LNCrawler

บทที่ 241 อาจารย์เฟิ่ง (อ่านฟรี 3 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 241 อาจารย์เฟิ่ง (อ่านฟรี 3 พ.ย. 68)

บทที่ 241 อาจารย์เฟิ่ง

 

“หืม? วิชาหอกแห่งแดนดอกเหมย?”

 

“ใช่ เป็นวิชาหอกที่เหมาะกับสตรี เพียงแค่มันหายสาปสูญไปนานแล้ว ก่อนหน้านี้ผมเคยศึกษา เผื่อจะเอามาดัดแปลงกับวิชาหอกของตัวเองแล้วยกระดับการเคลื่อนไหวขึ้นไป แต่ข้อมูลที่ได้รับไม่ละเอียดนัก แถมไปสอบถามตระกูลจ้านก็ไม่ได้คำตอบ พวกเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะฝึกฝนมันเช่นไรเลย”

 

“โอ้ เช่นนั้น...ทำไมเด็กสาวสกุลอันจึงทำได้”

 

“บางทีมันอาจจะไม่ใช่วิชาของสกุลจ้าวจริงๆ แต่แค่มีความคล้ายคลึงกัน หรืออาจจะมีคนศึกษาต่อยอดจนพัฒนาวิชาใหม่ขึ้นมาก็ได้ เนื่องจากความรู้เกี่ยวกับวิชาของสกุลจ้านหายไปนานแล้ว จึงไม่มีคนรู้ว่าการฝึกจริงๆเป็นอย่างไร”

 

“อืม นั่นน่ะสิ แต่เด็กคนนี้....เธอไม่ได้แย่ในเรื่องการใช้หอกเลย”

 

“ใช่ ก่อนหน้านี้เธอมีความแข็งแกร่งมากกว่าคนรุ่นเดียวกัน เนื่องจากความรอบรู้ในการต่อสู้และความช่างสังเกตของเธอ สายตาของเด็กคนนี้มีคุณสมบัติมากที่จะเป็นผู้ใช้หอก เหมือนหาจุดตายของศัตรูได้เสมอ”

 

“ดังนั้นจึงทำให้อาจารย์เติ้งรับเธอเป็นศิษย์...”

 

“ใช่ครับท่านนายพล แต่หลังจากเวลาผ่านไป เธอก็สนใจการต่อสู้ด้วยธนูมากกว่า จนผมยังคิดว่าเธอไม่มีความก้าวหน้าใดๆในการใช้หอกไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะประสบความสำเร็จถึงขั้นนี้”

 

“กวนจู่หลงจะไม่แพ้ ที่เขาแพ้ก็เพราะความประมาทของเขาเอง”

 

“ใช่ แต่ทักษะเท่านี้ก็เพียงพอที่จะให้จบชั้นนี้ได้แล้ว”

 

“อืม”

 

“ถ้าอย่างนั้นการต่อสู้นี้ควรจะต้องหยุด...”

 

“ไม่ต้อง ปล่อยให้พวกเขาต่อสู้กันต่อ ฉันอยากจะเห็นพรสวรรค์ทั้งหมดของเธอ”

 

“เข้าใจแล้วครับ” สองคนพูดคุยกันเองก่อนจะชมการแข่งขันต่อ

            

ซูหยวนแม้จะรู้ว่าเธอชนะการเดิมพันแล้ว แต่เธอก็ไม่ได้หยุดมือ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมีคู่ต่อสู้เป็นผู้ใช้หอก แม้เขาจะเน้นไปที่การป้องกันเท่านั้น แต่ด้วยโอกาสนี้...เธอน่าจะเรียนรู้จากเขาได้อีกมาก 

            

สองคนต่อสู้กัน คนหนึ่งพยายามจะรับมือเท่านั้น ในขณะที่อีกคนพยายามโจมตีต่อไปเช่นกัน เมื่อสร้างความกดดันได้มากเข้า กวนจู่หลงก็เริ่มสนุกกับการแข่งขันนี้จนไม่สนใจว่าเขาให้เงื่อนไขอะไรกับเธอ แทนที่จะรับการโจมตีเท่านั้น เขาก็เริ่มมองหาช่องโจมตีกลับแล้ว

 

“ระวัง!” กวนจู่หลงร้องเตือนก่อนจะโจมตีออกไป ซูหยวนระวังอยู่ก่อนแล้ว จึงสามารถเก็บหอกของตนเองกลับมาป้องกันได้

            

ทักษะกิ่งเหมยสู้ฝนถูกเรียกใช้ออกมา หอกของเธอเหมือนกิ่งไม้ที่ยื่นออกไปแต่เหนียวแน่นและแข็งแกร่ง ปัดป้องไม่ให้ลำต้นถูกโจมตี พร้อมกันนั้นก็พยายามสร้างกลีบเหมยที่กำลังร่วงหล่นเข้าไปด้วย

            

คนหนึ่งรุกเข้ามา คนหนึ่งปัดป้องกลับ ในขณะที่อีกคนเริ่มโจมตีได้ อีกคนก็กลับมาตั้งท่าต่อสู้ สองคนพัวพันกันเช่นนี้ ต่างฝ่ายต่างสนุกกับวิธีการต่อสู้ที่แทบจะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ซึ่งตอนนี้กวนจู่หลงได้ยอมรับเด็กสาวคนนี้ว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์อีกคนหนึ่งแล้ว

            

ถ้าพวกเขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เชื่อได้เลยว่าเขาคงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอันซูหยวนแน่ ไฟในใจของกวนจู่หลงเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เขาต้องการฝึกฝนให้หนักกว่าเดิมและกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น

            

ด้วยนิสัยเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาจะจบจากสถาบันเพลิงพลอง...

            

เริ่มตั้งแต่ให้เกียรติสตรีด้วยอ่อนข้อให้ จนกระทั่งตอนนี้ก็ยังมีความกระตือรือร้น ไม่อิจฉาริษยาผู้ที่แข็งแกร่งกว่า คุณสมบัติเช่นนี้...ต่อให้เป็นสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็ยังสอนไม่ได้ คงจะมีแค่สถาบันเพลิงพลองเท่านั้นที่ผลิตคนคุณภาพเช่นนี้ออกมา

            

ปัง!!

            

การโจมตีครั้งสุดท้ายนี้เป็นของกวนจู่หลง และนั่นก็ทำให้อาวุธในมือของซูหยวนกระเด็นหลุดออกไป หากนี่เป็นการต่อสู้จริง...ซูหยวนคงจะตายไปแล้ว

            

เด็กสาวไม่ได้ฝึกการใช้หอกมามากนัก ด้วยความกดดันจากวิชาใหม่ที่ไม่คุ้นมือ สุดท้ายเธอก็ปล่อยให้พลั่วหลุดออกไป แน่นอนว่าซูหยวนไม่ใช่กลโกงอย่างการเรียกพลั่วกลับมาที่มือของตนเอง ไม่อย่างนั้นคงจะเปิดเผยไพ่ลับในมือไปอีก เพียงแค่ก้มหัวยอมแพ้เขาเท่านั้น

           

 แปะ แปะ แปะ

            

เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วสารทิศ ถึงเด็กสาวจะพ่ายแพ้ แต่การแสดงของเธอก่อนหน้านี้ไม่น่าอายเลย ทหารทุกคนปรบมือชื่นชมในความพยายามและความสามารถของเธอ แม้แต่นายพลกวนก็ยังรู้สึกเช่นเดียวกันว่าเขาพลาดเด็กสาวอัจฉริยะไปแล้ว

 

“น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ”

            

เนื่องจากเธอฝึกฝนวิชาการใช้หอกที่อ่อนช้อยและงดงามไปแล้ว ในขณะที่เขามีเพียงวิชาระดับกลางที่เน้นการใช้กล้ามเนื้อและความแข็งแกร่งเข้าปะทะ มันไม่เหมาะกับเธอเลย เช่นนั้นเพื่อไม่ให้ตัดโอกาสเด็กสาว เขาจึงไม่กล้ารับเธอมาเป็นศิษย์

 

“ถึงฉันจะไม่สามารถรับเธอเป็นศิษย์ได้ แต่ฉันก็ชอบเด็กมีพรสวรรค์เช่นเธอ หากมีข้อสงสัยใดๆในวิชาหอก ก็มาหาฉันที่กองทัพได้เลย” คำพูดของนายพลกวนมีค่ายิ่งกว่าทองคำเสียอีก เขาพูดเช่นนี้ย่อมเปิดโอกาสให้ซูหยวนแล้ว หญิงสาวรู้ดีว่าการยอมรับนี้ถือเป็นเกียรติ ดังนั้นจึงรีบขอบคุณเขา

 

“ขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่านนายพลค่ะ วันหน้าถ้าติดปัญหาในการฝึกฝน ฉันจะต้องขอรบกวนท่านนายพลด้วยค่ะ”

 

“อืม เด็กดี เอาล่ะ...เธอผ่านการทดสอบแล้ว ไปนั่งพักแล้วทบทวนการต่อสู้เมื่อครู่เถอะ ฉันมั่นใจว่าจะต้องได้ประโยชน์อะไรบ้างไม่มากก็น้อย”

 

“ขอบคุณค่ะ” ซูหยวนคลี่ยิ้ม เธอเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนการ ความผิดพลาดเมื่อครู่นี้ทำให้เธอต้องกลับมาวางแผนทบทวนจุดอ่อนเสียใหม่ นอกจากนี้..ระหว่างการต่อสู้ ความเฉียบคมของกวนจู่หลงมากกว่าจริงๆ ถ้าเขาต้องการฆ่าเธอ ซูหยวนย่อมต้องตายไปหลายสิบรอบแล้ว

            

ทักษะของเธอแม้จะไม่ได้เน้นการโจมตีที่แข็งแกร่ง ทว่าความเฉียบคมของพลังงานที่ปกคลุมหอกนั้นยังอ่อนด้อย ถ้าเทียบกันแล้ว...เธอก็เป็นแค่หัวหอกทู่ๆเท่านั้น

            

ในระหว่างที่นักเรียนคนอื่นๆเข้าสู่ลานประลอง ซูหยวนก็ค่อยๆนึกภาพของคมหอกที่กวนจู่หลงเพิ่งแสดงออกมา พยายามลับคมให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม...คลื่นพลังงานไม่ใช่คลื่นที่เสถียร แม้แต่ของกวนจู่หลงก็ยังเห็นปัญหา เพื่อพัฒนาไปมากขึ้น ซูหยวนจะต้องเพิ่มความคมให้เหมือนกับเข็มแหลมแต่ต้องระเบิดความรุนแรงออกมาได้

           

 สิ่งนี้ต่างหากที่ยากเย็นอย่างแท้จริง

            

กวนจู่หลงไม่ต้องการการเคลื่อนไหวที่เล็กๆน้อยๆเช่นเธอ วิชาของเขาเป็นทักษะในการโจมตีรุนแรงเพื่อสร้างบาดแผล ความคมของหอกก็เพื่อให้แทงทะลุเข้าไปได้ง่าย ฝ่าเกราะป้องกันเข้าไป แต่ความคมของซูหยวนก็คือการทิ้งบาดแผลเอาไว้โดยที่อีกฝ่ายก็อาจจะไม่รู้ตัวจนกว่าจะตายลง

 

“ความคมแบบนั้นต้องเหมือนอะไร...” ซูหยวนมองพลั่วของตนเองแล้วก็คิดไปด้วย พลั่วของเธอมีคุณสมบัติเอาไว้ขุด ดังนั้นหน้ากว้างของมันจึงมากกว่าหอกทั่วไป เมื่อใช้พลังงานปกคลุมจึงกลายเป็นฐานใหญ่ ส่งผลให้การสร้างคมยากมาก

            

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เธอนั่งคิดไปมากกว่าครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็เหมือนจะคิดอะไรออก

 

“กรงเล็บของสุนัขทมิฬงั้นหรือ?” คนหลับตาลง พยายามนึกถึงความคมที่ตัดได้กระทั่งเหล็ก เธอเคยประมือกับอีกฝ่ายมาหลายครั้งแล้วเพื่อฝึกฝนฝีมือ ย่อมคิดภาพนั้นออกได้ไม่ยาก

            

กรงเล็บของสุนัขทมิฬไม่เหมือนกรงเล็บทั่วไป ความคมมากแต่ไม่บางเหมือนใบมีด ซูหยวนจึงค่อยๆเพิ่มพลังงานเข้าไปอีก พยายามคุมให้มันไม่บางเกินไปเหมือนครั้งแรก ซึ่งการทำเช่นนี้ยุ่งยากกว่า ยิ่งพลังงานปล่อยออกมามากขึ้นก็ยิ่งควบคุมยากขึ้นเช่นกัน ซูหยวนใช้เวลาอยู่นาน สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงผ่อนคลายตัวเอง หันไปดูการประลองเผื่อว่าจะได้แนวคิดอื่นๆเพิ่มเติม

            

สำหรับการต่อสู้ของเพื่อนนักเรียนกวนนั้นไม่ยุ่งยากนัก ฝ่ายทหารโจมตีไม่กี่สิบครั้งก็เอาชนะไปได้ แสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นระหว่างผู้มีความสามารถต่อสู้จริงกับผู้ที่เพิ่งเริ่มฝึกฝน แม้เขาจะพึ่งเป็นพลทหารที่สอบเข้าใหม่ กระนั้นก่อนหน้านี้ก็ยังเป็นคนที่ฝึกฝนมาไม่น้อย

            

ถึงเป้าหมายในการประลองจะไม่ใช่ให้นักเรียนเอาชนะพลทหารได้ แต่นักเรียนกวนก็ยังไม่ผ่าน หรือพูดให้ถูกก็คือ...ทั้งหมดไม่ผ่านตั้งแต่ที่เข้ามาแล้ว

            

การทดสอบเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ที่นายพลพูดเรื่องของนักเรียนสถาบันเพลิงพลอง ทันทีที่พวกเขาแสดงความหวาดกลัวออกมา จิตใจที่หวั่นไหวเช่นนั้นจะผ่านการทดสอบนี้ได้อย่างไร การประลองนี้ก็แค่เป็นการบดบังการทดสอบที่แท้จริงเท่านั้น ทั้งยังถือเป็นการมอบประสบการณ์ให้นักเรียนได้พัฒนาฝีมือตัวเองด้วย

            

สุดท้ายพวกรุ่นพี่ก็พ่ายแพ้กันหมด ไม่มีใครเอาชนะทหารระดับสูงได้เลย พวกเขาไม่ได้บาดเจ็บหนักทางร่างกาย แต่จิตใจนั้นมีเพียงความหดหู่ที่เหลืออยู่

            

ระหว่างทาง ทุกคนยังบ่นออกมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาถอดใจที่จะสอบผ่านกันไปหมดแล้ว ต่างกล่าวว่าแทบจะไม่มีโอกาสเอาชนะเลย ทำเอาอาจารย์กวนได้แต่ถอนหายใจออกมา

            

ถึงเขาจะรู้จุดประสงค์ของการทดสอบ แต่ไม่อาจบอกให้นักเรียนรับรู้ได้ ถ้าอยากให้พวกนักเรียนพัฒนาขึ้น ก็มีแต่วิธีนี้เท่านั้นแล้ว

            

ข่าวเรื่องที่ซูหยวนสามารถสอบวิชาการใช้ธนูผ่านโดยไม่ต้องทำอะไรนั้นทำเอาทุกคนอิจฉา แต่เมื่อได้ยินว่ากระทั่งวิชาการใช้หอกก็ยังสอบผ่านด้วย ต่างคนต่างก็ไม่อยากเชื่อกันทั้งนั้น เรื่องนี้กลายเป็นข่าวดังสำหรับหมู่นักเรียน เนื่องจากพวกเขายังปวดหัวกับการทดสอบจบวิชาเสริม ใครจะคิดว่าเด็กสาวคนหนึ่ง...แค่การทดสอบครั้งแรกก็สอบผ่านแล้ว

            

ดังนั้นตอนนี้ซูหยวนจึงเหลือแค่ภารกิจอีก 3 ภารกิจที่ต้องรับร่วมกับเพื่อนๆเท่านั้นก็ถือว่าผ่านชั้นปีที่ 2 ภาคเรียน 1 ไปได้ ไม่สิ! วิชาการเกษตรและเรื่องภารกิจ ขอแค่ทำสำเร็จก็จะจบชั้นปีที่ 2 ได้เลย ส่วนวิชาธนูระดับสูง...ซูหยวนเชื่อว่าเธอยังผ่านมันไปได้โดยไม่ต้องทดสอบเช่นกัน เหลือก็แค่วิชาการใช้หอกที่ต้องเตรียมประลองกับพวกทหารระดับสิบโทเท่านั้น

            

มีเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะเริ่มการทดสอบอีกครั้ง เรื่องนี้เธอยังไม่รีบร้อนมากนัก ดังนั้นจึงไปที่อาคารรับภารกิจเพื่อจัดการปัญหานี้ก่อน

            

ภารกิจบนกระดานถูกปรับหมดแล้ว ปกติแล้วจะมีภารกิจล่าจำนวนมากที่เขต A แต่ตอนนี้กลับเป็นภารกิจจากเขต B แทน ในขณะเดียวกัน....ภารกิจที่เคยถูกทิ้งร้างไม่มีนักเรียนสนใจ กลับถูกดึงออกไปทำเป็นจำนวนมาก อย่างเช่นภารกิจจัดการสมุนไพร ภารกิจช่วยนักปรุงยา ภารกิจคุ้มกันและอื่นๆ นี่มีสาเหตุมาจากความยากของภารกิจที่สูงขึ้น สุดท้ายนักเรียนไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องรับภารกิจอื่นเพื่อให้สามารถจบการศึกษาไปได้

            

ซูหยวนมองดูภารกิจบนกระดาน ที่เหลืออยู่มากหน่อยก็คือภารกิจรวบรวมแกนพลังงานของสัตว์กลายพันธุ์เขต B แม้ว่ามันจะค่อนข้างยากสำหรับนักเรียนชั้นปีที่ 2 ทว่า...ภารกิจเหล่านี้ไม่นับว่าเป็นปัญหาสำหรับเธอ

 

“นักเรียนทุนอันหรือ?” ในขณะที่ซูหยวนกำลังพิจารณาว่าจะรับภารกิจรวบรวมชิ้นส่วนของหมูป่าขายาวกลายพันธุ์ หรือจะเป็นภารกิจรวบรวมแกนพลังงานของสัตว์กลายพันธุ์เขต B ดี เสียงของอาจารย์ผู้หนึ่งก็เรียกเธอจากด้านหลัง

            

อันซูหยวนหันไปมองก็พบว่าเป็นอาจารย์ที่เคยพบกันมาก่อน

 

“อาจารย์เฟิ่ง สวัสดีค่ะ” อาจารย์เฟิ่งท่านนี้ก็คืออาจารย์ที่ตั้งใจจะรับซูหยวนเป็นนักเรียนส่วนตัวของเขาคู่กับอาจารย์เติ้งเมื่อครั้งก่อน ซูหยวนจำเขาได้และประทับใจเขาไม่น้อย ดังนั้นเมื่อเห็นว่าเป็นอีกฝ่าย เธอจึงแสดงท่าทางเคารพต่อเขาขึ้นอีก

 

“ดี นึกว่าจะจำฉันไม่ได้เสียแล้ว”

 

“ต้องจำได้แน่นอนค่ะ อาจารย์เคยให้โอกาสนักเรียนคนนี้ครั้งหนึ่ง ย่อมจำไม่ลืมเลือน”

 

“ฮ่าๆ เข้าใจพูดดีนี่” คนเป็นอาจารย์มีความสุขเมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาไม่ได้คาดหวังว่าซูหยวนจะจำตนเองได้ ถึงอย่างนั้น...ความประทับใจแรกของเขาต่อซูหยวนก็ยังคงมีเหมือนเดิม อีกทั้งยังได้ยินว่าเธอมีความสามารถขนาดไหนหลังจากนั้น ก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้คุ้มค่าแก่การสั่งสอน

 

“กำลังเลือกรับภารกิจหรือ?”

 

“ใช่ค่ะอาจารย์ กำลังตัดสินใจระหว่างจะจัดการหมูป่าขายาวกลายพันธุ์หรือจะเป็นรวบรวมแกนพลังงานดี”

 

“อืม สองภารกิจนี้ต่างก็ยุ่งยากเหมือนกัน ภารกิจหนึ่งต้องตามหาหมูป่าและจัดการให้ได้ อีกภารกิจจะต้องล่าสัตว์กลายพันธุ์มากกว่าเป็นเท่าตัว เอาอย่างนี้เป็นไง....อาจารย์มีภารกิจที่น่าสนใจอยู่ อยากจะรับภารกิจพิเศษนี่ไหม”

            

คิดไม่ถึงว่าอาจารย์เฟิ่งจู่ๆก็จะต้องการมอบภารกิจให้เช่นนี้ ซูหยวนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจจริงๆ ดูเหมือน...เขาตั้งใจจะมาทักทายเธอก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะใช่ไหม?

 

……………………………………………………..