LNCrawler

บทที่ 246 รู้ตัว (อ่านฟรี 8 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 246 รู้ตัว (อ่านฟรี 8 พ.ย. 68)

บทที่ 246 รู้ตัว

 

“เหลียงต้งไฉ ทำแบบนี้จะดีแน่หรอ? ถ้าพวกเราแยกกลุ่มกันไป อย่างนั้นไม่เท่ากับเป็นการแยกกันไปตายรึไง” เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งร้องถามด้วยความหวาดกลัว เธอรู้ว่าถ้าตัวเองต้องแยกตัวออกไป จะต้องกลายเป็นเหยื่อของสัตว์กลายพันธุ์แน่ 

 

“ถ้ากลัวก็แค่ถอนตัวกลับไป ไม่เห็นข้อความที่พวกอาจารย์ทิ้งไว้งั้นหรือ? คนที่ถอนตัวกลับไปก็แค่ต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้งในปีหน้า แต่ฉันไม่ต้องการยอมแพ้หรอกนะ” เหลียงต้งไฉถือขวานทั้งสองของตนเองก่อนจะหันไปพยักหน้าให้พวกเพื่อนๆ

 

“ทำยังไงดี พวกเราจะถอนตัวดีไหม”

 

“ฮึ่ม! พวกเราไปถอยกลับไปก่อน อยู่ระหว่างเขต B และเขต A ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ยังขอความช่วยเหลือได้ทัน หากไม่สามารถทนต่อไปได้แล้วก็ถอนตัว”

 

“อืม เป็นความคิดที่ดี ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็รีบไปเถอะ”

 

“แล้วพวกเพื่อนนักเรียนที่ถูกโจมตีอยู่ตอนนี้ล่ะ”

 

“เฮ้อ ไม่มีปีไหนที่นักเรียนไม่ตาย ดังนั้น...พวกเขาก็เป็นแค่หนึ่งในคนที่ต้องตายก็เท่านั้น” หลังตัดสินใจได้ พวกเขาก็พากันแยกย้ายไปทันที กลุ่มของเหลียงต้งไฉนั้นไม่เหมือนกับพวกนักเรียนกลุ่มอื่นๆที่ต้องการจะกลับไปใกล้พื้นที่เขต A ด้วยหวังว่าจะปลอภัยมากขึ้น ทว่า...ถ้าทำเช่นนั้น สำหรับเหลียงต้งไฉแล้ว มันก็ไม่ต่างอะไรกับการยอมแพ้

            

ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่แค่ต้องเอาตัวรอดตามเวลากำหนดเท่านั้น แต่ยังต้องล่าแกนพลังงานด้วย หากทุกคนยอมแพ้กันหมดแบบนี้ แล้วแกนพลังงานจะทำอย่างไร? เช่นนั้นก็เท่ากับนักเรียนชั้นปีที่ 1 ทั้งหมดต้องเรียนซ้ำชั้นงั้นหรือ? เหลียงต้งไฉไม่ยอมรับเช่นนั้นหรอก!!

 

“ไป!” เขาออกคำสั่ง พวกเพื่อนๆอีก 5 คนวิ่งตามเขาออกไป รวมเป็นกลุ่ม 6 คน โดยซูหยวนและรุ่นพี่ชั้นปีที่ 4 อีก 1 คนวิ่งตามกันมา เนื่องจากซูหยวนรับผิดชอบรุ่นน้อง 3 คน และรุ่นพี่คนนั้นรับผิดชอบอีก 2 คน ส่วนรุ่นน้อง 1 คนนั้นไม่ได้มีผู้รับผิดชอบตามมา เพราะเป็นอาจารย์ที่ต้องติดตามนักเรียนกลุ่มใหญ่

 

“เธออย่ามาเกะกะฉันก็แล้วกัน” รุ่นพี่ปี 4 ที่มากับซูหยวนเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังวิ่งไปข้างหน้า หญิงสาวไม่ได้ตอบกลับไป เพียงปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชาก็เท่านั้น

            

เธอเคยเห็นรุ่นพี่คนนี้มาก่อนแล้ว เขาเป็นหนึ่งในรุ่นพี่ที่แสดงความไม่พอใจเธอออกมาชัดเจนมาก กระทั่งเคยได้ยินเขาบ่นเกี่ยวกับเรื่องที่เธอใช้เส้นสายของอาจารย์เติ้งและประธานจางเพื่อความได้เปรียบในกองทัพ ซึ่งตัวเขาเองมีสิทธิสอบเข้ากองทัพตั้งแต่ชั้นปีที่ 4 หากแต่สอบมาแล้ว 2 รอบก็ยังไม่ผ่าน ดังนั้นจึงพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ของซูหยวนไม่ดีนัก

 

“เหอะ! บอกเอาไว้ก่อนนะว่าฉันมีหน้าที่ปกป้องความปลอดภัยของรุ่นน้องชั้นปีที่ 1 เท่านั้น ถ้าเธอมาเป็นตัวถ่วง...ฉันจะปล่อยให้เธอตายแน่ ไม่สิ! ฉันอาจจะต้องจัดการกับเธอก่อน เพื่อไม่ให้มาเป็นปัญหาในการทำภารกิจของฉัน” เขาพูดอีกประโยค ทว่าครานี้ปล่อยจิตสังหารออกมาด้วย

            

ซูหยวนไม่อยากสนใจก็ต้องสนใจแล้ว ภารกิจก็คือห้ามไม่ให้พวกเขาแสดงตัว แต่การปล่อยจิตสังหารออกมาเช่นนี้ พวกนักเรียนชั้นปีที่ 1 อาจจะรับรู้ได้ก็ได้ ดังนั้นเธอจึงโต้กลับเขา

 

“รุ่นพี่ซี ตอนนี้...ช่วยอย่างเป็นตัวถ่วงเพียงเพราะความอิจฉาได้ไหมคะ รุ่นพี่ไม่รู้หรอว่าจะต้องซ่อนตัวจากพวกรุ่นน้อง ปล่อยจิตสังหารออกมาแบบนี้ แถมยังพูดเสียงดัง กลัวว่าพวกรุ่นน้องจะไม่รู้หรอคะว่ามีคนติดตามอยู่”

 

“นี่เธอ!”

 

“ช่วยเงียบเสียงด้วยค่ะ ถ้าไม่อยากทำภารกิจนี้ก็ถอนตัวออกไป ไม่อย่างนั้นฉันจะรายงานเรื่องนี้ให้อาจารย์ทราบค่ะ”

 

“ดี ดีจริงๆนะ คิดว่าตัวเองเก่งกาจมากนักใช่ไหม”

 

“ค่ะ ฉันคิดแบบนั้นจริงๆ อย่างน้อยๆฉันก็รู้ว่าตอนนี้คือเวลาที่ต้องทำอะไรแล้วห้ามทำอะไร ขอตัวก่อนนะคะ ถ้ารุ่นพี่ไม่สะดวกจะอยู่ใกล้ฉัน อย่างนั้นก็แยกย้ายกันได้ค่ะ” ซูหยวนโบกมือ เธอไม่อยากจะทำให้เสียการเสียงานเพียงเพราะความริษยาของคนอื่นที่มีต่อตนเอง

            

หากไม่ใช่ว่าภารกิจนี้อาจจะยังต้องพึ่งพาเขา เพราะถ้ารุ่นน้องกระจายตัวกันออกไปอีก รุ่นพี่ยังต้องไล่ตามดูความปลอดภัยของรุ่นน้องที่เขารับผิดชอบ เธออาจจะดัดหลังเขาด้วยการทำให้วิ่งตามไม่ได้อีกต่อไปไปแล้ว

            

ความโกรธแค้นของชายหนุ่มสกุลซีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่พอใจซูหยวนอยู่แล้ว เธอที่ได้เป็นพลทหารตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 และผ่านไปไม่นานก็กลายเป็นจ่าสิบตรีของกองทัพ มีตำแหน่งมียศสูงส่ง ทว่าพวกเขาอยู่ปี 4 แล้ว กลับยังไม่สามารถสอบผ่านเป็นพลทหารเลย แบบนี้ย่อมทำให้เขาเสียหน้ามาก

            

ผู้ใหญ่ในตระกูลต่างก็พูดถึงเรื่องนี้กันทั้งนั้น กล่าวว่าตัวเขายังไม่สามารถเอาชนะได้กระทั่งเด็กปี 1 นี่ยิ่งทำให้เขาไม่ชอบใจเด็กสาวมากขึ้นไปอีก

            

หากไม่มีเธอให้เปรียบเทียบ อย่างนั้นเขาก็จะไม่ถูกต่อว่าขนาดนี้!

 

“อวดดี ฉันจะรอดูตอนที่เธอร้องขอความช่วยเหลือก็แล้วกัน!” เขากัดฟันกรอด มองตามหลังอันซูหยวนด้วยความเกลียดชัง ถ้าไม่ใช่เพราะภารกิจนี้ให้คะแนนมาก เขาคงจะไม่สนใจภารกิจแล้วหันอาวุธไปหาเธอแล้ว ต้องต่อสู้ให้รู้ว่าใครกันแน่ที่แข็งแกร่งกว่า ตราบเท่าที่เขาเอาชนะเธอได้ ก็สามารถไปอธิบายกับตระกูลได้แล้วว่าเธอไม่ได้เก่งจริง ก็แค่ใช้เส้นสายที่มีเท่านั้น!

            

ซูหยวนคร้านจะสนใจคนขี้อิจฉา เธอเจอคนเช่นนี้มาไม่น้อยแล้ว ปกติถ้าไม่คิดจะทำอะไรให้เธอเดือดร้อนก็แค่ปล่อยเลยตามเลย ทว่า...หลังจากที่เธอเคยใจดีกับคนแบบนั้น แล้วคิดว่าพวกเขาคงไม่ลงมืออะไรนอกจากพูดไปวันๆ ในความเป็นจริงได้สอนให้เธอรู้แล้วว่าจิตใจมนุษย์โหดร้ายยิ่งกว่านั้น...

            

ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ เธอก็ตายเพราะคนประเภทนี้หรือ? 

            

เห็นเป็นเพื่อนร่วมงาน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีไม่เกี่ยวข้องกันก็เป็นอันใช้ได้แล้ว ทว่า...พวกเขากลับไม่คิดเหมือนกัน เพราะฉะนั้น...กับคนแบบนี้ ถ้าล้ำเส้นเธอมาแม้เพียงนิด ซูหยวนก็ไม่คิดจะปล่อยไปเช่นกัน

            

กลุ่มของเหลียงต้งไฉยังคงวิ่งไปข้างหน้า ทิ้งพวกเพื่อนนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บไว้กับลูกแก้วขอความช่วยเหลือของพวกเขา แน่นอนว่าหลังจากลับสายตาของเหลียงต้นไฉ อาจารย์ที่รับผิดชอบดูแลนักเรียนเหล่านั้นก็ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยจัดการกระรอกสองเมตรกลายพันธุ์นั้น ช่วยนักเรียนที่บาดเจ็บกลับไปได้อย่างปลอดภัย

            

ชายหนุ่มและเพื่อนอีก 5 คนวิ่งลัดเลาะเข้าไปในป่า ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย การวิ่งเข้าไปในป่าลึกเช่นนี้ไม่ค่อยดีนัก แค่ดูจากตำแหน่งของพวกกลายพันธุ์จำนวนมากที่อยู่รอบๆนี้ ก็คาดเดาได้แล้วว่าจะเกิดปัญหาอะไรตามมา

 

“พวกแกมีอุปกรณ์อะไรที่จะเป็นประโยชน์บ้างไหม ฉันมียาลบกลิ่นอยู่ น่าจะพอให้พวกเราใช้สักสองสามวัน ระหว่างนี้...ถ้าเป็นไปได้ก็ล่าพวกมันให้มากหน่อย จากนั้นค่อยกลับไปรวมกับพวกเพื่อนๆที่ย้อนกลับไปเขตติดต่อกับเขต A”

            

เหลียงต้งไฉบอกกับพวกเพื่อนๆของเขา ดูเหมือนวิธีการนี้จะเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่สามารถเอายาลบกลิ่นออกมาให้เพื่อนทุกคนใช้ได้ ไม่อย่างนั้น...มันคงจะเพียงพอแค่พวกเพื่อนๆสำหรับ 1 วันเท่านั้น แล้วคิดว่าเพื่อนๆพวกนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อภารกิจนี้หรือ?

            

เขาไม่คิดในแง่ดีขนาดนั้นหรอก

 

“ฉันซื้อบอลกาวตัวหนืดมาด้วย 2 ลูก ถ้าฉุกเฉินจริงๆก็ยังทำให้รอดตายได้”

 

“ฉันเองก็มีสารล่อสัตว์ร้ายมาด้วย สามารถดึงดูดความสนใจพวกมันไปทางอื่นได้ถ้าเกิดปัญหา”

 

“ฉันมีแค่แกนพลังงานติดมา 6 ก้อนเท่านั้น ถ้าอาวุธใครพลังงานหมดก็ใช้ของฉันก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มทั้ง 6 แลกเปลี่ยนสิ่งที่ตัวเองมีกับเพื่อนๆ เหลียงต้งไฉฟังแล้วคิดวางแผนล่วงหน้า ด้วยอุปกรณ์พวกนี้...เขายังมีโอกาสที่จะเสี่ยงได้หลายรอบ ไม่แน่ว่าอาจจะทำภารกิจสำเร็จก็ได้

 

“พวกเราต้องสู้กันเองแล้ว ฉันไม่หวังพึ่งพาคนอื่นๆหรอก พวกนั้นคงจะกลัวหัวหดไปแล้ว” เขาพูดแบบนั้น เพื่อนๆก็พยักหน้าเห็นด้วย

 

“ฉันคิดว่าพวกเราคงไม่ได้รับอันตรายมากหรอก ตอนที่วิ่งมา...สังเกตเห็นว่ามีคนติดตามพวกเรามาอยู่ บางทีอาจจะเป็นพวกอาจารย์ ไม่สิ! ถ้าเป็นอาจารย์ก็คงจะไม่ทำให้พวกเรารู้ตัว น่าจะเป็นรุ่นพี่สักคนหนึ่งมากกว่า พวกเขาน่าจะติดตามมาอย่างลับๆเพื่อช่วยพวกเรา” นักเรียนคนหนึ่งมีประสาทการรับรู้ที่ดีมาก

            

เขากระซิบบอกคนอื่นๆหลังจากพิจารณาแล้ว ซึ่งการกระซิบของพวกเขานั้นคล้ายกับว่าจะเบา แต่คนที่ประสาทสัมผัสถูกยกระดับแล้วเช่นซูหยวนและรุ่นพี่ซีคนนั้นย่อมได้ยินเนื้อหาทั้งหมด

            

ตอนนี้จึงได้รู้ตัวว่าตนเองทำพลาดไป แทนที่พวกรุ่นน้องจะระมัดระวังตัวโดยการเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ตัวเขากลับเปิดเผยตำแหน่งของตนเองให้รุ่นน้องรับรู้ ถ้าอันซูหยวนแจ้งเรื่องนี้กับอาจารย์...เชื่อได้เลยว่าภารกิจของเขาจะถูกปรับตกแน่

            

ดวงตาของเขามืดครึ้ม แม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นคนผิดเหมือนที่ซูหยวนพูด ถึงอย่างนั้น...ถ้าไม่ใช่เพราะต้องมาจับคู่กับอันซูหยวนนั่น เขาจะต้องโมโหขนาดปล่อยจิตสังหารออกมาหรือ? แท้จริงแล้วนี่ก็เป็นความผิดของเธอเหมือนกัน!

 

“อืม ก็คงเป็นแบบนั้น นายมีการรับรู้ที่ดีที่สุดในกลุ่มของเรา แต่จะต้องระวังให้มาก อย่างน้อยๆก็ไม่ทำให้รุ่นพี่คนนั้นรู้ตัวว่าเรารู้แล้ว”

 

“ไม่ต้องกลัว” เหลียงต้งไฉหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อได้รู้ความจริงนั้น เขาเองก็เชื่อการรับรู้ของเพื่อนคนนี้เหมือนกัน ตัวเองสนใจฝึกฝนแค่เรื่องการต่อสู้ ทำอย่างไรให้โจมตีได้เร็วและแรงที่สุด ไม่ได้สนใจเรื่องรอบตัวมากนัก ไม่เหมือนกับเพื่อนคนนี้ที่ฝึกทักษะการลอบสังหาร เรื่องการขัดเกลาการรับรู้ย่อมต้องดีกว่าคนรุ่นเดียวกัน

 

“ไม่ต้องกลัว?”

 

“ใช่ ต่อให้รุ่นพี่คนนั้นรู้ว่าพวกเรารู้ตัวแล้ว เขาก็ไม่ทำอะไรหรอก” เหลียงต้งไฉแค่นหัวเราะ ทั้งยังไม่คิดจะเบาเสียงของตนเองเลย

 

“เหลียงต้งไฉ...” 

 

“ไม่ต้องกังวลมากไป พวกรุ่นพี่มาที่นี่ก็เพื่อทำภารกิจ ถ้าถูกพวกเราเปิดเผยว่าเขาติดตามมา ตัวรุ่นพี่เองก็คงจะถูกอาจารย์ตำหนิด้วย ดีไม่ดีอาจจะไม่ได้คะแนนภารกิจ” เหลียงต้งไฉไม่ใช่พวกรอบคอบ แต่เขาก็ไม่ได้โง่ ทันทีที่รู้ว่ามีรุ่นพี่ติดตามมาห่างๆ ก็พอจะคาดเดาสถานการณ์ได้ทันที

            

เหมือนกับถูกตบหน้าอย่างแรง รุ่นพี่คนนั้นกัดฟันกรอด ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ารุ่นน้องหัวหมอเช่นนี้ก็มีด้วย สุดท้ายแล้วเรื่องราวบานปลายแบบนี้ หากไม่มีอันซูหยวนที่เขาเกลียดชังอยู่ด้วยก็คงจะไม่เป็นอะไร แต่ตอนนี้เธอเป็นพยานรับรู้ความผิดพลาดของเขาทั้งหมด แล้วจะทำให้เขามีความสุขดีอยู่ได้อย่างไร

            

อันซูหยวนได้ยินทุกอย่าง เธอส่ายหน้าเล็กน้อย เด็กๆพวกนี้ช่างมีความคิดจริงๆ แต่ก็นั่นแหละ...เพื่อให้พวกเขาสามารถฝึกฝนตามกำหนดที่อาจารย์ตั้งเป้าเอาไว้ เธอจะช่วยสงเคราะห์ให้เอง

           

 หญิงสาวมองไปยังทิศทาง 2 นาฬิกา ตรงตำแหน่งนั้นมีสัตว์กลายพันธุ์มากกว่า 5 ตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ด้วยจำนวนของสัตว์กลายพันธุ์มากขนาดนี้ เพียงพอที่จะทำให้รุ่นน้องได้รับบทเรียนครั้งใหญ่ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่พวกรุ่นน้องเท่านั้น ซูหยวนมองไปยังตำแหน่งของรุ่นพี่ซี เป็นเขาที่จะต้องได้เรียนรู้ก่อนใคร!

 

“ครืด ครืด”

 

“คร่อก!!” เสียงร้องที่น่าเกลียดดังออกมา พร้อมกันนั้นก็มีเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังตึงตึง ทำเอาพวกรุ่นน้องที่กำลังวางแผนของตนเองลอบมองหน้ากัน

 

“สัตว์กลายพันธุ์กำลังมาทางนี้!” ต่อให้ไม่พูดทุกคนก็รู้ ทั้งยังรู้ด้วยว่าพวกมันไม่ได้มาแค่ตัวเดียว หากแต่น่าจะมีจำนวนมากกว่า 2 ตัว! ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นเสียงฝีเท้าที่สับสนวุ่นวายขนาดนี้แน่

 

“พวกเราจะทำยังไงดี”

 

“รอก่อน ฉันจะใช้สารดึงดูดสัตว์ร้ายเพื่อหลอกล่อความสนใจของพวกมันไปทางอื่น ในเมื่อมันมาหาพวกเราถึงที่ อย่างนั้นก็อย่าเกรงใจที่จะรับเอาแกนพลังงานไว้”

 

“นี่...จะดีหรอ? พวกเราน่าจะหนี...”

 

“ไม่จำเป็น! ไม่ใช่ว่าพวกเรามีอุปกรณ์จำนวนมากอยู่หรอกหรอ? อีกอย่าง...ตอนนี้แหละที่ต้องรีบใช้ยาลบกลิ่น” เหลียงต้งไฉทำตัวเป็นผู้นำ เขาออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดทันที ซึ่งพวกเพื่อนๆเชื่อใจเขามาก ดังนั้นทุกคนจึงรีบดำเนินการ

 

เมื่อเขาบอกว่าจะไม่หนี อย่างนั้นทุกคนก็ไม่ต้องการหนีเช่นกัน แม้จะหวาดกลัว...แต่การที่ทั้งหมดแสดงออกเช่นนี้ นับว่าเป็นการร่วมมือกันที่ดีมาก ซูหยวนจดจำเรื่องนี้ไว้ เมื่อต้องรายงานสถานการณ์ให้อาจารย์ เธอจะยกเรื่องนี้เป็นความดีความชอบให้พวกเขา

 

ไม่เหมือนกับตอนที่ซูหยวนอยู่ปี 1 เงื่อนไขในการผ่านเกณฑ์จะต้องทำภารกิจให้สำเร็จเท่านั้นจึงจะผ่านการทดสอบนี้ได้ ทว่า...ของรุ่นน้องไม่เหมือนกัน พวกเขาสามารถผ่านเงื่อนไขได้ ขอเพียงแสดงออกถึงความกล้าหาญและทักษะที่มีก็เท่านั้น พวกอาจารย์จะนำรายชื่อของนักเรียนทุกคนเข้าที่ประชุม โดยให้มีเสียงลงคะแนนสำหรับพวกเขา หากมากกว่า 3 คนขึ้นไป นักเรียนคนนั้นก็จะถือว่าสอบผ่านการทดสอบนี้ สามารถเรียนรู้ต่อไปได้

 

ดังนั้น ด้วยความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวกันนี้ รวมถึงความกล้าหาญที่ไม่คิดจะยอมแพ้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเขาน่าจะสอบผ่านทั้งหมด

 

……………………………………………