บทที่ 248 รุ่นพี่....เท่มากๆ (อ่านฟรี 10 พ.ย. 68)
บทที่ 248 รุ่นพี่....เท่มากๆ (อ่านฟรี 10 พ.ย. 68)
บทที่ 248 รุ่นพี่....เท่มากๆ
เพล้ง!
ลูกแก้วถูกทำลายในมือของนักเรียนปี 1 ทุกคน หลังจากที่รู้แล้วว่าตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้อีก พวกเขาก็ตัดสินใจทำลายลูกแก้วกันทั้งหมด แม้แต่เหลียงต้งไฉก็ด้วยเช่นกัน ไม่คิดจะเอาเปรียบคนอื่นๆอีก
ซูหยวนเห็นเด็กๆตัดสินใจเด็ดขาดแล้วก็ก้าวออกมา ตอนนี้ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์มากกว่า 10 ตัวกำลังล้อมรอบอยู่ ต้องบอกว่ารุ่นน้องพวกนี้โชคร้ายจริงๆ ก่อนหน้านี้เจอหมูป่าขายาวกลายพันธุ์แล้วยังได้เจอกับฝูงสัตว์กลายพันธุ์ที่กำลังวิ่งเข้ามาเพิ่ม รวมแล้วก็เกือบ 10 ตัว พวกเขาได้ใช้อุปกรณ์ทั้งหมดที่มีเพื่อเอาตัวรอดไปแล้ว คงไม่คิดว่าตัวเองจะวิ่งหนีเพื่อมาเจอสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากกว่า 10 ตัวพวกนี้อีก!
ตอนนี้แย่กว่าก่อนหน้าเสียอีก อุปกรณ์อะไรก็ไม่เหลือในมือแล้ว ทำได้แค่เอาชนะด้วยกำลังของตนเองเท่านั้น แต่นักเรียนใหม่อย่างพวกเขาจะมีความสามารถอะไร...
ฟุบ...
ในขณะที่รุ่นน้องกำลังตั้งท่าอย่างตึงเครียด ซูหยวนก็กระโจนออกไปยังไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ตัวหนึ่ง เธอได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือแล้ว ซึ่งนี่ก็คือภารกิจที่เธอต้องทำ
ด้านหลังยังคงสะพายธนูคู่ใจเอาไว้ แต่เพื่อใช้โอกาสนี้ในการฝึกฝนวิชาหอก เธอจึงใช้พลั่วของตนเองเข้าปะทะแทน แน่นอนว่าความปลอดภัยของพวกรุ่นน้องมาก่อน ถ้าพวกเขาจะได้รับอันตรายจริงๆ เธอก็จะใช้ธนูและทักษะระดับสูงของตนเองจัดการแน่
ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์มีขนาดตัวที่ใหญ่และสูงมาก ถ้าเป็นวิชาหอกทั่วไปก็คงยากจะรับมือ ยิ่งพวกมันมีความเร็วขนาดนี้ก็ยิ่งต่อสู้ไปพร้อมๆกับป้องกันคนอื่นไม่ได้ แต่...วิชาหอกแห่งแดนดอกเหมยไม่เหมือนกัน ทักษะที่เน้นการพลิกแพลงเช่นนี้สามารถชิงความได้เปรียบมามากกว่า ไม่ต้องพูดว่าวิชาหอกแห่งแดนดอกเหมย แท้จริงแล้วเหมือนจะถูกสร้างมาเพื่อต่อสู้กับศัตรูตัวใหญ่กว่าเลย
อย่าลืมว่าการฝึกซ้อมนั้นต้องจินตนาการว่าดอกเหมยกำลังร่วงหล่นจากต้นสูงใหญ่ จุดที่จะต้องโจมตีมีตั้งแต่ยอดจนถึงโคนต้น ดังนั้นตำแหน่งลำคอของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ก็แค่หนึ่งในการเคลื่อนไหวง่ายๆเท่านั้น
ซูหยวนอาศัยพลังงานของตนเองที่ฝึกการลับคมมาแล้วในการโจมตี แทงเข้าที่ลำคอของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ตัวหนึ่งจนทะลุออกจากด้านหลัง ความคมนี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับซูหยวน ทว่า...มันกลับทำให้รุ่นน้องทุกคนต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
รุ่นน้องคนหนึ่งที่กำลังรับมือกับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ถึงกับอ้าปากค้างจนถูกจิกที่ไหล่ขวาของเขา หากไม่ใช่เสียงร้องโหยหวนนี้ คงจะไม่สามารถทำให้ทุกคนคืนสติกลับมาได้
“ดูแลตัวเองด้วย อย่าเกะกะการต่อสู้ของฉัน” ซูหยวนขมวดคิ้ว ไม่คิดว่ารุ่นน้องจะถูกโจมตีเช่นนั้น เธออดไม่ได้ที่จะตำหนิออกมา
เหลียงต้งไฉไม่อยากเชื่อว่าคนที่ปรากฏตัวมาช่วยพวกเขาจะเป็นรุ่นพี่ที่ตนเองดูแคลน เธอไม่เพียงแค่ไม่หนีไปเหมือนรุ่นพี่ซีคนนั้น แต่กลับปรากฏตัวออกมาทันที ไม่มีความลังเลเลย เช่นนี้ทำให้เขายอมรับไม่ได้อยู่บ้าง
ที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้เหลียงต้งไฉรู้สึกอับอาย นั่นก็คือ...รุ่นพี่นักเรียนทุนคนนี้อายุห่างกับเขาไม่มาก ไม่สิ! เทียบกันแล้ว ดูเหมือนจะอายุเท่ากันด้วยซ้ำ รุ่นพี่ที่เข้าเรียนก่อนเพราะประธานจางเลือก แต่อายุไม่ต่างกับตนเอง กลับสามารถโจมตีไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่ตัวเองหวาดกลัวตกตายในครั้งเดียว นี่...ความต่างชั้นนี้ เขายังมีหน้าไปดูแคลนอีกหรือ?
“เหลียงต้งไฉ นายมีทักษะที่สุด พยายามปกป้องคนอื่นๆด้วย ถึงแม้ฉันจะรับปากว่าจะจัดการสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้ได้ แต่ก็ไม่สามารถปกป้องทุกคนที่ประมาทได้หรอกนะ” ซูหยวนเรียกสติของเขา ทำเอาเด็กหนุ่มหน้าแดง
“เข้าใจแล้ว...รุ่นพี่” เหลียงต้งไฉอดไม่ได้ที่จะต้องยอมรับ เขารีบเรียกทุกคนมารวมตัว ในขณะที่รุ่นพี่หญิงกำลังร่ายรำอยู่ตรงหน้าราวกับเทพสงคราม
หัวใจของเหลียงต้งไฉค่อยๆเต้นรัวเมื่อได้เห็นภาพนั้น ตัวเขาเป็นพวกคลั่งไคล้ความแข็งแกร่ง ดังนั้นจะชื่นชอบคนที่แข็งแกร่งกว่าก็ไม่แปลก แต่ทักษะของรุ่นพี่นักเรียนทุนคนนี้...ไม่ใช่แค่รวดเร็ว ทรงพลัง และเฉียบคมเท่านั้น กลับมีความงดงามอยู่ทุกการเคลื่อนไหว
เหลียงต้งไฉจู่ๆก็รู้สึกเหมือนได้เจอกับสาวงามในฝันของเขาเข้าแล้ว...
ซูหยวนไม่รู้และไม่สนใจว่ารุ่นน้องกำลังคิดอะไรอยู่ เธอเพียงไล่จัดการไก่หงอนแดงกลายพันธุ์พวกนี้ให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้พารุ่นน้องพวกนี้กลับไปรักษาตัว
ฝูงไก่หงอนแดงกลายพันธุ์พวกนี้โชคร้ายแล้วที่ได้เจอกับเธอ ต่อให้พวกมันกำลังกกไข่ใบโตอยู่ ซูหยวนก็ไม่คิดจะปราณี .... ก็เหมือนกับพวกมัน ถ้าเจอเด็กทารกตัวน้อยจะปล่อยให้รอดไปหรือไม่? ต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ของตัวเอง สัญชาตญาณนักล่าและสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดที่ต่างกัน ทำให้ไม่สามารถปล่อยไปได้
ตัวแล้วตัวเล่า ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ค่อยๆถูกคมหอกแทงเข้าที่หน้าอกบ้าง คอบ้าง ล้มลงไปทีละตัวๆ จนสุดท้ายก็เหลือทิ้งไว้แค่สสารสีเขียวเจิ่งนองไปทั่ว เป็นภาพที่โหดร้ายอยู่บ้างสำหรับพวกกลายพันธุ์ แต่สำหรับเด็กๆนักล่าแล้ว...นี่เป็นภาพที่งดงามที่สุดที่พวกเขาเคยเห็นเลย
สตรีหนึ่งคน จัดการสัตว์กลายพันธุ์จากเขต B ด้วยตัวคนเดียว ล้มพวกมันลงไปนอนกองกับพื้นกว่า 10 ตัวด้วยเวลา 5 นาทีเท่านั้น
“ฟู่ว....คนเจ็บเป็นยังไงบ้าง” เธอหันกลับมาพร้อมกับสะบัดสสารสีเขียวบนพลั่วออก ท่าทางสบายๆนั้นยิ่งทำให้พวกรุ่นน้องประทับใจ
"พวกเรามียาติดมาด้วย ก็เลยห้ามเลือดแล้วติดอุปกรณ์ป้องกันพิษให้เขาแล้ว เหลือแค่ต้องพากลับไปเพื่อรักษา...”
“ดีแล้ว” ซูหยวนพยักหน้ารับ เธอมีอุปกรณ์ช่วยเหลือเหมือนกัน แต่ภารกิจนี้เป็นแค่ภารกิจนับแต้มเท่านั้น เธอไม่อยากเสียทรัพยากรมากมายไปกับพวกเขา ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่คุ้มค่า...
“รุ่นพี่ ทำไมรุ่นพี่ถึงได้อยู่ใกล้ๆนี้ล่ะ” เหลียงต้งไฉเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงยามคุยกับซูหยวน แม้เธอจะประหลาดใจแต่ก็ไม่แปลกใจนัก เธอคาดเดาได้ว่าเหลียงต้งไฉเป็นคนแบบไหน ก็เหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆ มีอคติกับนักเรียนทุนเพราะคิดว่าพวกเขาจะมาเป็นตัวถ่วงให้ตนเอง เมื่อได้เจอกับนักเรียนทุนที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง พวกเขาย่อมเปิดใจยอมรับได้
ครั้งหนึ่ง...เพื่อนๆรุ่นเดียวกับเธอก็เคยเป็นแบบนั้น จนกระทั่ง...เธอที่อยู่ต่ำกว่าค่อยๆก้าวขึ้นสูงไปเรื่อยๆจนพวกเขาไม่อาจตามทัน เวลานั้นความเป็นมิตรก็ค่อยๆเปลี่ยนไป
แม้จะน่าเสียดาย แต่ซูหยวนก็เคยชินเสียแล้ว เธอไม่ได้คาดหวังกับจิตใจของคนว่าจะคงอยู่ตลอดไป มีเพียงการเชื่อใจตนเองเท่านั้นที่จะไม่เสียใจ
“ฉันรับภารกิจของสถาบัน”
“หืม? เหมือนกับรุ่นพี่ซี?”
“ใช่”
“........ฮึ่ม แต่ไอ้เลวนั่นหนีไปแล้ว!” เหลียงต้งไฉกัดฟันกรอดเมื่อนึกถึงรุ่นพี่คนนั้นที่กล้าหนีไป ซูหยวนแค่นหัวเราะเล็กน้อย
“เป็นเพราะพวกนายโชคร้ายเกินไป ถ้าลำพังแค่เจอหมูป่าขายาว รุ่นพี่คนนั้นก็คงจะช่วยพวกนายได้”
“แล้วทำไมรุ่นพี่ถึงออกมาช่วยพวกเราล่ะ” เหลียงต้งไฉส่ายหน้า ทำไมรุ่นพี่หญิงคนนี้ถึงไม่ตำหนิรุ่นพี่ซีเหมือนกับพวกเขาล่ะ ไม่ใช่ว่ารับภารกิจมาเหมือนกันหรอกหรือ? คนหนึ่งวิ่งหนีตาย แต่อีกคนกลับตั้งหลักช่วยเหลือ
“หืม? ก็เพราะฉันแข็งแกร่งกว่าเขาไงล่ะ” ซูหยวนยักไหล่ มีอะไรต้องอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ถ้าเธอเจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่า รู้ว่าสู้ต่อไปก็มีแต่ต้องตาย เธอก็คงจะวิ่งหนีเหมือนกัน ดังนั้นการตัดสินใจของรุ่นพี่ซีนั้นผิดจรรยาบรรณ ผิดต่อรุ่นน้อง ผิดต่อภารกิจของเขา ทว่า...ไม่ได้ผิดต่อตัวเอง
“รุ่นพี่...”
“อะไร?”
“รุ่นพี่เท่มากๆ” เหลียงต้งไฉอ้าปากชม เขาไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินรุ่นพี่อันพูดชมตัวเองเช่นนี้ ความมั่นใจของเธอทำให้เขาเคารพแล้วจริงๆ
“อย่ามัวแต่ไร้สาระ รีบเดินทางกลับกันได้แล้ว” ซูหยวนโบกมือให้พวกเขา รุ่นน้องทุกคนเข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร ก่อนหน้านี้พวกเขาเจอกับสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากติดๆกัน ตอนนี้ที่นี่มีซากกลายพันธุ์มากมาย ต่อให้เสียดายแกนพลังงานระดับ B จากไก่หงอนแดงพวกนี้ แต่ถ้ายังเสียเวลารวบรวม...ไม่แน่ว่าอาจจะต้องเอาชีวิตไว้ทิ้งแล้วก็ได้
กลิ่นของสัตว์กลายพันธุ์จะดึงดูดสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆแน่นอน ดังนั้นทุกคนจึงรีบพากันเดินออกไป ยังไงก็ต้องทิ้งระยะห่างไว้ก่อน
ซูหยวนเดินตามพวกเขาไป ด้านหลังก็แอบใช้ทักษะจากระบบเกมรวบรวมทรัพยากรพวกนี้เข้าไปข้างในฟาร์ม แม้แต่ไข่ของไก่หงอนแดงพวกนี้ก็เช่นกัน ต่อให้มันยังไม่มีแกนพลังงาน เธอก็ไม่คิดจะทิ้งเอาไว้ อย่างไรคลังเก็บของก็ยังไม่จะเต็มเร็วๆนี้ ปล่อยให้พวกมันไปนอนกองที่คลังก็ไม่เสียหาย
แน่นอนว่าระหว่างทางยังได้เจอกับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์อีก 2-3 ตัว หลังจากที่เห็นว่าโชคของเด็กๆพวกนี้ไม่ดีเอาเสียเลย ซูหยวนจึงเป็นคนนำทางให้พวกเขาแทน
ใครจะคิดว่าเด็กพวกนี้เดินไปทางไหนก็เลือกแต่ทางที่มีสัตว์กลายพันธุ์อยู่จำนวนมาก ผ่านไปไม่กี่นาทีก็เจอสัตว์กลายพันธุ์แล้วหลายสิบตัว ดังนั้นหลังจากที่ซูหยวนเป็นฝ่ายนำทางแทน เธอจึงเลือกเส้นทางที่มีสัตว์กลายพันธุ์อยู่ประมาณ 1 ตัว หรือมากสุดก็แค่ 2 ตัวเท่านั้น จากนั้นก็ให้พวกเขาได้ฝึกฝีมือบ้าง
เมื่อต้องรับมือกับสัตว์กลายพันธุ์ตัวเดียว รุ่นน้อง 5 คนก็ช่วยกันต่อสู้ได้ เหลือรุ่นน้องคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บตรงไหล่เท่านั้นที่ยืนดูพวกเขาอยู่ ซูหยวนยังมอบคำแนะนำเล็กๆน้อยๆให้พวกเขาด้วย
ผ่านไปไม่นาน รุ่นน้องทั้ง 6 กลับเคารพซูหยวนมากกว่าเดิมเสียอีก ทำเอาคนที่รออยู่ข้างนอกก็ยังประหลาดใจกับการกลับมาของพวกเขา
“รุ่นพี่ ถึงแล้วครับ!” รุ่นน้องร้องตะโกนออกมาอย่างดีใจ ปรากฏว่าไม่ใช่แค่พวกเขาที่ถอนตัว แต่ดูเหมือนคนอื่นๆก็ยอมแพ้แล้วเหมือนกัน
“กลับมากันแล้วหรือ?” อาจารย์เฟิ่งถอนหายใจออกมา นักเรียนอันรับผิดชอบนักเรียน 3 คน ถ้าหากเสียพวกเขาทั้ง 4 ไป อย่างนั้นก็คงไม่มีหน้าไปพบอาจารย์เติ้งแล้ว
“ค่ะอาจารย์ มีรุ่นน้องบาดเจ็บ 1 คนด้วยค่ะ”
“เข้าใจแล้ว ให้รีบไปรักษาตัวเถอะ” อาจารย์เฟิ่งโบกมือ อย่างไรก็ตาม...รุ่นพี่ซีที่แอบอยู่ไกลๆ หลังจากเห็นว่าเป็นใครที่กลับมา ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง
ก่อนหน้านี้เขาหนีกลับมาก่อนเพราะกลัวตาย ยังรายงานสถานการณ์ให้พวกอาจารย์ฟังว่าตัวเขากับรุ่นน้องอันติดตามรุ่นน้อง 6 คนเข้าไปในพื้นที่ล่า ซึ่งรุ่นน้องพวกนั้นเลือกจะเข้าไปในเขตลึกขึ้น ด้วยคิดว่าทุกคนจะไม่รอดแล้ว เขาจึงรายงานด้วยการโกหกไป กล่าวว่ารุ่นน้องอันและรุ่นน้องอีก 6 คนได้ตายแล้ว ตัวเขาพยายามสู้อย่างสุดความสามารถแต่ก็ช่วยเอาไว้ไม่ได้
เมื่อพวกเขากลับมาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าข้อความที่เขารายงานไปจะน่าสงสัยหรอกหรือ?
แล้วก็เป็นเช่นนั้น หลังจากที่ต้อนรับการกลับมาของรุ่นน้อง 6 คนและอันซูหยวน อาจารย์ที่รับเรื่องก็มาสอบถามรายละเอียดจากพวกเขา รุ่นน้องทั้ง 6 ไม่มีใครเกรงใจรุ่นพี่ซีเลย พวกเขาพูดความจริงออกมาทั้งหมด กระทั่งเรื่องที่อีกฝ่ายผิดพลาดในการเปิดเผยตัวตนก็บอกออกมาทั้งหมดด้วย ทำเอาอาจารย์มีสีหน้ามืดครึ้มทันที
ในขณะที่รุ่นพี่ปีสี่ตัดสินใจทิ้งรุ่นน้องทั้ง 6 ไว้กับความตาย นักเรียนปี 2 กลับกระโดดออกไปช่วยเหลือตามภารกิจ แถมยังพาทุกคนกลับมาได้ด้วย! นี่ไม่เท่ากับว่าคุณสมบัติของซีฝานไม่ผ่านแล้วหรือ? จะปล่อยให้คนแบบนี้จบจากสถาบัน ใช้ชื่อของสถาบันทำเรื่องเสียหายในอนาคตได้อย่างไร!
“นักเรียนซี ตามอาจารย์มาทางนี้” คนรับรายงานสั่งซีฝานด้วยสีหน้ามืดครึ้ม ด้านหลังยังมีสายตาของรุ่นน้องทั้ง 6 มองตามด้วยความเกลียดชังด้วย
ซีฝานไม่อยากเชื่อว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้ เขาตัวสั่นเทาด้วยความกลัว สำหรับเรื่องที่สถาบัน...จะถูกไล่ออกหรือทำโทษก็ไม่น่ากลัวเท่ากับความแค้นของรุ่นน้องทั้ง 6
ทุกคนมาจากตระกูลใหญ่ และเขาก็หลอกลวงพวกนั้น ทิ้งให้อยู่กับความตาย ไม่รู้ว่าจะถูกจัดการอย่างไรบ้าง!! บางที...อาจจะถูกทำโทษด้วยวิธีเดียวกัน นั่นก็คือ...การมอบความตายให้แก่เขา!
…………………………………..