LNCrawler

บทที่ 235 กวนกังไฉ ( อ่านฟรี 28 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 235 กวนกังไฉ ( อ่านฟรี 28 ต.ค. 68)

บทที่ 235 กวนกังไฉ

            

“สหายอันซูหยวน” หลังจากทุกคนเข้าใจสิ่งที่อาจารย์ประจำวิชาการใช้หอกต้องการจะสื่อสารแล้ว พวกเขาก็รีบแยกย้ายกันไปเพื่อเตรียมตัวฝึกฝนให้พร้อม นักเรียนชั้นปีที่ 1 นั้นง่ายที่สุด ขอเพียงพวกเขาเรียนรู้พื้นฐานให้ดี หุ่นซ้อมอินทรีย์ย่อมไม่ถูกตั้งค่าให้โหดร้ายกับพวกเขามากเกินไป อย่างไรก็ตาม...สำหรับนักเรียนชั้นปีสูงขึ้นไปย่อมแตกต่าง

            

ตอนนี้พวกเขาพากันหน้านิ่วคิ้วขมวด บางคนถึงกับหาเส้นสายของตนเองในกองทัพเพื่อที่จะได้มองหาเงื่อนไขคู่ต่อสู้ที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง แน่นอนว่าดีที่สุดในที่นี้ไม่ใช่แข็งแกร่งที่สุด หากแต่ต้องเป็นคนที่มีจุดอ่อนมากที่สุดต่างหาก!

            

ต่างคนต่างความคิด ซูหยวนเองก็มีแผนที่จะไปศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับวิชาการใช้หอกขั้นกลางไปจนถึงระดับสูงที่ห้องสมุดของสถาบัน เพื่อให้เธอสามารถเลือกวิชาการต่อสู้ที่ดีที่สุดสำหรับตนเองได้ ทว่า...เสียงหนึ่งกลับดังขึ้นมาก่อน เรียกให้ซูหยวนต้องหยุดอยู่กับที่

 

“สหายกวน?”

 

“ใช่ ฉันชื่อว่ากวนกังไฉ อยู่ชั้นปีที่ 2 เหมือนกันกับเธอ ทั้งยังเรียนวิชาการใช้หอกมาด้วยกันด้วย”

 

“อืม ฉันจำได้ แล้วเพื่อนนักเรียนกวนมีธุระอะไรกับฉัน?” ซูหยวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่เป็นมิตรแต่ก็ไม่ได้ตั้งท่าเป็นศัตรู เธอไม่ค่อยสนิทสนมกับบุรุษตรงหน้า ถึงอย่างนั้น...อีกฝ่ายก็ไม่เคยมาหาเรื่องเธอตรงๆ

            

สำหรับเรื่องที่เขาร่วมวงซุบซิบนินทาตนเองหรือไม่ลับหลัง ซูหยวนไม่ใช่พวกที่จะสนใจอะไรเช่นนี้อยู่แล้ว เธอรู้แค่ว่าคนแบบไหนไว้ใจได้เต็มร้อย หรือคนแบบไหนไว้ใจไม่ได้ก็พอ

            

กวนกังไฉเห็นว่าอันซูหยวนยอมฟังตัวเองดีๆ เขาก็ผ่อนลมหายใจออกเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาไม่จำเป็นต้องพูดจารุนแรงเกินไปสินะ ตราบเท่าที่อันซูหยวนพูดคุยด้วยง่ายๆ เช่นนั้นเขาก็จะถือว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน

 

“ตอนปีที่หนึ่งฉันได้เห็นทักษะการเคลื่อนไหวของเธอแล้ว รวมกับความรู้ทักษะพื้นฐานการใช้หอก เธอค่อนข้างสมบูรณ์แบบ เป็นนักเรียนที่สามารถกลายเป็นผู้ใช้หอกระดับสูงได้”

 

“แล้ว?”

 

“แต่ตอนนี้เธอคงจะลำบาก เนื่องจากการทดสอบที่เปลี่ยนแปลงไป เรื่องนี้คงกดดันเธอไม่น้อยเลย”

 

“ก็ใช่ แล้วยังไงต่อ?” ถึงเขาจะพูดมากขนาดนี้แล้ว แต่ซูหยวนก็ยังไม่เข้าใจเจตนาของกวนกังไฉอยู่ดี

 

“ฉันก็แค่อยากจะเตือนเธอเท่านั้น แม้ว่าการทดสอบนี้จะทำให้เธอกดดันมากจนต้องใช้วิธีต่างๆเพื่อให้เอาชนะพวกทหารในกองทัพไปได้ ทว่า...ฉันไม่ต้องการให้เธอใช้เส้นสายของตนเองไปมากกว่านี้ ที่ผ่านมาเธอกลายเป็นทหาร มียศมีตำแหน่งสูงในกองทัพ นี่ก็ควรจะเพียงพอแล้ว อย่าโลภมากไปกว่านี้จนขอให้อาจารย์เติ้งของเธอไปพูดกับท่านลุงกวนของฉันเลย”

            

เด็กหนุ่มหรี่ตาลง แม้ว่าลุงกวนจะไม่ได้พูดตรงๆเกี่ยวกับเรื่องของอันซูหยวนที่อาจารย์เติ้งได้มาพูดคุยเป็นการส่วนตัวก็เถอะ แต่เขาก็รู้ว่าเพื่อนนักเรียนอันซูหยวนมีนิสัยอย่างไร

            

เพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จ เขาคิดว่าเธอคงจะไม่อายที่จะขอให้อาจารย์เติ้งช่วยเหลือ 

            

วิชาของท่านลุงกวน แม้แต่เด็กๆในตระกูลก็ยังไม่ได้รับการสั่งสอน ถ้าเขาเลือกอันซูหยวนไปเป็นศิษย์แล้วมอบทุกอย่างให้ เช่นนั้นพวกเขาตระกูลกวนยังจะมีหน้าบอกว่าตัวเองเป็นคนของตระกูลกวนอีกได้อย่างไร? ตระกูลกวนเช่นนี้ก็มอบให้อันซูหยวนไปเสียเถอะ!!

            

ทุกคนรู้ว่าอาจารย์เติ้งเป็นสหายที่ดีต่อท่านลุงกวนมากแค่ไหน ถ้าเขาร้องขอมา ไม่มีทางที่ลุงกวนจะไม่ทำให้หรอก ดังนั้นมีโอกาสมากที่อันซูหยวนจะใช้โอกาสนี้ ขอให้อาจารย์เติ้งกดดันลุงกวนของพวกเขา

            

ความคิดของคนอื่น อันซูหยวนไม่ได้รู้เรื่องด้วย เธอไม่ได้รู้จักลุงกวนอะไรนั่นเลย จะไปมีความคิดขอรบกวนเขาได้อย่างไร แม้เธอจะคาดเดาได้จากคำพูดของเขาว่าอาจารย์เติ้งคงเคยไปพูดกับใครบางคนเกี่ยวกับความสนใจวิชาหอกของเธอก็เถอะ แต่ในเมื่ออาจารย์ไม่เอาเรื่องนี้มาบอกเธอ ก็แปลว่าถูกปฏิเสธมา เป็นเช่นนี้แล้วจะยังรบกวนเขาอีกได้อย่างไร

            

ซูหยวนเป็นพวกทำอะไรแล้วจะต้องทำให้สำเร็จ ทว่า...เธอก็ไม่ใช่พวกหน้าด้านหน้าทน เอาแต่ร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเสียหน่อย

 

“เพื่อนนักเรียนกวนไม่ต้องคิดมาก ฉันไม่รู้จักลุงกวนของเธอ และไม่ได้ติดต่ออาจารย์เพื่อขอให้มีอาจารย์สอนวิชาหอกโดยเฉพาะด้วย สำหรับเรื่องการสอบผ่านวิชาการใช้หอกนั้น...ฉันย่อมมีวิธีของตนเอง”

 

“โอ้ ถ้าเธอพูดแบบนั้นก็ดีแล้ว พวกเราตระกูลกวนจะได้ไม่มีปัญหากันเองเพราะคนนอก” กวนกังไฉแค่นหัวเราะแล้วเดินจากไป ท่าทางเหมือนกับได้ขจัดภัยใหญ่ของตระกูลไปได้อย่างไรอย่างนั้น ทำเอาซูหยวนต้องถอนหายใจออกมาเลย

            

เด็กสาวตรงไปยังห้องสมุดหลังจากนั้น เปรียบเทียบและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวิชาการใช้หอกที่สถาบันมีวางขาย เนื่องจากตั๋วทรัพยากรมีอยู่จำกัด ดังนั้นซูหยวนไม่สามารถคิดน้อยได้เลย

            

ในขณะที่เด็กสาวกำลังยุ่งกับการพัฒนาทักษะการใช้หอกของตน ทางด้านองค์กรนักล่าสกุลจางเวลานี้ก็พากันตื่นตระหนกกันหมดแล้ว หลังจากที่พวกเขารู้ว่าประธานจางได้นำผักอัลเลี่ยมมาขายที่องค์กรในราคาเท่ากับท้องตลาดทั่วไป แถมยังมีค่าสารอาหารที่มากกว่าผักทั่วไปด้วย ดังนั้นคนที่รู้ว่าการกินอาหารที่มีสารอาหารมากนั้นมีประโยชน์ยังไงก็รีบพากันมาที่องค์กรทันที

           

 แต่ละคนไม่ได้ซื้อกันคนละเล็กละน้อยเท่านั้น พวกเขาเป็นนักล่ามีความสามารถ นอกจากตัวเองที่ต้องการมากหน่อยแล้ว ก็ยังมีสมาชิกในครอบครัวอีกด้วย บางคนยังซื้อไปเป็นของขวัญให้ลูกๆของพวกเขาด้วยซ้ำ ทำเอาบรรยากาศในองค์กรคึกคักไม่น้อยเลย

           

 ใช้เวลาเพียงสองชั่วโมง ผักอัลเลี่ยมที่นำมา 900 กิโลกรัมก็ขายหมดแล้วในราคา 16,000 เครดิตต่อ 100 กรัม เท่ากับว่าประธานจางไม่ได้ทำงานหนักอะไรเลย ก็ทำเงินได้ครั้งเดียว 900,000 เครดิตเสียแล้ว หากเขารับซื้อพวกมันในราคาส่งจริงๆ อาจจะได้กำไรมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ซึ่งปิดปากพวกที่แอบพูดเกี่ยวกับว่าประธานของพวกเขายอมขาดทุนเพื่อเอาใจสาวไปได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

            

ก็นะ...ใครจะเหมือนประธานจาง ระหว่างเอาใจสาวงามไปด้วย ก็ยังทำกำไรมหาศาลไปด้วยได้ เรียกว่าทำอะไรไม่ขาดทุนเลยจริงๆ

            

ซึ่งเรื่องซุบซิบพวกนั้นก็ส่วนของเรื่องซุบซิบ เรื่องสำคัญยิ่งกว่าเรื่องซุบซิบก็เกิดขึ้นหลังจากที่ผักอัลเลี่ยมถูกขายหมดไป 2 ชั่วโมงเท่านั้น จู่ๆนักล่าขององค์กรที่ได้ซื้อผักอัลเลี่ยมกลับไปให้ภรรยาทำอาหารให้กินที่บ้าน เขาก็ได้วิ่งกลับมาด้วยสีหน้าแตกตื่น ใครถามก็ไม่ยอมพูด เอาแต่พูดคำว่า “ผักอัลเลี่ยม” เช่นนี้ตลอดเวลา

 

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำท่าทางตื่นตระหนกเช่นนั้น”

 

“ใช่ ทำไมไม่ยอมพูด ดูเอาเถิด แม้แต่รองเท้าก็ยังไม่ใส่มา มีเรื่องอะไร หรือที่บ้านมีปัญหาหรือ?” กลุ่มผู้ชมวิ่งตามหลังมาติดๆ ยิ่งเห็นท่าทางร้อนรนก็ยิ่งยากรู้มากขึ้นเท่านั้น

 

“ไม่มี ไม่มีอะไรทั้งนั้น ใครจะมีปัญหากัน บ้านพวกแกนั่นแหละที่มีปัญหา!”

 

“อ้าว! ถามดีๆก็ไม่ยอมตอบ แล้วจะมาโมโหใส่กันทำไม ในเมื่อตอนนี้พูดได้แล้ว เช่นนั้นก็บอกมาเสียเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มีปัญหาอะไรถึงได้ทำท่าทางเช่นนั้น”

 

“ปัญหา? ฉันจะมีปัญหาอะไรได้! ฉันมาที่นี่ก็เพื่อถามหาผักอัลเลี่ยมอีก ไม่ทราบว่ายังเหลืออีกเท่าไร ฉันขอซื้อหมดเลย” ชายนักล่าเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองมาที่นี่ทำไม เขารีบหันไปบอกพนักงานด้วยความร้อนรน ทำเอาพนักงานขายของส่วนกลางถึงกับขยับหนี

 

“ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณนักล่าที่เคารพ แม้ว่าพวกเราอยากจะขายอัลเลี่ยมมากขนาดไหน แต่ต้องขอบอกว่าผักอัลเลี่ยมขายหมดไปแล้วล่ะค่ะ”

 

“อะไรนะ? หมดแล้วงั้นหรอ”

 

“ใช่ค่ะ หมดแล้ว ไม่มีแม้แต่กรัมเดียวที่เหลืออยู่ค่ะ” พนักงานย้ำ ถึงจะไม่เข้าใจว่าท่าทางเสียใจเหมือนบ้านถูกไฟไหม้นั้นคืออะไรก็เถอะ แต่ก็ยังคงตอบตามมารยาทอยู่ดี

            

เพี๊ยะ!

            

เมื่อได้ยินพนักงานตอบเช่นนั้น ชายนักล่าก็เหมือนจะร้องไห้ออกมา เขายกมือตบแก้มตนเองแรงๆสองสามครั้งเหมือนกับคนบ้า

 

“น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ!! ฮือๆ กลับไปครั้งนี้เมียฉันจะต้องตีหัวแตกแน่ ทำไมฉันมันโง่เง่าขนาดนี้นะ!! ของที่ประธานไปเลือกมาด้วยตัวเองจะเป็นของธรรมดาๆไปได้ยังไง ฮือๆ หลงคิดไปว่าประธานคงต้องการกำไรแค่ 900,000 เครดิต แต่ในความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้นเลย”

 

“ประธานจางอุตส่าห์ทำเพื่อองค์กรขนาดนี้ ฉันกลับไม่เห็นค่า เงิน 15,000 เครดิตจะหาซื้อของวิเศษเช่นนั้นได้อย่างไร ทำไมฉันถึงได้ไม่รู้ตัวให้เร็วกว่านี้นะ อย่างน้อยๆ...ซื้อกลับไปสัก 500 กรัมก็ยังดี”

            

คนบ่นไปก็ตีตัวเองไปด้วย ท่าทางของเขายิ่งเรียกสายตาคนมามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนคนตีก็ทำได้แค่ร้องไห้ออกมาเท่านั้น

            

ก่อนหน้านี้ เขาซื้อผักอัลเลี่ยมไม่ใช่เพราะว่าอยากกินผักหรอก แต่ได้ยินคนพูดกันว่าประธานจางกำลังจีบสาวอยู่ และสาวเจ้าก็เป็นเกษตรกรผู้เพาะปลูกผักอัลเลี่ยมพวกนี้ ดังนั้นจึงช่วยเธอรับซื้อมาทำกำไรเล็กๆน้อยๆเท่านั้น

            

เพื่อตอบแทนประธานจาง และช่วยเหลือเขาทางอ้อม ตัวเขาและเพื่อนอีก 5 คนจึงซื้อผักอัลเลี่ยมราคาท้องตลาดพวกนี้ไปกันอย่างละเล็กละน้อย ซึ่งตอนนั้นก็ยังคิดว่าช่วยเหลือประธานครั้งนี้ ต่อไปเมื่อประธานประสบความสำเร็จได้สาวงามมาครอบครอง คงจะไม่อารมณ์เสียต่อลูกน้องอย่างพวกเขาอีก

            

คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะคิดง่ายเกินไป...

 

“แย่แล้ว แย่แล้ว!! อ๋า....แกก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ หรือว่าแกรู้แล้วว่าผักอัลเลี่ยม...”

 

“ชู่ว!! เงียบปากของแกไปซะ!” เสียงเจียวจ้าวด้านหลังดังขึ้น ทำให้คนที่กำลังตีอกชกหัวของตนเองหันไปมอง เห็นว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ซื้อผักอัลเลี่ยมไปกินด้วยกันก่อนหน้านี้กำลังวิ่งหน้าตาตื่นขึ้นมา แถมยังเตรียมจะพูดความจริงออกไปอีก เขาจึงรีบส่งสัญญาณให้เจ้าโง่นี่เงียบเสียงไป

            

ถ้าเขาพูดออกไปทั้งหมด แล้วทำให้รู้ว่าอัลเลี่ยมที่ประธานจางนำมาวิเศษขนาดไหน ต่อไปภายหน้า...จะหาซื้ออัลเลี่ยมพวกนี้ก็คงยากแล้ว

            

ลำพังต่อสู้กับพวกที่ได้รู้ความลับที่แท้จริงของผักอัลเลี่ยมก็คงจะยุ่งยากไม่น้อยแล้ว หากยังเพิ่มคู่แข่งเข้ามาอีก...เช่นนั้นแม้แต่ 100 กรัม พวกเขาก็อาจจะยังไม่ได้กิน!

 

“พนักงาน พนักงาน! ฉันขอซื้ออัลเลี่ยมอีก 10 กิโลกรัม ฉันเอาเงินมาด้วย ต้องการจ่ายพวกมันทั้งหมดเพื่อซื้ออัลเลี่ยมแสนวิเศษ เร็วเข้า! ลูกชายของฉันอยู่ในขั้นตอนขจัดพิษ ถ้าเขาสามารถได้รับอัลเลี่ยมมากหน่อย คงจะช่วยสลายสารพิษในร่างกายมากแน่ ถึงตอนนั้นลูกชายก็จะสามารถดูดซับพลังงานได้มากขึ้น สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งจะต้องมาคุกเข่าขอให้ลูกฉันเข้าเรียน! ฮ่าๆ” 

            

น่าเสียดายที่ความตั้งใจของชายนักล่าไม่เป็นผล ใครจะคิดว่าระหว่างที่เขากำลังปิดปากเพื่อนคนหนึ่งของตนเพื่อไม่ให้พูดความจริงออกไป คนมาใหม่ไม่ได้ดูว่าพวกเขากำลังทำอะไร ตะโกนเหมือนคนบ้าตั้งแต่ทางเข้าองค์กรจนถึงข้างใน ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตอนนี้สายตาของคนมากมายกำลังมองด้วยความประหลาดใจ

 

“เจ้าอ้วน เมื่อครู่พูดว่าอะไร ลูกชายกำลังขจัดพิษในร่างกายแล้วเกี่ยวอะไรกับอัลเลี่ยมด้วยล่ะ”

 

“ใช่ๆ หรือว่าอัลเลี่ยมที่ประธานจางนำมาขายต่อนั้น แท้จริงแล้วมีผลลัพธ์ในการช่วยขจัดพิษด้วยหรอ?”

           

 ไม่มีคนโง่เง่าในองค์กรนักล่าสกุลจาง เว้นแต่เจ้าอ้วนคนนั้น... สุดท้ายคนมากกว่าครึ่งก็คิดได้ รีบมองไปยังนักล่าสองคนที่วิ่งมาซื้ออัลเลี่ยมเพิ่มเติม ก่อนจะมั่นใจได้ว่าอัลเลี่ยมพวกนั้นไม่ปกติแน่

 

“อัลเลี่ยมพวกนั้น...แท้จริงแล้วมันทำอะไรได้บ้างกันแน่ ทำไมต้องเก็บเรื่องนี้เงียบไว้ตามลำพังด้วย!”

           

 เมื่อเห็นคนสองคนที่พยายามจะไม่พูดถึงอัลเลี่ยม แต่ปากกลับตะโกนว่าอยากจะซื้ออัลเลี่ยมเพิ่มๆ เวลานี้มีสีหน้าจืดเจื่อน ทุกคนก็รู้สึกคันมือคันไม้ยิ่ง อยากจะทุบตีคนสารเลวที่กล้าปิดบังพวกเขา

 

“กะ เก็บตามลำพังอะไร พวกเราไม่ได้โกหกหรือซ่อนอะไรเลย เป็นพวกแกที่ไม่รู้จักซื่ออัลเลี่ยมเองต่างหากจะให้โทษใครได้ เอาล่ะ...ในเมื่ออัลเลี่ยมหมดแล้ว อย่างนั้นก็ขอตัวก่อน อยู่ที่นี่ไปก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี” นักล่าคนหนึ่งรีบหลบออกไป เขาไม่ต้องการถูกจับจ้องเช่นนั้น แทนที่จะปล่อยให้ถูกรุมทึ้ง สู้วิ่งออกไปจากวงล้อมเองดีกว่า

            

ข่าวเริ่มจากคนหนึ่งสู่อีกคนหนึ่ง สุดท้ายทุกคนก็ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ จางอู่หยางที่นั่งฟังรายงานสถานการณ์ก็ขมวดคิ้ว ปรากฏว่าผักของซูหยวนนั้นไม่ได้มีแค่ค่าพลังงานสูงสารพิษน้อยเท่านั้น แต่กลับยังมีพลังอื่นแฝงอยู่ด้วย...

           

 ผักที่มีระดับสูงเช่นนี้เคยมีวางขายในการประมูลอยู่บ้าง แต่ราคาของพวกมันแพงเกินไป หากจะซื้อ 100 กรัม จะต้องเตรียมเครดิตเอาไว้สัก 500,000 – 1,000,000 เครดิต อยู่ที่ว่าปีนั้นจะมีคนสนใจมากหรือน้อย...

            

กระนั้น...ผัก 100 ผักจะมีสักต้นที่มีคุณสมบัติพิเศษ ดังนั้นเกษตรกรจึงไม่ได้มีความคาดหวังว่าเกี่ยวกับผักพิเศษพวกนี้ที่อาจจะแค่สุ่มขึ้น ทว่า...ผักของอันซูหยวน เกือบทั้งหมดเป็นผักที่มีคุณสมบัติพิเศษในการชำระล้างสารพิษได้เล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าตกใจอย่างมากของวงการเกษตรกร!

 

…………………………………………..