LNCrawler

บทที่ 251 ย้ายถิ่นฐาน (อ่านฟรี 13 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 251 ย้ายถิ่นฐาน (อ่านฟรี 13 พ.ย. 68)

บทที่ 251 ย้ายถิ่นฐาน

 

ความรุนแรงของธารน้ำพิษนี้แม้แต่ชุดป้องกันระดับสูงก็จัดการได้ไม่หมด ไม่น่าแปลกใจเลยที่พญางูขาวกลายพันธุ์จะเลือกที่นี่เป็นแหล่งจำศีลในช่วงเวลาที่ผ่านมา หรือแม้แต่พวกงูสิงลายครามกลายพันธุ์ก็ยังหลบภัยมาซ่อนตัวที่นี่ ไม่เพียงแค่หาเจอได้ยากเท่านั้น ยังมีสารพิษมากมายที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการใช้พิษของพวกมันด้วย

 

เกร็ดของงูพิษเหล่านี้ทนทานต่อพิษของธารน้ำ ดังนั้นจึงเป็นอันตรายกับมนุษย์เท่านั้น แต่กับพวกงูด้วยกันเองไม่นับเป็นปัญหาอะไร

 

“ขออย่าให้คำของซูหยวนถูกต้องเลย” แม้เขาจะอยากเชื่อใจอันซูหยวนขนาดไหน แต่สถานการณ์รุนแรงนี้ ขอให้พวกนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองไม่ได้อยู่ที่นี่เถอะ ไม่อย่างนั้น...

            

ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ ไม้พลองที่คุ้นตากลับกระเด็นออกมาจากธารน้ำที่ถูกกระแทกโดยหินใหญ่จากถ้ำ อาจารย์เฟิ่งเบิกตากว้าง...ทำไมไม้พลองของนักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองอยู่ที่นี่ หรือว่า...

 

“อ้าก!! ไอ้งูบัดซบนี่!” เสียงร้องโหยหวนจากที่ไกลๆทำให้อาจารย์เฟิ่งยิ่งหวาดกลัวมากกว่าเดิม คนรีบเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นก็สะบัดมือเพื่อปามีดบินของตนเอง หวังโจมตีพญางูขาวกลายพันธุ์ให้หันมาเพ่งเล็งตนเองแทนที่จะเป็นนักเรียนคนนั้น

            

เห็นได้ชัดว่าคำพูดของอันซูหยวนถูกต้อง และเป็นเขาที่ไม่เชื่อเธอ! ถ้าเขารีบติดตามเธอมา นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองก็จะต้องปลอดภัยแน่

 

“นักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองอยู่ที่ไหน ฉันอาจารย์จากสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งกำลังมาช่วยแล้ว ขอให้ทุกคนรีบออกมาด้วย ฉันจะปกป้องทุกคนเอง” เขาตะโกนออกไป ด้วยเสียงที่ถูกสนับสนุนด้วยพลังงาน มันจึงดังมาก แข่งกับเสียงถ้ำถล่มและการโจมตีของพญางูขาวกลายพันธุ์แล้ว เขาเชื่อว่าพวกนักเรียนจะต้องได้ยินเสียงนี้

            

น่าเสียดายที่ไม่มีการตอบสนองใดๆเลย ความกังวลของอาจารย์เฟิ่งยิ่งเพิ่มทวีขึ้นอีกขั้น

            

ปัง!!!

            

เขาเร่งเร้าโจมตีพญางูขาวกลายพันธุ์จนมันหันมาสนใจมนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้า การต่อสู้ยิ่งเพิ่มความดุเดือดขึ้นตามความร้อนใจของอาจารย์เฟิ่ง ในขณะเดียวกันนั้นเอง...

 

“สาวน้อย นั่นคืออาจารย์ของเธอหรือเปล่า” เสียงทุ้มของนักเรียนชายคนหนึ่งเอ่ยถามหลังจากที่พวกเขาวิ่งตามกันอุตลุด

            

และใช่! เหล่านักเรียนของสถาบันเพลิงพลองในเวลานี้กำลังวิ่งหนีพญางูขาวกลายพันธุ์ที่ถูกปลุกให้ตื่นอยู่ ด้วยความคิดที่ว่า...ต่อให้พวกเขาจะเข้มแข็งหรือกล้าหาญขนาดไหน ก็ไม่คิดจะเข้าไปปะทะกับพญางูขาวกลายพันธุ์โดยตรง

            

ไม่ใช่เพราะขี้ขลาดจึงได้วิ่งหนี แต่เพื่อช่วยปกป้องสาวน้อยตัวเล็กคนนี้ต่างหาก...

            

ไม่ว่าจะเพราะข้ออ้าง...ไม่สิ! เหตุผลอะไรก็ตาม แต่ซูหยวนรู้สึกขอบคุณที่พวกเขาคิดได้เช่นนั้น ไม่อย่างนั้นคงจะกลายเป็นการเพิ่มภาระให้กับเธอไปแล้ว

            

ทันทีที่พบว่าพญางูขาวกลายพันธุ์ตื่นขึ้น ซูหยวนก็รีบวิ่งออกมาจากถ้ำทันที ส่วนพวกนักเรียนสถาบันเพลิงพลองนั้น พวกเขาอยากวิ่งหรืออยากสู้ก็ไม่ใช่ปัญหาของเธออีกต่อไปแล้ว ดีที่พวกเขาวิ่งตามเธอมาเป็นพรวน ส่วนเสียงที่ร้องลั่นก่อนหน้านี้...ย่อมต้องเป็นการปะทะของพวกเขากับงูสิงลายครามกลายพันธุ์ที่กำลังเลื้อยหนีเอาตัวรอดเหมือนกันนั่นแหละ

            

ก็นะ...ใครจะเข้าปะทะกับพญางูขาวกลายพันธุ์อายุหลายร้อยปีที่ถูกปลุกให้ตื่นจากจำศีลอันยาวนานกันล่ะ! อ่า...แน่นอนว่าคงจะมีอาจารย์เฟิ่งอยู่คนหนึ่งล่ะนะ

 

“นั่นคืออาจารย์เฟิ่ง เขาเป็นอาจารย์ของฉันเอง”

 

“สาวน้อย แล้วเธอจะไม่ไปช่วยอาจารย์งั้นหรือ?”

 

“ไม่จำเป็น เดี๋ยวอีกสัก 2 กิโลเมตร ฉันจะใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือส่งสัญญาณให้อาจารย์”

 

“โอ้ เข้าใจแล้ว สาวน้อยยังเป็นเด็กที่มีความคิดจริงๆ”

 

“ใช่ๆ ถ้าไม่ได้สาวน้อย...พวกเราจะต้องตายอยู่ในถ้ำนั้นแน่ๆ ใครจะไปคิดว่าถ้ำของงูสิงลายครามกลายพันธุ์ แท้จริงแล้วเป็นถ้ำของพญางูขาวกลายพันธุ์กันล่ะ”

 

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาจารย์จะมาช่วยเหลือพวกเราได้ช้านัก สุดท้ายเป็นพวกเราที่แจ้งข้อมูลผิดนี่เอง”

 

“ใครเห็นงูสิงลายครามกลายพันธุ์อยู่เต็มถ้ำขนาดนั้นก็ต้องคิดว่าเป็นถ้ำของมันนั่นแหละ เรื่องนี้พวกเราไม่ได้ผิดเสียเต็มร้อย การที่พวกเราสามารถปกป้องสาวน้อยให้ทำภารกิจสำเร็จได้ แค่เรื่องนี้ก็ชดเชยความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆนั่นได้แล้ว”

 

“ถูกต้อง การช่วยเหลือสาวน้อยสำคัญที่สุด”

 

“ใช่ๆ” พวกนักเรียนหัวทึบเหล่านี้ ทำเอาซูหยวนปวดหัวอีกครั้งแล้ว....

            

ตามที่เธอวางแผนเอาไว้ หลังจากวิ่งหนีออกมาจากระยะโจมตี เธอก็รีบใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือเพื่อแจ้งให้อาจารย์เฟิ่งรับรู้ว่าตอนนี้พวกเธอออกมาจากอาณาเขตของพญางูขาวกลายพันธุ์แล้ว ทว่า...คนที่ตามมาพบตำแหน่งของพวกเธอก่อนกลับเป็นอาจารย์กลุ่มใหญ่ที่แยกตัวจากอาจารย์เฟิ่งไปคราแรก เมื่อเห็นซูหยวนอยู่กับพวกนักเรียนสถาบันเพลิงพลองโดยไร้อาจารย์เฟิ่ง พวกเขาก็พากันประหลาดใจ

 

“อาจารย์เฟิ่งช่วยถ่วงเวลาให้พวกเราหนีมาค่ะ ตอนนี้กำลังสู้กับพญางูขาวกลายพันธุ์อยู่ค่ะ” แทนที่จะบอกว่าอาจารย์เฟิ่งทำเรื่องน่าอายอย่างการต่อสู้กับพญางูขาวกลายพันธุ์โดยไร้ประโยชน์ ซูหยวนกลับยกความดีความชอบนี้ให้เขาแทน

            

แม้นักเรียนชายจากสถาบันเพลิงพลองต้องการเถียงว่าพวกเขาไม่ได้รับความช่วยเหลือเช่นนั้น แถมตอนที่อาจารย์เฟิ่งมา พวกเขาก็หนีจากถ้ำกันเรียบร้อยแล้วด้วย ทว่า...ในเมื่อสาวน้อยเป็นคนพูด อย่างนั้นก็ต้องให้เกียรติเธอก่อน ก็นะ...อาจารย์ของพวกเขาสอนว่า การขัดคำของสตรีจะมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ทำ ดังนั้นถ้ายังอยากมีชีวิตที่สงบสุข ต้องไว้หน้าสตรี ให้เกียรติคำพูดของเธอ กล่าวคำขอโทษให้เป็น แล้วชีวิตจะดีเอง...

            

ถึงจะไม่รู้ว่าเหล่าอาจารย์หมายถึงสิ่งใด แต่พวกเขาที่เป็นศิษย์ย่อมต้องทำตามเช่นนั้น

 

“อืม ถ้าอย่างนั้นทุกคนรออยู่ที่นี่ก่อน พยายามไม่เคลื่อนไหวไปมั่วๆเพราะอาจจะทำให้เจอกับสัตว์กลายพันธุ์ที่อันตรายกว่าเดิม พวกเราจะไปช่วยอาจารย์เฟิ่งจัดการพญางูขาวกลายพันธุ์ตัวแล้วจะกลับมารับพวกเธอกลับไปยังเขตปลอดภัย”

 

“เข้าใจแล้วค่ะ....”

 

“รับคำสั่งครับ พวกเราจะปกป้องสาวน้อยเอง”

 

“ใช้ชีวิตพวกเราเป็นเดิมพัน จะไม่ปล่อยให้นักเรียนหญิงต้องเดือนร้อน!” เสียงตอบรับที่ฮึกเหิมของเหล่านักเรียนชายดังสวนกลับมา พวกอาจารย์ของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งมองหน้าซูหยวนเล็กน้อยก่อนจะจากไป ทิ้งสายตาเห็นใจเอาไว้ให้ก็เท่านั้น

            

ซูหยวนมองตามหลังเหล่าอาจารย์แล้วก็ทำได้แค่ถอนหายใจ ดูเหมือนชื่อเสียงดีงามของนักเรียนสถาบันเพลิงพลองจะเป็นที่รู้จักกันทั่ว ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เธอเกิดมาเป็นผู้หญิง การได้รับความใส่ใจขนาดนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย บางครั้งอาจจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่เมื่อเจอปัญหาใหญ่จริงๆ คนแบบนี้นี่แหละที่จะเป็นคนที่พึ่งพาได้มากที่สุด

            

อย่างน้อยๆ พวกเขาก็น่านับถือมากกว่าพวกรักตัวกลัวตาย เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองเป็นหลัก ไม่สนใจว่าเพื่อนพ้องจะเป็นตายอย่างไร ดังนั้นนิสัยของพวกเขาเช่นนี้...ซูหยวนจึงยอมลำบากติดตามอาจารย์มาด้วยกันเพื่อช่วยเหลือพวกเขา

            

เกือบสิบนาที การต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างเหล่าอาจารย์ผู้มากความสามารถกับพญางูขาวกลายพันธุ์ที่มีอายุยืนนานก็จบลง พญางูขาวกลายพันธุ์ไม่ได้ตาย มันมีอายุมากแล้วย่อมรู้จักทางหนีทีไล่ในเขต C เป็นอย่างดี ดังนั้นตอนที่จวนตัวเกือบเอาชีวิตไม่รอด มันก็พ่นพิษใส่เหล่าอาจารย์ ตวัดหางจนทำให้น้ำจากธารพิษสาดกระเซ็นไปทั่ว อาจารย์ที่ต้องการปลิดชีพทำได้แค่ถอยหลังเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น

            

จังหวะเช่นนี้ พญางูขาวกลายพันธุ์ก็เลื้อยลงธารพิษแล้วหายไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขา 

            

เนื่องจากไม่มีความแค้นเคืองใดๆ แถมยังไม่ต้องการชิ้นส่วนของพญางูขาวกลายพันธุ์เป็นพิเศษ ดังนั้นพวกอาจารย์จึงไม่ติดตามไปล่าให้ตกตาย เพียงกลับมายังตำแหน่งที่พวกนักเรียนยังรออยู่ ตอนนี้ความปลอดภัยของพวกเขาก็คืออันดับหนึ่ง

 

“ทุกคนเป็นยังไงบ้าง ตอนนี้มีกี่คนที่หายไป” อาจารย์ของสถาบันกลับมาแล้วรีบตรวจสอบสถานการณ์ของนักเรียนทันที ก่อนหน้านี้ซูหยวนได้สอบถามเรื่องนี้กับพวกเขาแล้ว ดังนั้นเมื่ออาจารย์ถามคำถามเดิมอีก ย่อมได้รับคำตอบที่รวดเร็ว

 

“พวกเรามีทั้งหมด 17 คน และปลอดภัยทั้งหมด จากนักเรียนในชั้นปีทั้งหมด 26 คน คาดว่า 9 คนน่าจะหนีไปทางอื่น”

 

“อืม มีนักเรียนบางส่วนที่หลงเข้าไปในเขต D ตอนนี้กำลังให้ความช่วยเหลืออยู่ ถ้าโชคดีก็คงจะไม่เป็นอันตราย เพียงแต่...ทำไมพวกเธอถึงมาอยู่ในถ้ำของพญางูขาวกลายพันธุ์ได้ อาจารย์ของพวกเธอแจ้งว่าเด็กๆซ่อนตัวอยู่ที่นั่น หากพวกเรามาช้ากว่านี้...อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ก็ได้”

            

เมื่อได้ยินคำถามนี้ สายตาของนักเรียนบางคนก็มีความล่อกแล่กให้เห็นบ้าง ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าตัวเองเข้าใจผิดไป ใครใช้ให้ถ้ำนั้นมีงูสิงลายครามกลายพันธุ์อยู่เป็นจำนวนมากล่ะ ต่อให้เป็นคนอื่นก็ต้องเข้าใจผิดเหมือนกันนั่นแหละ แต่...จะให้พูดออกไปโดยตรงก็เขินอาย ยิ่งอยู่ต่อหน้าสาวน้อยด้วยแล้ว...พวกเขาจะกล้าแสดงความโง่เขลาของตนเองออกมาได้อย่างไร

 

“เรื่องนี้ขอไม่ตอบก็แล้วกัน ยังไงพวกเราก็ต้องรายงานให้อาจารย์ของสถาบันเพลิงพลองอยู่ดี” 

 

“ใช่ ใช่แล้ว...พวกเราขอไม่พูดเกี่ยวกับรายละเอียดก็แล้วกัน นี่เป็นการทดสอบเฉพาะของพวกเรา ถ้าบอกให้สถาบันอื่นๆรู้ คงจะไม่ดีแน่” พวกนักเรียนพยายามปิดบัง ถึงจะแสดงออกมาด้วยท่าทางมีพิรุธสุดๆ ถึงอย่างนั้นพวกอาจารย์ก็ไม่ซักไซ้ถามข้อมูลเพิ่ม

 

“พวกเราตอนนี้รีบเดินทางกลับเถอะ สถานการณ์ที่เขต C ไม่ค่อยดีนัก หนูขาวกลายพันธุ์ขยายอำนาจปกคลุมพื้นที่ขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้สัตว์และพืชกลายพันธุ์ต้องย้ายถิ่นฐานกัน ตอนที่ฉันไปดูในถ้ำของงูสิงลายครามกลายพันธุ์ พบว่าถ้ำเหล่านั้นกลายเป็นถ้ำของหนูขาวกลายพันธุ์ไปแล้ว”

 

“มิน่า งูสิงลายครามกลายพันธุ์พวกนี้จึงต้องอพยพมาซ่อนที่ถ้ำของพญางูขาวกลายพันธุ์แทน คงไม่คิดว่าจะเป็นการปลุกให้พญางูขาวกลายพันธุ์ตื่นจนถูกฆ่าตายไปมากมายขนาดนี้”

            

พวกอาจารย์ส่ายหน้ากัน สถานการณ์เขต C ไม่น่าวางใจ พวกเขาอยู่นานเกินไปไม่ดีนัก อีกอย่าง...ต้องรายงานเรื่องนี้ให้ทางการรู้ด้วย สถานการณ์ที่ผิดปกติเหล่านี้ บางทีอาจจะมาจากการกวาดล้างสัตว์กลายพันธุ์เขต A ก็ได้

            

แน่นอนว่าคนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดคงไม่พ้นอันซูหยวน ความแข็งแกร่งของหนูขาวกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นอย่างไรนั้น ต้องถามถึงอาหารจากฟาร์มของเธอ พลังงานของหนูขาวกลายพันธุ์จำนวนมากเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ดังนั้นความแข็งแกร่งของฝูงหนูขาวกลายพันธุ์ตอนนี้แทบจะเทียบกับสัตว์กลายพันธุ์ที่เขต D เลย

            

ก่อนหน้านี้ หนูขาวกลายพันธุ์ยังได้ปรึกษากันกับเธอว่าพวกมันต้องการอพยพถิ่นฐานไปที่เขต D แทน เนื่องจากเขต C มีพลังงานน้อยเกินไป แถมพวกมนุษย์ที่มาล่าที่นี่ก็ไม่สามารถฆ่าหนูขาวกลายพันธุ์จำนวนมากได้ ซูหยวนที่ต้องการแกนพลังงานร่วมมือกับราชาหนูขาวกลายพันธุ์ ไม่ปล่อยให้แกนพลังงานตกเป็นของผู้อื่น ดังนั้น...อัตราการถูกฆ่าที่ต่ำเช่นนี้ ย่อมกลายเป็นปัญหาในการเพิ่มจำนวนหนูขาวกลายพันธุ์ที่ฟาร์มของเธอ

            

เพื่อเป็นข้ออ้างให้ฝูงหนูขาวกลายพันธุ์ยอมรับ ความพยายามในการย้ายถิ่นฐานไปยังแหล่งพลังงานสูงจึงเป็นตัวเลือกที่ดี 

            

เห็นความกังวลใจและผลกระทบมากมายที่เขต C เช่นนี้ ซูหยวนก็ตัดสินใจได้ เธอไม่อาจปล่อยให้หนูขาวกลายพันธุ์อยู่ที่เขต C ได้อีก ไม่อย่างนั้นกองทัพจะต้องส่งภารกิจไปให้ทหารหรือนักล่าเพื่อมาจัดการกับฝูงหนูขาวกลายพันธุ์ที่เริ่มขยายอำนาจนี้อย่างแน่นอน

            

ก็เหมือนกับที่เธอเคยรับภารกิจจัดการแมลงดินหัวเขียวกลายพันธุ์ เมื่อไรที่พื้นที่นั้นเป็นปัญหา กองทัพจะต้องยื่นมือเข้ามาจัดการ นี่ก็เพื่อคงระดับความอันตรายของพื้นที่ให้ยังเป็นระดับเดิม เมื่อไรที่สร้างปัญหาให้นักล่าหรือทหารมากเกินไป พวกเขาก็จะต้องออกโรงจัดการ

            

ดังนั้นหลังจากนี้ไม่กี่วัน ทุกคนก็ได้ทราบเรื่องการย้ายถิ่นฐานของหนูขาวกลายพันธุ์ จากที่เป็นราชาครองพื้นที่เขต C เวลานี้พวกมันได้อพยพไปอยู่เขตชายแดนเขต D แล้ว 

            

ด้วยระดับที่แข็งแกร่งของพวกมันนี้ ทหารยอมรับได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นพื้นที่ล่าเขต C ก็ได้ฟื้นคืนความสงบสุขกลับมาอีกครั้งแล้ว...

            

อาจารย์ของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งพานักเรียนกลับมาได้อย่างปลอดภัย พวกเขายังรอฟังข่าวของนักเรียนที่เหลือจนมืดค่ำครึ่งคืน ในที่สุดเหล่าอาจารย์ของสถาบันเพลิงพลองก็กลับมา 

            

นักเรียนที่ติดตามเขามาด้วยมีแค่ 7 คนเท่านั้น จากที่หายไป 9 คน หมายความว่า 2 คนตกตายอยู่ในเขตพื้นที่ D แล้ว เรื่องนี้ทำให้พวกนักเรียนชายหดหู่อยู่บ้าง ทว่า...พวกเขาไม่ใช่คนที่มีจิตใจอ่อนแอ .....

 

“เจ้าพวกนั้นแข็งแกร่งเกินไป”

 

“ใช่! แทนที่จะตายในเขต C กลับไปตายที่เขต D เสียนี่! ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมแล้ว”

 

“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เจ้าพวกนั้นก้าวหน้านำพวกเราไปแล้ว”

 

“ฮ่าๆ กลับไปฉันจะรีบดื่มยกแก้วบูชาเจ้าสองคนนั้นเลย”

 

“อย่างนั้นฉันก็จะไปดื่มด้วยก็แล้วกัน พวกเราก็ไปดื่มด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ!” เสียงแห่งไฟลุกโชนขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้พวกเขาจะอยู่ด้วยกันมาไม่กี่เดือน ทว่าสถาบันก็สอนให้พวกเขารักกันมากแล้วจริงๆ

            

ซูหยวนนั่งอยู่ไม่ไกล ไม่ได้เข้าร่วมบทสนทนาแปลกๆของพวกเขา ถึงอย่างนั้น...เธอที่นั่งอยู่ไกลๆก็ยังได้เห็นแววตาเศร้าสร้อยที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทางโง่เง่าเหล่านั้นอยู่ดี

 

“ความตายมันก็แค่นี้ อีกอย่าง...ตายในเขตพื้นที่ล่า D ก็ยังดูดีกว่าฉันที่ตายเพราะโดนตะปูทิ่มล้อรถ” ไม่รู้ว่าติดโรคมาจากนักเรียนชายกลุ่มนั้นหรือเปล่า ซูหยวนกลับยิ้มหยันให้กับตัวเอง ชื่นชมคนที่ตายไปเสียอย่างนั้น

 

………………………………