บทที่ 238 มูลค่าของแมลงกัดกิน (อ่านฟรี 31 ต.ค. 68)
บทที่ 238 มูลค่าของแมลงกัดกิน (อ่านฟรี 31 ต.ค. 68)
บทที่ 238 มูลค่าของแมลงกัดกิน
ซูหยวนแค่นหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำถามนั้น เธอมองหน้าของเขาที่กำลังสับสนก่อนจะพูดอย่างใจเย็น
“วิชาต่อสู้ราคาถูกขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ซื้อให้ผู้คุ้มกันสักหน่อยล่ะ” หญิงสาวยักไหล่ แสดงท่าทางเหมือนเศรษฐีเช่นนี้ทำเอาหมายเลข 32 หัวเราะร่วนอย่างโล่งอก
“ซื้อทักษะระดับสูงให้ผู้คุ้มกันงั้นหรือ? ช่างเป็นเจ้านายที่ใจกว้างจริงๆ แต่...ทักษะนี้เป็นทักษะการใช้หอก มันไม่ค่อยเหมาะกับผู้คุ้มกันหรอกนะ” ชายหนุ่มแนะนำ
“หืม? แล้วต้องเป็นทักษะอะไรถึงจะเหมาะหรือ?”
“ส่วนใหญ่แล้วให้ซื้อวิชาดาบหรือวิชาต่อสู้ไร้อาวุธ แบบนั้นจะใช้งานได้ง่ายกว่า”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นวิชาหอกนี้ก็คงเสียเปล่าแล้ว....” ซูหยวนแสดงท่าทางผิดหวังออกมา เมื่อเห็นเช่นนี้...เซิ่นเจ๋อก็ยิ่งเชื่อว่าเธอไม่ใช่ครอบครัวนักล่าจริงๆ เพราะถ้าเป็นพวกนักล่า น่าจะต้องรู้เกี่ยวกับเรื่องการต่อสู้มากกว่านี้สิ เขาจึงหัวเราะออกมาแล้วกล่าวปลอบใจ
“แม้ว่ามันจะไม่ดีเท่ากับวิชาดาบหรือวิชาต่อสู้ด้วยมือเปล่า ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้แย่นักหรอก เพียงแต่ต้องหาคนมีพรสวรรค์ให้เจอก็เท่านั้น วิชาการใช้หอกระดับสูงมีราคาถูกก็เพราะผู้คนไม่ค่อยสนใจ นักล่าที่มีทักษะในการใช้หอกหาได้ยาก นอกจากตระกูลกวนก็มีอีกไม่กี่ตระกูลเท่านั้น ทว่า...ตระกูลกวนก็ไม่มีทางมารับจ้างพวกเราเฝ้าแปลงเพาะปลูกหรอก”
“เหอะ! เช่นนั้นก็ให้ทุนพวกนักล่าก็ได้ รอพวกเขาเรียนจบแล้วให้มาทำงานให้...”
“ฮ่าๆ วิธีเช่นนั้นก็ได้ผลอยู่ แต่เสียเวลาอยู่ไม่น้อยเลย แถมบางครั้ง...พวกนักเรียนทุนที่มีพรสวรรค์ก็ยังถูกซื้อตัวได้ง่ายๆด้วย เวลาทำสัญญาจะต้องระวังให้มากนะ”
“เข้าใจแล้ว” ซูหยวนพยักหน้ารับ เห็นท่าทางเหมือนกับผู้ใหญ่ใจดีของอีกฝ่ายแล้วอดแสยะยิ้มออกมาไม่ได้ คนผู้นี้ช่าง...
เอาเถอะ การเปิดเผยตัวตนยังไม่มีประโยชน์อะไร การที่ทำให้เขาเข้าใจผิดเช่นนี้อาจจะล้วงความลับเพิ่มมาก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องแมลงกัดกิน เธอยังไม่ได้เริ่มแผนการกลั่นแกล้งคนเลย แล้วจะรีบหยุดมือไปทำไม
“รายการต่อไปจะเป็นวิชาดาบ ถ้าเธออยากหาวิชาระดับสูงให้ผู้คุ้มกันก็ต้องเป็นอันนี้แหละ ฝึกง่ายที่สุด ทั้งยังมีนักล่ามากมายที่ใช้ดาบอยู่แล้ว”
“เข้าใจแล้ว” ซูหยวนยังคงรับบทคุณหนูเศรษฐีต่อไป เมื่อราคาของวิชาดาบระดับสูงไปถึง 36 ล้าน ซูหยวนก็ยกหมายเลขขึ้นประมูล ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีทางหยุดแค่นี้ ดังนั้นซูหยวนจึงล้มเลิกเมื่อราคาเข้าหลัก 40 ล้านเครดิต ก่อนที่มันจะหยุดลงที่ 64 ล้านเครดิต
“วิชาดาบนี้แพงเกินไป”
“ฮ่าๆ สาวน้อย....มันก็เป็นเช่นนี้แหละ วิชาดาบมีคนสนใจมาก ราคาจะแพงก็ไม่แปลก” เขาหัวเราะ ก่อนจะกลับมาจับตามองสินค้าชิ้นต่อไป เพราะแมลงกัดกินที่เขาวางแผนจะซื้อไว้นั้นกำลังจะเริ่มประมูลแล้ว
“รายการต่อไปก็คือแมลงกัดกิน หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักแมลงกัดกินพวกนี้แล้วเข้าใจว่ามันเป็นเพียงศัตรูพืชเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักล่าระดับสูงมากมายต่างก็ใช้พวกมันเพื่อเป็นเครื่องมือในการแจ้งเตือน หากมีพืชกลายพันธุ์เข้ามาใกล้ พวกมันจะแสดงความสนใจทันที ดังนั้น...เมื่อเลี้ยงพวกมันแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดทุน”
“แมลงกัดกินพวกนี้ขอเริ่มต้นที่ 10 ล้านเครดิต หากมีผู้สนใจให้ยกเพิ่มอีกครั้งละ 100,000 เครดิต เช่นนั้นก็เริ่มได้” เสียงค้อนเคาะหนึ่งครั้ง ทันทีทันใดนั้นชายหนุ่มหมายเลข 32 ก็รีบยกป้ายของเขาทันที
ท่าทางกระตือรือร้นนี้เหมือนกับสุนัขตัวใหญ่ไม่มีผิด ซึ่งราคาของแมลงกัดกินพวกนี้ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ คนข้างกายของเธอยังแข่งประมูลต่อไปราวกับไม่คิดจะหยุดพัก
“แมลงกัดกินพวกนี้น่าสนใจขนาดนั้นเลยหรอ” ซูหยวนแสร้งพึมพำออกมา เห็นสถานการณ์คึกคักตรงหน้าแล้วก็ตื่นเต้นบ้าง
“ฮ่าๆ สาวน้อย...ทำไมพวกมันถึงจะไม่น่าสนใจล่ะ ที่นี่พวกนักล่าต้องการทั้งนั้นแหละ แต่ว่า...เพื่อทำลายนังสารเลวคนนั้น ฉันจะไม่ยอมวางมือเช่นกัน ไม่ว่าราคาจะไปถึงขนาดไหน ฉันก็จะสู้จนสุดมือ!”
“มันมีประโยชน์แบบนั้นด้วยหรอ ถ้าอย่างนั้น...ฉันซื้อเก็บเอาไว้บ้างดีไหมนะ ต่อไปถ้าใครต้องการเป็นศัตรูกับฉันจะได้ใช้แมลงพวกนี้จัดการ”
“สาวน้อย ถึงแม้การซื้อเก็บไว้จะดี แต่ครั้งนี้พี่ชายต้องการพวกมันแล้ว ดังนั้น...ไว้รอโอกาสหน้า สาวน้อยค่อยประมูลเถอะ”
“เหอะ! ทำไมต้องรอด้วย ถ้าคุณมีเงินก็แข่งประมูลเอา อะไรที่ฉันสนใจฉันก็ต้องได้มา” ซูหยวนแค่นหัวเราะ ท่าทางเหมือนเด็กสาวเอาแต่ใจทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
เซิ่นเจ๋อพอจะเข้าใจนิสัยของเด็กสาวอวดดีคนนี้อยู่ เธอเป็นเหมือนกับเด็กๆที่ถูกตามใจมาตลอด ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดเช่นไร ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่าเด็กคนนี้อาจจะสร้างปัญหาให้เขาได้
แน่นอนว่าเซิ่นเจ๋อไม่ได้ต้องการทำลายมิตรภาพระหว่างพวกเขา เด็กสาวที่ถูกตามใจคนนี้ ยิ่งยืนยันว่าเธอสำคัญกับครอบครัวขนาดไหน หากเขาสามารถผูกมิตรกับเธอได้ ในอนาคตก็คงจะได้รับการสนับสนุนที่ดี กระนั้น...เรื่องแมลงกัดกินนี้ เขาก็ยอมให้ไม่ได้เช่นกัน
“สาวน้อย ในเมื่อพูดเช่นนี้ก็ต้องตามนั้นแล้ว” เซิ่นเจ๋อถอนหายใจออกมา เขายกป้ายขึ้นราคา ในขณะที่ซูหยวนก็ยกมันเช่นกัน
การแข่งขันของทั้งสองดุเดือดขึ้นเรื่อยๆหลังจากที่ไม่มีนักล่าคนไหนเข้าร่วมแข่งประมูลแล้ว ซูหยวนผลักราคาไปถึง 31 ล้านเครดิต หน้าเซิ่นเจ๋อค่อยๆมืดครึ้มลงตั้งแต่เข้าหลัก 30 ล้านเครดิต เขาไม่คิดเลยว่าเด็กคนนี้จะรุนแรงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ...นักล่าพวกนั้นหยุดมือกันตั้งแต่ 25 ล้านเครดิตแล้ว
“สาวน้อย เธอให้หน้าพี่ชายไม่ได้หรือ?” เมื่อเป็นเช่นนี้ เซิ่นเจ๋อก็ทำได้แค่กระซิบกับเธอลับหลัง เรื่องนี้เขาพูดเสียงดังไม่ได้ เพราะถ้าโรงประมูลรู้ว่าเขาแอบฮั๊วราคา คงจะถูกโยนออกไปแล้วห้ามไม่ให้เข้ามาอีกตลอดชีวิต
“ให้หน้า? เหอะ คิดจะทำผิดกฎการประมูลหรือไง ตราบเท่าที่ราคายังไม่เกิน 40 ล้านเครดิต ฉันก็เห็นว่ามันยังน่าสนใจอยู่” เธอแอบบอกราคาของเขา ทั้งสังเกตท่าทางไปด้วย
แมลงกัดกินพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ ถ้าอีกฝ่ายคิดจะยอมแพ้ เช่นนั้นเธอก็ไม่ควรจะสู้ราคาไปถึงจุดนั้น แต่ถ้าเขาต้องการมันจริงๆ เช่นนั้น....ก็มีแต่ต้องทำให้ราคาเพิ่มไปถึง 40 ล้านเครดิตแล้ว
ชายหนุ่มคิดอยู่นาน ก่อนที่ค้อนประมูลจะเคาะครั้งที่ 3 เขาก็ยกหมายเลขของตนเองขึ้นแล้วพูด
“ขอที่ราคา 40 ล้านเครดิต” เมื่อเขาพูดเช่นนี้ก็หันมามองอันซูหยวน ถ้าเธอสามารถหยุดมือแค่นี้ได้ เช่นนั้นเขาก็ยังต้องการใช้เงินนี้อยู่
“ชิ” ซูหยวนสะบัดหน้าเล็กน้อยอย่างหงุดหงิด แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้แข่งราคาต่อไป เห็นท่าทางเช่นนี้แล้ว...เซิ่นเจ๋อก็ทำได้แค่ถอนหายใจออกมาเท่านั้น
แม้ราคาจะถูกผลักดันไปมากกว่าที่คิดเอาไว้ถึง 15 ล้านเครดิต ถึงอย่างนั้น...เพื่อที่จะแก้แค้นให้น้องสาว เขายังยอมรับราคานี้ได้
“ขออภัยด้วยสาวน้อย แต่แมลงกัดกินนี้เป็นสิ่งที่ต้องการจริงๆ เพื่อที่จะทำลายสารเลวคนหนึ่ง ฉันไม่สามารถลงมือได้ตรงๆ ไม่อย่างนั้นจะถูกตรวจสอบจากองค์กรได้ ชื่อเสียงของสาวเลวคนนั้นต่อองค์กรค่อนข้างสูง พวกเขาจะมองหาร่องรอยของผู้ที่เข้าแปลงเพาะปลูกอีกฝ่ายได้แน่นอน”
“เพื่อไม่ให้ถูกจับได้ การส่งแมลงกัดกินพวกนี้เข้าไปจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยความตะกละของมัน...เพียงคืนเดียวก็ถูกทำลายทั้งหมดแล้ว” เซิ่นเจ๋ออธิบายให้ฟัง ราวกับกลัวว่าสาวน้อยจะไม่อยากเป็นมิตรกับตนเองต่อไป
“แล้วจะจัดการอย่างไรถ้าพวกมันทำลายแปลงเพาะปลูกของคนอื่นไปด้วย”
“ฮ่าๆ เรื่องนั้นไม่ยากหรอก ฉันเพียงแค่ต้องติดต่อกับเกษตรกรแปลงข้างเคียงเท่านั้น รอจนกว่าพวกเขาจะเก็บเกี่ยว จากนั้นค่อยปล่อยแมลงกัดกินลงไป ฉันตรวจสอบแล้วพบว่าเกษตรกรแปลงข้างเคียงก็ไม่ชอบเด็กสารเลวคนนั้นเช่นกัน พวกเขาไม่มีทางที่จะไม่ร่วมมือด้วย”
“โอ้ ใครกันที่ทำให้ผู้คนเกลียดชังได้ขนาดนั้น เธอคงทำเรื่องเลวๆเอาไว้?”
“เหอะ! แค่การเป็นนักล่าแล้วอยากมาเล่นสนุกกับองค์กรก็เป็นเรื่องเลวทรามแล้ว เธอยังกลั่นแกล้งเซิ่นหนิงของฉันจนถูกตัดสิทธิการเป็นเกษตรกรตลอดชีวิต ทำให้น้องสาวต้องถูกครอบครัวขับไล่ออกจากตระกูล ดังนั้น...เพื่อให้เธอชดเชยให้ ฉันจะค่อยๆทำลายเธอทีละนิดเอง ไม่ว่าจะเส้นทางการเป็นเกษตรกรหรือเส้นทางในการเป็นนักล่า ฉันจะหาทาง...ทำลายนังสารเลวนั่นให้ได้”
“หืม? หรือว่าคุณก็คือคนตระกูลเซิ่น?”
“อ๋า....ทั้งๆที่กฎห้ามเปิดเผย แต่ฉันดันเผลอพูดถึงตัวเองไปแล้วหรือ ฮ่าๆ ขอให้สาวน้อยช่วยเก็บเป็นความลับด้วยนะ” เซิ่นเจ๋อทำเป็นหัวเราะเขินอาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว...เขาแค่ต้องการแสดงตัวตนของตัวเองก็เท่านั้น
“โอ้ ที่แท้ก็คุณชายตระกูลเซิ่นนั่นเอง ก่อนหน้านี้เคยได้ยินชื่อเสียงมาไม่น้อย คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกันในสถานการณ์นี้ ส่วนศัตรูของคุณชายคนนั้น...คงจะยังไม่รู้ตัวว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร” ชายวัยกลางคนหมายเลข 16 เข้าร่วมด้วยทันทีเมื่อได้ยินคำของเซิ่นเจ๋อ
เห็นท่าทางเช่นนี้แล้ว ซูหยวนก็คาดเดาว่าอีกฝ่ายสมควรเป็นเกษตรกรเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงจะไม่รีบเข้ามาตีสนิทกับเซิ่นเจ๋อเช่นนี้
“หึ หึ เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้นังสารเลวนั้นไม่รู้ แต่ฉันจะทำให้มันได้รู้เอง”
“คุณชายเซิ่น ด้วยความสามารถของคุณชายแล้ว จะทำลายเด็กคนหนึ่งยังต้องใช้แมลงกัดกินพวกนี้ด้วยหรือ? เพียงแค่ตระกูลเซิ่นเอ่ยปาก...”
“จะทำแบบนั้นได้ยังไง ฉันไม่รีบทำให้มันหนีไปหรอก จะต้องค่อยๆทำลายมันทีละเล็กทีละน้อย ให้มันทรมานเหมือนที่เซิ่นหนิงต้องเจอถึงจะสาสม” คนสองคนแลกเปลี่ยนความคิดในการจัดการซูหยวน ขณะเดียวกัน...เด็กสาวก็นั่งฟังเงียบๆ รู้ข้อมูลของพวกเขาไปเรื่อยๆอย่างสนุกสนาน
ดูเหมือนตระกูลเซิ่น...จะเก็บเอาไว้ไม่ได้ใช่ไหม? ไม่ใช่แค่พี่ชายเซิ่นหนิงเท่านั้นที่ไม่พอใจเธอ แต่จากคำพูดของเขาแล้ว คนตระกูลเซิ่นก็ไม่พอใจเช่นกัน พวกเขายังไม่ลงมือก็เพราะตอนนี้ ผู้ใหญ่ขององค์กรเกษตรกรยังให้ความสำคัญกับเธออยู่ เพียงรอโอกาสจนกว่าเรื่องของเธอจะเงียบลง เวลานั้น...พวกเขาคงจะโหมกระหน่ำทำลายเธอจนสิ้น
ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ซูหยวนย่อมไม่รอถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียวแน่ ในเมื่อตระกูลเซิ่นต้องการจะเล่น อย่างนั้นเธอก็จะเล่นกับพวกมันก่อน!
การประมูลที่เหลือหลังจากนั้นไม่ได้มีของน่าสนใจนัก เพื่อเล่นละครนี้ให้แนบเนียน ซูหยวนมักจะเข้าร่วมประมูลของบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่สู้ราคาต่อ ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นได้ บางคนร่วมประมูลสินค้าทุกอย่างแต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยก็มี ดังนั้นตัวตนของเธอจึงไม่น่าสงสัย
ก่อนจากกัน เซิ่นเจ๋อยังพูดเป็นนัยๆว่าอยากจะพบเจอกันอีก แต่ซูหยวนไม่ได้ตอบกลับไป ด้วยภาพลักษณ์คุณหนูเอาแต่ใจของเธอย่อมทำเช่นนี้ได้อยู่แล้ว แต่เซิ่นเจ๋อก็ไม่ได้ทำให้อึดอัด เขามีแผนการตรวจสอบอยู่แล้ว ขอเพียงรู้ว่ามีเด็กสาวตระกูลใหญ่คนไหนที่มีวันเกิดใกล้เคียงกับวันนี้ก็ระบุตัวคนได้ ดังนั้นจึงปล่อยซูหยวนจากไป
ทางซูหยวน หลังกลับมาจากโรงประมูลแล้ว เธอก็เอาวิชาการใช้หอกระดับสูงออกมาตรวจสอบความเป็นไปได้ในการฝึกฝน รวมทั้งข้อดีข้อเสียของทักษะวิชานี้ด้วย
“วิชาหอกแห่งแดนดอกเหมย”
ปกติแล้ววิชาหอกทั่วไปจะเน้นความรวดเร็ว รุนแรง และแม่นยำ อย่างไรก็ตาม...หลังจากซูหยวนตรวจสอบวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมยแล้ว เธอก็พบว่าวิชานี้เป็นวิชาหอกที่พิเศษมาก ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะถูกนำออกประมูล เนื่องจากวิชานี้เน้นความเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อยเป็นหลัก
หรือก็คือ...เป็นวิชาหอกที่สร้างขึ้นมาเพื่อสตรีโดยเฉพาะ
แทนที่จะเน้นความรุนแรงและเฉียบคมเพียงอย่างเดียว กลับเน้นไปที่กระบวนท่าและการเคลื่อนไหว แค่วิธีการฝึกฝนที่อธิบายเอาไว้ ก็สามารถจินตนาการถึงภาพของผู้ใช้หอกคนหนึ่งกำลังฝึกฝนอยู่ใต้ต้นดอกเหมย ใช้กลีบดอกเหมยที่ร่วงโรยแทนตำแหน่งจุดตายของศัตรู
ด้วยคำอธิบายเช่นนี้ อาจจะมีแค่ซูหยวนที่เข้าใจก็ได้ เพราะคนที่นี่...พวกเขาไม่เคยเห็น “ต้นเหมย” ที่ว่านั่นเลย เช่นนั้นย่อมไม่สามารถนึกภาพตามได้
สุดท้ายแม้แต่ตระกูลเก่าแก่ที่ครอบครองวิชานี้เป็นเวลานาน พวกเขาก็ตัดสินใจทิ้งวิชาที่ไม่มีประโยชน์นี้ออกประมูล อย่างน้อยๆเมื่อมันทำเงินได้ พวกเขาก็ยังหาวิธีที่จะซื้อวิชาที่จะเป็นประโยชน์มากกว่านี้ได้
………………………………..