บทที่ 252 เกิดเรื่องที่ห้องวิจัย (อ่านฟรี 14 พ.ย. 68)
บทที่ 252 เกิดเรื่องที่ห้องวิจัย (อ่านฟรี 14 พ.ย. 68)
บทที่ 252 เกิดเรื่องที่ห้องวิจัย
เนื่องจากการช่วยงานพิเศษของซูหยวน อาจารย์เฟิ่งนำเรื่องที่เธอเป็นผู้ค้นพบว่านักเรียนจากสถาบันเพลิงพลองไม่ได้ซ่อนตัวที่ถ้ำงูสิงลายครามกลายพันธุ์ แต่ซ่อนตัวที่ถ้ำของพญางูขาวกลายพันธุ์ไปรายงานให้ทางสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งทราบ ดังนั้นซูหยวนจึงได้รับแต้มภารกิจพิเศษ โดยแยกกับภารกิจแรก เมื่อรวมกับคะแนนพิเศษนี้ เธอจึงมีแต้มภารกิจเกือบครบแล้ว น่าเสียดายที่เพื่อนๆอีก 7 คนไม่ได้รับแต้มนี้ด้วย ซูหยวนจึงขอแลกแต้มภารกิจนี้เป็นเงิน 500,000 เครดิตแทน
ถึงทางสถาบันจะบอกว่าแต้มภารกิจสำคัญมากกว่าเครดิต ทว่าสำหรับซูหยวนแล้ว ภารกิจเหล่านั้นไม่นับเป็นอะไรเลยถ้าเทียบกับภารกิจที่อาจารย์เติ้งพาเธอไปยังพื้นที่ล่าที่ผ่านมา
เมื่อซูหยวนกลับมาที่สถาบันได้ไม่นาน อาจารย์เหวินก็เรียกเธอไปพบที่ห้องทำงานแล้ว ถึงจะประหลาดใจกับการที่จู่ๆอีกฝ่ายก็เรียกหาเธอแทนที่จะเป็นการขอร้องให้เธอไปทำงานอื่นไม่ต้องมายังห้องของอีกฝ่ายก็ตาม ทว่า...ซูหยวนก็ไม่ได้ปฏิเสธคำเชิญนี้
หญิงสาวไปห้องทำงานวิจัยของอาจารย์เหวินจากที่ไม่ได้เข้าไปนาน บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความเร่งรีบเคร่งเครียด เห็นทุกคนกำลังนั่งล้อมวงมองเอกสารตรงหน้าราวกับจนใจ ซูหยวนก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้คงจะมีปัญหาแล้ว
“ขออนุญาตค่ะ” เห็นซูหยวนมาถึง อาจารย์เหวินก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตามีร่องรอยความหวาดกลัวอยู่บ้าง ดูเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมา เธอจะได้รับบทเรียนครั้งใหญ่ไปแล้วจริงๆ
ซูหยวนทักทายอาจารย์ทุกคนรวมถึงอาจารย์เหวินอย่างใจกว้าง ตอนนี้รุ่นพี่ตงเรียนจบไปแล้ว เหลือเพียงรุ่นพี่ที่เคยเห็นอำนาจของซูหยวนมาก่อน นอกจากนี้...ที่จริงควรจะมีนักเรียนชั้นปีที่ 1 สักสองสามคนอยู่ด้วย แต่เพราะนักเรียนชั้นปีที่ 1 เพิ่งจบกิจกรรมสำคัญในการทดสอบ ดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีใครเข้าร่วมฟัง ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะตกใจที่รุ่นพี่อันในตำนานของห้องวิจัย แท้จริงแล้วก็คือรุ่นพี่นักเรียนทุนที่ได้ทำภารกิจร่วมกับพวกเขานี่เอง
ปกติแล้วนักเรียนที่สนใจเรื่องการศึกษาวิจัยมักจะเป็นนักล่าที่ไม่ดีนัก ถึงจะสามารถพอรักษาตัวรอดได้ แต่ก็ไม่ถึงกับเก่งกาจ ดังนั้นถ้าพวกเขารู้ว่ารุ่นพี่อันซูหยวนที่มีฝีมือ แท้จริงแล้วก็คือรุ่นพี่อันที่เป็นที่พูดถึงกันในห้องวิจัยด้วย คงจะต้องประหลาดใจไม่น้อย
“มาแล้วหรือ? นั่งก่อนสิ” อาจารย์เหวินเชิญให้หญิงสาวนั่งลง ไม่เหลือร่องรอยของความขัดแย้งอีกแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ ทำไมวันนี้จึงมีการประชุมรวมครั้งใหญ่ได้”
“อืม ก็เกิดเรื่องจริงๆนั่นแหละ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มอธิบายจากตรงไหนดี...ดูเหมือน ห้องวิจัยของพวกเราจะแย่แล้ว”
“แย่หรอคะ?”
“ใช่ เธอคงจะจำการวิจัยของปีที่แล้วได้ เกี่ยวกับเรื่องการแตกแขนงของราก หลังจากที่ได้ทิศทางการศึกษาที่แน่นอน พวกเราก็พัฒนาต่อยอดเพิ่มเติมไปอีกขั้น ใช้ทฤษฎีเหล่านั้นในการปรับแต่งเมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งเพื่อดูว่ามันขยายพันธุ์อย่างที่เข้าใจไหม ผลสรุปก็คือ....เมล็ดพันธุ์นั้นขยายรากตามที่คาดการณ์จริงๆ ยิ่งปรับแต่งก็ยิ่งขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้แหละที่กำลังเป็นปัญหา”
อาจารย์เหวินมองหน้าทุกคนด้วยความเศร้า
“เมล็ดพันธุ์พวกนั้นขยายพันธุ์ได้เร็วมาก แต่ก็เปลี่ยนแปลงพันธุ์กรรมได้เร็วมากเช่นกัน ผลก็คือ...เมื่อพวกมันได้รับสารพิษเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นพืชกลายพันธุ์ชนิดใหม่ได้”
“ไม่ใช่แค่นั้น แต่มันยังกระตุ้นให้พืชผักที่อยู่ใกล้ๆกลายพันธุ์ไปด้วย บางตัวที่ไม่ได้กลายพันธุ์ก็ถูกพวกมันดูดซับเป็นอาหารจนหมด กลายเป็นวัชพืชชนิดใหม่ที่ร้ายกาจมาก พวกเกษตรกรไม่มีทางยอมรับการค้นคว้านี้ และอาจจะเรียกร้องให้สถาบันชดเชยกับการสร้างสายพันธุ์อันตรายขึ้นมาด้วย”
“แต่ถ้าเป็นปัญหาแค่นี้ พวกเรายังสามารถควบคุมได้ ทว่า...” อาจารย์เหวินถอนหายใจออกมา เธอไม่อยากพูดเช่นนี้เลย นี่เป็นทั้งข้อผิดพลาดและเรื่องที่น่าอับอายของเธอจริงๆ
“หรือว่า....เมล็ดพันธุ์พวกนั้นหายไป?” ซูหยวนพอจะเดาเรื่องราวได้บ้าง สิ่งที่นักวิจัยหวาดกลัวที่สุดก็คือตัวทดลองที่ผิดพลาดถูกขโมยออกไป หากเป็นการผิดพลาดที่ดีก็ไม่เท่าไร แต่ถ้ามันเป็นข้อผิดพลาดที่จะสร้างความเสียหาย ผลที่จะตามมาย่อมต้องร้ายแรงมาก
ห้องวิจัยอาจจะไม่ได้แค่ถูกปิดตัวเท่านั้น บางทีพวกเขาคงต้องถูกจับไปด้วย เพื่อชดเชยให้กับปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่แน่ว่าซูหยวนเองก็อาจจะไม่รอดเช่นกัน ต่อให้เธอไม่ได้เป็นผู้ศึกษางานวิจัยนี้ ทว่าใครจะเชื่อ...
รายชื่อของเธออยู่ในกลุ่มผู้รับผิดชอบร่วม ดังนั้นงานในห้องวิจัยเกิดปัญหาขึ้นมา ย่อมต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาจารย์เหวินจะให้คนไปเรียกเธอมาที่นี่ด้วย
นักเรียนคนอื่นๆในห้องมีสีหน้าเหมือนถูกตัดสินโทษตายไปแล้ว พวกเขารู้เรื่องก่อนที่ซูหยวนจะมาถึง ในใจได้แต่ภาวนาให้เมล็ดพันธุ์นั้นแค่ร่วงหล่นไปโดยไม่ตั้งใจ ไม่ได้ถูกขโมยไปโดยผู้ไม่หวังดี แต่ก็นั่นแหละ...เมล็ดพันธุ์ตัวอย่างอยู่ในการดูแลที่เข้มงวด อยู่ดีๆจะร่วงหล่นไปได้อย่างไร โอกาสจะเป็นเช่นนั้นยากมาก
“เมล็ดพันธุ์หายไปแล้ว ตอนนี้สถาบันส่งเรื่องแจ้งไปยังกองทัพ พวกเราต้องรออยู่ที่นี่เพื่อรับการตรวจสอบ เบื้องต้นพวกเขาสงสัยว่าน่าจะเป็นคนในที่ลงมือ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถเอาเมล็ดพันธุ์ออกไปได้ง่ายๆ”
“เข้าใจแล้วค่ะ” ซูหยวนพยักหน้ารับ
หลังจากนี้คงเป็นขั้นตอนการสอบสวน เธอยังฟังรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมจากคนเป็นอาจารย์ด้วย ซึ่งซูหยวนก็ได้พบว่าเมล็ดพันธุ์อันตรายนี้ แท้จริงแล้วเพิ่งจะหายไปเมื่อ 2 วันก่อน
แม้สองวันก่อนซูหยวนจะยังอยู่ระหว่างทำภารกิจกับอาจารย์เฟิ่งที่นอกเขตปลอดภัย ถึงอย่างนั้นก็ไม่ถูกยกเว้น เนื่องจากทุกคนที่มีส่วนในงานวิจัยนี้ให้ถูกสงสัยว่าเป็นผู้ลงมือไว้ก่อน ต่อให้ไม่ได้อยู่ในสถาบันก็อาจจะร่วมมือกับผู้อื่นด้วยก็ได้ ดังนั้นแม้แต่ซูหยวนหรือนักเรียนชั้นปีที่ 1 หลังจากนี้จะต้องเข้าร่วมการสอบสวนทุกคน
รอเกือบสองชั่วโมง ในที่สุดฝ่ายตรวจสอบของทางการก็มาถึงสถาบัน พวกเขาเอาเนื้อหางานวิจัยทั้งหมดไปอ่านแล้วเรียกผู้ต้องสงสัยทุกคนเข้าสอบสวน ซูหยวนแทบจะเป็นคนท้ายๆที่ถูกเรียกตัวไป ด้วยสถานการณ์ที่ค่อนข้างพิเศษของเธอ ดังนั้นจึงมีคำถามไม่มากนัก
“ระหว่างที่เกิดเรื่อง คุณอยู่ที่ไหน”
“ก่อนหน้านี้คุณติดต่อใครบ้าง แล้วพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับการวิจัยนี้หรือไม่”
“ได้ยินว่าคุณเป็นเกษตรกรคนหนึ่งเหมือนกัน คิดอย่างไรกับการวิจัยที่ทำให้เกิดเมล็ดพันธุ์ปีศาจนี้ขึ้นมา”
“คุณคิดว่าถ้าแปลงเพาะปลูกของตนเองได้รับผลกระทบ จะจัดการเรื่องนี้ยังไง คุณคาดการณ์ความเสียหายเอาไว้ระดับไหน”
“ทำไมช่วงก่อนหน้านี้คุณถึงไม่เข้าห้องวิจัยเลย หรือว่ามีความขัดแย้งส่วนตัวกับอาจารย์ที่นี่หรือเปล่า? คุณเกลียดชังอาจารย์เหวินใช่ไหม? มีความคิดอย่างไรถ้าเธอจะถูกลงโทษรุนแรงเพียงคนเดียว”
คำถามมากมายหลั่งไหลมา ส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับที่เธอมีสถานะเป็นทั้งนักล่าและเกษตรกร นอกจากนี้จากการสอบสวนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของเธอและห้องวิจัยนี้ไม่ค่อยดีนัก ทางการไม่ทิ้งปมเล็กๆน้อยๆพวกนี้ เนื่องจากสงสัยว่าซูหยวนอาจจะลงมือเนื่องจากความแค้นส่วนตัวก็ได้ หลังจากนั้นเพียงทำทีว่าไม่ได้อยู่ในสถาบันก็จะทำให้ตัวเองรอดพ้นจากข้อกล่าวหาแล้ว
ความคิดของทหารสอบสวนครอบคลุมมาก ซูหยวนตอบทุกอย่างด้วยความจริง เธอไม่ได้กังวลว่าพวกเขาจะมองว่าเธอเป็นหนึ่งในผู้ลงมือหรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว...ไม่มีอะไรหนีจากความจริงไปได้
หลังการสอบสวนครบทุกคน พวกนักเรียนก็มองหน้ากัน คำถามที่ทุกคนได้ล้วนเป็นคำถามล่อแหลมทั้งนั้น อีกทั้งยังมีคำถามเกี่ยวกับพวกเพื่อนๆด้วย เป็นแบบนี้ยิ่งทำให้พวกเขาระแวง กลัวว่าพวกเพื่อนๆจะพูดอะไรไม่ทันคิดแล้วปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นคนผิด
เห็นท่าทางเช่นนั้นของพวกเขาแล้ว ซูหยวนก็เข้าใจได้ทันทีว่าบางคำถามที่ถามมา แท้จริงแล้วไม่ได้ไร้สาระ แต่เป็นการมอบความกดดันให้กลายๆต่างหาก
บางครั้ง ความหวาดระแวงที่มีต่อกันนี้ ก็อาจจะนำข้อเท็จจริงบางอย่างออกมาก็ได้...
ซูหยวนไม่ได้นั่งรอบทลงโทษเหมือนทุกคน เธอส่งข้อความไปแจ้งประธานของตนเองว่ากำลังเกิดปัญหาอะไรอยู่ ทั้งยังแจ้งอาจารย์เติ้งให้รู้ข่าวด้วยเช่นกันว่าศิษย์ของเขาตอนนี้กำลังถูกสงสัย ในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นทหารตำแหน่งสูง คงเพียงพอที่จะมีน้ำหนักต่อการวิเคราะห์อยู่บ้าง นอกจากนี้ซูหยวนก็ทำผลงานมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ความดีไม่ค่อยมอบรางวัลก็ไม่เป็นไร แต่เรื่องเลวร้ายเช่นนี้ไม่ควรจะต้องเกิดขึ้นกับเธอ
สำหรับที่สุด ซูหยวนได้ส่งหนูขาวกลายพันธุ์ของตนเองไปที่ฐานทัพของหน่วยทหารพิเศษแล้ว ขอเพียงพวกเขาปรากฏตัวออกมา ทหารเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก
นี่คือสิทธิพิเศษสำหรับทหารพิเศษอย่างเธอ....
แม้จะคิดว่าพวกรุ่นพี่ทหารพิเศษจะเคลื่อนไหวก่อนใคร อย่างไรพวกเขาก็มีอำนาจนี้อยู่แล้ว แต่ที่ซูหยวนไม่คิดเลยก็คือ...ประธานจางที่งานรัดตัวกลับมาถึงเป็นคนแรก
“คุณ...ประธานจาง”
“ใช่ ยังรู้จักฉันด้วยหรือ?” จางอู่หยางขมวดคิ้ว จ้องมองไปยังทหารฝ่ายตรวจสอบที่ยึดพื้นที่ ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าออกเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพวกเขา
ออร่าความกดดันและรังสีสังหารถูกปล่อยออกมาโดยไม่คิดซ่อนเอาไว้ ส่งผลให้ทหารฝ่ายตรวจสอบที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งด้านการใช้พลังงานอยู่ก่อนแล้วรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ต่อหน้ามัจจุราชที่จ้องเอาชีวิตตนเอง
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครจะไม่รู้จักประธานจางได้ล่ะครับ พวกเราทุกคนเคารพคุณ....”
“ปากบอกว่ารู้จัก แต่กลับคิดจะรังแกคนของฉันงั้นหรือ? ดูเหมือน...พวกคุณก็ไม่ได้รู้จักนิสัยของฉันจริงๆหรอกนะ เพราะถ้าไม่งั้น...คงจะรู้ว่าใครที่กล้าแตะต้องคนของฉัน จะต้องเจอกับอะไรบ้าง”
“อะ เอ่อ ประธานจาง....เรื่องนี้...” เจ้าหน้าที่สอบสวนไม่อยากเชื่อเลยว่าจู่ๆพวกเขาจะได้เจอประธานจางที่ยิ่งใหญ่คนนั้นในสถานการณ์นี้ ถึงจะตรวจสอบประวัติของนักเรียนทุนอันซูหยวนมาบ้าง ก็ไม่ได้คิดว่าเธอจะเป็นคนที่ประธานจางใส่ใจจนต้องมาที่นี่ด้วยตัวเอง
เพียงแค่คำพูดเดียวของประธานจางนี้ ข้อมูลที่เพิ่งสอบสวนอันซูหยวนก็หนักอึ้งราวกับก้อนหิน 50 กิโลกรัม แค่ถือเอาไว้ก็อาจจะทำให้แขนหักได้
“สอบสวนก็สอบสวนไป แต่ถ้าฉันพบว่าเรื่องนี้มีการสอบสวนลวกๆแล้วคนของฉันไม่ได้รับความยุติธรรมล่ะก็...ฉันจะรอดูว่ากองทัพจะยังต้องส่งคนมาคุกเข่าต่อหน้าฉันไหม!!”
จางอู่หยางไม่พูดมากไปกว่านี้ ท่าทีของเขาชัดเจนมากแล้วว่าต้องการอะไร หากสอบสวนอันซูหยวนก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคิดจะรังแกเธอ จับเธอที่ไม่มีความผิดให้ร่วมรับผิดชอบด้วย อย่างนั้นก็ต้องรอดูว่ากองทัพจะรับผลกระทบหลังจากนี้ได้ไหม
ต่อให้ยศของเขาไม่สูงมากนักในกองทัพ ทว่า...แค่เขาพูดคำเดียว เงินสนับสนุนของกองทัพทั้งหมดที่มาจากองค์กรนักล่าสกุลจาง หรือแม้แต่องค์กรอื่นๆที่เป็นพันธมิตรกัน ย่อมต้องถอนตัวออกจากกองทัพทั้งหมด
ปราศจากเงินเหล่านี้ กองทัพจะยังทำงานของตัวเองอยู่ได้ยังไง คาดว่าทหารมากกว่าครึ่งจะไม่ได้รับเงินเดือนแน่ ไม่ต้องพูดถึงโครงการใหญ่ที่พวกเขากำลังทำอยู่เลย!
จางอู่หยางเป็นคนแรกที่มา แล้วก็เป็นคนแรกที่ทำให้สีหน้าของเหล่าทหารผู้ตรวจสอบมืดครึ้ม บรรยากาศที่หายใจไม่ออกนี้เกือบฆ่าพวกเขาตายอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้น...พายุใหญ่คลื่นนี้ก็ไม่ได้จบลง
หลังจากที่ประธานจางผู้ยิ่งใหญ่จากไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พวกเขายังไม่ทันฟื้นคืนความสงบของตนเองกลับมา หน้าห้องสอบสวนก็ปรากฏคนอีกแล้ว
“หัวหน้าครับ หัวหน้า!”
“อะไร มีอะไร”
“มะ มีคนมาขอพบครับ”
“คนมาขอพบ? ใครอีก”
“เป็น เป็นพันโทหวงเต๋อกัง รองผู้บังคับบัญชาของฝ่ายศึกษาวิจัยเพื่ออนาคตของมนุษย์ชาติของกองทัพครับ”
“หืม? คนใหญ่คนโตนั้นมาที่นี่ทำไม”
“เขาบอกว่า...ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับความคืบหน้าในการสอบสวนจ่าสิบตรีอันซูหยวนครับ คือว่า...ท่าทางของเขา ไม่ค่อยพอใจกับการสอบสวนนี้เท่าไรนัก พวกเรา...พวกเราอาจจะกำลังเจอกับ...”
ไม่ทันได้พูดจบ ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ทุกคนตกใจ หันไปก็เห็นพันโทหวงเต๋อกังที่ยังยืนอยู่ข้างหน้าห้องด้วยความประหลาดใจ ส่วนคนที่เปิดประตูนั้น...
“หะ หัวหน้าหน่วยทหารพิเศษ!!”
เป็นเขา! คนบ้าคลั่งคนนี้ แม้แต่เขาก็ยังมางั้นหรือ?!!
แล้วด้านหลังนั่นใครกัน? ไม่ใช่รองประธานสภาองค์กรเกษตรกรงั้นหรือ? ทำไมเขาถึงมาที่นี่ได้ คงจะไม่ใช่เพื่อเกษตรกรระดับแท้จริงคนเดียวหรอกใช่ไหม? อันซูหยวนคนนี้ก็คือสมาชิกของกลุ่มวิจัยที่พัฒนาเมล็ดพันธุ์ผิดพลาด อาจจะเป็นปัญหาของเกษตรกรในอนาคตเลยนะ เขาไม่โกรธ...แต่อยากจะมาช่วยคนด้วยหรือ?
…………………………