บทที่ 24 ทดสอบ
บทที่ 24 ทดสอบ
บทที่ 24 ทดสอบ
พื้นที่เขตชั้นในมีบาเรียป้องกันอีกชั้น แบ่งแยกผู้เข้าออกด้วยประตูทางเข้าเดียว มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบเพื่อไม่ให้คนที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไปในพื้นที่ได้ ซูหยวนถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ถ้าไม่ใช่เพราะมีคำรับรองจากตระกูลจางที่วังเฮ่าและฟู่พ่ายได้รับมาด้วย เธอก็คงจะถูกจับโยนออกไปในทันทีเป็นแน่
เด็กสาวเดินตามพวกเขาอย่างเรียบร้อย ไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกเช่นที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้ แม้จะสอดส่องสายตาไปรอบๆ กระนั้นก็ไม่ได้แสดงอาการที่น่าขบขันออกมา เป็นเช่นนี้แล้วทำให้คนที่กำลังคาดหวังรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง นี่เป็นเพราะพวกเขายังจำได้ว่าครั้งแรกที่พวกเขาเข้ามาพื้นที่ชั้นใน อาการของพวกเขาเหมือนกับพวกที่เพิ่งเกิดลืมตาขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น
คิดแล้วก็รู้สึกอับอายจริงๆ....
พวกเขาทั้งสองพาเด็กสาวลัดเลาะเดินเข้าไปในเขตชั้นใน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ด้านหน้าอาคารใหญ่โตแห่งหนึ่งท่ามกลางอาคารมากมายในเขตชั้นในนี้ สีของอาคารคือสีขาวสลับกับเขียวเข้มซึ่งทำให้ดูมืดมนอยู่บ้าง หากไม่ใช่เพราะมีสีขาวสลับลาย ซูหยวนคงจะคิดว่าอาคารแห่งนี้เหมือนอาคารที่จะพาคนมาเชือดทิ้งมากกว่า
บรรยากาศทำให้คนรู้สึกกดดันตั้งแต่ทางเข้าแล้ว นอกจากทั้งสามคนที่เพิ่งมาถึง ที่นี่ก็มีคนเดินเข้าเดินออกอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น มีเพียงความเงียบงันที่รออยู่ ขนาดว่าเข้ามาข้างในแล้ว...ซูหยวนก็ไม่เห็นผู้คน มีเพียงพนักงานในชุดเครื่องแบบ 3-4 คนเท่านั้นที่กำลังยุ่งอยู่กับการจัดการข้อมูลตรงหน้าของตน และไม่ได้สนใจผู้มาใหม่เลย
“สวัสดีครับ พวกผมพาเด็กที่ชื่ออันซูหยวนมาตามคำสั่งของท่านจางแล้วครับ” วังเฮ่าพาซูหยวนเข้าไปหาเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งที่กำลังขยับนิ้วของตนเองกับหน้าจอตรงหน้า
สาวเจ้าขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากที่วังเฮ่าพูดจบ เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเด็กทั้งสามด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเอ่ยปากขึ้นมา ซูหยวนก็คิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้ยินไปแล้ว
“ขอจัดการข้อมูลรายงานผลการล่าของทีมเขี้ยวแดงก่อนนะ พากันไปนั่งรอตรงด้านหน้าเถอะ” พนักงานสาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอไม่ได้พูดออกมาส่งๆแต่เพราะกำลังติดพันงานอยู่จริงๆ ดังนั้นวังเฮ่าจึงหันมาพยักหน้าให้กับเธอ พวกเขาจำเป็นต้องรอก่อน
ใช้เวลาเกือบยี่สิบนาที ในที่สุดพนักงานสาวก็ได้มีโอกาสหันมามองเด็กน้อยทั้ง 3 คนเสียที หนุ่มสองคนนั้นเธอยังเคยเห็นหน้าอยู่บ้าง ทว่าเด็กสาวที่แต่งตัวซอมซ่อนั้นไม่เคยเห็นมาก่อน สมควรจะเป็น “อันซูหยวน” ที่นายท่านให้คนทำเรื่องเอาไว้ ถ้าอีกฝ่ายทดสอบผ่านขึ้นมา เธอก็จะกลายเป็นเจ้าหน้าที่คนใหม่ขององค์กร
“ฉันได้รับคำสั่งมาแล้ว เด็กคนนี้ใช่ไหมที่ต้องเข้ามาทดสอบน่ะ”
“ใช่แล้วครับ เธอก็คืออันซูหยวนครับ”
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ตามฉันมาก็แล้วกัน พวกเธอได้เล่าเกี่ยวกับการทดสอบนี้ให้ฟังหรือยัง?”
พนักงานสาวลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานของตนเอง ที่จริงแล้วหน้าที่หลักๆของเธอก็คือการรับลงทะเบียนนักล่าหน้าใหม่เหล่านี้นี่แหละ แต่เมื่อองค์กรเพิ่มขนาดมากขึ้น งานที่ต้องรับผิดชอบก็เลยเพิ่มขึ้นไปด้วย
ดังนั้นนอกจากทำงานต้อนรับแล้ว พนักงานอย่างพวกเธอจำเป็นต้องรับหน้าที่ในการดูแล “ทีมน้องใหม่” ด้วย จนกว่าพวกเขาจะมีคะแนนผ่านเกณฑ์ที่ 1,000 คะแนนต่อเดือนตามภารกิจที่รับไป จึงจะส่งต่อให้กับหัวหน้าทีมใหญ่ได้ ส่วนทีมที่ผ่านไปแล้ว 3 ปียังไม่สามารถทำคะแนนได้ตามเกณฑ์ พวกเขาจะถูกส่งไปอยู่ใต้การดูแลของผู้อื่นอีกที ซึ่งตอนนั้นก็เท่ากับว่าพวกเขาไม่ได้มีค่าให้สนับสนุนมากมายอะไรแล้ว จะถูกส่งไปยังบริษัทลูกแทน
สำหรับเรื่องเหล่านั้นยังอีกยาวไกล ดูจากอายุของเด็กคนนี้แล้ว เธออาจจะต้องใช้เวลาในสถาบันอีกเกือบ 6 ปีกว่าจะได้ออกมาเข้าร่วมทีมกับคนอื่นๆหรือสร้างทีมของตนเองขึ้นมาได้ ดังนั้นเวลานี้ให้สนใจแค่เรื่องการเก็บเกี่ยวความรู้และฝึกฝนให้มากเท่าที่จะทำได้ก็พอ
“ระหว่างทางพูดคร่าวๆบ้างแล้วครับ” วังเฮ่าตอบกลับ
“อืม ถ้าอย่างนั้นก็ง่ายหน่อย เดี๋ยวการทดสอบแรกจะให้เริ่มจากเครื่องวัดคลื่นพลังงานในร่างกายนะ ตราบเท่าที่เธอตอบสนองได้ดีก็จะถือว่าผ่านได้ ขั้นตอนนี้ไม่ได้ยากเย็นอะไร แค่ตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจเท่านั้นว่าเธอจะกลายเป็นผู้ใช้พลังงานได้จริงๆ แต่ในการทดสอบรอบสองและรอบสามนั้นสำคัญยิ่งกว่า”
“การทดสอบรอบสองจะเป็นการทดสอบเกี่ยวกับวิธีการล่า ความสามารถพิเศษในการต่อสู้เบื้องต้น ไม่ต้องคิดให้มากนัก ตราบเท่าที่เอาตัวรอดได้เป็นเวลา 1 ชั่วโมงก็ถือว่าสอบผ่านแล้ว ส่วนการที่จะสังหารพวกกลายพันธุ์ได้หรือเปล่านั้นจะเป็นแค่ส่วนของคะแนนพิเศษที่จะได้รับเท่านั้น”
“การทดสอบรอบสามนั้นจะเป็นการทดสอบเกี่ยวกับไหวพริบ ความระแวดระวังและสัญชาตญาณ เป็นการทดสอบเบื้องต้นเพื่อแก้ไขปัญหาและดูทัศนคติ แนะนำให้เป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้ว...ถ้าไม่แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา เวลาจับกลุ่มหรือเข้าร่วมทีมก็จะกลายเป็นปัญหาที่น่าอึดอัดใจกันได้”
“สำหรับการทดสอบที่สามนี้ไม่มีผ่านหรือไม่ผ่าน มันเป็นเพียงการทดสอบเพื่อที่จะทำข้อมูลเก็บเอาไว้เท่านั้น เพื่อให้ระดับหัวหน้ารู้ว่าจะใช้งานพวกเธอยังไงในอนาคต แต่...ถ้าได้รับความสนใจมาก ก็มีโอกาสที่จะจับทีมกับคนเก่งๆได้ เวลานั้นค่าตอบแทนของเธอก็จะสูงมากขึ้นไปด้วย”
พนักงานสาวแนะนำในขณะที่พาซูหยวนเดินไปในห้องทดสอบแรก ที่นี่มีอุปกรณ์ขนาดใหญ่มากมายอยู่ก่อนแล้ว สำหรับผู้ทดสอบครั้งแรกนั้นไม่ต้องเข้าไปทดสอบที่เครื่องหรูหราเหล่านั้น เพียงแค่ใช้อุปกรณ์ระดับต่ำก็เพียงพอที่จะวัดระดับพลังงานในร่างกายของพวกเธอแล้ว
ซูหยวนมองดูอุปกรณ์ตรงหน้า มันมีลักษณะเหมือนกับฟันของปลาที่เป็นซี่แหลมๆรอบวง เหนืออุปกรณ์นั้นมีแกนพลังงานสีน้ำเงินเข้มติดตั้งอยู่ด้วย
“เจ็บนิดหน่อยนะ พยายามอย่างฝืนก็แล้วกัน” พนักงานสาวจับแขนเล็กๆของซูหยวนสอดเข้าไปในวงกลมนั้น เมื่อตั้งค่าเครื่องทดสอบแล้วเสร็จก็เกิดเสียงดัง “ตื้ด” นานไม่กี่วินาทีเท่านั้น
ฟันปลาแหลมๆแทงเข้ารอบข้อมือของซูหยวนจนเกิดเป็นรอยเลือดไหลซึมออกมา หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นเพราะไม่คุ้นเคยกับความเจ็บปวด ถ้าไม่ใช่เพราะหลังจากถูกแทงเข้าไปครั้งแรกก็มีพลังงานบางอย่างไหลเข้ามา เธออาจจะชักมือกลับมาแล้วก็ได้
ตื้ด....
เสียงร้องของเครื่องยังดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเข็มวัดพลังงานสีน้ำเงินที่เคลื่อนไหวไปทางขวามือ แสดงให้เห็นว่ามันกำลังตรวจสอบระดับพลังงานของซูหยวนอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
“ตอนนี้แน่ชัดแล้วว่าเธอเป็นผู้ใช้พลังงานจริงๆ แต่กำลังดูว่าระดับพลังงานเริ่มต้นของเธอมีมากเท่าไร ถ้าเธอดูดซับแกนพลังงานได้ดีก็จะมีพลังงานอยู่ในร่างกายมาก ถึงอย่างนั้นมันก็ยังชดเชยได้ด้วยปริมาณหรือแกนพลังงานที่เข้มข้นมากกว่าเดิมอยู่ดี ดังนั้นการวัดระดับพลังงานนี้เป็นแค่การวัดเพื่อให้เธอสามารถรับรู้สถานการณ์ของตนเอง และวางแผนเพื่อเพิ่มพลังต่อไปได้”
พนักงานสาวยังคงอธิบายอย่างใจเย็น ตอนนี้ซูหยวนแทบจะกลายเป็นคนขององค์กรโดยสมบูรณ์แล้ว เหลือก็แค่การทดสอบรอบสองเท่านั้น ทว่า...การทดสอบรอบสองนี้ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนไม่ผ่านนักหรอก อย่าลืมว่าการคัดเลือกคนเข้าองค์กรของตระกูลจางนั้นไม่ได้คัดเลือกผ่านการสมัคร แต่เป็นเพราะมีคนเห็นความสามารถต่างหาก
ไม่ใช่ว่าจู่ๆใครจะเข้ามาที่นี่ก็ได้ จำเป็นต้องเคยแสดงผลงานให้เหล่าผู้นำที่มีสิทธิในการส่งคำเชิญเห็นความสามารถมาก่อนแล้ว ยิ่งเด็กสาวคนนี้ที่นายท่านเป็นผู้คัดเลือกมาด้วยตนเอง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็นตัวตนที่ไร้ประโยชน์
เข็มสีน้ำเงินยังขยับต่อไป ดวงตาของวังเฮ่าและฟู่พ่ายเริ่มเต็มไปด้วยความอิจฉา พวกเขาจำได้ว่าครั้งแรกที่มาทดสอบ ระดับพลังงานของพวกเขาอยู่ประมาณ 40-50 หน่วยเท่านั้น ถือว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาอยู่นิดหน่อย เนื่องจากค่าพลังงานในร่างกายคนธรรมดาจะอยู่ที่ไม่เกิน 10 หน่วย พวกเขาเกินมา 4-5 เท่าก็นับว่าภูมิใจแล้ว
อีกอย่างนี่ก็คือมาตรฐานของผู้ปลุกพลังที่ยังไม่มีเทคนิคหรือวิธีการดูดซับพลังงานที่ถูกต้อง พวกเขาเพียงแค่บังเอิญดูดซับพลังงานจากแกนพลังงานได้สำเร็จก็เท่านั้น แต่เมื่อเห็นผลงานของซูหยวน...สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป
พนักงานสาวไม่ได้แสดงอาการใดๆ เธอผ่านการเฝ้ามองเหล่าหน้าใหม่ที่เข้ามาทดสอบเป็นจำนวนมากแล้ว แม้จะบอกว่าปริมาณพลังงาน 40-50 หน่วยนั้นเป็นมาตรฐาน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนมีระดับพลังงานมากกว่านั้นเมื่อเริ่มต้น ยิ่งซูหยวนคือคนที่นายท่านเลือกมา เธอคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าอีกฝ่ายสมควรมีพลังงานมากกว่าระดับมาตรฐาน
หลังจากที่เห็นว่าเข็มกำลังวิ่งไปสู่เลข 60 ดวงตาของเธอก็ฉายแววความพึงพอใจออกมา คิดว่าระดับ 60 ขึ้นไปนี่แหละจึงจะคุ้มค่าให้เสียเวลามาดูแลการทดสอบด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม สายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจในเวลานี้ก็ค่อยๆเปลี่ยนไป คิ้วเรียวค่อยๆขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าเข็มผ่านไปที่ 65 หน่วยแล้ว พลังงานปริมาณเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับมือใหม่ หากมากกว่านี้จะกลายเป็นแซงหน้าพวกที่จับทีมแล้วบางคนด้วยซ้ำ
นักเรียนส่วนใหญ่ที่จบจากสถาบัน ถ้าพวกเขาเริ่มต้นที่ 40 หน่วยพลังงาน พวกเขาก็อาจจะจบที่ 70-80 หน่วยพลังงานซึ่งเวลานั้นคงจะเข้าร่วมกับทีมเพื่อทำภารกิจสะสมแต้มได้แล้ว หากเด็กคนนี้มีพลังงานในระดับนั้นจริงๆ เมื่อเธอจบจากสถาบันและได้รับการฝึกฝนในการดูดซับพลังงานอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ว่าจะทะลุไปที่ 100 หน่วยพลังงานเลยหรอ?
สายตาของพนักงานสาวเปลี่ยนเป็นเฝ้ามองมากขึ้น เมื่อเห็นว่าเข็มสีน้ำเงินเลยเลขที่ 69 ไปแล้ว เธอก็รีบส่งข้อความแจ้งเข้าไปในทีมงานทันที
หัวหน้าของเธอสมควรจะได้รู้เรื่องนี้และขึ้นมาที่นี่เพื่อดูแลการทดสอบต่อไป บางทีอาจจะต้องยกระดับการทดสอบในรอบสองเป็นกรณีพิเศษด้วย ไม่อย่างนั้นผู้ใช้พลังงานมากกว่า 70 หน่วยคนนี้อาจจะไม่ได้แสดงความสามารถของตนเองออกมาทั้งหมด และมันจะทำให้การทดสอบเป็นการเสียเปล่า
ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทางประหลาดของอีกฝ่าย เธอไม่ใช่คนที่จะปิดบังความสามารถของตนเองอยู่แล้ว ยิ่งถ้าต้องการเป็นพนักงานคนสำคัญของบริษัท มีความสามารถพื้นฐานเท่าไรเธอต้องใส่มันให้สุด พอบริษัทเห็นค่าและมอบความเชื่อมั่นให้แล้ว ความเป็นอยู่หลังจากนี้ของเธอจะดีขึ้นมากตามไปด้วย
อย่าลืมว่านอกจากจะต้องเป็นพนักงานที่ยอดเยี่ยมแล้ว ซูหยวนยังอยู่ในสถานะ “นักเรียนทุนคนอื่น” ด้วย ถ้าหากเธอไม่แสดงทั้งหมดที่ตนเองมี งบประมาณที่จะได้รับเพื่อพัฒนาตนเองย่อมน้อยตามไปด้วย
ถึงจะต้องเจอกับความอิจฉาของเพื่อนร่วมงานเพราะโดดเด่นเกินไปบ้าง แต่ซูหยวนมีประสบการณ์ในการรับมือกับมันอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ได้กลัวเลย
“หยุดแล้ว!” วังเฮ่าตะโกนขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ
เขาทำราวกับว่าก่อนหน้านี้ตนเองหยุดหายใจไปชั่วขณะอย่างไรอย่างนั้น ซูหยวนมองดูเลขที่หน้าจอ ปรากฏเลข “76” ขึ้นมา เธอไม่รู้ว่าปกติแล้วคนอื่นๆจะได้ค่าพลังงานมากเท่าไร แต่เธอก็เข้าใจได้จากท่าทางของคนในห้องนี้ว่าพลังงาน 76 หน่วยถือเป็นค่าพลังงานจำนวนมากแล้ว
ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณ “ฟาร์ม” ที่มอบอาหารดีๆให้กินมาตลอดหลายวันนี้ เปลี่ยนเธอจากที่เป็นคนผอมแห้งใกล้ตายให้กลับมาเป็นผู้ใช้พลังงานที่แข็งแกร่งได้
“เป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เมล็ดพันธุ์ที่นายท่านเลือกมาเองนั้นยังคงน่าทึ่งเสมอ” ก่อนหน้านี้ นายท่านก็ได้เลือกคนๆหนึ่งให้เข้ามาอยู่ในองค์กร แต่อีกฝ่ายเป็นผู้ใช้พลังงานอยู่แล้ว เรียนจบจากสถาบันแล้ว ทั้งยังเคยล่าสัตว์กลายพันธุ์ด้วยตนเองมาเป็นเวลานานแล้ว
ถึงจะมีค่าพลังงานสูงกว่าคนอื่นๆมากเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้น่าทึ่งเท่ากับเด็กสาวที่นายท่านเลือกเข้ามาเป็นคนที่สองนี้
ซูหยวนหันไปมองคนมาใหม่ เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ท่าทางดูใจดีคนหนึ่ง รอยยิ้มของเขาแต่งแต้มที่ริมฝีปากอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นคนเดียวที่กล้าปรบมือในสถานการณ์เช่นนี้ด้วย
“เอาล่ะ ต่อไปจะต้องเป็นการทดสอบรอบที่สอง หลังจากที่เธอเป็นผู้ใช้พลังงาน 76 หน่วย ดังนั้นการทดสอบของผู้เริ่มต้นจึงไม่เหมาะสมอีก ถ้าจะต้องใช้เวลาในห้องทดสอบนานเป็นชั่วโมงๆคงจะทำให้เธอเบื่อหน่ายเอาได้”
“ดังนั้นกฎในการทดสอบจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แน่นอนว่าถ้าเธอทำไม่สำเร็จก็ไม่ได้มีผลอะไร ด้วยการทดสอบรอบแรกนั้นเพียงพอที่จะทำให้ผ่านเข้าเป็นสมาชิกใหม่ขององค์กรในกรณีพิเศษแล้ว”
ชายวัยกลางคนขยิบตาอย่างขี้เล่นให้เด็กสาว แต่เขาก็ต้องชะงักไปเมื่อเห็นว่าท่าทางของคนตัวเล็กนั้นยังคงนิ่งเฉย
หลังจากที่ได้ยินว่ามีเด็กตัวน้อยมาทดสอบที่นี่ เขาก็ปั้นหน้าของตนเองให้ดูเหมือนตาลุงใจดีให้ได้มากที่สุด กลัวว่าเด็กน้อยจะไม่ชอบกับบรรยากาศกดดันของที่นี่แล้วหนีไป ถ้าเขาปล่อยให้คนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้หลุดมือไปเนื่องจากสถานการณ์ที่ไม่เป็นมิตรขององค์กร เชื่อเถอะว่านายท่านจะต้องตำหนิเขาแน่
อย่างไรก็ตาม....เขาไม่ได้คาดคิดว่าเด็กสาวตัวน้อยผู้นี้จะไม่ปกติ
แท้จริงแล้วอีกฝ่ายก็คือหนึ่งในตัวการที่ปล่อยบรรยากาศกดดันออกมาแทน ชายวัยกลางคนหัวเราะแห้งๆก่อนจะเดินนำหน้าออกไปนอกห้อง
รู้สึกว่า...นายท่านอาจจะไม่ได้เลือกเด็กสาวคนนี้เพียงเพราะพรสวรรค์ของเธอ แต่อาจจะเป็นนิสัยที่ถอดแบบกันออกมาก็เป็นไปได้ หรือบางที....เด็กคนนี้อาจจะเป็นลูกลับๆของเขาหรือเปล่า? ถึงอายุจะไม่ได้ต่างกันมากนัก ทว่ามันก็ทำให้เขาสงสัยจริงๆ
……………………………..