บทที่ 254 จับกุมคนร้าย (อ่านฟรี 16 พ.ย. 68)
บทที่ 254 จับกุมคนร้าย (อ่านฟรี 16 พ.ย. 68)
บทที่ 254 จับกุมคนร้าย
“ยะ อย่านะ พวกคุณกล้าลงมือจริงหรือ? นี่จะเป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของกองทัพ ดังนั้นต่อให้การสังหารผู้อื่นจะเป็นสิทธิของพวกคุณ แต่การลงมือกับเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ พวกคุณจะต้องโดนลงโทษแน่!”
“จริงหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ขอลองดูหน่อยสิ ว่าพวกเราจะถูกลงโทษอย่างไร” พลทหารพิเศษแสยะยิ้ม ก่อนที่เขาจะขยับมือเล็กน้อย ส่งผลให้ลำคอของอีกฝ่ายกลายเป็นสีเลือด!
“อั่ก!! พวกคุณ!”
“อย่า ขอร้อง...พวกเราเชื่อคุณแน่นอน คนที่ต้องสงสัยทั้งหมดจะถูกสอบสวน ในเมื่อไม่มีคนของห้องวิจัยน่าสงสัย อย่างนั้นก็ต้องขยายผลการสอบสวนไปถึงคนที่มีรายชื่อในพื้นที่แปลงเพาะปลูกนั้นแน่ ขออย่าลงมือไปมากกว่านี้เลย” เห็นว่าความโหดเหี้ยมของทหารพิเศษนี้สมคำล่ำลือแล้ว เพื่อนทหารไม่อาจจะมองดูคนตายได้ ดังนั้นเขาจึงรีบเข้ามาขวางหน้าไว้ รีบกล่าวอย่างประนีประนอมทันที
“ขอร้อง? คิดว่าพวกเราจะใจกับคนที่แค่มาขอร้องงั้นหรือไง”
“ได้โปรด ไม่ว่าพวกคุณต้องการอะไร พวกเราก็จะทำตามนั้น อย่าลงมือไปมากกว่านี้เลย เห็นแก่ที่พวกเราทำงานเพื่อมนุษย์ชาติเหมือนกัน”
“หึ! น่าเบื่อจริงๆ” เห็นว่าอีกฝ่ายยอมแพ้ขนาดนี้ เขาก็ไม่มีอารมณ์จะทำให้เรื่องมันใหญ่ขึ้น สุดท้ายก็โยนร่างของทหารที่ถูกเขาปาดคอออกไป ทหารหน่วยสอบสวนรีบเข้าไปดูอาการของเพื่อนตัวเอง รักษาอาการเบื้องต้นแล้วรีบแจ้งหน่วยรักษามาจัดการต่อไป เพราะถ้าปล่อยไว้แบบนี้...คนอาจจะเสียเลือดจนตายก็ได้
แค่ตอนนี้ ต่อให้รักษาทัน อีกฝ่ายก็อาจจะกลายเป็นคนพูดไม่ได้ไปตลอดชีวิตแล้ว เส้นเสียงถูกทหารพิเศษพวกนั้นตัดด้วยการเคลื่อนไหวเดียวราวกับตั้งใจ บทลงโทษของการทำให้พวกเขาไม่พอใจนี้ช่าง...รุนแรงเหลือเกิน
ภาพความขัดแย้งเหล่านี้อยู่ในสายตาของทุกคน พวกนักเรียนที่เคยได้ยินชื่อเสียงความวิปริตของพวกทหารพิเศษมาก่อน ครั้งนี้ได้เห็นมันกับตาแล้ว พวกเขาถึงกับก้าวถอยหลัง เว้นระยะห่างจากทหารพวกนั้นอีกหลายๆก้าว ทั้งยังนึกถึงนักเรียนรุ่นน้องอันซูหยวนด้วย ไม่ใช่ว่าเธอก็เป็นทหารพิเศษแล้วหรือ? ดีที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ทำรุนแรงเกินไปจนทำให้ความสัมพันธ์ไม่อาจย้อนกลับคืนได้อีก ไม่เช่นนั้น....คนที่ต้องตายอาจเป็นพวกเขา
“ถ้าไม่อยากให้ใครต้องมาเป็นที่ระบายอารมณ์ของฉันอีก ก็เรียกไอ้คนสกุลหานมาที่นี่ เดี๋ยวนี้!”
หากเป็นคนอื่นมาสั่งการ ทหารหน่วยสอบสวนย่อมไม่ทำตามแน่ พวกเขาถือว่าตัวเองมีอภิสิทธิ์เหนือกว่า เพราะต่อให้เป็นทหารตำแหน่งสูงแค่ไหน เมื่อกระทำผิดก็ต้องถูกพวกเขาสอบสวนอยู่ดี ผลลัพธ์จะออกมาแย่หรือดีย่อมต้องอาศัยพวกเขาตัดสินใจ ทว่า...ไอ้ทหารพิเศษเหล่านี้เล่นนอกเกมเกินไป พวกเขาไม่กล้าที่จะทักท้วงอีก ทำได้แค่รีบรับคำสั่งของพวกมันเท่านั้น
ส่วนเรื่องการแก้แค้นแทนเพื่อน เรื่องนี้จะต้องเอาไปรายงานต่อผู้นำ ให้อีกฝ่ายออกหน้าให้แทน
ใช้เวลาไม่นาน หานตู้ก็ปรากฏตัวที่ห้องสอบสวนแล้ว ทหารพิเศษที่กำลังตรวจสอบกลิ่นแสยะยิ้มทันที เขาพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ซูหยวน ความหมายก็คือ...เด็กคนนี้มีกลิ่นของกล่องใส่เมล็ดพันธุ์ทดลองนั่นจริงๆ หรือก็คือ...คนๆนี้จะต้องมีส่วนในการขโมยกล่องใส่เมล็ดพันธุ์แน่ ยิ่งไม่ใช่หนึ่งในนักเรียนห้องวิจัยก็ยิ่งชัด เขาไม่มีเหตุผลที่จะแตะต้องงานทดลองนี้ ดังนั้นจะบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ตั้งใจไม่ได้แล้ว
ถึงจะมั่นใจแล้วว่าหานตู้คือคนที่ลงมือ แต่ทหารพิเศษทั้งสองยังไม่พูดอะไร เพียงนั่งกอดอกมองดูการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เท่านั้น
“นักเรียนหาน พวกเราตรวจสอบแล้ว พบว่าคุณได้เข้าไปในพื้นที่แปลงเพาะปลูกเวลา 10:00 นาฬิกา ไม่ทราบว่าคุณเข้าไปที่นั่นด้วยเหตุผลอะไร”
“อะไรกันครับ ผมก็ต้องเข้าไปเพื่อดูแลแปลงเพาะปลูกของผมสิครับ พวกคุณก็รู้ว่านักเรียนชั้นปีที่ 2 จะสอบผ่านด้วยเงื่อนไขอะไรไม่ใช่หรอ? อีกอย่าง...ผมก็ไปกับเพื่อนๆหลายคน ทำไมถึงเรียกผมมาตรวจสอบแค่คนเดียวล่ะ”
หานตู้ไม่ยี่หระ เขาวางท่าเหมือนกำลังถูกทำให้ลำบากทั้งๆที่ไม่มีความผิดใดๆ หากเป็นคนอื่นเห็นท่าทางเช่นนี้ย่อมเชื่อไปแล้ว ทว่า...เจ้าหน้าที่นี้มีทักษะในการสอบสวนมาหลายปี พวกเขาจะไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความผิดปกติได้อย่างไร
“แต่มีนักเรียนที่พบว่าคุณจดๆจ้องๆกับของทดลองด้วย ดังนั้นช่วยบอกได้ไหมว่าคุณกำลังสนใจอะไร”
“โถ่ ก็พวกนักทดลองจริงจังซะขนาดนั้น ผมก็ต้องอยากรู้อยากเห็นเป็นธรรมดาใช่ไหมล่ะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ยอมรับว่าตัวเองให้ความสนใจกับตัวอย่างทดลองใช่ไหม”
“ห๋า เอ่อ ก็นิดหน่อย ที่จริงแล้วไม่มีใครเห็นผมหรือ? เอ่อ ก็นั่นแหละ...ผมไม่ได้เข้าไปใกล้ ต่อให้สนใจก็แค่แอบมองอยู่ห่างๆเท่านั้น”
“งั้นหรอ? แต่พวกเรารู้มาว่าคุณมีความพยายามที่จะสอบวิชาเกษตรให้ผ่านหลังจากที่ทำพลาดครั้งใหญ่มาแล้ว ดังนั้นมีโอกาสมากที่คุณจะขโมยอุปกรณ์ในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน! ถ้าเป็นไปได้...รีบรับสารภาพมาเสียยังจะดีกว่า เบื้องต้นพวกเราจะช่วยเปลี่ยนโทษหนักให้เป็นเบาได้ ขอแค่คุณชดใช้มูลค่าของมันเกิน 10 เท่าจากเดิมได้”
“ฮะ ฮะ สรุปว่าที่พวกคุณสอบสวนผมก็เพราะคิดว่าผมขโมยอุปกรณ์ในการฟื้นฟูดินงั้นหรอ? ไม่มีทางน่า ผมไม่ต้องการมันเสียหน่อย ผมไม่มีทางขโมยมันแน่นอน!”
หานตู้ยืนยันอย่างจริงจัง ท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ทำให้ทหารหน่วยสอบสวนมองหน้ากันเอง ดูเหมือนว่า...การตรวจสอบของทหารพิเศษนั้นจะถูกต้องจริงๆ
หานตู้คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมล็ดพันธุ์ที่หายไป!!
ถามว่าทำไมพวกเขาถึงได้รู้น่ะหรอ? นั่นก็เพราะ...ตอนแรกที่หานตู้ถูกพามาสอบสวน ท่าทางจริงจังและเคร่งขรึมของเขาเป็นท่าทางที่พบเจอได้ทั้งจากคนเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง เนื่องจากทุกคนที่ถูกพนักงานสอบสวนเรียกพบ ลึกๆแล้วจะตกใจมาก พวกเขากลัวว่าตัวเองจะถูกดึงไปเกี่ยวโดยไม่ได้ตั้งใจ ทว่า...ท่าทางที่หานตู้เปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินว่าของที่พวกเขากำลังตามหาก็คืออุปกรณ์ฟื้นฟูดิน จากที่หน้าดำคร่ำเครียด เปลี่ยนเป็นสดใสและมั่นใจแทน นี่เป็นเพราะว่า...เขารู้แล้วว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างแน่นอนอย่างไรล่ะ
“จับเขาไว้ พาไปสอบสวนในห้องมืด”
“อะ อะไร! ไม่นะ ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้ขโมยอุปกรณ์บ้าบออะไรนั่น” หานตู้รีบต่อสู้ทันที จู่ๆสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปแบบนี้ได้ยังไง ไม่ใช่ว่าการสอบสวนเรื่องอุปกรณ์หายไปนั้นไม่เกี่ยวกับเขาหรอกหรือ?
“โอ้ แล้วกล่องใส่เมล็ดพันธุ์ทดลองล่ะ คุณได้แตะต้องไหม”
“นั่น!” จู่ๆความมั่นใจที่มีก็ถูกทำลายลง หานตู้ชะงักอ้าปากค้าง ไปไม่ถูกเล็กน้อย
เหมือนกับคนที่เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว ตอนแรกที่ถูกกระชากขึ้นไปต่างก็กลัวแล้วก็เกร็งมาก หลังจากนั้นก็คิดว่าเครื่องเล่นนี้กำลังจะจบลงแล้ว หารู้ไม่ว่ากำลังพาเขาขึ้นไปอีกรอบที่หนักกว่าเดิม หานตู้ที่เตรียมใจมาเพื่อรับการสอบสวนครั้งแรกก็ได้รู้สึกว่าตัวเองรอดพ้นแล้ว จึงไม่ได้เตรียมใจสำหรับรอบสอง ไม่น่าแปลกใจเลยที่การแสดงออกของเขาจะเป็นเช่นนี้
เด็กหนุ่มถูกลากออกไป ทิ้งไว้แค่ทหารพิเศษสองคนและซูหยวนเท่านั้น ทั้งสามมองตามหลังไป ดูเหมือนคดีนี้จะคลี่คลายได้แล้ว
“เฮ้อ ถ้ารู้ว่ารุ่นน้องมีความสามารถในการเอาตัวรอดอย่างนี้ พวกเราคงจะไม่ต้องมายุ่งหรอกใช่ไหม?”
“นั่นน่ะสิ ทักษะพวกเรากลายเป็นเรื่องตลกไปเลย ถ้าไม่ใช่เพราะรุ่นน้องระบุตัวคนได้ อย่างนั้นพวกเราต้องเสียเวลาไปตรวจสอบรายชื่อนักเรียนทั้งหมดอีกรอบ”
“อย่าถ่อมตัวไปเลยค่ะรุ่นพี่ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกคุณมา ทหารหน่วยตรวจสอบเหล่านั้นคงจะไม่ปล่อยให้ฉันได้ทำใจชอบแน่” ซูหยวนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหน้า
“เหอะ! นั่นเป็นเพราะเธอไม่รู้จักใช้อำนาจที่มีต่างหาก ในฐานะทหารพิเศษแล้ว...จำเป็นต้องสนใจพวกมันด้วยหรอ? ครั้งหน้าถ้ามีปัญหาอีก ก็โยนมีดออกไปตัดคอพวกมันเลย ไม่ต้องเสียเวลาถกเถียงไร้สาระหรอก ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา รุ่นพี่คนนี้จะรับผิดชอบเอง!” คนตบอกตัวเองเบาๆ ทำเอาซูหยวนหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ
สถานการณ์ในห้องวิจัยยังคงมีแต่ความกดดัน เมื่อเห็นซูหยวนกลับมา อาจารย์เหวินที่รอฟังผลลัพธ์ก็รีบพุ่งมาหาเธอทันที ทำราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาข้องใจอะไรกัน
“นักเรียนอัน เป็นอย่างไรบ้าง ผลปรากฏว่าอย่างไร หาตัวคนร้ายเจอไหม” ซูหยวนมองอาจารย์เหวินที่ร้อนรนเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ
“คิดว่าน่าจะรู้ผลในอีกไม่นานนี้ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้น...เป็นหานตู้จริงๆหรือ?”
“ค่ะ” แม้หน่วยสอบสวนจะยังไม่ได้ยืนยัน แต่ซูหยวนก็เชื่อในหนูขาวของเธอ แถมทักษะการดมกลิ่นของรุ่นพี่ทหารพิเศษอีก ดังนั้นจึงกล้ายืนยันกับอาจารย์เหวินเช่นนี้
“เป็นมันจริงๆหรอ ทำไมมันถึงกล้าลงมือแบบนี้ มันไม่รู้รึไงว่าการกระทำนี้จะทำให้พวกเราต้องตายกันหมด!!”
“ไอ้สารเลวสกุลหานนั่น! อย่าให้ฉันต้องเจอ ไม่อย่างนั้นจะต้องฆ่ามันแน่”
“แม้ว่าผลลัพธ์จะออกมาแบบนี้ แต่พวกเราก็ยังมีความผิดที่ประมาทอยู่ดี อย่าเพิ่งสบายใจเกินไปนักเลย”
“เพราะเป็นแบบนี้...พวกเราก็ยิ่งต้องโกรธไอ้เด็กสกุลหานนั่นไม่ใช่หรอ? ถ้ามันไม่ก่อเรื่อง พวกเราจะถูกมองว่ามีความผิดแบบนี้ไหม”
“นั่นน่ะสิ อีกอย่าง...โชคดีที่พวกเรามีรุ่นน้องอันอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้น...” พวกเขามองหน้ากันเอง ชะตากรรมที่ถูกหน่วยสอบสวนหมายหัวนั้นไม่เคยจบลงด้วยดี ตอนนี้มีอันซูหยวนจึงได้มีทหารพิเศษเข้ามาช่วย หากไม่เช่นนั้นแล้ว...พวกเขานี่แหละที่ต้องถูกจองจำไปทั้งชีวิต!!
ความโกรธแค้นของทุกคนส่งไปที่หานตู้เพียงคนเดียว ดีที่ความสามารถในการตรวจสอบของหน่วยสอบสวนไม่เลวอย่างที่เคยพูดเอาไว้ ดังนั้นใช้เวลาไม่นาน...หานตู้ก็สารภาพความผิดทั้งหมด ในขณะเดียวกันที่เขาไม่เหลือสติสัมปชัญญะใดๆกลับออกมาเลย เห็นแบบนี้แล้ว...ทุกคนถึงได้รู้ว่าการสอบสวนที่ผ่านมาของพวกเขา ไม่ใช่การสอบสวนที่แท้จริง
“หานตู้สารภาพมาแล้ว เพราะมีความคิดจะทำร้ายนักเรียนอันซูหยวน เห็นว่าแปลงเพาะปลูกของเธอดีเกินไปก็เลยอยากจะใช้เมล็ดพันธุ์นี้โยนไปที่แปลงเพาะปลูกของเธอเพื่อทำลายทิ้ง ยิ่งได้ยินว่ามันจะทำลายความอุดมสมบูรณ์ของแปลงเพาะปลูก แล้วเปลี่ยนให้ผักในแปลงเพาะปลูกกลายเป็นผักกลายพันธุ์ ก็เลยวางแผนขโมยมันมา”
“เขาบอกว่าลงมือด้วยตัวคนเดียวเพราะไม่คิดว่าจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ของยังอยู่ในห้องพักของเขา ตอนนี้กำลังส่งคนไปตรวจสอบอยู่ หลังจากนี้จะขอสอบสวนนักเรียนอันซูหยวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นที่ขัดแย้งกันเพื่อทำสำนวนคดี”
เจ้าหน้าที่อธิบายสถานการณ์ให้อันซูหยวนเข้าใจ ด้วยเกรงว่าผลการสอบสวนจะไม่เป็นที่น่าพึงพอใจสำหรับทหารพิเศษเหล่านี้
แม้ว่าเรื่องนี้จะจบลงที่มีคนผิดเกิดขึ้นจริงๆ แต่เรื่องที่กลุ่มวิจัยประมาทในการเก็บเครื่องมือการทดลองก็ยังมีความผิด ดังนั้นห้องวิจัยนี้จะถูกหยุดทำงานเป็นเวลาครึ่งปี ในระหว่างนั้น...อาจารย์เหวินจะต้องรับงานของกองทัพมาจัดการ โดยต้องรับมอบหมายงานโดยตรงจากฝ่ายศึกษาวิจัยเพื่ออนาคตของมนุษย์ชาติ
เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นบทลงโทษที่ไม่รุนแรงนัก แต่การหยุดการศึกษาวิจัยของตนเองไปครึ่งปีไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับนักวิจัยเลย อีกอย่าง...พวกเขาที่ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน พอไม่มีผลงานออกมา แถมจะต้องเหนื่อยแรงไปช่วยงานคนอื่นอีก เป็นเช่นนี้แล้วอาจารย์เหวินก็ทำได้แค่นั่งร้องไห้เงียบๆเท่านั้น
ทางสถาบันศึกษาก็มีความผิดที่ปล่อยปละละเลย ดังนั้นจึงต้องชดใช้ด้วยเงินจำนวนมาก ทั้งยังต้องรับภารกิจจากกองทัพไปทำด้วย คราวนี้...นักเรียนก็มีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น แต่ภารกิจไหนของกองทัพที่ไม่มีนักเรียนรับทำ อาจารย์ของสถาบันก็ต้องรับหน้าที่นี้ไปแทน กลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งหมดไป
ซูหยวนก็ไม่ใช่ปราศจากความผิด เหมือนกับนักเรียนคนอื่นๆของอาจารย์เหวิน หลังจากที่อาจารย์ไปรับงานมาแล้ว เธอก็ต้องช่วยอีกฝ่ายจัดการด้วย แม้อาจารย์เหวินจะไม่คิดโยนงานมาให้เธอ แต่อะไรที่เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ซูหยวนก็ยังพอจะช่วยได้อยู่
ทำให้ระหว่างนี้ หญิงสาวจึงใช้เวลาอยู่กับห้องทำงานของอาจารย์เหวินและไปกลับที่แปลงเพาะปลูกของตนเองทั้งในสถาบันและข้างนอก พร้อมกันนั้นก็ได้ฝึกฝนการใช้หอกไปด้วย ทุกๆสัปดาห์ซูหยวนยังติดตามอาจารย์กวนเพื่อไปชมการแข่งขันที่กองทัพ แม้ว่าเธอจะไม่ต้องลงสนามแล้ว แต่ก็ยังได้รับแนวคิดใหม่ๆจากการเป็นผู้ชมด้วย
นอกจากนี้ อาจารย์กวนยังมอบคำแนะนำเล็กๆน้อยๆให้เธอในการต่อสู้ เขารู้ว่าซูหยวนเป็นมือใหม่ในการศึกษาวิชาหอก แต่กลับมีจิตใจอยากจะเรียนรู้อย่างถ่องแท้ สุดท้ายจึงได้มองเธอเป็นนักเรียนส่วนตัวอีกคน ถึงจะไม่ได้รับเธออย่างเป็นทางการ แต่ความกรุณานี้...ซูหยวนก็จดจำเอาไว้แล้ว
……………………………