LNCrawler

บทที่ 240 กวนจู่หลง (อ่านฟรี 2 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 240 กวนจู่หลง (อ่านฟรี 2 พ.ย. 68)

บทที่ 240 กวนจู่หลง

 

“หืม?” ในขณะที่เขาถอนหายใจออกมาเนื่องจากความผิดหวังกับลูกหลานตระกูลกวนคนนั้น เขาก็สบสายตากับเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนมองเงียบๆ

            

ไม่เพียงแค่ไม่หวั่นไหวเท่านั้น ในดวงตาของเธอกลับจ้องมองไปยังทหารที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ด้านหลังด้วยแววตาเฉียบคม ราวกับกำลังประเมินคู่ต่อสู้ของตนเอง

            

ช่างน่าสนใจจริงๆ...

 

“นักเรียนหญิงคนนั้น เธอมาจากตระกูลไหน” นายพลกวนเป็นคนเช่นนี้ มีสิ่งใดไม่คิดจะเก็บเอาไว้ ถ้าเขาสงสัยเขาก็จะถามออกไปทันที 

            

ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เห็นคนกำลังชี้มาที่ตนเองก็พยักหน้าตอบกลับ

 

“ทหารชั้นจ่าสิบตรีอันขอรายงานตัว ชื่อคืออันซูหยวน ประจำอยู่หน่วยพลธนู” เมื่อเห็นคนมีระดับสูงกว่าเรียกขาน ซูหยวนก็ตอบรับไปโดยปกติ 

            

การบอกยศและชื่อของเธอทำให้นายพลกวนต้องเลิกคิ้ว เขาไม่คิดมาก่อนว่าเด็กสาวคนนี้จะเป็นทหารคนหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าชื่ออันซูหยวนนี้คุ้นเคยไม่น้อย

 

“ชื่ออันซูหยวน นักเรียนอันของอาจารย์เติ้งหรือ?”

 

“ใช่ค่ะ” เมื่อได้รับการตอบรับเช่นนี้ เขาก็หัวเราะออกมา

 

“โอ้ ได้ยินอาจารย์ของเธอเคยพูดแล้วว่ามีนักเรียนที่ใช้ได้ทั้งธนูและหอก คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เจอกัน”

 

“...........” ซูหยวนเพียงยิ้มรับแต่ไม่ได้พูดอะไรกลับไป นายพลหัวเราะอีกเล็กน้อยแล้วหยุดเสียงลงพร้อมกับปล่อยออร่ากดดันออกมา

 

“น่าเสียดายที่ฉันไม่เคยไว้หน้าสหาย ยิ่งถ้าเป็นคนของสหายก็ยิ่งต้องมอบบทเรียนแทนเขา ดังนั้น...ฉันจะจัดการให้เธอเป็นพิเศษเลยก็แล้วกัน”

            

ก่อนหน้านี้ที่ได้ยินสหายเติ้งพูดถึงนักเรียนของตนเองว่ามีความสามารถมาก ถึงกับใช้ได้ทั้งวิชาธนูและหอก ซึ่งสหายเติ้งผู้นั้นไม่ติดใจอะไร ทั้งยังคิดจะมอบนักเรียนของตนเองให้เป็นนักเรียนของเขาด้วย ทว่า...สำหรับเขานายพลกวนคนนี้ เด็กที่มีความทะเยอทะยานไม่ผิด แต่เด็กอวดดีนั้นไม่ใช่คนที่เขาจะปล่อยไปง่ายๆ!

            

เด็กเช่นนี้ อายุเท่านี้ กลับอวดดีเหลือเกิน คิดว่าตัวเองจะจัดการได้ทั้งวิชาธนูและหอกงั้นหรือ? ทั้งสองวิชาเป็นศาสตร์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน หากคิดจะฝึกฝนไปทีละด้านนั้นไม่ผิด ทว่า...เด็กคนนี้กลับเรียนมันเสียทุกอย่าง นี่ไม่ได้เป็นการดูแคลนวิชาธนูและหอกงั้นหรือ?

            

เธอคิดจริงๆหรือว่าทุกอย่างมันง่ายดายเช่นนั้น...

            

สาเหตุที่เขาไม่รับศิษย์ของสหายก็เพราะเรื่องนี้ แม้เธอจะดูเป็นผู้มีพรสวรรค์ แต่ควรหรือที่จะปล่อยให้มาอวดดีต่อหน้าได้ เด็กเช่นนี้...ต่อให้แรกๆฝึกฝนได้ ทว่าในอนาคตก็จะเจอกับคอขวดอยู่ดี จึงไม่สมควรให้เธอเข้ามาตั้งแต่แรก

            

วันนี้มีโอกาสได้เจอ เช่นนั้นเขาจะสั่งสอนให้เธอรู้ว่าวิชาหอกเป็นเช่นไร หวังว่าหลังจากนี้จะล้มเลิกความสนใจด้านหอกไปเลยยิ่งดี อย่างน้อยสหายของเขาก็จะได้มีศิษย์ที่เก่งกาจในฝีมือธนูอย่างเฉพาะด้าน!

            

ซูหยวนไม่รู้ว่านายพลกวนคนนี้มีความคิดเช่นไร ทั้งยังไม่ได้รู้ว่าอาจารย์เติ้งเคยพยายามสนับสนุนเธอให้ได้เรียนวิชาหอกมาก่อน แต่ถึงรู้ตอนนี้มันก็ช้าไปเสียแล้ว 

 

นายพลกวนมีวิชาหอกระดับสูงเพียงหนึ่งเท่านั้น และไม่มีความคิดเผยแพร่ให้คนภายนอก ถ้าซูหยวนยังไม่มีทักษะวิชาหอกระดับสูงก็คงมาหาเขา อย่างน้อยๆอาจจะได้รับคำชี้แนะบ้าง ทว่าตอนนี้ไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องหาอาจารย์มาเพิ่ม

            

เด็กสาวเดินตามทุกคนเข้าไป แน่นอนว่าคำพูดของนายพลกวนยังทำให้ทหารและนักเรียนทั้งหมดสนใจอันซูหยวนเป็นพิเศษ เมื่อเข้ามาถึงด้านในลานประลอง นายพลกวนก็สั่งให้ทุกคนหยุดมือแล้วมาชมการประลองก่อน

 

“นี่เป็นครั้งแรกของนักเรียนจากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง ยังไงก็เป็นสถาบันที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นอย่าออมมือเชียวล่ะ ไม่อย่างนั้นนักเรียนจะไม่รู้ว่าระดับการต่อสู้ที่แท้จริงที่กองทัพต้องการเป็นเช่นไร” เขาสั่งกับพวกทหารของตนเอง ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี

 

“เริ่มจากนักเรียนอันซูหยวนเป็นอย่างไร เธอเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์มาก เรียนรู้ได้ทั้งวิชาธนูและวิชาหอก เช่นนั้น...ฉันคาดหวังอยู่ไม่น้อย จะให้ “กวนจู่หลง” เป็นคู่ประลองให้ก็แล้วกัน”

 

“โห่!!!” เมื่อทหารทุกคนได้ยินคำของผู้นำ พวกเขาก็ส่งเสียงโห่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

            

ใครจะไปคิดว่าผู้นำส่งกวนจู่หลงลงไปเป็นคู่ประลอง นี่ไม่ใช่ว่าต้องการตัดโอกาสเด็กสาวคนนั้นเลยหรือ? แม้แต่อาจารย์กวนและนักเรียนกวนจากชั้นปีที่ 2 ที่ได้ยินชื่อนี้ ดวงตาของพวกเขาก็ยังเบิกกว้าง

           

 กวนจู่หลงเป็นใคร? เขาก็คือศิษย์อันดับหนึ่งของสถาบันเพลิงพลองเมื่อปีที่แล้ว ถึงจะเพิ่งจบจากสถาบันมาใหม่ๆ แต่ในฐานะอันดับหนึ่งของสถาบันเพลิงพลองและอันดับหนึ่งของรุ่นเยาว์ตระกูลกวน เขาจะธรรมดาได้อย่างไร

            

ด้วยทักษะของเขา น่าจะสูงกว่าพวกทหารมียศหลายคนด้วยซ้ำ! การส่งกวนจู่หลงมา ก็เหมือนเป็นการรังแกเด็ก!

 

“ผมไม่อยากรังแกเด็ก ถ้าอย่างนั้นขอใช้หอกไม้สำหรับฝึกฝนได้หรือไม่ครับ” กวนจู่หลงก้าวออกมา แค่เห็นกล้ามแขนและขาของเขา ซูหยวนก็ประเมินได้แล้วว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดา การต่อสู้ของเขาสมควรจะเป็นการใช้ทักษะที่เน้นความแข็งแกร่งและโจมตีอย่างรุนแรง

 

“ย่อมได้”

 

“ขอบคุณครับ” เขารับคำสั่งจากนายพลกวนแล้วออกมาเผชิญหน้ากับอันซูหยวน

            

เห็นเด็กสาวที่รูปร่างผอมแห้งเช่นนี้ กวนจู่หลงก็ส่ายหน้าไปมา เขามองไปยังนายพลกวนราวกับต้องการตำหนิว่าอีกฝ่ายส่งเขามารังแกเด็กสาวตัวแค่นี้ทำไม เพียงให้ทหารทั่วไปจัดการก็น่าจะเอาชนะได้แล้ว ขนาดพวกนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองมาครั้งก่อนก็ยังรับการโจมตีของเขาไม่ถึง 3 กระบวนท่าด้วยซ้ำ แล้วเด็กนี่...

 

“ฉันให้ 3 กระบวนท่า ถ้าสามารถโจมตีฉันได้ เช่นนั้นก็จะถือว่าฉันพ่ายแพ้” เพื่อไม่ให้เป็นการรังแกกันเกินไป กวนจู่หลงจึงมอบข้อเสนอให้เธอ กับเด็กสาวเช่นนี้....ถ้าสามารถรับมือเขาได้มากกว่าพวกนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลอง เช่นนั้นก็ถือว่าเธอสอบผ่านไปเลยก็แล้วกัน

            

แน่นอนว่าถ้าเป็นนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลอง เขาจะไม่ปล่อยให้เด็กๆพวกนั้นเป็นฝ่ายโจมตีก่อน แต่จะขอให้รับการโจมตีของเขาให้ได้ 3 กระบวนท่าแทน เพราะเขารู้ดีว่าเด็กพวกนั้นไม่อาจดูเบาได้ ทว่า...กับสตรีผอมแห้งผู้นี้ ถ้าเขาโจมตีเธอ อาจจะทำให้แขนและขาหักได้

 

“อาจารย์เห็นด้วยไหมคะ” ซูหยวนไม่ได้ตอบกลับเขา เพียงอันไปหาอาจารย์ของตนเท่านั้น 

           

 ในเมื่อคนเสนอหมอนหนุนสบายๆให้ เธอจะต้องอยากฝ่าดงหนามไปทำไม เพียงตอบรับก็สิ้นเรื่องแล้ว จะกลัวก็แค่การพูดคุยระหว่างเธอและเขาจะไม่ได้รับการอนุมัติก็เท่านั้น

 

“ฮ่าๆ ดูสาวน้อยคนนี้สิ เธอคิดจริงๆหรอว่าจะสอบผ่านน่ะ”

 

“โจมตีสามกระบวนท่างั้นหรือ? ถามก่อนว่าเธอมีกระบวนท่าให้ใช้หรือเปล่า”

 

“นั่นน่ะสิ เด็กตัวแค่นี้ กวนจู่หลงน่ะ...แค่ปัดมือเบาๆก็ทำให้เธอกระเด็นได้แล้ว ยังคิดว่าจะมีโอกาสชนะจนสอบผ่านงั้นหรือ? ไว้รอครั้งหน้า มีโอกาสก็ร้องขอความเมตตาจากท่านนายพลให้เลือกทหารที่อ่อนที่สุดเถอะ อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสบ้าง”

 

“เอาน่า เด็กทารกไม่กลัวไฟนั้นเป็นเรื่องจริง เธอยังไม่รู้ว่าอะไรที่จะทำให้เจ็บปวดจึงมีความกล้าหาญ ขอให้กวนจู่หลงสั่งสอนนี่แหละดีที่สุดแล้ว” 

            

ทหารหลายคนเห็นความมั่นใจของซูหยวนต่างก็หัวเราะกันออกมา แม้แต่อาจารย์กวนก็ยังส่ายหน้าด้วย

 

“นักเรียนอัน ถ้าเธอชนะการเดิมพันได้ อย่างนั้นก็จะให้ผ่านการสอบของชั้นปีนี้”

 

“เข้าใจแล้วค่ะ ขอรบกวนด้วยนะคะพลทหารกวน”

 

“เหอะ!” กวนจู่หลงเองก็ถูกกระตุ้นด้วยท่าทางอวดดีเช่นนี้เหมือนกัน เห็นเด็กสาวหันมาหาตน ทำราวกับว่ามีตำแหน่งทัดเทียมกันก็แค่นหัวเราะ 

 

“อย่างนั้นก็เริ่มการประลองได้” 

 

นายพลกวนโบกมือ สั่งให้เริ่มการต่อสู้นี้เพื่อที่จะได้จบมันโดยเร็ว แม้จะอยากสั่งสอนอันซูหยวนให้รู้ว่าวิชาหอกไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่เขาก็ไม่ได้อยากรังแกคนมากนัก อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ทั้งยังเป็นศิษย์ของสหายด้วย ถ้าทำร้ายจิตใจเธอมากเกินไป สหายเติ้งอาจจะบุกมาต่อว่าเขาก็ได้

            

กวนจู่หลงเตรียมพร้อม เขาเอาหอกไม้ขึ้นมาเตรียมป้องกัน ในขณะที่ซูหยวนยังเอาพลั่วสีดำของตนเองมาใช้ต่อสู้

 

“รับมือ” เพื่อเตือนให้อีกฝ่ายไม่ประมาทเกินไป ซูหยวนจึงร้องบอกเขารับมือการโจมตีกระบวนท่าแรกของตน

            

ทักษะวิชาขั้นดอกเหมยร่วงโรยถูกใช้ออกมา ซูหยวนที่จู่ๆก็กลมกลืนไปกับธรรมชาติทำให้นายพลกวนประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอเป็นนักเรียนที่ฝึกวิชากับสหายเติ้ง จะมีทักษะในการอำพรางตัวของพวกนักธนูก็ไม่น่าแปลกอะไร แต่...อย่าลืมว่านี่เป็นการประลองทักษะหอก แค่เริ่มต้นนี้ก็ไม่ถูกต้องแล้ว

            

ดุดัน แข็งแรง เฉียบคม! นี่ต่างหากที่เป็นจิตวิญญาณของหอก การซ่อนตัวเพื่อโจมตีไม่ใช่วิถีที่ถูกต้องจริงๆ สมควรแล้วที่เธอจะต้องฝึกฝนธนูต่อไปแล้วอย่ามาข้องแวะกับวิชาหอกอีกเลย

            

วูบ....

            

สายลมพัดผ่านจนเกิดความเย็นยะเยือกที่เศร้าโศก บรรยากาศแปลกๆนี้เหมือนภาพลวงตาที่ทำให้ทหารทุกคนที่นั่นสับสนมึนงงไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรู้ตัว...รัศมีความแหลมคมก็พุ่งออกมาจากด้านบน ไหลเอียงร่วงหล่นไปยังพื้นดิน วิถีเช่นนี้ช่างประหลาดยิ่งนัก แต่กลับทำให้กวนจู่หลงที่ตั้งท่ารับอยู่ถึงกับไปไม่ถูก

           

 ฉึก ฉึก ฉึก!!

            

คมหอกมากมายเปล่งรัศมีพาดผ่านเหมือนภาพลวงตา กวนจู่หลงพยายามรับมือแต่ไม่อาจจะทำได้ทั้งหมด เมื่อเขาต้องการปะทะคมหอก กลับลาดเอียงไปอีกทางเหมือนถูกกระแสลมพัดให้ปลิวไป จากนั้นก็มีอีกหลายคมหอกตามมา ช่าง...เป็นการโจมตีที่ประหลาดจริงๆ

            

ปัง!!!

            

การป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการโจมตีกลับไป กวนจู่หลงรู้ดีและสุดท้ายเขาก็ไม่สามารถรับแรงกดดันนี้ได้ ทำได้เพียงสะบัดหอกออกไปเพื่อปัดการโจมตีนี้ ทว่า...เขาไม่ได้รู้เลยว่าการปัดป้องของตนเอง เหมือนเป็นการเพิ่มกระแสลม

            

ฟุบ ฟุบ ฟุบ!!

            

คล้ายกับการเขย่าต้นไม้ใหญ่ แรงลมที่พัดจนทำให้กลีบดอกเหมยร่วงโรยนั้นรุนแรงกว่าเดิม ซึ่งตอนนี้กลีบดอกเหมยพวกนั้นกลับบาดลึกเข้าผิวเนื้อของกวนจู่หลงจนสับสนมึนงงไปหมด

           

 อันที่จริง กวนจู่หลงไม่ได้มีทักษะโดดเด่นในการป้องกัน การที่เขาต่อให้เธอเช่นนี้ย่อมทำให้ดูอ่อนแอไปบ้าง หากเทียบกับทักษะการต่อสู้ของเขาแล้ว ซูหยวนย่อมไม่น่าจะชิงความได้เปรียบขนาดนี้

 

“นั่นมันอะไร...”

 

“การโจมตีแบบนั้นคืออะไร นี่เป็นการต่อสู้ของผู้ใช้หอกแน่หรือ?”

 

“เด็กคนนั้นโกงหรือไม่ อาวุธนั้น...แท้จริงแล้วก็ไม่ได้เหมือนหอกเสียทีเดียว”

 

“นั่นน่ะสิ แปลกมากๆ การเคลื่อนไหวที่ดูเหมือนไม่มีอะไร กลับทำให้แขนของกวนจู่หลงเลือดไหลเป็นทางแล้ว”

            

พวกทหารที่ชมอยู่ประหลาดใจกับการต่อสู้แบบนี้บ้าง ในความคิดของเขา...การต่อสู้ด้วยหอกสมควรจะต้องรุนแรง เสียงจากการต่อสู้ควรจะเป็น “ฟวับ!” “ปัง!” หรือ “ตู้ม!” แต่ทำไม...มันจึงมีเสียงเบาเหมือนแค่ลมพัดผ่านเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะกวนอู่หลงโจมตีกลับ คงจะไม่ได้ยินเสียงดังอะไรเลย

            

แปลก แต่...กวนอู่หลงก็พ่ายแพ้แล้ว!

 

“วิชานั้นมัน...คุ้นตามาก เหมือนเคยเห็นที่ไหน” นายพลกวนประหลาดใจในคราแรก ก่อนที่จะพึมพำออกมากับตนเอง เขารู้สึกว่าเคยเห็นคนใช้วิชาหอกผิดแปลกเช่นนี้อยู่ แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

 

“วิชาหอกแห่งแดนดอกเหมยของสกุลจ้าน!!” โชคดีที่อาจารย์กวนมีความรู้ เขาตอบกลับนายพลทันที 

            

เห็นท่าทางตื่นเต้นของเขาแล้ว นายพลกวนก็ทบทวนความรู้เกี่ยวกับวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมยอีกครา ถึงจะเป็นแค่ความรู้ในอดีต รายละเอียดเล็กๆน้อยๆจำไม่ค่อยได้แล้ว แต่ก็ยังรู้ว่าทักษะวิชานี้สุดยอดขนาดไหน

 

 

………………………………….