LNCrawler

บทที่ 236 ประมูล (อ่านฟรี 29 ต.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 236 ประมูล (อ่านฟรี 29 ต.ค. 68)

บทที่ 236 ประมูล

            

“ประธานครับ เกิดเรื่องวุ่นวายที่ร้านค้าส่วนกลางขององค์กรครับ มีสาเหตุมาจากผักอัลเลี่ยมของคุณอัน...” ผู้ช่วยได้รับรายงานสถานการณ์เข้ามากะทันหัน เดิมทีก็ตัดสินใจอยู่ว่าจะแจ้งเรื่องนี้ให้คนเป็นเจ้านายทราบดีไหม ทว่าเมื่อได้ยินว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณอัน เช่นนี้ก็ตัดสินใจได้ไม่ยากอีก

            

ซึ่งจางอู่หยางที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วมุ่น หากเป็นเรื่องร้านค้าส่วนกลางมีปัญหา ให้คนอื่นจัดการก็ได้แล้ว แต่เมื่อได้ยินว่าต้นเหตุมาจากผักอัลเลี่ยมของอันซูหยวน เขาย่อมต้องใส่ใจ

 

“รายละเอียดล่ะ”

 

“ครับ หลังจากที่ร้านค้าส่วนกลางวางขายผักอัลเลี่ยมในราคาปกติโดยไม่เอากำไรมากนัก นักล่าจำนวนมากซื้อผักกลับไปจนทำให้สินค้าหมดใน 2-3 ชั่วโมง ซึ่งดูไม่มีปัญหาอะไร แต่หลังจากนั้นกลับมีนักล่าจำนวนหนึ่งรีบกลับมาถามหาผักอัลเลี่ยมอีก สุดท้ายจึงได้รู้ว่าผักอัลเลี่ยมเหล่านั้น...ที่จริงแล้วมีความพิเศษครับ”

 

“พิเศษ?”

 

“ใช่ครับ ปกติแล้วผักเหล่านี้ก็มีโอกาสที่จะเจอผักดีๆที่สามารถช่วยชะล้างสารพิษได้ทันทีที่กินอยู่บ้าง แต่เพราะโอกาสมันเกิดแบบสุ่ม และไม่สามารถแยกได้ว่าผักแบบไหนที่จะมีคุณสมบัติจัดการกับสารพิษในร่างกาย ดังนั้นจึงไม่ค่อยถูกหยิบยกขึ้นมาพูดมากนัก ทว่าผักของคุณอัน ทุกคนกินแล้วกลับพบว่ามันมีคุณสมบัติในการจัดการสารพิษทั้งหมดเลยครับ”

 

“หืม? แล้วตรวจสอบเพิ่มเติมหรือยัง”

 

“ครับ เนื่องจากผักอัลเลี่ยมขายหมด จึงทำได้แค่ตรวจสอบจากผู้ที่ได้ซื้อไป มากกว่าครึ่งพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผักอัลเลี่ยมมีคุณสมบัติเช่นนั้นจริง ส่วนที่เหลือไม่ได้สังเกตค่าสารพิษก่อนและหลังกินครับ จึงยืนยันไม่ได้”

 

“อืม ออกคำสั่งให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ถ้าถูกเผยแพร่ออกไป...จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ” หลังจากที่จางอู่หยางครุ่นคิดเล็กน้อยว่าควรจะจัดการเรื่องนี้ยังไง สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะปกป้องซูหยวนก่อน

            

การเพาะปลูกบรอกโคลี่ครั้งก่อนทำให้คนขององค์กรเกษตรกรมากมายจับจ้องจะเอาผลประโยชน์อยู่ แน่นอนว่ามีคนรักก็ต้องมีคนเกลียด ในวงการเกษตรกรก็เหมือนกับวงการอื่นๆ ผู้คนมากมายริษยาคนที่ทำผลงานได้ดีกว่า

 

ถ้าแค่เรื่องบรอกโคลี่คงจะไม่สามารถกระตุ้นความเกลียดชังจนทำให้ลงมือได้ แต่ผลของการเพาะปลูกอัลเลี่ยมในครั้งนี้ยังคงประสบความสำเร็จอีกครั้ง ซูหยวนเวลานี้คงจะโดนเพ่งเล็งไม่น้อย ถ้าเรื่องที่ผักของเธอมีคุณสมบัติพิเศษเผยแพร่ออกไปอีก คงจะมีแต่ปัญหาเข้ามาไม่หยุด

           

 ถึงอย่างนั้น...จางอู่หยางก็ไม่คิดเอาเปรียบซูหยวนเช่นกัน เขาออกคำสั่งอีกครั้ง

 

“จ่ายเงินชดเชยให้ซูหยวนด้วย ด้วยผักที่มีคุณสมบัติพิเศษนี้ ถ้าเธอยังขายพวกมันทั้งหมดให้องค์กรของเรา ฉันจะให้ราคามากกว่าตลาด 2 เท่า” 

 

“เข้าใจแล้วครับ” ผู้ช่วยรับคำสั่ง 

 

ถ้าเขารู้ว่ามีผักที่ไหนการันตีได้แน่นอนว่าจะมีคุณสมบัติช่วยขจัดสารพิษทันทีที่กินเข้าไป เขาเองก็ยอมจ่ายเป็นสองเท่าเช่นกัน ไม่สิ! ต่อให้เป็นห้าเท่าก็ไม่มีปัญหาด้วยซ้ำ อย่าลืมว่าการจัดการกับสารพิษในร่างกายไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งคนที่ต้องดูดซับพลังงานจากแกนของพวกกลายพันธุ์ตลอด ต่อให้ระวังแค่ไหนก็ยังมีบางชิ้นที่มีสารพิษปะปนอยู่ด้วย

            

ครั้งละเล็กๆน้อยๆ สุดท้ายก็รวมกันเป็นก้อนใหญ่ และสารพิษพวกนี้แหละที่ทำให้การดูดซับพลังงานมีปัญหา ผลก็คือยิ่งดูดซับมากเท่าไรในระยะเวลาอันสั้น โอกาสที่จะติดคอขวดก็สูงมากขึ้นเท่านั้น

            

หากไม่มีปัญหาพวกนี้ นักล่ามากมายคงจะมีค่าพลังงานเป็นหมื่นกันไปหมดแล้ว อย่าลืมว่าพวกเขานั้นล่าพวกกลายพันธุ์ได้มากมายขนาดไหน ถ้าล่าแล้วดูดซับโดยไม่มีปัญหาก็คงจะดี แต่นี่ยังต้องคำนึงเรื่องสารพิษที่จะเข้ามาพร้อมกับพลังงานด้วยอีก

            

ไม่รู้ว่าหลังจากที่พวกนักล่าขององค์กรได้ผักอัลเลี่ยมของคุณอันช่วยไว้ ต่อไปความแข็งแกร่งขององค์กรจะยิ่งมากขนาดไหน ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมประธานจึงใส่ใจคุณหนูอันมากกว่าใคร สุดท้ายแล้วความสามารถของเธอเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะต้องใส่ใจ

            

คนเช่นนี้ หากปล่อยให้หลุดมือไป จะถือเป็นความเสียหายขององค์กรแน่นอน!!

            

เรื่องราวในองค์กรนักล่าสกุลจางส่งมาที่อันซูหยวนหลังจากนั้นพร้อมกับเงินก้อนใหญ่อีก 13,500,000 เครดิต ประธานจางช่างใจกว้างจริงๆ ถึงกับชดเชยรายได้ของเธอเพิ่มเติมด้วย เขายังบอกอีกว่าครั้งหน้าถ้าเธอเก็บเกี่ยวได้ เขาจะซื้อที่ราคา 30,000 เครดิตต่อ 100 กรัมเลย

            

แม้ซูหยวนจะประหลาดใจกับผลลัพธ์เช่นนี้ แต่พอนึกถึงว่าพืชผลในฟาร์มของเธอก็มีคุณสมบัติอย่างเดียวกัน พิจารณาแล้วก็เข้าใจได้ว่าการให้น้ำบริสุทธิ์เป็นอาหารของผักคงจะส่งผลต่อผู้กินด้วย

            

โชคดีที่ผู้ค้นพบเป็นองค์กรนักล่าสกุลจาง หากเป็นคนอื่น...เธอจะต้องเจอปัญหาแน่

           

 ไม่เหมือนกับบรอกโคลี่ ซูหยวนใส่ใจกับอัลเลี่ยมมากกว่า ดังนั้นจึงใช้น้ำบริสุทธิ์ผสมเพื่อรดพวกมันทุกวัน ปริมาณก็มากกว่าเล็กน้อยด้วย หากมันจะแสดงผลชัดเจนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ทว่า...ครั้งหน้าหากต้องการนำของจากฟาร์มออกมาใช้อีก เธอสมควรต้องระวังให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดเรื่องขึ้นมาอีกก็ได้

            

กำไรจากการเพาะปลูกครั้งนี้เพิ่มขึ้นอีก แม้เธอจะได้รับเงินเพิ่ม แต่เงินส่วนนี้ได้มาจากความโกงของตนเอง ดังนั้นจึงไม่ได้มอบกำไรให้พวกนักล่าที่ช่วยงาน ถึงเธออยากจะแบ่งผลกำไรให้พวกเขา พาทั้ง 24 คนหลุดพ้นจากความยากลำบาก แต่การใช้คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อะไรที่ได้มาง่ายเกินไปก็เป็นปัญหา ถ้าทำให้พวกเขาหลงระเริงไปกับความสุขมากเกินไป ต่อไปจะกลายเป็นไม้ทิ่มแทงเอาได้

            

ถ้าวันหนึ่งเธอเลิกใจดี นั่นจะกลายเป็นความผิดของเธอทันที! และซูหยวนก็ไม่ต้องการให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น

            

เรื่องแปลงเพาะปลูกก็ส่วนเรื่องของแปลงเพาะปลูก สิ่งจำเป็นตอนนี้คือเรื่องวิชาการใช้หอก ซูหยวนตรวจสอบแล้วพบว่าวิชาการใช้หอกนั้นซับซ้อนมาก แต่ละวิชาก็มีข้อดีข้อเสียของตนเอง ยิ่งถ้าเป็นวิชาการใช้หอกระดับกลาง ข้อเสียกลับมากกว่าข้อดีอีก ดังนั้นเธอจึงลังเล กลัวว่าฝึกฝนไปแล้วร่างกายจะมีปัญหาจริงตามคำเตือนที่ระบุไว้

 

“นักเรียนอัน” ระหว่างที่ซูหยวนกำลังพิจารณาว่าจะแลกตั๋วทรัพยากรกับวิชาไหนดี เสียงแหบพร่าของชายชราผู้หนึ่งก็ดังขึ้น เมื่อซูหยวนหันกลับไป ก็เห็นรอยยิ้มเป็นมิตรแต่งแต้มบนใบหน้าของเขาแล้ว

 

“อาจารย์หยาง”

            

เป็นอาจารย์ที่ยุติธรรมคนนั้น หากไม่ได้เขาก่อนหน้านี้ เธอคงต้องสู้กับอาจารย์เหวินอีกนาน ดังนั้นซูหยวนจึงค่อนข้างให้ความเคารพเขาเป็นพิเศษ

 

“อืม เห็นเธอมาเลือกอ่านความรู้เกี่ยวกับการใช้หอกเป็นเวลานานแล้ว ตั้งใจจะแลกตั๋วทรัพยากรของสถาบันกับวิชาหอกหรือ?”

 

“ใช่ค่ะอาจารย์” ซูหยวนตอบกลับอย่างไม่ปิดบัง

 

“แล้วมีปัญหาอะไรหรือเปล่า วิชาหอกของสถาบันไม่ได้มีมากนัก หากต้องการเลือกจริงๆคงจะเลือกได้แล้ว”

 

“ใช่ค่ะ เนื่องจากวิชาหอกที่วางขายในสถาบันเป็นวิชาหอกระดับต้นและกลางเท่านั้น ยิ่งอ่านก็ยิ่งเห็นปัญหา ดังนั้นจึงเลือกยากมากเลยค่ะ” ซูหยวนถอนหายใจออกมา วิชาระดับสูงไม่มีวางขายที่สถาบันจริงๆ แต่ก็เข้าใจได้...วิชาพวกนั้นจะมีขายทั่วไปได้อย่างไร ก็อย่างที่เคยพูดก่อนหน้านี้ นอกจากอาจารย์เติ้งแล้วก็ยากนักที่จะมีคนใจกว้างเช่นนั้นอีก

 

“อืม อาจารย์ก็คิดเอาไว้อยู่แล้ว จึงได้เข้ามาหานักเรียนอย่างไรล่ะ”

 

“หรืออาจารย์สามารถช่วยศิษย์ได้...” ซูหยวนมองอาจารย์หยางตรงหน้า เขาพูดเช่นนี้ก็ต้องมีวิธีช่วยเหลือแน่นอน หากไม่แล้วคงจะไม่เปิดเผยขนาดนี้

 

“ใช่ พอเห็นนักเรียนอันกำลังกังวล ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าอาจารย์มีบัตรเชิญเข้าร่วมงานประมูลของโรงประมูลสกุลเสวี่ยอยู่ เดิมทีคิดว่าจะปฏิเสธไม่เข้าร่วม เพราะสินค้าที่จะนำออกประมูลไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ถ้าเป็นนักเรียนอันล่ะก็...มีวิชาหอกระดับสูงที่จะเอาออกประมูลอยู่ มันน่าจะเป็นประโยชน์กับเธอมากกว่า”

           

 นี่เป็นอีกครั้งที่ซูหยวนได้ยินคำว่าโรงประมูลสกุลเสวี่ย ชื่อเสียงโรงประมูลของพวกเขาค่อนข้างดี นานๆครั้งจะจัดงานประมูลสักครั้งหนึ่ง ซึ่งคนที่จะได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมมีไม่มากนัก คิดไม่ถึงว่าอาจารย์หยางต้องการมอบสิทธินั้นให้กับเธอ

 

“ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าวิชาหอกระดับสูงจะเหมาะสมหรือไม่ เนื่องจากรายละเอียดยังไม่ได้เผยแพร่ออกมา ถึงอย่างนั้น..ถ้านักเรียนอันอยากจะเสี่ยงดู เช่นนั้นบัตรเชิญนี้ก็ให้นักเรียนก็แล้วกัน”

            

อาจารย์หยางพูดอย่างใจกว้าง เขามอบบัตรเชิญให้ซูหยวนอย่างง่ายดาย ทำเอาเด็กสาวต้องประหลาดใจ

 

“หึ หึ ไม่ต้องแปลกใจไปหรอก หากเป็นนักเรียนคนอื่น อาจารย์ก็ไม่ได้ใจกว้างขนาดนี้ แต่ผลความพยายามของนักเรียนอันที่ผ่านมา ฉันรับรู้ทั้งหมดแล้ว ย่อมต้องรู้ว่านักเรียนอันไม่สร้างปัญหาให้อาจารย์แน่ จึงกล้ายกบัตรเชิญให้” 

 

“อาจารย์ ขอบคุณที่ช่วยเหลือค่ะ ความกรุณาครั้งนี้ นักเรียนจะตอบแทนแน่นอนค่ะ” ซูหยวนก้มหัวขอบคุณอย่างจริงจัง เธอไม่คิดเลยว่าอาจารย์หยางที่เข้มงวดคนนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นอาจารย์ที่ใจดีคนหนึ่ง

            

เมื่อพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อย อาจารย์หยางก็กลับไปพร้อมกับหนังสือที่เขามารวบรวมตั้งแต่แรก ซูหยวนได้แต่มองตามด้วยความซาบซึ้งใจ ซึ่งอาจารย์หยางที่กลับออกไปแล้วก็ลอบถอนหายใจออกมา 

 

“คิดไม่ถึงว่าฉันจะต้องทำถึงขนาดนี้...” หยางเจี้ยนยิ้มจางๆให้กับตนเอง ปกติแล้วเขาเป็นพวกรักความยุติธรรมเป็นหนึ่ง ไม่ชอบการใช้เล่ห์กลใดๆ ยิ่งกับศิษย์ของเขายิ่งไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นแน่ ทว่า...หลังจากได้ยินชื่อเสียงของนักเรียนอัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะคาดหวังขึ้นมา

            

เหมือนกับอาจารย์ประจำวิชาเกษตรที่เป็นกังวลอยู่เสมอ ถึงวิชาการทำยาของเขาจะไม่ถูกเมินเฉยมากเท่าวิชาเกษตร เพราะพวกมันเป็นวิชาการเอาตัวรอดพื้นฐานของนักล่า แต่...ก็ไม่ได้มีนักเรียนคนไหนพยายามอย่างเต็มที่จนสร้างชื่อเสียงให้สถาบันได้เลย

            

ทุกครั้งที่มีงานประลองทำยา ทุกสถาบันจะต้องส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขัน สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็ส่งนักเรียนทุกปีเช่นกัน และผลลัพธ์ก็ออกมาเหมือนที่ทุกคนรู้

            

แม้จะไม่ใช่อันดับสุดท้าย ก็ไม่ได้ทำผลงานที่สะดุดตาเลย เขาเป็นอาจารย์ประจำวิชานี้มาหลายสิบปี เหลือเวลาอีกแค่ 5 ปีเท่านั้นก็ต้องเกษียณตนเองแล้ว ความฝันที่ครั้งหนึ่งอยากพานักเรียนของตนคว้าอันดับหนึ่งในการประลองทำยา เกรงว่าจะไม่มีโอกาสแล้ว...

            

โชคดีที่จู่ๆก็ปรากฏนักเรียนผู้เพียรพยายามเกิดขึ้นมา วิชาทำยาไม่ใช่วิชาที่อาศัยแค่พรสวรรค์เท่านั้น แต่ยังใช้ความพยายามในการเรียนรู้อย่างหนักด้วย ดังนั้นด้วยชื่อเสียงอันดีของนักเรียนอันซูหยวน เขาจึงอยากจะลองเสี่ยงโชคกับเธอ 

            

หากพลาดโอกาสนี้ไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าใน 5 ปีที่เหลือ ยังมีนักเรียนที่จะฝากความหวังไว้ได้หรือไม่...

            

บัตรเชิญที่สำคัญนั้น เขาไม่คิดเสียดายเลย ถ้าหลังจากนี้นักเรียนอันจะยอมช่วยเหลือ ไม่สิ! ขอแค่เธอพยายามเรียนรู้วิชาของเขาให้มากหน่อยหลังขึ้นชั้นปีที่ 3 นั่นก็เพียงพอแล้ว

            

ทางซูหยวนไม่ได้รู้เลยว่าอาจารย์หยางที่ใจดี แท้จริงแล้วมีความฝันที่อยากจะให้เธอช่วยเหลืออยู่ หลังจากรู้เรื่องโรงประมูลสกุลเสวี่ย เธอก็รีบหาข้อมูลเกี่ยวกับที่นั่นทันที

            

ปรากฏว่าโรงประมูลสกุลเสวี่ยนั้นจะจัดงานประมูลขึ้นแบบสุ่ม เมื่อมีสินค้าชั้นยอดเมื่อไร พวกเขาจึงจะรวบรวมสินค้าระดับสูงทั่วไปออกมาประมูลด้วย

            

และครั้งนี้....สินค้าเด่นของงานที่เป็นสาเหตุให้ต้องจัดงานประมูลก็คือ “เนื้อสัตว์ไร้สารพิษ” ซึ่งตั้งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 50 ล้านเครดิตต่อ 500 กรัม

            

เรื่องนี้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก รวมถึงซูหยวนเองก็เช่นกัน .... เมื่อได้ยินว่าโลกใบนี้กลับมีเนื้อสัตว์ไร้สารพิษอยู่ด้วย เธอก็อดที่จะตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้

            

หากเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าผลผลิตในฟาร์ม...อีกไม่นานก็จะเอามาขายได้แล้วหรือ? 

            

แน่นอนว่าซูหยวนไม่รีบร้อน เธอต้องตรวจสอบเรื่องนี้อีกมาก อย่างไรเธอก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน หากอะไรที่ทำแล้วจะเสี่ยงพาหายนะมาให้ เธอย่อมต้องไม่ลงมือ

            

เนื่องจากสินค้าประมูลมีจำนวนมาก ทั้งยังเป็นสินค้าชั้นยอดทั้งนั้น ซูหยวนจึงเสียเวลาไล่ดูรายละเอียดของสินค้าเกือบ 1 ชั่วโมง ซึ่งทักษะการใช้หอกระดับสูงนั้นถูกจัดเป็นสินค้าคุณค่าระดับกลาง ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 20 ล้านเครดิตเท่านั้น และย้อนประวัติดูแล้ว วิชาระดับสูงพวกนี้ ราคาประมูลสูงสุดจะอยู่ที่ 50 – 60 ล้านเครดิต ซูหยวนจึงมีโอกาสที่จะคว้ามันมาได้อยู่

            

ถึงได้รับมาแล้วอาจจะไม่ดีพอที่จะฝึกฝน ทว่า...มันก็เป็นวิชาระดับสูง เก็บเอาไว้ส่งต่อให้ลูกหลานก็ไม่ได้เสียหายอะไร ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมประมูลวิชาระดับสูงด้วยคน

 

…………………………………