บทที่ 253 ความน้อยใจของทหารหน่วยตรวจสอบ (อ่านฟรี 15 พ.ย. 68)
บทที่ 253 ความน้อยใจของทหารหน่วยตรวจสอบ (อ่านฟรี 15 พ.ย. 68)
บทที่ 253 ความน้อยใจของทหารหน่วยตรวจสอบ
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนกำลังเจอกับความกดดันทั่วทุกทิศทางอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อำนาจที่ได้รับมาอย่างเด็ดขาดของพวกเขา เวลานี้กำลังถูกทดสอบเป็นครั้งแรก คนที่ไม่เคยต้องรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ย่อมไปไม่เป็นอยู่บ้าง ซึ่งซูหยวนเองก็คาดเดาได้ว่าจะต้องมีคนช่วยเหลือเธอ เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่เธอแจ้งขอความช่วยเหลือไปกับทุกเส้นสายที่ตัวเองมี พูดให้ถูกก็คือ...ซูหยวนรู้ว่านี่เป็นเรื่องร้ายแรงขนาดไหน
ปกติแล้วไม่มีใครสามารถรอดจากบทลงโทษได้ เมื่อเรื่องเข้าถึงมือของทางการแล้ว กฎหมายที่เข้มงวดพวกนั้นจะเอาผิดทุกคนเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่อย่างนั้นในอนาคตจะต้องเจอกับความผิดพลาดเช่นนี้นับครั้งไม่ถ้วน กฎหมายที่ควบคุมการศึกษาวิจัยต้องเข้มงวดกว่ากฎหมายอื่นๆอีกเป็นเท่าตัว ถ้าต้องการทำการวิจัยใหญ่...อย่างนั้นก็ต้องลงทุนสูง
เดิมทีแล้วไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องอาจหาญในสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งเช่นนี้ ไม่สิ! ต้องบอกว่าสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก็ไม่เคยมีงานวิจัยที่จะออกมาเป็นรูปแบบการสร้างตัวทดลองมากนัก แต่เพราะแนวทางศึกษาไปในทิศทางนี้ มีโอกาสที่พวกเขาจะสามารถขยายพันธุ์พืชและทำเงินได้ อยากจะพลิกโฉมหน้าและชื่อเสียงการวิจัยของสถาบัน สุดท้ายกลับกลายเป็นจุดอ่อนแทน
ห้องวิจัยที่ไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดนี้ ต่อให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันก็ยังต้องรับความผิดร่วมด้วย นับประสาอะไรกับนักเรียนคนหนึ่ง
ทว่าไม่คาดคิด...เพื่ออันซูหยวนนักเรียนชั้นปี 2 แล้ว ผู้คนมากมายถึงกับมาที่นี่ แม้แต่คนในกองทัพก็ยังมาเพื่อกดดันพวกเขา เช่นนี้แล้ว...ฝ่ายสอบสวนและลงโทษจะสามารถทำอะไรได้
ซูหยวนที่ถูกคุมตัวอยู่ในห้องทำงานของอาจารย์เหวินไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด เธอช่วยอาจารย์เหวิน ตรวจสอบรายชื่อคนเข้าออกจากห้องทำงานในช่วงเวลาที่เมล็ดพันธุ์ทดลองหาย
โชคดีที่เมล็ดพันธุ์ทดลองนั้นถูกนำไปเก็บไว้ที่แปลงเพาะปลูก เนื่องจากต้องการทดสอบผลของการขยายพันธุ์ จึงได้นำไปให้อาจารย์วิชาเกษตรช่วยดูให้ รายชื่อคนเข้าออกพื้นที่เกษตรนั้นจึงมีอยู่ทั้งหมด แม้จะน่าปวดหัวเพราะรายชื่อของนักเรียนชั้นปีที่ 2 เกือบทุกคนก็อยู่ที่นั่นด้วย ไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นแค่ผู้เข้าออกตามปกติ หรือเป็นหนึ่งในกลุ่มคนร้าย ทว่า...เบื้องต้นยังแยกไว้ เพื่อกำหนดรายชื่อของนักเรียนจากห้องวิจัยเท่านั้น
พบว่าครึ่งหนึ่งไม่ได้ไปที่แปลงเพาะปลูกแต่นั่งจัดเอกสารที่ห้องทำงานอาจารย์เหวินเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งก็พยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้น
ฟังไปฟังมา ปัญหานี้ก็ไม่สามารถสรุปได้ นักเรียนจากห้องวิจัยเหล่านี้ ดูแล้วไม่มีคนน่าสงสัยหรือแสดงอาการอะไรออกมาเลย ซูหยวนที่ปกติเป็นคนรู้สึกไวกับพวกโกหก เนื่องจากเธอเป็นคนชอบสังเกตก็ยังหาคนไม่พบ ดังนั้นจึงขอให้อาจารย์พาไปยังแปลงเพาะปลูกเพื่อหาร่องรอยอีกครั้งหนึ่ง
แม้ที่นั่นจะไม่มีกล้องวงจรปิดเหมือนกับโลกที่เธอจากมา แต่...ซูหยวนก็มีสายลับซ่อนตัวอยู่ ขอเพียงได้ติดต่อกับมัน เธออาจจะได้รับข้อมูลอะไรกลับมาก็ได้
“รุ่นน้องพลทหารพิเศษอัน” เมื่ออาจารย์เหวิน อันซูหยวน และนักเรียนชั้นปีที่ 3 จำนวน 4 คนมาถึงแปลงเพาะปลูกภายใต้การควบคุมของผู้สอบสวน ตอนนั้นก็ได้พบว่าที่นี่นอกจากทหารฝ่ายสอบสวนแล้ว ยังมีทหารพิเศษอยู่อีก 2 คน
เห็นซูหยวนมาที่นี่ สีหน้าเคร่งขรึมของพวกเขาในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกว้าง ท่าทางราวกับรุ่นพี่ใจดีเช่นนี้ ทำเอาทหารจากหน่วยตรวจสอบที่กำลังเหงื่อตกในตอนแรกเกือบจะร้องไห้ออกมา
ถ้ารู้ว่าพวกเขาอยู่ต่อหน้าผู้ต้องสงสัยอันแล้วจะเลิกปล่อยออร่ากดดันใส่พวกเขา คงจะขอให้เธอมาที่นี่ตั้งนานแล้ว ให้ตายเถอะ! พวกเขาเหมือนกับคนจมน้ำมาตลอดครึ่งชั่วโมงนี้แล้ว! เกือบตายไปจริงๆแล้ว!
“พวกคุณมาที่นี่เพื่อช่วยสอบสวนหรอคะ”
“ช่วยสอบสวน? ไร้สาระน่า...นี่เป็นงานของพวกเขา ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะต้องลงมือหรอก” ทหารพิเศษคนหนึ่งโบกมือ แต่เมื่อเห็นว่าซูหยวนยังขมวดคิ้ว เขาก็อธิบายเพิ่ม
“พวกเรามาที่นี่ก็เพื่อช่วยรุ่นน้องนั่นแหละ พวกเขาอยากจะลงโทษเธออย่างไร้เหตุผล อย่างนั้นพวกเราก็เลยต้องมาหาเหตุผลให้ ไอ้พวกผู้สอบสวนพวกนี้ค่อนข้างโง่งม จับคนมั่วซั่วอยู่บ่อยๆ ที่ผ่านมาพวกเราไม่สนใจก็เลยคิดว่าจะทำอะไรพวกเราได้ เหอะ! ครั้งนี้พวกเรามาแล้ว อยากรู้จริงๆว่าจะยังกล้ารังแกคนของเราที่ไม่ผิดได้ยังไง”
คำพูดของเขาเหมือนเตะเข้าที่กลางกล่องดวงใจของทหารตรวจสอบ พวกเขามีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติการ ที่ผ่านมาเคยได้ยินการร้องเรียนถึงการทำงานของพวกเขาอยู่บ้าง แต่ไม่เคยมีใครพูดออกมาตรงๆเช่นนี้
หลายคนรู้สึกอยากจะเข้าไปต่อสู้เป็นตายกับพวกทหารพิเศษเหล่านี้ ทว่าก็รู้ดียิ่งกว่าใคร...สุดท้ายแล้วคนที่จะตายคงมีแค่พวกเขา ก็นะ...ไอ้ทหารพิเศษนี้มันได้ชื่อว่าเป็นพลทหารพิเศษก็เพราะพวกมันพิเศษเกินไป ไม่มีหน่วยงานไหนที่อยากจะยุ่งกับพวกมันแม้แต่ผู้นำกองทัพเองก็ตาม
ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานของพวกเขาก็เลี่ยงที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเจ้าพวกนั้น ถึงกับออกกฎให้พวกมันทำอะไรก็ได้ ขนาดฆ่าคนก็ยังไม่ต้องมารายงาน ใครจะไปคิดว่าแค่เรื่องเมล็ดพันธุ์โง่ๆหายไป กลับต้องปะทะกันแบบนี้...
“ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณมากๆค่ะ” ซูหยวนถอนหายใจออกมา เมื่อรู้ว่ามีทหารพิเศษเหล่านี้กำลังช่วยเหลืออยู่ เช่นนั้นก็คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้นแล้ว
ต้องบอกว่าเธอเชื่อใจในพลทหารพิเศษนี้มากพอกับที่เชื่อใจตัวเอง เนื่องจากพวกเขามีทักษะมากมายที่จะช่วยตามหาความจริง ดังนั้นความกดดันที่มีจึงถูกทำให้ลดลงไป แน่นอนว่าซูหยวนไม่คิดจะวางมือเช่นกัน หากหนูขาวที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังในแปลงเพาะปลูกรู้อะไรบ้าง ก็คงจะทำให้เป็นเรื่องง่ายแล้ว
“ขอบคุณอะไรกัน พวกเราแค่ใช้ทักษะเล็กๆน้อยๆก็พอจะคาดเดาคนลงมือได้แล้ว ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ไอ้พวกผู้ตรวจสอบกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ วันๆเอาแต่กินเงินเดือนแล้วก็ตั้งท่าใหญ่โตอยู่นั่น”
“ได้ข้อมูลบ้างแล้วหรอคะ” ซูหยวนประหลาดใจ ไม่สนใจที่พวกเขาแขวะทหารหน่วยตรวจสอบที่ทำหน้าเจื่อนอยู่ด้านหลัง
“อืม ก็มีกลิ่นอยู่บ้าง ตอนนี้กำลังยืนยันให้ชัดเจนเท่านั้น” ทหารพิเศษแตะจมูกของตนเอง เขาใช้ความสามารถในการรับกลิ่นไล่ตรวจสอบจนมาพบตำแหน่งสุดท้ายของเมล็ดพันธุ์ที่ผิดพลาด ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่เมล็ดพันธุ์ถูกใส่เข้ากล่องเก็บแล้ว หมายความว่าพวกเขาจะต้องเปลี่ยนการตามกลิ่นไปที่กล่องเก็บเมล็ดพันธุ์ทดลองแทน
คนที่แตะกล่องเมล็ดพันธุ์ทดลองนั้นควรจะมีคนเดียวกลิ่นเดียว ตอนนี้กลับปรากฏกลิ่นที่สองขึ้น มีแค่ต้องตามหาเท่านั้นว่ากลิ่นที่สองนี้คือกลิ่นของใคร
ถึงจะฟังดูยุ่งยาก แต่แค่พาทุกคนที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบกลิ่น เขาก็จะระบุได้ทันทีว่าคนที่ถือกล่องนั้นออกไปเป็นใคร!
“แต่ถึงจะยังหาตัวคนไม่เจอ พวกฉันก็ยืนยันได้ว่ากลิ่นนี้ไม่ใช่กลิ่นของรุ่นน้องอันแน่นอน หลังจากนี้ถ้าใครกล้าแตะต้องรุ่นน้องล่ะก็...ฮึ่ม คงจะต้องหาคำอธิบายมาโต้แย้งการตรวจสอบของฉันแล้ว”
มีรุ่นพี่เป็นคนพิเศษก็ดีเช่นนี้ ซูหยวนเห็นสายตาเขาที่มองกลับไปยังทหารหน่วยตรวจสอบแล้วก็เผยรอยยิ้มของตนเองขึ้นมา
ก่อนหน้านี้มีคนพูดว่า เรื่องใดที่ถึงมือหน่วยพิเศษแล้วย่อมไม่ผิดหวัง หลายหน่วยงานอยากจะมอบภารกิจให้หน่วยพิเศษจัดการ เพราะรู้ว่าพวกเขามีความสามารถพอที่จะพลิกฟ้าได้ กระนั้น...การจะทำให้หน่วยพิเศษเคลื่อนไหวได้นั้นเป็นเรื่องง่ายหรือ? ไม่ต้องพูดถึงว่าจำนวนของพวกเขามีน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับงานที่ต้องทำ เอาแค่จะขอให้พวกเขามีอารมณ์ทำงานใดๆนั้นกลับเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า
ทหารพิเศษพวกนี้มีสิทธิในการตัดสินใจว่าจะทำงานหรือไม่ บางครั้งพวกเขาไม่มีอารมณ์ทำงานก็ไม่รับงานเลยก็มี ถ้าไม่อย่างนั้น...หากทหารพิเศษเข้าร่วมกับหน่วยสอบสวน พวกเขาจะต้องเสียเวลาจับคนถูกคนผิดเข้าไปลงโทษทั้งหมดหรือ? ทั้งหมดนี้ก็ต้องโทษคนมีความสามารถแต่ไม่ยอมช่วยไม่ใช่รึไง หากพวกเขามีความสามารถแบบเดียวกัน...คงจะโลดแล่นไปแล้ว ไม่มาอุดอู้โดนด่าทอเช่นนี้อยู่หรอก! พวกเขาเองก็อยากสอบสวนให้กระจ่างเหมือนกันนั่นแหละ
รุ่นพี่ทหารพิเศษไม่เสียเวลา เขาตรวจสอบคนที่มาพร้อมกับซูหยวนด้วย พบว่ากลิ่นพวกนี้ไม่เหมือนกับกลิ่นคนที่เอากล่องไปเป็นคนสุดท้าย จึงขอตัวไปตรวจสอบนักเรียนและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ถูกจับอยู่
ซูหยวนไม่ได้ตามพวกเขาไป เธอเองก็มีวิธีที่จะตรวจสอบเช่นกัน ดังนั้นจึงเดินไปยังตำแหน่งของหนูขาวที่ซ่อนตัวอยู่ เก็บอีกฝ่ายเข้าไปในฟาร์มของตัวเองแล้วปล่อยให้หนูขาวตัวอื่นออกมาเฝ้าระวังแทน ...ด้วยการเชื่อมต่อที่รวดเร็วนี้ ซูหยวนก็รับข้อมูลบางอย่างมาจากหนูขาวแล้ว
ดวงตาของเด็กสาวมีประกายอาฆาตบางอย่างวาดผ่านไป ปรากฏว่าก่อนหน้านี้ที่เธอไม่จัดการให้เด็ดขาด กลับย้อนกลับมาเป็นผลเสียให้เธอแล้ว
“คนที่อยู่ที่นี่ไม่มีกลิ่นแบบนั้นเลย” เมื่อซูหยวนกลับมารวมตัวกับทุกคนที่ห้องทำงานอาจารย์เหวิน ก็ได้ยินรุ่นพี่พลทหารพิเศษพูดขึ้นมา คิ้วของเขาขมวดมุ่น หากไม่เจอตัวการ...เช่นนั้นก็ไม่สามารถทำให้เรื่องนี้กระจ่างได้ บางที...เขาอาจจะต้องเสียเวลาในการไล่ตรวจสอบทุกคนที่มีรายชื่อเข้าออกแปลงเพาะปลูกแล้ว
เรื่องนี้ดูจะยุ่งยากและเสียเวลาไม่น้อย แน่นอนว่าถ้าต้องทำก็ต้องทำอยู่ดี เขาจะไม่ปล่อยให้รุ่นน้องทหารพิเศษอันต้องได้รับชื่อเสียงไม่ดี
“ฉัน...พอจะคาดเดาได้ว่าเป็นใคร” ในขณะที่ทุกคนหมดหวัง แม้แต่นักเรียนและอาจารย์ที่ตื่นเต้นหลังจากมีทหารพิเศษปรากฏตัวมาช่วยตรวจสอบ ทุกคนยังคิดว่า...ถ้าแม้แต่ทหารพิเศษก็ยังทำอะไรไม่ได้ เช่นนั้นพวกเขาคงไม่รอดพ้นโทษแล้ว กลับคิดไม่ถึงเลยว่าซูหยวนจะพูดออกมาแบบนั้น
“นักเรียนอัน เธอหมายความว่ายังไง”
“นั่นสิ รุ่นน้องอัน นี่...รู้จริงๆหรือว่าเป็นใคร? ได้ยังไงล่ะ ทำไมเธอถึงรู้แบบนั้น”
“ใช่ๆ รุ่นน้องอันรีบพูดมาเถอะ ใครที่น่าสงสัย เป็นใครที่กล้าลงมือแบบนี้!” เห็นความกระตือรือร้นของพวกเขาแล้ว ซูหยวนก็รับรู้ได้ถึงบรรยากาศหวาดกลัวที่มี แม้แต่อาจารย์เหวินก็เกือบจะคุกเข่าขอร้องให้ซูหยวนพูดมันออกมาอยู่แล้ว ถ้าเธอรู้จริงๆล่ะก็...เช่นนั้นพวกเขาก็จะรอดตายได้แล้ว
เธอสาบานว่าถ้าซูหยวนเป็นคนพาตัวเองรอดจากการลงโทษครั้งนี้ วันข้างหน้าจะบูชาเหมือนเทพเจ้า!
สายตาร้อนแรงของอาจารย์เหวินน่ากลัวเกินไป ซูหยวนกระแอมออกมาครั้งหนึ่งแล้วไม่พูดกับพวกเธออีก เพียงมองไปยังรุ่นพี่ทหารพิเศษ ต้องการสื่อสารให้พวกเขารู้ว่าเธอใช้ความสามารถของตัวเองแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ไม่อาจพูดให้ทุกคนฟังได้
พวกรุ่นพี่เข้าใจดี เขาส่งเสียงคำรามออกมา บอกให้ทุกคนเงียบแล้วพาซูหยวนไปพูดคุยกันข้างนอก แม้ทหารหน่วยสอบสวนจะตามมาด้วยเพราะเป็นหน้าที่ แต่ก็ไม่มีอะไรที่ต้องปิดบังพวกเขา
“รุ่นน้องใช้เจ้านั่นหรือ?” เมื่อออกมาข้างนอก รุ่นพี่ทหารพิเศษก็ถามอย่างตื่นเต้น ก่อนหน้านี้เมื่อไปตรวจสอบ เขาย่อมต้องได้กลิ่นของหนูขาวอยู่แล้ว แต่ก็รู้ว่านี่เป็นสัตว์เลี้ยงของรุ่นน้องอัน จึงไม่ได้เปิดเผยให้ทุกคนแตกตื่น
กับคนธรรมดา ถ้ารู้ว่าที่นี่มีสัตว์ร้ายซ่อนอยู่ ต่อให้เป็นสัตว์เลี้ยงของอันซูหยวน พวกเขาก็คงหวาดกลัวอยู่ดี สู้ไม่ให้พวกเขารู้เลยยังจะดีกว่า อีกอย่าง..ก็เป็นประโยชน์ต่อรุ่นน้องด้วย
ก็เหมือนกับครั้งนี้ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นกับเธอ มีดวงตาซ่อนอยู่ เฝ้ามองสถานการณ์อยู่ไกลๆ ย่อมต้องช่วยเหลือเธอได้มาก
“ใช่ค่ะ รุ่นพี่ลองตรวจสอบเด็กสกุลหานอีกครั้งเพื่อยืนยันได้ไหมคะ”
“สกุลหานหรือ? ตอนนั้นมีรายชื่อนักเรียนหานตู้อยู่ด้วย แต่เพราะเป็นนักเรียนชั้นปี 2 ที่ต้องเข้าไปจัดการแปลงเพาะปลูกอยู่แล้ว พวกเราจึงตัดออก” ทหารหน่วยตรวจสอบรีบปฏิเสธความคิดนี้
สำหรับพวกเขาแล้ว คนที่น่าสงสัยก็คือคนของห้องวิจัย จะเป็นนักเรียนชั้นปี 2 คนอื่นๆได้อย่างไร พวกเขาคงไม่รู้เรื่องการทดลองนี้ ยิ่งไม่มีเหตุผลในการขโมยเมล็ดพันธุ์ไปด้วย
ถ้าเป็นคนของห้องวิจัย พวกเขาอาจจะต้องการขายมันให้ห้องวิจัยอื่น หรือไม่ก็มีความร่วมมือกับห้องวิจัยอื่น ดังนั้นเมล็ดพันธุ์ทดลองนี้จึงเป็นที่ต้องการ
ทว่า...ทันทีที่เขาพูดจบ สายตากดดันจากทหารพิเศษก็พุ่งไปยังเขาทันที
“ไหนบอกว่าหน่วยตรวจสอบจับคนไม่เลือก ใครน่าสงสัยก็สอบสวนหมด ดูแล้วไม่น่าจะจริง”
“เฮ้อ นั่นน่ะสิ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ก่อนหน้านี้ถูกโจมตีว่าจับคนผิด ปล่อยคนร้ายลอยนวล สุดท้ายก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ ตัวเองไร้ความสามารถ กลับยังไม่เชื่อคนมีความสามารถ”
ได้ยินแบบนั้น หน้าของทหารหน่วยสอบสวนก็แดงก่ำ เขาทนต่อการดูแคลนเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ยิ่งตอนนี้...แม้แต่เด็กนักเรียนคนหนึ่งก็ยังอยากจะแสดงความสามารถเหนือพวกเขาอีกหรือ?
“พวกเราสืบมาแล้วว่านักเรียนอันและนักเรียนหานไม่ลงรอยกัน หรือคิดจะใช้โอกาสนี้เพื่อทำให้เขาเดือดร้อน!” คนไม่ยอมรับง่ายๆ
“ถึงพวกคุณจะเป็นทหารพิเศษ ก็อย่าคิดว่าจะปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียวเลย ถ้าคนของพวกคุณผิดก็ไม่ควรช่วยกันปิดบัง ไม่อย่างนั้นมนุษย์ชาติจะเดือดร้อนเพราะความลำเอียงของพวกคุณได้”
ไม่รู้ว่าถูกทำให้เจ็บช้ำใจเกินไปจนเปลี่ยนให้กลายเป็นคนโง่หรือไม่ คำพูดนี้ก็ออกมาจากปากของเขาแล้ว แม้แต่เพื่อนที่อยู่ข้างๆก็ยังอยากจะเข้าไปปิดปากของอีกฝ่าย
“โอ้ ปิดแผ่นฟ้าด้วยมือเดียวหรือ? นั่นน่าสนใจทีเดียวนะ แต่...มันจะง่ายกว่าไหมถ้าฉันปิดปากของแกด้วยมีดเล่มเดียว!” ไม่ทันได้ตอบสนอง มีดก็จ่อที่คอของเขาจนเลือดซึมออกมาแล้ว!
ดวงตาของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบิกกว้าง เขาหยุดหายใจเพราะกลัวว่าทันทีที่หายใจออก จะไม่ได้หายใจเข้าอีกแล้ว!
“นะ นี่ นี่พวกคุณทำอะไร!!”
“อะไร? ไม่รู้หรอว่าพวกเราฆ่าคนได้โดยไม่ผิดกฎหมายน่ะ ฮ่าๆ ทำไมล่ะ? อยากจะจับพวกเราไปสอบสวนด้วยหรอ? อย่างนั้นก็ต้องสอบสวนในยมโลกแล้วล่ะ!” รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้น ทำเอาเจ้าหน้าที่ที่อัดอั้นในตอนแรกอยากตบปากโง่ๆของตัวเองสักร้อยที
ต่อให้น้อยใจขนาดไหน ก็ไม่ควรหาเรื่องไอ้หมาบ้าพวกนี้ใช่ไหม? ทำไมเขาถึงลืมไปได้กันล่ะ!
………………………..