บทที่ 244 นักเรียนทุนปีหนึ่ง (อ่านฟรี 6 พ.ย. 68)
บทที่ 244 นักเรียนทุนปีหนึ่ง (อ่านฟรี 6 พ.ย. 68)
บทที่ 244 นักเรียนทุนปีหนึ่ง
“กรู๊ก!!!” ยังไม่ทันจะผ่านเขตไปได้ไกล เพียงแค่ 2 นาที ห่างจากพื้นที่ล่าเขต A เพียง 200 เมตร เสียงร้องของสัตว์กลายพันธุ์ก็ดังขึ้นเสียแล้ว
ตึก ตึก ตึก
ฝีเท้าของสัตว์กลายพันธุ์ที่หนักแน่น หากแต่กระทบกับพื้นในจังหวะสั้นๆ แสดงให้เห็นว่าสัตว์กลายพันธุ์นี้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วแม้จะมีร่างกายใหญ่โต ซูหยวนคาดการณ์ได้เพียงแค่เจ้า “ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์” เท่านั้น
“เตรียมพร้อมด้วย ระวังตัว!!”
อาจารย์ที่อยู่ด้านหน้าเคลื่อนไหวรวดเร็ว เขาขยับเข้ามาบังนักเรียนเอาไว้ก่อน คงจะเหมือนกับปีที่แล้ว 7 วันแรกเป็นอาจารย์ที่จะช่วยสาธิตการต่อสู้ให้นักเรียนได้เห็น รวมทั้งรอให้นักเรียนปรับตัวได้ก่อนที่จะละทิ้งแล้วปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง
เพื่อให้นักเรียนสามารถปรับวิธีการโจมตีได้ อาจารย์จึงไม่ใช้พลังงานมากเกินไป เพียงใช้ท่าทางการเคลื่อนไหวแล้วเข้าหาจุดอ่อนของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เท่านั้น
“กระต๊าก!!”
ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ส่งเสียงแหลมออกมา ลมพัดแรงจนฝุ่นฟุ้งไปทั่ว ทำเอานักเรียนหลายคนต้องยกมือขึ้นปิดตา ปีกของมันขยับไปมาไม่หยุด และนั่นก็คือวิธีการต่อสู้ของมันด้วย
“อย่าหลับตา ไม่อย่างนั้นจะต้องตาย” อาจารย์ร้องเตือน เขาเพียงยกแขนขึ้นป้องกันฝุ่นเท่านั้น ในขณะที่ถือดาบลากพื้นเพื่อลดแรงต้านของลม หลังจากนั้นก็เข้าประชิดตัวสัตว์กลายพันธุ์ตัวใหญ่นี้
“จุดอ่อนของมันก็คือคอยาวๆนี้ แต่ถ้าทำได้...พยายามโจมตีที่ใต้คางของมัน!” เนื่องจากเป็นจุดที่เนื้อน้อยที่สุดแล้ว ดังนั้นถ้าโจมตีตรงนี้ก็มีโอกาสที่จะสร้างบาดแผลใหญ่ได้
ทว่าปัญหาก็คือ...ด้วยร่างที่สูงใหญ่ของพวกมัน นักเรียนจะต้องหลบการโจมตีจากเท้าของมันให้ได้ก่อนแล้วกระโจนขึ้นไปโจมตีจากที่สูง เรียกว่ายังเป็นงานที่ยากสำหรับพวกเขาอยู่ดี
“ถ้าสามารถโจมตีจากระยะไกลได้ก็ให้รีบทำ ให้คนหนึ่งหลอกล่อพวกมันเอาไว้ จากนั้นก็ลอบเข้าไปแล้วโจมตีจากด้านล่าง แน่นอนว่าต้องมั่นใจว่าจะหลบเท้าของมันได้ด้วย”
เมื่อได้ยินอาจารย์พูดอย่างนี้ นักเรียนที่มองดูอยู่ก็ส่ายหน้า ดูท่าแล้ว...ถ้าต้องสู้กับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์นี้ พวกเขาเลือกที่จะวิ่งหนีคงถูกต้องกว่า
ปัง!!!
อาจารย์ตวัดดาบของเขาโจมตีไป ในขณะเดียวกันกับที่อาจารย์เฟิ่งขว้างมีดบินไปปักที่ลำคอของมัน เจ้าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ส่งเสียง “กระต๊าก” ออกมาอีกครั้ง ก่อนที่จะล้มลง มันยังสามารถวิ่งไล่โจมตีได้อีกเกือบ 30 วินาที เรียกได้ว่าความอึดของมันค่อนข้างสูงเลยทีเดียว
“สัตว์กลายพันธุ์แบบนั้น...พวกเราจะจัดการได้ยังไง” นักเรียนคนหนึ่งพึมพำขึ้นมา นี่จะอันตรายเกินไปแล้ว พวกเขาไม่ได้มีทักษะเหมือนอาจารย์ทั้งสองคน ย่อมไม่สามารถจัดการได้แน่
“ถ้าไม่มั่นใจก็พยายามหลบหนีพวกมันให้ได้ก็แล้วกัน แต่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์พวกนี้มีความเร็วมาก ถ้าต้องการหนีพวกมันจริงๆ ให้วิ่งไปยังเขตที่มีพืชกลายพันธุ์จำนวนมาก สิ่งนั้นจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมันไปได้ แต่ก็นั่นแหละ...พืชกลายพันธุ์ที่เขต B ก็ล้วนอันตราย ถ้าเป็นอาจารย์จะไม่เสี่ยงตายแบบนั้น แต่จะใช้วิธีการเก็บซากของสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์เอาไว้ก่อน เผื่อไว้เป็นเหยื่อล่อ”
ได้ยินอาจารย์แนะนำเช่นนั้น นักเรียนจำนวนมากก็รีบกรูกันเข้าไปหั่นเนื้อของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ทันที เนื้อหาพวกนี้เป็นเรื่องพื้นฐานที่อาจารย์สอนไว้อยู่ก่อนแล้ว ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เป็นพวกตะกละ ถ้าใช้ซากกลายพันธุ์หลอกล่อมัน ก็จะเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้มาก
เห็นภาพนี้ ซูหยวนก็รู้สึกจนปัญญา พวกเขายังนับว่าเป็นมือใหม่จริงๆ ในโอกาสนี้แทนที่จะจับกลุ่มกันเพื่อแบ่งหน้าที่ กลับแย่งกันแบกของหนักไว้บนหลังทั้งนั้น ถ้าหากเจอศัตรูจริงๆ...ทุกคนที่มีของหนักๆเช่นนั้นอยู่บนหลัง จะไม่ยิ่งเป็นการถ่วงการเคลื่อนไหวหรือ?
วิธีการนี้ใช้ได้แค่กับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เท่านั้น แต่ในเขต B นี้ ไม่ได้มีสัตว์กลายพันธุ์แค่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เสียหน่อย
“เร็วเข้า รีบตามมา พวกเราจะเข้าไปกันต่อ”
เมื่อเห็นพวกนักเรียนทำเช่นนั้น อาจารย์ก็โบกมือ พาพวกนักเรียนเข้าไปอีกเล็กน้อย ไม่เหมือนกับตอนที่ล่าในเขต A ตอนนั้นอาจารย์พานักเรียนชั้นปีที่ 1 เข้าไปยังส่วนกลางพื้นที่ล่า แต่ครั้งนี้...เพียงแค่พานักเรียนเข้าไปเขต B เพียงเล็กน้อย พวกเขาก็หยุดลง
คงไม่ต้องการให้นักเรียนเสี่ยงมากเกินไป ถ้ามีคนต้องการขอความช่วยเหลือหรืออยากจะยอมแพ้ ก็สามารถวิ่งกลับเขต A ได้เลย ที่นั่นมีทหารอาสาจำนวนมาก หรืออย่างน้อยๆ...ก็มีจำนวนพวกกลายพันธุ์น้อยกว่าในเขต B
“พวกเราจะตั้งค่าพักที่นี่ วันนี้ก็ให้จัดการเรื่องที่พักก่อนก็แล้วกัน พวกเราจะอยู่ที่นี่กันอีก 1 เดือน”
อาจารย์โบกมือ ซึ่งก็เหมือนกับครั้งก่อน พวกนักเรียนเพียงจัดการเรื่องที่พักของตนเท่านั้น ในขณะที่อาจารย์ช่วยดูแลเรื่องการป้องกันสัตว์กลายพันธุ์ทั้งหลาย โดยที่พวกนักเรียนก็ยังสบายใจ ไม่รู้เลยว่าเวลาดีๆเช่นนี้ มีให้พวกเขาเพียง 7 วันเท่านั้น
“นักเรียนอัน หลังพักผ่อนครึ่งชั่วโมงแล้วให้ตามออกมาประชุมนะ อ้อ แล้วก็ขอให้เคลื่อนไหวอย่างลับๆด้วย อาจารย์จะแบ่งงานให้”
อาจารย์เฟิ่งเดินเข้ามาบอกซูหยวนเป็นการส่วนตัว การเคลื่อนไหวของพวกเขานี้ไม่สามารถบอกให้นักเรียนชั้นปีที่ 1 รู้ได้ จึงต้องผลัดกันไปรับงาน
ซูหยวนรับคำ เธอทิ้งตัวลงนั่งอยู่รอบนอก มองดูพวกรุ่นน้องที่กำลังพูดคุยอย่างตื่นเต้นเกี่ยวกับประสบการณ์ครั้งแรกของตน ในขณะที่พวกรุ่นพี่ชั้นปี 4 ก็จับกลุ่มกัน พูดคุยเกี่ยวกับภารกิจของชั้นปีที่ 4 ดังนั้นตอนนี้จึงมีแค่ซูหยวนเท่านั้นที่ดูแปลกแยก
“รุ่นพี่” เสียงของรุ่นน้องคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขาเป็นใคร
“อืม มีอะไรหรือเปล่า” เด็กๆพวกนี้เป็นนักเรียนทุนชั้นปีที่ 1 พวกเขาเข้ามาหาซูหยวนด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ
“เอ่อ ที่จริง...ได้ยินว่ารุ่นพี่ก็เป็นนักเรียนทุนเหมือนพวกเรา....”
“อืม”
“เอ่อ รุ่นพี่ใช้ชีวิตยังไงหรอครับ คือว่า...พวกเราไม่มั่นใจเลยว่าจะผ่านชั้นปีที่ 1 ไปได้ยังไง คือว่า...ที่สถาบันนี้ ไม่มีใครต้อนรับพวกเรานักเรียนทุนเลย พวกเรา...ไม่ใช่แค่ถูกกลั่นแกล้งเท่านั้น แต่ยังไม่มีใครยอมรับพวกเราเข้ากลุ่มด้วย ทุกครั้งก็ล้วนแต่มีปัญหา” ได้ยินคำของพวกเขา ซูหยวนก็ถอนหายใจออกมา
“นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และก็ไม่ใช่ทัศนคติที่ผิดด้วย”
“ไม่ผิดหรอครับ? แต่พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมจะต้องถูกรังเกียจด้วย”
“ไม่ได้ทำอะไร?” ซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อย เห็นแววตาน้อยใจจากพวกเขาก็ถอนหายใจอีกครั้ง
“ก็เพราะไม่ได้ทำอะไรนั่นแหละ พวกเราถึงได้ผิด”
“หมายความว่ายังไงครับรุ่นพี่”
“ในขณะที่พวกเขาฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก พวกเรากลับเพิ่งเริ่มต้น ดังนั้นสุดท้ายพวกเราก็คือตัวถ่วงของพวกเขา เวลาทำภารกิจก็ไม่มีใครอยากเอาเข้าร่วมด้วย นี่เป็นเรื่องปกติ...ต่อให้เป็นพวกเธอ ก็คงไม่อยากเอาตัวถ่วงเข้ากลุ่มใช่ไหมล่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราจะผ่านมันไปได้ยังไง รุ่นพี่ล่ะครับ รุ่นพี่ผ่านไปได้ยังไง”
“ก็แค่ทำให้พวกเขาเห็น” หญิงสาวยักไหล่
“ทำให้เห็น?”
“ใช่ พวกเขาไม่อยากได้ตัวถ่วง อย่างนั้นก็ทำให้พวกเขาเห็นว่าใครเป็นตัวถ่วง และใครไม่ใช่ .... ที่ฉันผ่านมาได้ก็เพราะฉันไม่เหมือนกับนักเรียนทุนทั่วไป ฉันไม่ต้องการให้ใครเมตตาสงสารเพื่อรับเข้ากลุ่ม ต่อให้รวมกลุ่มนักเรียนทุน 3 คน ฉันก็ทำภารกิจผ่านได้ ดังนั้น...ฉันจึงไม่ต้องทนกับความอึดอัด”
“รวมกลุ่มแค่ 3 คนหรอครับ ถ้าอย่างนั้น...พวกเราจะไม่เสียเปรียบหรอ”
“เสียเปรียบ? ถ้าหมายถึงการแข่งขันตอนนี้ก็อาจจะเสียเปรียบ แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์...การต่อสู้ 5 คนกับ 3 คนก็ต่างกันนะ ขอแค่ผ่านไปได้เรื่อยๆ ในอนาคตก็ยังไม่แน่ว่าใครจะประสบความสำเร็จกว่ากัน”
ซูหยวนไม่ได้คิดในแง่ดี แต่ก็ไม่คิดในแง่ร้าย ตราบเท่าที่วางแผนให้ชัดเจน แล้วใช้ความพยายามทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ผ่านไปได้ทั้งนั้น
เธอไม่ได้พูดเพราะตัวเองเก่งกาจกว่าใคร ซูหยวนรู้ว่าวิธีการของเธอและพวกเขาจะเหมือนกันไม่ได้ เนื่องจากเธอมีตัวช่วยโกงอยู่ ต่อให้ไม่เป็นนักล่าก็ยังมีกินมีใช้ไม่อดอยาก ทว่า...พวกเขาไม่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางสำเร็จ
ดูอย่างเพื่อนซานหยางและถงเฟย พวกเขาสองคนก็เป็นนักเรียนทุนเช่นกัน ถึงอย่างนั้นก็ยังเข้มแข็งมาก สำหรับพวกเขา...ต่อให้ไม่มีซูหยวน ก็จะผ่านการทดสอบเหล่านี้ไปได้ อาจจะไม่ใช่วันนี้หรือพรุ่งนี้ แต่จะต้องมี “สักวัน” แน่ๆ ซูหยวนก็แค่ทำให้ความตั้งใจของพวกเขาเห็นผลเท่านั้น
“รุ่นพี่....ถ้าพวกเราพยายาม ก็จะผ่านไปได้หรอครับ”
“ก็นั่นสินะ .... บางที อาจจะไม่ผ่านก็ได้” ซูหยวนไม่ได้ให้คำตอบพวกเขาทันที เธอคิดเล็กน้อยก่อนจะพูดความจริงออกมา
“อ้าว แต่เมื่อครู่รุ่นพี่...”
“ฉันรู้แค่ว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยก็จะผ่านไปไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าทำอะไรสักอย่าง อาจเปลี่ยนชะตาของพวกเธอก็ได้” ซูหยวนหัวเราะเล็กน้อย
ชะตาชีวิตที่น่ารันทดพวกนี้จะเปลี่ยนแปลงได้ยังไงถ้าไม่เริ่มจากการเปลี่ยนตัวเองก่อน! เธอเคยเห็นโลกมาไม่น้อย บางคนพยายามแล้วก็ยังล้มเหลว แต่บางคนก็สำเร็จ ถึงอย่างนั้น...คนที่ไม่พยายามเลย เธอไม่เคยเห็นว่าจะสำเร็จได้
ขนาดพวกใช้เส้นสายก็ยังใช้ความพยายามสูงมาก เพื่อที่จะเลียเจ้านายจนพวกเขาพอใจ ไม่แน่ว่าอาจจะเหนื่อยกว่างานที่เธอทำทุกวันก็ได้
“ฮ่าๆ นี่กำลังปลอบใจกันอยู่หรอ? ไอ้พวกนักเรียนทุน!” ไม่รู้ว่าคำพูดของซูหยวนถูกแอบฟังตั้งแต่เมื่อไร ทว่าทันทีที่เธอพูดจบ เสียงหัวเราะเยาะกลับดังขึ้นจากด้านหลังเสียอย่างนั้น
ซูหยวนไม่สนใจ ไม่แม้แต่จะหันไปมองด้วยซ้ำ ทว่านักเรียนทุนสามคนผงะถอยหลังเล็กน้อย สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“ละ เหลียงต้งไฉ...” นักเรียนทุนคนหนึ่งพึมพำชื่อของทางนั้นออกมา
“ว่ายังไง ไอ้พวกว่าที่ผู้รับใช้! ฉันถามว่ากำลังทำอะไรกัน? ปลอบใจกัน หรือกำลังขายฝันกันอยู่ล่ะ!” น้ำเสียงเย้ยหยันของเขาจงใจจะทำให้ทุกคนได้ยินทั้งหมด ไม่แปลกที่สุดท้ายจะเรียกความสนใจจากผู้คนได้มากมาย
นักเรียนชั้นปีที่ 1 มารวมตัวกันราวกับกำลังจะได้ดูเรื่องสนุก ในขณะที่พวกนักเรียนปี 4 ต่างก็หัวเราะเยาะไปด้วย พวกเขาไม่คิดลงมือ อย่างไรก็เป็นนักเรียนของอาจารย์เติ้ง และเป็นอาจารย์เฟิ่งที่ชวนอีกฝ่ายมาทำภารกิจส่วนตัวด้วยกัน ทว่า...เด็กๆชั้นปีที่ 1 พวกนี้ไม่เหมือนกัน พวกเขาจะรู้เรื่องภายในอะไรล่ะ ดังนั้น...ใช้ความที่ว่ายังเด็กไม่มีความรู้ ย่อมเป็นข้ออ้างที่ไม่ทำให้โดนลงโทษหนัก
“พะ พวกเรา พวกเราก็แค่ขอคำปรึกษาจากรุ่นพี่...”
“ถุย!! ขอคำปรึกษางั้นหรอ? พวกนักเรียนทุนจะมีอะไรล่ะ อย่างมากก็แค่บอกวิธีการเกาะแข้งเกาะขาของคนอื่นเท่านั้นแหละ มานี่! ถ้าอยากจะปรึกษา ก็มาถามฉันนี่!” เหลียงต้งไฉถมน้ำลายออกมา ท่าทางอวดดีของเขาช่างน่ารังเกียจจริงๆ
“ละ เหลียงต้งไฉ อย่างไรก็เป็นรุ่นพี่...”
“อะไรวะ? แค่อายุมากกว่าแล้วจะต้องได้รับความเคารพจากฉันรึไง! ไอ้พวกขยะแบบนี้น่ะ ไม่จำเป็นที่จะต้อง...”
ปัง!!
ในขณะที่เหลียงต้งไฉกำลังดูถูกอันซูหยวน จู่ๆร่างของเขาก็กระเด็นออกไปอย่างแรง เหลียงต้งไฉที่ไม่ทันรู้ตัวก็กระอักเลือดออกมา มองดูภาพตรงหน้าด้วยความมึนงง
………………………………………