิ่งการันตีด้วยผลงานในกองทัพ ซูหยวนจึงได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ เพียงขอให้เธอเข้ามาชั้นเรียนเดือนละครั้งเพื่อสาธิตวิธีการใช้ธนูของตนเองให้พวกเพื่อนๆได้เห็นและมีกำลังใจก็เท่านั้น

 

วันนี้เป็นอีกวันที่อาจารย์ประจำวิชาการใช้หอกขั้นกลางส่งนักเรียนมาตามเธอไป ซูหยวนไม่ดื้อรั้นอยู่แล้ว ทุกครั้งอาจารย์ประจำวิชาการใช้หอกขั้นกลางก็ใจดีกับเธอมาก หลายครั้งทำเป็นหลับหูหลับตามองไม่เห็นว่าเธอไม่เข้าเรียนแล้วปล่อยให้ทำในสิ่งที่สนใจ หากไม่ใช่เพราะมีเรื่องสำคัญก็คงจะไม่เรียกเธอเข้าห้องเรียนด้วย

 

นอกจากซูหยวนแล้ว วิชาการใช้หอกขั้นกลางก็มีเพื่อนนักเรียนชั้นปีที่ 2 อยู่ด้วยอีก 2 คน แต่คนหนึ่งเป็นเพื่อนของหานตู้ เขาไม่สามารถจบชั้นปีที่ 2 ได้แล้วเนื่องจากแปลงเพาะปลูกของเขาถูกทำลาย ดังนั้นปีนี้จึงตัดสินใจที่จะลาเรียนแล้วกลับตระกูลไปเร่งฝึกฝนหรือไม่ก็ทำประโยชน์ด้วยการช่วยลงพื้นที่ล่า ล่าทรัพยากรกลับมาให้ตระกูล

 

ในขณะที่นักเรียนอีกคน ซูหยวนได้เห็นเขาแล้ว แต่ทางนั้นไม่ค่อยชอบซูหยวนนัก ก่อนหน้านี้ยังเคยพูดจากระทบกระทั่งเกี่ยวกับเรื่องสิทธิพิเศษของเธอด้วย ดังนั้นเขาจึงไม่เข้ามาวุ่นวายกับเธอ เพียงเกาะกลุ่มอยู่กับพวกรุ่นพี่ในตระกูลเดียวกันอย่างตระกูลกวนเท่านั้น

 

เห็นแบบนี้แล้ว ซูหยวนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ความรู้เรื่องพื้นฐานการใช้หอกของเธอค่อนข้างดี ตอนสอบจบชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่หนึ่งในวิชาหอกพื้นฐาน หรือจะเป็นตอนชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่สองวิชาหอกขั้นต้น ซูหยวนก็ทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด 

 

เนื่องจากอาจารย์ไม่ได้มอบทักษะการใช้หอกขั้นสูงให้พวกเขา ดังนั้นจึงไม่มีข้อจำกัดมากนัก ขอแค่พวกเธอตั้งท่าต่อสู้หอกระดับต่ำได้ถูกต้องก็เพียงพอที่จะทำให้ผ่านไปได้แล้ว

 

วิธีการสอบผ่านของชั้นปีที่ 1 ทั้งสองภาคศึกษา เริ่มจากการสอบตั้งท่าการเคลื่อนไหวพื้นฐานทั้ง 12 ท่า และอีกภาคศึกษาก็คือการใช้หอกเพื่อโจมตีหุ่นซ้อมอินทรีย์ ถ้าสามารถโจมตีเข้าจุดตายได้อย่างน้อย 3 ตำแหน่ง ก็ถือว่าสอบผ่านไปได้ ด้วยเงื่อนไขนี้จึงไม่มีความกดดันเลยสักนิด

 

ทว่าชั้นปีที่ 2 นี้แตกต่างกันออกไป และอาจารย์ประจำวิชาเรียกทุกคนมารวมกันที่นี่ก็เพื่อแจกแจงเงื่อนไขการสอบผ่านของวิชานี้นั่นเอง

 

“นักเรียนทุกคนคงจะรู้แล้วว่าวันนี้ฉันเรียกมาพบเพื่อแจ้งเรื่องสำคัญ ตอนนี้นักเรียนของฉันก็มารวมกันที่นี่แล้ว มีตั้งแต่นักเรียนชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 4 ทั้งนี้ก็เพื่อแจ้งข่าวให้ทุกคนทราบโดยพร้อมหน้ากัน” อาจารย์มองไปรอบๆก่อนจะเผยรอยยิ้ม

 

“เนื่องจากทางรัฐบาลกลางได้ประกาศการยกระดับการศึกษาทั้งหมดให้กับนักเรียน กล่าวว่าหลังจากปีนี้ไป...นักเรียนทุกคนจะต้องเพิ่มความกดดันในการเรียนการสอนให้มากขึ้น และต้องเพิ่มความสัมพันธ์กับกองทัพให้ดีเพื่อที่จะได้ร่วมมือกันในอนาคต ดังนั้น...สำหรับวิธีการผ่านวิชาการใช้หอกนี้จะต้องปรับเปลี่ยนเสียใหม่”

 

“อาจารย์ได้ปรึกษากับศิษย์เก่าที่ทำงานในกองทัพและหารือกับผู้อำนวยการของสถาบัน สุดท้ายก็ได้เงื่อนไขในการสอบจบวิชาหอกทั้งหมดมา”

 

“เริ่มจากผู้เรียนวิชาหอกพื้นฐาน ก่อนหน้านี้อาศัยแค่การตั้งท่าระดับพื้นฐานเพียง 12 ท่าก็จะจบการศึกษาได้ แต่หลังจากนี้จะไม่ใช่เช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว การทดสอบจะเปลี่ยนเป็นการให้นักเรียนใช้ท่าพื้นฐานหรือวิชาที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่านั้นในการเอาชนะหุ่นซ้อมอินทรีย์ให้ได้”

            

เมื่ออาจารย์พูดเช่นนี้ สีหน้าของพวกรุ่นพี่ก็เปลี่ยนไป รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆที่ผ่านชั้นปีที่ 1 มาแล้ว ถ้าพวกเขาเพิ่งเริ่มเรียนวิชาหอกพื้นฐานล่ะก็...คงจะต้องร้องไห้เป็นแน่

 

“อาจารย์....นี่มันไม่โหดร้ายเกินไปหรือ? เอาการสอบของวิชาการใช้หอกขั้นต้นมาสอบพวกเราที่เพิ่งจะเริ่มเรียน แบบนี้ใครจะสอบผ่านได้กัน”

 

“นั่นน่ะสิอาจารย์ การทดสอบเข้มงวดมากขึ้น แต่เนื้อหาการสอนยังเหมือนเดิม แบบนี้พวกเราจะผ่านได้ยังไง หรือจะบอกว่าพวกเราเป็นกลุ่มที่โชคร้ายงั้นหรอครับ” พวกนักเรียนปีหนึ่งบ่นระงม การปรับเปลี่ยนเช่นนี้ทำไมต้องมาปรับเปลี่ยนตอนรุ่นของพวกเขาด้วย

 

“ไม่ต้องกังวลไป นี่เป็นแค่เงื่อนไขของวิชาการใช้หอกขั้นพื้นฐานเท่านั้น เพราะพวกรุ่นพี่ของพวกเธอก็ปรับเงื่อนไขไปหมดแล้วเช่นกัน อ้อ ส่วนเรื่องที่บอกว่าเนื้อหายังสอนเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนวิธีการสอบไม่ยุติธรรม ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยว่าเรื่องนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร หุ่นซ้อมอินทรีย์ถูกตั้งค่ามาเพื่อกระตุ้นให้พวกเธอใช้งานทักษะพื้นฐานเท่านั้น ไม่รังแกกันเกินไปหรอก” อาจารย์ประจำวิชาโบกมือ 

            

คิดว่าพวกเขาไม่ท้วงติงเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปหรือ? นักเรียนที่เพิ่งเข้ามาเรียนจะต้องสู้กับหุ่นซ้อมอินทรีย์ ความกดดันนี้ดูเหมือนจะมากเกินไปหน่อย ทว่า...พวกรัฐบาลกลางออกคำสั่งมาเช่นนี้ พวกเขาจะทำอะไรได้อีก

            

ที่สำคัญ...ไม่ใช่แค่นักเรียนเข้าใหม่ได้รับผลกระทบแค่ส่วนเดียวหรอก ยังมีการทดสอบอื่นๆที่เปลี่ยนไปด้วย เขาเองก็เตรียมใจรับผลการประท้วงที่จะตามมาแล้ว

 

“สำหรับนักเรียนที่เรียนวิชาการใช้หอกขั้นต้นจะต้องสอบด้วยการประลองกับเพื่อนนักเรียน ซึ่งแต่เดิมแล้วเป็นการทดสอบของนักเรียนที่เรียนวิชาการใช้หอกขั้นกลาง ดูจะยุ่งยากหน่อย แต่ระดับฝีมือของเพื่อนๆนักเรียนกันเองก็ไม่ทิ้งห่างกันมากนัก ดังนั้นไม่ต้องกังวลเกินไป”

 

“ปัญหาก็คือ...ในรอบนี้จะมีกรรมการจากกองทัพเข้าร่วมประเมินด้วย ถ้าใช้ทักษะที่ไม่เหมาะสมหรือมีจุดต้องปรับปรุงมากเกินไป พวกเขาก็อาจจะไม่ให้ผ่านได้”

 

“ขอแค่การต่อสู้นั้นยอดเยี่ยม ถึงจะแพ้ก็ไม่เป็นอะไร พวกเขาเพียงต้องการประเมินจากการเคลื่อนไหวและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับหอกเท่านั้นเอง ดังนั้นขอให้ทุกคนทำให้เต็มที่ก็พอแล้ว”

            

อาจารย์มองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดที่นักเรียนชั้นปีที่ 1 ซึ่งยังเป็นพวกเขาที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่ สาเหตุเป็นเพราะวิชานี้ส่วนใหญ่จะเรียนในชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 พูดอีกอย่างก็คือ...ปัจจุบันยังไม่มีนักเรียนในวิชานี้เลย

            

เมื่อเห็นสีหน้าของพวกนักเรียนดูไม่พอใจ เขาก็หันไปหานักเรียนชั้นปี 2 ซึ่งมีกัน 2 คน และค่อนข้างจะเป็นปัญหาอยู่บ้าง

 

“สำหรับการทดสอบของวิชาการใช้หอกขั้นกลางนี้ยุ่งยากเล็กน้อย เพราะพวกเธอต้องผ่านการทดสอบเหมือนกับวิชาการใช้หอกขั้นต้น จะมีกรรมการมาประเมินเหมือนกัน แต่คู่ซ้อมจะไม่ใช่เพื่อนนักเรียนอีกต่อไป หากแต่จะเป็น....ทหารของกองทัพ ดังนั้นนักเรียนที่เรียนวิชานี้จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

 

“พวกเราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะได้เจอคู่ต่อสู้แบบไหน อาจจะเจอคู่ต่อสู้ที่จบจากสถาบันเดียวกัน หรือเป็นนักเรียนจบจากสถาบันอื่น อาจารย์กลัวแค่ว่าพวกเธอจะได้เจอกับทหารที่เป็นอดีตนักเรียนของสถาบันเพลิงพลองก็เท่านั้น เพราะหากเป็นเช่นนี้จริง....อาจจะพ่ายแพ้โดยไม่ทันได้ขยับก็ได้”

            

แม้แต่อาจารย์ก็ยังพูดเช่นนี้ สีหน้าของพวกนักเรียนยิ่งย่ำแย่มากขึ้นไปอีก พวกเขารู้ดีว่าสิ่งที่อาจารย์กลัวนั้นเป็นอย่างไร พวกนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองมีฝีมือและทักษะที่ยอดเยี่ยมในการใช้หอกมาก จริงอยู่ที่พวกเขาเน้นการใช้พลองเป็นหลัก แต่หน่วยพลองในกองทัพไม่มี ดังนั้นที่สถาบันเพลิงพลองจึงเน้นการฝึกหอกควบคู่ไปกับไม้พลองด้วย เรียกได้ว่ามือซ้ายถือหอก มือขวาถือพลอง ถ้าโชคร้ายได้สู้กับพวกเขาจริงๆ...โอกาสที่จะชนะแทบไม่มีเลย

 

“ไม่ใช่แค่นักเรียนที่เรียนวิชาการใช้หอกขั้นกลางเท่านั้น ยังมีนักเรียนที่เรียนวิชาการใช้หอกขั้นสูงที่ต้องจับคู่กับพวกทหารด้วย โดยนักเรียนที่เรียนวิชาการใช้หอกขั้นกลางจะจับคู่กับพลทหารทั่วไป ส่วนนักเรียนที่เรียนวิชาการใช้หอกขั้นสูงจะต้องจับคู่กับทหารระดับสิบโทขึ้นไป”

           

 อาจารย์พูดอย่างนั้น นักเรียนรุ่นพี่ที่ยืนทำหน้าเจื่อนก็ยิ่งมีสีหน้าย่ำแย่ขึ้นไปอีก พวกเขาเป็นรุ่นพี่ที่เรียนวิชาการใช้หอกขั้นสูงมา 2 ภาคเรียนแล้ว ก่อนหน้านี้การทดสอบเพื่อจบวิชานี้ก็คือการใช้วิชาหอกในพื้นที่ล่าจริง โดยต้องต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์จริงๆ ขอเพียงพวกเขาสามารถใช้หอกล่าพวกกลายพันธุ์ในเขต B ได้ 5 ตัว ก็จะถือว่าผ่านการทดสอบแล้ว

            

แน่นอนว่าเงื่อนไขที่ยากลำบากนี้ พวกเขาก็ใช่จะผ่านกันได้ง่ายๆ ถึงอย่างนั้น...มันก็ดีว่าการที่จะได้ประลองกับพวกทหารจริงๆใช่ไหม?

 

“สุดท้าย....นักเรียนที่เรียนวิชาการเป็นผู้ใช้หอกที่ดี จะต้องผ่านการทดสอบด้วยการล่าสัตว์กลายพันธุ์ในเขต B จำนวน 20 ตัว โดยกำหนดให้ล่าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ 5 ตัว หมูป่าขายาวกลายพันธุ์ 5 ตัว กระรอกสองเมตรกลายพันธุ์ 5 ตัว ผีเสื้อเส้นด้ายกลายพันธุ์ 5 ตัว และดอกบัวฟ้ากลายพันธุ์ 5 ต้น”

 

“เงื่อนไขนี้ดูอันตรายไม่น้อย แต่นี่เป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดที่สถาบันต่อรองได้ รัฐบาลกำหนดว่าวิธีการทดสอบนี้จะคงอยู่เพียง 3 ปีเท่านั้น จนกว่านักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่จะจบรุ่นไป รุ่นน้องจะต้องเจอเงื่อนไขการทดสอบที่ยากกว่านี้เป็นเท่าตัว ซึ่งหมายความว่า...หากพวกเธอไม่ผ่านทั้งหมดใน 3 ปีนี้ การทดสอบครั้งต่อไปก็จะต้องเป็นการทดสอบจากเงื่อนไขใหม่แล้ว”

           

 คนเป็นอาจารย์เข้าใจดีว่าสีหน้าของนักเรียนตอนนี้หมายความว่าอย่างไร แต่นี่เป็นเงื่อนไขที่พวกเขาพยายามต่อรองมาแล้ว การทดสอบที่ยกระดับขึ้นเป็นเท่าตัวเช่นนี้...ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็เหมือนต้องการส่งนักเรียนไปตาย

            

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการเก็บกวาดพื้นที่ล่าเขต A ทำให้ระดับพื้นฐานทั้งหมดจะเริ่มต้นที่เขต B แทน ส่วนเขต A จะเก็บเอาไว้ให้พวกรุ่นน้องปี 1 ซึ่งไม่เคยรู้จักพื้นที่ล่ามาก่อนเท่านั้น 

 

“อาจารย์...หรือว่าวิชาอื่นๆก็เพิ่มเงื่อนไขเหมือนกัน” นักเรียนชายคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะยกมือถาม และอาจารย์ก็พยักหน้าแทนคำตอบ

 

“ใช่ ทุกคนเจอปัญหานี้เหมือนกันทั้งหมด การยุบพื้นที่ล่าเขต A ทำให้การทดสอบเดิมๆทำไม่ได้แล้ว”

 

“.............” พวกนักเรียนมองหน้ากันเอง รู้สึกว่ากำลังโดนบีบคั้นจริงอย่างที่พวกทางการต้องการ

            

แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่พวกเขายังทำอะไรได้? สุดท้ายแล้วชีวิตนี้ก็ต้องรีบพัฒนาให้มากขึ้น ถ้าไม่อยากถูกทิ้งเอาไว้ด้านหลังก็มีแต่ต้องทำเท่านั้น

 

“เอาล่ะ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป...นักเรียนทุกคนสามารถติดต่ออาจารย์เพื่อที่จะขอรับการทดสอบได้เลย อ้อ สำหรับนักเรียนที่เรียนวิชาการใช้หอกขั้นกลางและขั้นสูงนั้น ใน 1 สัปดาห์...ถ้ามีนักเรียนที่อยากท้าประลอง อาจารย์จะนัดหมายให้แค่ 1 ครั้งเท่านั้นนะ”

            

ซูหยวนฟังคำของอาจารย์ เธอใช้ความคิดมากหน่อย อย่างไรนี่ก็ค่อนข้างเป็นปัญหาอยู่บ้าง...ถ้าเป็นการใช้ธนู เธอไม่คิดอะไรมากเลย ด้วยทักษะการใช้ธนูระดับสูงที่อาจารย์เติ้งมอบให้ คู่ต่อสู้เป็นใครก็ไม่น่ากลัวทั้งนั้น ทว่า...วิชาการใช้หอก สถาบันไม่ได้มีสอนความรู้ในด้านนี้นอกจากท่าพื้นฐาน

            

ส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้หอกก็จะเป็นนักเรียนสายตรงของอาจารย์ หรือมีพื้นฐานจากตระกูลอยู่แล้ว เหมือนกับนักเรียนกวนที่อยู่ชั้นปีเดียวกัน ตัวเขานั้นมีความรู้เรื่องการใช้หอกมาจากตระกูล ดังนั้นคงจะไม่มีปัญหามากนักแม้ต้องสู้กับทหารตัวจริง ต่างกับเธอ...นอกจากท่าพื้นฐานแล้ว ก็มีแค่งูๆปลาๆเท่านั้น

 

“ดูเหมือนว่าจะต้องใช้ตั๋วทรัพยากรที่ได้มา 206 แต้มเพื่อแลกวิชาการใช้หอกแล้ว...” ซูหยวนพึมพำกับตนเอง 

           

 เดิมทีเธอละเลยการฝึกวิชาหอกเนื่องจากเข้าใจว่าอาจารย์จะต้องสอนวิชาหอกให้บ้างสักเล็กน้อย แต่เธอประเมินคุณค่าของวิชาต่างๆต่ำเกินไป สุดท้ายกลายเป็นว่าไม่มีใครเต็มใจจะมอบวิชาดีๆให้ แม้จะเป็นวิชาระดับต่ำก็ตาม ดังนั้นเวลานี้...ซูหยวนไม่มีทางเลือกอื่นมากนักนอกจากจะต้องใช้ความพยายามของตัวเอง

            

ก่อนหน้านี้เธอวัดพลังงานได้ 166 หน่วย ตอนขึ้นชั้นปีที่ 2 ทำให้ได้ตั๋วทรัพยากรมาจำนวนมาก รวมกับการที่เป็นอันดับหนึ่งด้วยแล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่ซูหยวนจะมีตั๋วทรัพยากรจำนวนมากเช่นนี้ 

 

ปัจจุบันเธอมีค่าพลังงานเป็น 188.5 หน่วย แต่ถ้ารอจนกว่าจะขึ้นปี 3 เพื่อให้ได้ตั๋วทรัพยากรอีกครั้งก็คงจะเสียเวลาเกินไป ดังนั้นมีแต่ต้องเสี่ยงดูเท่านั้นว่าจะมีวิชาดีๆขายที่สถาบันในราคาที่เธอจับต้องได้หรือไม่

 

…………………………..