บทที่ 243 ยอมรับ (อ่านฟรี 5 พ.ย. 68)
บทที่ 243 ยอมรับ (อ่านฟรี 5 พ.ย. 68)
บทที่ 243 ยอมรับ
โจวอีอีตอนนี้โกรธจนหน้าแดง เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าระหว่างที่เธอกำลังพูด เด็กคนนี้กลับไม่สนใจ ทำเหมือนเสียงของเธอเป็นแค่ลมผ่านหูไปเท่านั้น ไม่มีค่าให้สนใจ...
“อันซูหยวน แกกล้าท้าทายฉันใช่ไหม! กล้ารับภารกิจจากอาจารย์เฟิ่งด้วยงั้นหรอ!! ห๊า!” โจวอีอีโกรธมากจนแทบคุมอารมณ์ไม่ได้ เธอหยิบเอามีดสั้นออกมา ตั้งใจจะโจมตีซูหยวนให้หลาบจำ
อย่างไรก็ตาม อาจารย์เฟิ่งอยู่ที่นี่ โจวอีอีจะสามารถทำอะไรซูหยวนได้หรือ?
“หยุดเดี๋ยวนี้ ถ้ายังก่อเรื่อง...ฉันจะสั่งลงโทษตามกฎของสถาบัน!”
“อาจารย์!!” แม้ว่าโจวอีอีจะโกรธมากและมองอาจารย์ด้วยท่าทางน้อยเนื้อต่ำใจ ทว่า...อาจารย์เฟิ่งกลับไม่สนใจเลย เขาเพียงพยักหน้าให้ซูหยวนแล้วนัดหมาย
“อีก 5 วัน เตรียมตัวให้พร้อมด้วย อุปกรณ์การต่อสู้ที่จำเป็นทั้งหมดต้องนำมาเอง แม้แต่กระโจมที่พักผ่อนก็ด้วย”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“นะ หนอย....”
“ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ซูหยวนเห็นท่าทางเหมือนแมวป่าของโจวอีอีก็รู้ว่าตัวเองคงจะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีกแล้ว แน่นอนว่าซูหยวนไม่ได้กังวล คนดีมาเธอดีกลับ คนร้ายมาเธอก็ร้ายกลับได้ ถือเป็นสีสันให้ชีวิตก็เท่านั้น แต่ที่ซูหยวนไม่ชอบก็คือ...เธอเบื่อที่จะฟังคำพูดไร้สาระแล้วต่างหาก
“เดี๋ยวก่อน ใครใช้ให้เธอไป!” เหมือนที่คิดเอาไว้ คนไม่สามารถคุยกับอาจารย์ของตนเองได้ ไม่เปิดใจให้กว้าง ย่อมต้องหาเรื่องเอากับคนอื่น
“รุ่นพี่โจว อาจารย์บอกว่าภารกิจนี้ไม่เหมาะกับรุ่นพี่ เช่นนั้นในฐานะที่เป็นนักเรียนส่วนตัวของอาจารย์ รุ่นพี่กำลังจะปฏิเสธคำของอาจารย์งั้นหรอคะ? ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาจารย์จะพิจารณาเช่นนี้ หากกำลังทำภารกิจอยู่แล้วรุ่นพี่เกิดต้องการไม่เชื่อฟังขึ้นมาอีก เช่นนั้นก็จะต้องเป็นปัญหาแล้ว”
“อะไรนะ? นี่แกก็ยังกล้าที่จะสั่งสอนฉันงั้นหรอ!”
“ไม่กล้าค่ะ ไม่กล้า แต่ภารกิจนี้ฉันรับไว้แล้ว ถ้ารุ่นพี่อยากจะแย่งภารกิจกับฉัน ถ้าอย่างนั้น...ไม่ใช่การเสียเวลามาหาเรื่องฉันหรอกนะคะ รุ่นพี่จะได้ภารกิจนี้กลับไป ถ้ารุ่นพี่ทำให้อาจารย์เปลี่ยนใจต่างหากค่ะ” ซูหยวนโยนเผือกร้อนนี้ให้อาจารย์เฟิ่งทันที
เขาเป็นอาจารย์เป็นศิษย์กันมา 3 ปีครึ่งแล้ว คงจะต้องมีวิธีรับมือศิษย์ของเขา ดังนั้น..เธอทำได้แค่ปล่อยให้อาจารย์เฟิ่งจัดการต่อไป ในขณะที่เท้าของหญิงสาวก็เพิ่มความเร็วมากขึ้นอีกเล็กน้อย
“อาจารย์!”
“เฮ้อ นักเรียนโจวอีอี เธอยังไม่เข้าใจอีกงั้นหรอ”
“ไม่ค่ะ ฉันไม่มีทางเข้าใจแน่ๆ ฉันจะเข้าใจได้ยังไงคะ อาจารย์ไม่ยอมมอบภารกิจให้นักเรียนส่วนตัวแต่มอบให้คนอื่น ไม่ได้แปลว่าอาจารย์ไม่เชื่อใจนักเรียนคนนี้หรอคะ ถ้าพวกเพื่อนๆรู้เรื่องเข้า...ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ!” โจวอีอีไม่ยอมแพ้ เธอเกือบจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำเมื่อเรื่องมันไม่ได้ดั่งใจถึงขนาดนี้
“นักเรียนโจว ภารกิจนี้ถ้าเธอต้องการฉันก็จะเอากลับมาให้ได้”
“จริงหรอคะ”
“แต่....” อาจารย์เฟิ่งไม่ปล่อยให้โจวอีอีดีใจมากเกินไป เขาหยุดเธอด้วยคำเพียงคำเดียว
“แต่อะไรคะ”
“แต่ฉันมีภารกิจที่ต้องการพึ่งพาเธออยู่ ถ้าเธอไม่อยากทำภารกิจนั้น เช่นนั้นก็เอาภารกิจนั้นให้นักเรียนอันทำ แล้วเธอมาทำภารกิจรองนี้ ช่วยคุ้มกันพวกนักเรียนชั้นปี 1 ก็ได้” อาจารย์เฟิ่งขมวดคิ้วในขณะที่พูด แสดงออกราวกับว่าเขานั้นผิดหวังกับเรื่องนี้เหลือเกิน
โจวอีอีชะงักไปเมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ อย่างที่อันซูหยวนคิด คนก็มีวิธีจัดการนักเรียนของตนเองจริงๆ โจวอีอีผู้นี้เพียงแค่ใจร้อนเกินไป รักษาหน้าเกินไป ทว่า...ถ้ารู้จักรับมือหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหาอีก อาจารย์เฟิ่งใช้วิธีเช่นนี้มาหลายครั้ง สุดท้ายโจวอีอีก็จะเดินตามสิ่งที่เขาพูดเสมอ มันเป็นเช่นนี้มาสามปีกว่าแล้ว...
“อะ อาจารย์...ที่จริงอาจารย์มีภารกิจที่อยากให้ฉันทำอยู่หรอคะ มันเป็นภารกิจที่ยากมากๆเลยใช่ไหม?”
“เฮ้อ แน่นอนสิ สำคัญมากด้วย นี่เป็นภารกิจที่อาจารย์พนันกับเพื่อนเอาไว้ว่านักเรียนของใครจะทำภารกิจนี้เสร็จก่อน โดยกำหนดการจะเริ่มในอีก 3 วันข้างหน้า อาจจะกินเวลามากหน่อยก็ได้ อาจารย์คิดว่าไม่น่าจะกลับมาทันทำภารกิจดูแลนักเรียนปี 1 ง่ายๆนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้พูดถึงมันกับเธอ”
“พนันหรอคะ? อาจารย์กับเพื่อนหรอคะ? โดยให้ฉันเป็นตัวแทนลงพนัน?” โจวอีอีหรี่ตาลง คิดตามเรื่องที่อาจารย์พูดก่อนจะหัวเราะออกมา
เทียบกันแล้ว อาจารย์จะต้องไม่อยากพ่ายแพ้พนันใช่ไหม? ถึงกับยกหน้าที่การแข่งขันนี้ให้เธอ เช่นนั้น...เธอย่อมไม่สามารถทำให้อาจารย์ผิดหวังได้!!
“อาจารย์คะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ อีก 3 วันข้างหน้า ฉันจะพยายามให้เต็มที่นะคะ อาจารย์บอกภารกิจมาได้เลยค่ะ นักเรียนคนนี้จะคว้าชัยมาให้ได้ ทำให้อาจารย์ภาคภูมิใจแน่นอน!”
ในที่สุด โจวอีอีก็วิ่งจากไปด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข อาจารย์เฟิ่งที่มองตามหลังก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ โชคดีที่ตัวเขาเป็นพวกแสดงละครเก่ง ไม่อย่างนั้น...ทั้งอันซูหยวนและโจวอีอีจะหลงกลเชื่อเขาได้อย่างไร
โดยที่อาจารย์เฟิ่งก็ไม่รู้ แท้จริงแล้ว...นอกจากโจวอีอี ไอ้การแสดงประหลาดๆของเขานั้นก็ไม่มีใครกล้าเชื่ออีกแล้ว ไม่ต้องพูดถึงซูหยวน แค่นักเรียนคนอื่นๆที่เห็นเหตุการณ์ พวกเขาต่างก็เบือนหน้าหนี เกรงว่าจะแสดงสีหน้าแปลกๆออกมาแล้วจะถูกมองว่าไม่ไว้หน้าอาจารย์น่ะสิ...
สามวันหลังจากนั้น อันซูหยวนก็มารอที่ด้านหน้าสถาบันแล้ว ข่าวที่อาจารย์เฟิ่งมอบภารกิจส่วนตัวนี้ให้นักเรียนอันชั้นปีที่ 2 ทำให้นักเรียนชั้นปี 4 หลายคนไม่พอใจมาก แม้ว่านี่จะเป็นเรื่องของอาจารย์คนอื่น และโจวอีอีก็ไม่มีปัญหาอีกต่อไป ถึงอย่างนั้น...พวกเขาปี 4 ไม่ได้โง่งมเหมือนโจวอีอีที่จะเชื่อคำพูดของอาจารย์เฟิ่ง
ภารกิจที่ส่งตัวแทนไปแข่งขันกับเพื่อนนั่นมันอะไร นี่ไม่ใช่ภารกิจเร่งด่วนเสียหน่อย ถ้าอาจารย์เฟิ่งให้ความสำคัญกับโจวอีอีจริงๆ เช่นนั้นก็ขอเลื่อนการแข่งขันออกไปก็ได้แล้ว
อีกอย่าง นักเรียนชั้นปีที่ 4 ของอาจารย์เฟิ่งมีคนเดียวหรือ? นักเรียนคนอื่นที่ไม่มีปัญหา อาจารย์ก็เมินเฉยไปเสียเลย แล้วเลือกนักเรียนชั้นปีที่ 2 มาเข้าร่วมภารกิจสำคัญนี้แทน นี่...ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาที่รับทำภารกิจนี้ก็มีระดับเดียวกันกับอีกฝ่ายไปด้วยหรือไง
ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้เห็นภาพของนักเรียนชั้นปี 4 มองมาที่อันซูหยวนด้วยสายตาไม่พอใจ บรรยากาศนี้ไม่อาจพ้นสายตาของพวกอาจารย์ได้ ทว่า...นี่ก็เป็นแค่เรื่องของเด็กๆ ในเมื่ออาจารย์เฟิ่งเลือกมอบภารกิจให้กับอันซูหยวนแล้ว พวกเขาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้อย่างไร
เวลานี้นักเรียนชั้นปีที่ 1 ไม่ได้รู้เรื่องว่าพวกรุ่นพี่กำลังมีปัญหากัน พวกเขากำลังตื่นเต้นกับการออกพื้นที่ล่าครั้งแรก ต่างคนก็ต่างเตรียมอุปกรณ์มาเป็นจำนวนมาก สิ่งนี้ทำให้ซูหยวนย้อนกลับไปคิดถึงตอนที่ตัวเองลงพื้นที่ครั้งแรก จำได้ว่าตอนนั้นก็สถานการณ์ไม่ต่างจากนักเรียนเหล่านี้นัก
ความสดใสของเด็กใหม่ทำให้เธอพลอยรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย ทว่า...ก็เหมือนกับปีที่แล้ว ในเมื่อทัศนคติต่อนักเรียนทุนยังไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นจึงมีนักเรียนบางคนที่แตกต่างจากพวกอยู่บ้าง
กลุ่มนักเรียน 3 คนกำลังยืนอยู่ด้วยกัน สีหน้าเหงาหงอยและดูหดหู่ ด้านหลังของพวกเขานอกจากอุปกรณ์ระดับต่ำที่แลกมาจากสถาบันแล้วก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรอีก ดูก็รู้เลยว่าเป็นนักเรียนจากครอบครัวยากไร้แน่นอน
ในปีนี้ นักเรียนทุนมีเพียง 3 คนเท่านั้น ไม่มากแต่ก็ไม่ได้น้อยเกินไป ทั้งสามเป็นชายทั้งหมด แต่กลับไม่มีความกล้าหาญเลย นึกถึงสหายซานและสหายถงแล้ว พวกเขาต่างกันมาก แม้แต่เทียบกับเด็กน้อยอย่างหลิ่วโปที่เธอรับเข้ามา สายตาของคนอายุน้อยกว่าก็ยังดูดีกว่านี้
ซูหยวนไม่รู้ว่าช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักเรียนชั้นปีที่ 1 พวกนี้เจอกับอะไรมาบ้าง แต่ด้วยสถานะนักเรียนทุนเหมือนกัน เธอก็ยังคาดหวังว่าพวกเขาจะผ่านไปได้
ปัญหาเรื่องทรัพยากรเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่นอกจากนั้นก็คือความตั้งใจจริงของพวกเขา หลังจากนี้ถ้าสามารถแสดงให้พวกเพื่อนร่วมชั้นปีเห็นได้ว่าพวกเขาไม่ต้องการเป็นภาระหรือเอาเปรียบใคร ตอนนั้นก็จะได้รับการยอมรับเอง
“นั่นใช่ไหม รุ่นพี่ที่เป็นนักเรียนทุนของสกุลจางน่ะ” ในขณะที่ซูหยวนกำลังพิจารณานักเรียนใหม่เงียบๆ เสียงกระซิบหนึ่งก็ดังเข้าหูของเธอ ปรากฏเป็นเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งที่กำลังพยักพเยิดมาทางนี้
สายตาของเขาก็เหมือนกับคนอื่นๆที่ชอบมองนักเรียนทุน มีความดูแคลนอยู่ในนั้นไม่น้อย แต่เพราะเธอเป็นรุ่นพี่ เขาจึงไม่กล้าแสดงออกมากนัก
“ใช่ แต่คนๆนี้ไม่ธรรมดา รุ่นพี่ของฉันบอกว่าอย่าไปรบกวนเธอ”
“อะไร? ก็แค่นักเรียนทุนเอง ต่อให้มีพรสวรรค์แต่ก็ไปไม่ได้ไกลนักหรอก”
“ไม่เหมือนกันนะ รุ่นพี่คนนี้เป็นนักเรียนทุนที่ประธานจางคนนั้นเลือกมาด้วยตัวเอง เธอคงไม่ธรรมดา”
“เหอ เหอ เหอ แล้วอย่างไรล่ะ? คิดว่าจะแข็งแกร่งขนาดเทียบกับพวกคนจากตระกูลใหญ่ได้หรอ? นักเรียนทุนก็มีขีดจำกัดของนักเรียนทุน ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ว่าที่ผู้รับใช้เท่านั้นแหละ”
“เฮ้อ นายอย่าอวดดีเกินไป ยังไม่รู้จักรุ่นพี่คนนี้ดีพอ อย่างนั้นก็อย่าเพิ่งทำให้เธอไม่พอใจ”
“ชิ แกมันขี้ขลาดเองหรือเปล่า” นักเรียนสองคนกระซิบกระซาบ ซูหยวนส่ายหน้าเล็กน้อย เธอไม่ได้ยินคำว่า “ว่าที่ผู้รับใช้” มานานแล้ว ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ทุกคนก็ไม่กล้ามองเธอแบบนั้นอีก
แม้จะเห็นรุ่นน้องแสดงความอวดดีเช่นนั้น แต่ซูหยวนก็เคยชินเสียแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่อาจทำให้เธอไม่พอใจได้ เพียงแค่รู้สึกว่าการเหยียดชนชั้นของโลกนี้มันอยู่ในระดับสูงจริงๆ ไม่ว่าจะอายุมากหรือน้อย...อคติที่มีต่อนักเรียนทุนก็ฝังรากลึกเสียแล้ว
ในขณะที่พวกนักเรียนกำลังมองเธอด้วยความไม่ชอบใจ นักเรียนทุนสามคนก็สังเกตเห็นซูหยวนแล้วเช่นกัน ดวงตาของพวกเขามีความเคารพและเทิดทูนอยู่บ้าง แม้จะยังไม่กล้ามองเธอมากนัก ถึงอย่างนั้นซูหยวนก็ไม่ได้สัมผัสถึงความเป็นศัตรูจากพวกเขา
“นักเรียนทุกคนเตรียมพร้อมแล้วใช่ไหม? ได้เวลาที่จะออกเดินทางแล้ว แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนนะ...ปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆแน่ อัตราการเสียชีวิตของปีก่อนๆนั้นอยู่ที่ 5-10% แต่ปีนี้...คาดการณ์เอาไว้ที่ 50% ดังนั้นหวังว่าจะไม่มีใครเลือกที่จะเป็น 50% ที่ต้องตาย”
“จงระวังทุกย่างก้าวของตนเอง พื้นที่ล่าเขต B ไม่เหมือนเขต A ต่อให้มีอาจารย์อยู่ด้วยก็ไม่อาจประมาทได้ เพราะแค่พริบตาเดียว....ความตายก็อาจมาเยือนได้”
อาจารย์ที่รับหน้าที่นำกลุ่มนักเรียนเข้าพื้นที่ล่าครั้งนี้ออกมาประกาศเตือนพวกเขาอีกครั้ง แม้นักเรียนจะรู้อยู่แล้วว่าการทดสอบนี้ยากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา แต่เพื่อให้พวกเขาไม่ประมาท การย้ำเตือนบ่อยครั้งจึงเป็นสิ่งจำเป็น
สถาบันเลื่อนการลงพื้นที่ของนักเรียนชั้นปีที่ 1 มาเป็นเกือบปลายภาคเรียนก็เพื่อให้พวกเขามีเวลาเตรียมพร้อมมากขึ้น อีกอย่าง...ทางการเพิ่งจัดการปัญหาเรื่องกลุ่มอิทธิพลได้ แล้วยังต่อด้วยการกวาดล้างเขต A ดังนั้นทุกอย่างจึงล่าช้ามาทั้งหมด
นักเรียนชั้นปีที่ 1 ปีนี้ดูจะโชคร้ายกว่าปีก่อนๆอย่างแท้จริง ไม่ทันที่จะได้เรียนรู้มากนัก กลับต้องละทิ้งความรู้เกี่ยวกับสัตว์กลายพันธุ์เขต A แล้วมาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์กลายพันธุ์เขต B ใหม่ เพียงแค่เรื่องความรู้นี้ก็เป็นปัญหาแล้ว
สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด อาจารย์เดินนำทุกคนไปยังพื้นที่ล่า ปัจจุบันพื้นที่ล่าเขต A ถูกเก็บกวาดแล้ว แม้ว่าจะมีบางจุดที่พืชกลายพันธุ์ยังฝังรากลึกและพยายามจะเติบโตขึ้นให้ได้ ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่ทันมีโอกาสได้เติบโตจนเป็นอันตรายต่อผู้คน เนื่องจากทหารอาสามากมายคอยลาดตระเวนอยู่ตลอด ทันทีที่เห็นพวกมันเริ่มแตกหน่อขึ้นมา พวกเขาก็รีบจัดการก่อนแล้ว
อีกอย่าง ด้วยสารยับยั้งการเติบโตที่ใช้ไปอย่างต่อเนื่องทุกวัน สุดท้ายแล้วภายในไม่กี่เดือนนี้ก็ทำให้พืชกลายพันธุ์ถูกถอนรากถอนโคนไปเกือบหมด
น่าเสียดายที่สารพิษจำนวนมากยังคงทำอันตรายต่อมนุษย์แม้จะใช้บาเรียป้องกันระดับต่ำช่วยแล้วก็ตาม ดังนั้นทุกคนยังต้องสวมใส่ชุดป้องกันสารพิษอยู่ด้วย หากไม่เช่นนั้นคงจะได้เห็นบ้านเรือนขยับขยายมาสร้างข้างนอกนี่แล้ว
“ทันทีที่เข้าไปในเขตพื้นที่ล่า ขอให้ทุกคนระวังตัวให้ดี ลูกแก้วในมือจะช่วยให้คนประสบปัญหาและต้องการยอมแพ้ได้รับความช่วยเหลือ แต่ก็ต้องจับจังหวะให้ดี ถ้าเรียกใช้ตอนฉุกเฉินจริงๆ อาจจะไม่มีคนเข้าช่วยเหลือได้ทัน”
อาจารย์ยังเตือนนักเรียนอีกประโยค เวลานี้พวกเขากำลังก้าวข้ามเขต A ไปแล้ว ซูหยวนตรวจสอบผ่านแผนที่จากระบบ พบว่าพวกกลายพันธุ์เขต B เบาบางลงไปมากจริงๆ หากเป็นก่อนหน้านี้ พวกมันจะต้องอยู่หนาแน่นแม้แต่ช่วงระหว่างการข้ามเขตพื้นที่ก็ตาม ทว่าเวลานี้...เห็นพวกมันอยู่น้อยมากแล้ว คงเป็นเพราะทหารพยายามจะจัดการพวกมันอย่างต่อเนื่องนั่นแหละ
ถึงอย่างนั้น พื้นที่ล่าข้างในก็ยังเต็มไปด้วยอันตรายอยู่ดี ซูหยวนไม่มั่นใจว่านักเรียนชั้นปีที่ 1 นี้จะผ่านมันไปได้อย่างปลอดภัยหรือเปล่าเลย
ต่อให้เป็นเธอ หากยังอยู่ในชั้นปีที่ 1 ก็ยังนับว่ายากที่จะปกป้องพวกเพื่อนๆไปด้วยได้ อาจจะต้องมีคนตายมากมายเลยทีเดียว
……………………………