LNCrawler

บทที่ 255 เลิกเป็นเกษตรกร? (อ่านฟรี 17 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 255 เลิกเป็นเกษตรกร? (อ่านฟรี 17 พ.ย. 68)

บทที่ 255 เลิกเป็นเกษตรกร?

 

วันเวลาผ่านไป ในที่สุดการเก็บเกี่ยวรอบใหม่ของเธอก็มาถึง ซูหยวนไม่ได้ไปควบคุมการเก็บเกี่ยวด้วยตัวเอง ทว่าองค์กรนักล่าสกุลจางก็ยังส่งข้อความมาถึงเธอเกี่ยวกับรายได้ที่เธอจะได้รับหลังการเก็บเกี่ยวนี้

            

เพื่อไม่ให้เป็นไปตามแผนของชายหนุ่มสกุลเซิ่น เธอจึงไม่ลงเมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะปลูกรอบต่อไป ทั้งยังใช้เวลาช่วงนี้เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินไปด้วย ตั้งใจว่าจะยกระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินให้เพิ่มขึ้น จากระดับ 5 ไปเป็นระดับ 6 ซึ่งด้วยน้ำบริสุทธิ์และสารอาหารอินทรีย์ เธอเชื่อว่าระยะเวลาหลายเดือนนี้ควรจะประสบความสำเร็จดี

            

เกษตรกรแปลงข้างเคียงไม่เข้าใจว่าซูหยวนกำลังวางแผนอะไร พวกเขากำลังรอที่จะเก็บเกี่ยวครั้งล่าสุด หลังจากนั้นจะรีบส่งสัญญาณไปให้กับเกษตรกรระดับสูงคนนั้นเพื่อมาจัดการเด็กสาวไม่รู้ความ

            

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ชอบซูหยวนมาก และยิ่งไม่ชอบขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าเธอประสบความสำเร็จในการเพาะปลูกหลังจากที่ทำเหมือนการเพาะปลูกเป็นเรื่องตลก ดังนั้นเมื่อมีคนจากตระกูลระดับสูงติดต่อมาเพื่อหาโอกาสเล่นงานเด็กสาวไม่รู้ความคนนี้ พวกเขาจึงยินดีร่วมมือเป็นอย่างมาก

           

จนกระทั่งถึงวันเก็บเกี่ยว พวกเขาก็ยังเห็นว่าแปลงเพาะปลูกของเด็กสาวยังไม่ยอมลงเมล็ดพันธุ์เลย เห็นวันๆเอาแต่พลิกหน้าดินไปมา ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนจะทำอะไรกันแน่ 

           

 หนึ่งเดือนผ่านไปก็แล้ว สองเดือนผ่านไปก็แล้ว พวกมันไม่ยอมลงเพาะปลูกเสียที 

            

ผักอัลเลี่ยมนั้นเป็นผักระดับต่ำทั่วไปที่เพาะปลูกได้ไม่ยาก ดังนั้นพื้นฐานของมันจึงใช้เวลาปลูกเพียง 5 สัปดาห์เท่านั้น ในขณะที่ผักของพวกเขาต้องใช้เวลาสี่เดือนครึ่งจนถึงห้าเดือน ถ้าต้องการทำรอบให้ตรงตามปกติ จะต้องเริ่มตีแปลงผักแล้วตั้งหลุมสำหรับหยอดเมล็ดพันธุ์ใหม่ ปกติแล้วใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ก็น่าจะแล้วเสร็จ ทว่า...เนื่องจากรอให้ซูหยวนทำการเพาะปลูก พวกจึงยังไม่เริ่มลงแปลง

            

ใครจะไปคิดว่าพวกเขากลับต้องเสียเวลาอยู่เช่นนี้ และเด็กสาวคนนั้นก็ไม่มีวี่แววว่าจะเริ่มการเพาะปลูกเลย

 

“หรือว่า...เด็กนั่นจะหมดสนุกแล้ว ก็เลยปล่อยแปลงเพาะปลูกทิ้งร้างเช่นนี้”

 

“หมายความว่าเด็กนั่นจะเลิกเพาะปลูกแล้วหรอ? ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะยังได้ค่าชดเชยอยู่หรือไม่?”

 

“นั่นน่ะสิ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ได้ หรือว่าพวกเขาลองปรึกษากับตัวแทนตระกูลใหญ่คนนั้นดีไหม ถ้าพวกเราช้าไปมากกว่านี้ อย่างนั้นก็จะเริ่มเพาะปลูกผักแทรกเดือนสุดท้ายไม่ทันเอานะ”

 

“อืม คงต้องแบบนั้นแล้ว พวกเรามีเวลาอีกแค่ไม่กี่วันก่อนจะต้องเริ่มลงแปลงแล้ว ถ้าช้ากว่านี้พวกเราจะต้องเสียหายมากแน่ๆ อีกอย่าง...ถ้าตระกูลใหญ่นั้นไม่ต้องการชดเชยให้พวกเราแล้ว พวกเราก็คงจะเสียหายมากกว่าเดิมอีก”

            

บทสนทนาของเกษตรกรทั้งสองคนย่อมอยู่ในความคิดของซูหยวนอยู่แล้ว หลิ่วโปรับหน้าที่เป็นผู้เฝ้าระวังสถานการณ์ เห็นสิ่งใดผิดปกติแม้เพียงน้อยก็รีบไปแจ้งให้เจ้านายของตนเองฟังทันที ดังนั้นซูหยวนจึงรู้ว่าเกษตรกรทั้งสองกำลังถูกบีบคั้นจนไม่อาจรอได้อีกต่อไปแล้ว

 

“เจ้านาย...พวกเราควรจะเริ่มการเพาะปลูกตอนไหนครับ”

 

หลิ่วโปถามด้วยความกระตือรือร้น หลังการเก็บเกี่ยวครั้งที่แล้ว รายได้มากมายนี้ทำให้เขาตื่นเต้นมากจนอยากจะเพาะปลูกทุกๆวัน เมื่อเห็นว่าต้องเสียเวลาไปเกือบ 2 รอบการเพาะปลูก ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นความเสียหายครั้งใหญ่แล้ว หรือว่าบางที...พวกเขาควรจะปล่อยให้การเพาะปลูกรอบแรกถูกทำลายไป อย่างไรก็แค่รอบเดียวไม่ใช่หรือ?

            

ทว่า...ซูหยวนไม่เห็นด้วยแบบนั้น ถึงแม้เธอจะหยุดการเพาะปลูกไป ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นการทิ้งเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์

            

ช่วงนี้แปลงเพาะปลูกได้ยกระดับมาจนถึงระดับ 6 แล้ว หากก่อนหน้านี้มีค่าสารอาหารประมาณ 400 หน่วย หลังจากนี้อาจจะเพิ่มเป็น 450-460 หน่วยเลยก็ได้ การเพิ่มขึ้นขนาดนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ราคาของมันเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

            

อีกอย่าง การที่ได้กลั่นแกล้งผู้คนเล็กๆน้อยๆนั้น ไม่ใช่ว่าน่าสนุกกว่าหรือ?

 

“หลิ่วโป เรื่องนี้ไม่ต้องรีบร้อน”

 

“แต่เจ้านายครับ พวกเราไม่ได้เพาะปลูกมา 2 รอบแล้ว เสียหายไปกว่า 26 ล้านเครดิตแล้วนะครับ”

 

“อืม อาจจะต้องเสียอีก 1 รอบการเพาะปลูก คิดว่าเป็นความเสียหายที่ 40 ล้านเครดิตได้เลย” ซูหยวนยักไหล่ รู้สึกว่าเด็กหนุ่มผิดหวังเช่นนี้ก็ดูน่าขำดีเหมือนกัน

 

“จะ เจ้านาย! 40 ล้านเครดิตเลยหรอครับ! นั่นมันเป็นมูลค่ามหาศาลเลยนะครับ พวกเราไม่ควรจะปล่อยไปแบบนี้เลย เจ้านาย...แม้ว่าจะมีใครต้องการทำลายแปลงเพาะปลูกของพวกเรา ถ้าอย่างนั้นพวกเราไม่สามารถจัดการได้หรอครับ หรือต่อให้เสียหายจริงๆ อย่างนั้นก็แค่ 1 รอบการเพาะปลูกเท่านั้น สู้ล่อให้พวกมันเปิดเผยตัวแล้วแจ้งจับมาลงโทษก็ได้แล้วนี่ครับ”

            

หลิ่วโปนึกถึงจำนวนเงินมากมายขนาดนี้ที่ต้องเสียไป เทียบกับพ่อของเขาที่ยอมเอาชีวิตไปทิ้งเพียงเพื่อเครดิตไม่ถึงพันนั้นช่างเจ็บปวดเหลือเกิน เขาไม่ต้องการให้เจ้านายเสียรายได้ก้อนใหญ่นี้ไปเลย

 

“ไม่ต้องกังวลไปหลิ่วโป” ซูหยวนถอนหายใจออกมา เธอจ้องตาเด็กหนุ่มนิ่งๆจนทำให้เขาที่รู้สึกเจ็บใจค่อยๆได้สติกลับมา

 

“เจ้านาย...หรือว่ามีแผนการอยู่ในใจแล้วหรอครับ”

 

“ใช่ ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง”

 

“ถ้าอย่างนั้น...แผนการนั่นไม่ใช่แค่เอาคืนเพื่อความสะใจ แต่ยังสามารถสร้างกำไรได้ใช่ไหมครับ”

 

“อืม ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วสิ” เมื่อได้ยินคำตอบนี้ หลิ่วโปก็มีดวงตาเปลี่ยนไป จากที่เสียดายเงินก้อนโต เวลานี้กลับมีความกระตือรือร้นที่อยากจะเรียนรู้

 

“เจ้านายช่วยสอนให้คนโง่แบบผมเรียนรู้ด้วยได้ไหมครับ”

 

“โอ้ แน่นอน...เพราะว่าหลังจากนี้ หลิ่วโปจะต้องเป็นคนจัดการเรื่องราวให้ฉัน” ซูหยวนหัวเราะเบาๆ รู้สึกว่าเด็กคนนี้ช่างมีความทะเยอทะยานจริงๆ

            

เขายังอายุเพียงน้อยนิด ส่วนสูงยังไม่พ้นเธอที่เป็นเด็กสาวผอมแกร็นด้วยซ้ำ กลับต้องการที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าซูหยวนก็ไม่ได้รังเกียจเด็กดีแบบนี้หรอก

 

“ศัตรูในที่มืดพยายามจะหาช่องในการปล่อยแมลงกัดกินมาที่แปลงเพาะปลูกของฉัน เพื่อทำลายพืชผลทั้งหมดในแปลง อีกทั้งพวกมันก็ยังสามารถทิ้งไข่ขนาดเล็กของตนเองเอาไว้ได้ เมื่อพวกเราทำการเพาะปลูกรอบใหม่ ไข่ที่ซ่อนอยู่ในดินก็พร้อมที่จะเติบโตแล้วกินตั้งแต่รากผักเป็นต้นไป ผลก็คือ...แปลงเพาะปลูกนี้จะใช้การไม่ได้อีก ต้องลงทุนเป็นเงินก้อนโตเพื่อปรับเปลี่ยนดินทั้งหมด”

 

“แล้วพวกเราจะหนีรอดได้หรอ แม้ว่าตอนนี้พวกนั้นจะไม่ต้องการทำลายแปลงเพาะปลูกข้างเคียงไปด้วย แต่ถ้าพวกเราเริ่มการเพาะปลูกรอบใหม่พร้อมพวกเขาแล้วทางนั้นรู้แผนการของพวกเราแล้ว ตอนนั้นไม่สนใจอะไร ปล่อยให้แมลงกัดกินมาจัดการแปลงเพาะปลูกทั้งหมดก็ใช้ได้แล้ว...”

 

“ใช่ แต่ก็นั่นแหละที่ฉันต้องการ”

 

“หืม? เจ้านายหมายความว่ายังไงครับ”

 

“แมลงกัดกินที่จะทิ้งไข่เอาไว้ พอเติบโตขึ้นมาพวกมันจะไม่ใช่แมลงกัดกิน แต่จะเป็นหนอนกัดกินที่ไร้ประโยชน์ วันๆเอาแต่กินพืชผักและดูดซับสารอาหารในดินไปจนหมด ทว่า....ถ้าปล่อยให้ตัวแม่ของแมลงกัดกินได้กินจนพอใจ เมื่อถึงตอนที่ออกไข่ พวกมันจะทิ้งไข่แมลงกัดกินเอาไว้แน่นอน”

 

“เจ้านายหมายความว่า...ด้วยอาหารจากแปลงเพาะปลูกของพวกเราและของเกษตรกรคนอื่นๆ อาจจะได้ตัวอ่อนของแมลงกัดกิน?”

 

“ใช่ แมลงกัดกินพวกนี้มีมูลค่ามากกว่า 30 ล้านเครดิตแน่นอน ดังนั้นไม่ถือว่าพวกเราขาดทุนมากเกินไป อย่างน้อยๆ...ก็จะจับแมลงกัดกินได้ 1 ตัว และมีตัวอ่อนแมลงกัดกินอีก 1 ตัว” ซูหยวนคลี่ยิ้มจางๆ

 

“ส่วนสาเหตุที่สำคัญอีกอย่าง...นั่นก็คือการทำให้ศัตรูได้รู้ว่าถ้าต้องการรังแกพวกเรา มันก็ไม่ได้ง่ายนัก” เธอพูดอีกครั้ง หากต้องการจัดการศัตรู ตัวเองต้องไม่ลำบาก และทำให้ศัตรูสามารถจดจำไปได้จนถึงวันตาย นี่คือหลักการของเธอเสมอมา

            

เด็กน้อยหลิ่วโปเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่สุดท้ายก็พยักหน้ารับ เขาเองก็อยากเห็นวันที่เจ้านายจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้เขาเพิ่งเคยเห็นแนวความคิดนี้เป็นครั้งแรก ทว่าในอนาคต...เขาสาบานว่าจะเป็นคนช่วยเจ้านายคิดจัดการปัญหาเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ให้ได้

            

ในขณะที่ซูหยวนกำลังฝึกซ้อมทักษะหอกอย่างสบายใจ คนที่กำลังอดทนรอกลับไม่สามารถข่มอารมณ์ของตนเองเอาไว้ได้อีก มือหนาของเขาปัดไปข้างหน้า กวาดเอาของประดับตกแต่งที่มีค่าร่วงลงไปแตกเสียหายไม่น้อย ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่รู้สึกพอใจอยู่ดี

 

“คุณชายเซิ่น คุณชายใจเย็นๆก่อนครับ”

 

“ใจเย็น? จะให้ฉันใจเย็นอะไร นังเด็กสารเลวนั่นจะเลิกเพาะปลูกแล้วจริงๆหรอ? ถ้าอย่างนั้น...แผนที่ฉันทำมาทั้งหมด ไม่เรียกว่าเป็นการเล่นตลกรึไง!!” เซิ่นเจ๋อไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้รับรายงานมา

            

ถ้าเด็กนั่นต้องการหยุดการเพาะปลูกจริงๆ เช่นนั้น...แมลงกัดกินมูลค่า 40 ล้านเครดิตนี้จะมีประโยชน์อะไร? ตัวเขาไม่ใช่นักล่า ไม่ต้องเอาพวกมันไว้เตือนภัยอยู่แล้ว ยิ่งไม่มีทางคิดที่จะขายให้พวกนักล่าเด็ดขาด อีกอย่าง...ราคาที่แท้จริงของมันอยู่ที่ 40 ล้านเครดิตหรือ? แน่นอนว่าต้องไม่ใช่อยู่แล้ว! หากไม่ใช่เพราะเขาต้องการซื้อมันมาทำลายนังสารเลวคนนั้น ก็คงไม่ต้องยอมจ่ายเงินมหาศาลเช่นนี้หรอก

            

แมลงที่มีประโยชน์แค่กับพวกนักล่า แต่เป็นศัตรูโดยถาวรกับเกษตรกรอย่างพวกเขา หลังจากนี้จะทำยังไงกับมัน! ต่อให้อยากจะเลี้ยงไว้ แมลงที่กินพืชเป็นอาหารก็มีต้นทุนในการเลี้ยงสูงเกินไป ยิ่งอยู่ในมือของเขานาน ก็ยิ่งต้องใช้จ่ายมากขึ้นเรื่อยๆด้วย

 

“นังนั่นจะเลิกเป็นเกษตรกรจริงๆหรอ? ด้วยพรสวรรค์ของมันแล้ว...ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอกนะพี่” เสียงหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความโกรธดังขึ้นบ้าง

            

ถ้าซูหยวนอยู่ที่นี่ก็คงจะจำเธอได้ในทันที เพราะคนๆนี้ก็คือสาเหตุของความขัดแย้งทั้งมวลที่ได้เกิดขึ้นกับคนตระกูลเซิ่นและตระกูลโอวหยาง! และใช่! เธอก็คือเซิ่นหนิงคนนั้นนั่นเอง

 

“ถ้าอย่างนั้น ทำไมมันถึงไม่ยอมเพาะปลูกอีก เมล็ดอัลเลี่ยมพวกนั้นเพาะปลูกเพียง 5 สัปดาห์ก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว ถ้าเป็นตามที่ฉันวางแผนเอาไว้ เมื่อเกษตรกรสองคนเริ่มเก็บเกี่ยว แปลงเพาะปลูกของเด็กนั่นก็ต้องอยู่ในช่วงการเร่งเติบโตและออกดอกออกผล แต่พอมันไม่ลงมือเพาะปลูก อย่างนั้นเวลาที่ฉันรอก็ไม่เกิดขึ้น แบบนี้จะสร้างความเสียหายให้มันได้ยังไง!” เซิ่นเจ๋อหงุดหงิด 

            

เขาต้องการเอาคืนคนที่กล้าทำให้น้องสาวของเขาต้องเจ็บช้ำน้ำใจ แถมยังถูกห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับแปลงเพาะปลูกอีกเลย ตอนนี้เซิ่นหนิงไม่ต่างอะไรกับคนไร้ตัวตนในตระกูล พลอยทำให้ครอบครัวของพวกเขาถูกลดทอนอำนาจลงไปด้วย คู่หมั้นของเธอที่เคยดูๆกันเอาไว้ก็หันหน้าหนี ตระกูลที่เคยดีต่อกันยังทำเป็นเมินเฉยแล้วหันไปหาครอบครัวอื่นเพื่อผูกสัมพันธ์แทน

            

ผลกระทบที่เด็กสารเลวนั่นทิ้งเอาไว้รุนแรงมาก ถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง คงจะต้องเปลี่ยนนามสกุลแล้ว!

 

“รอดูอีกสักพัก ฉันเชื่อว่านังนั่นยังไม่ยอมออกจากการเป็นเกษตรกรแน่” เซิ่นหนิงข่มอารมณ์ของตนเอง พี่ชายของเธอดูเหมือนโกรธจัดและต้องการเอาคืนเพื่อเธอแบบนี้ ในความเป็นจริงแล้ว...ทั้งหมดเป็นเพราะตัวเขาถูกผู้หญิงของตนเองเมินเฉยด้วยส่วนหนึ่ง

            

ก่อนหน้านี้เซิ่นหนิงเป็นอัจฉริยะที่น่าจับตามอง ผู้คนมากมายคาดการณ์ว่าบิดาของเธอที่มีทั้งบุตรชายและบุตรสาวเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสร้างผลประโยชน์และอำนาจ จะต้องกลายเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปแน่ ดังนั้นผู้หญิงที่พี่ชายหมายตาเอาไว้จึงไม่ปฏิเสธการคบหาดูใจกับเขา

            

จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น พอเห็นว่าครอบครัวพวกเธอเหมือนถูกทอดทิ้งจากตระกูลเซิ่นแล้ว ผู้คนมากมายก็ค่อยๆตีตัวห่างออกไป แม้แต่ผู้หญิงของพี่ก็เช่นเดียวกัน

            

พี่จะโกรธแบบนี้ก็ไม่แปลกนัก สุดท้ายแล้วเรื่องร้ายๆทั้งหมดก็เกิดขึ้นเพราะอันซูหยวนคนนั้น ถ้ามันยังมีชีวิตที่ดีอยู่ แล้วพวกเธอจะต้องแสดงความยินดีหรอ?

            

อย่างไรก็ตาม เมื่อก่อนเซิ่นหนิงเป็นคนเอาแต่ใจมาก เพราะเธอรู้ว่าทุกคนต้องตามใจเธอ ถ้าเทียบกันแล้ว...เธอก็ยังนำหน้าพี่ชายในการเป็นเกษตรกรด้วยซ้ำ อนาคตของเธอถูกจับตามองมาก กับพี่ชายคนนี้...เซิ่นหนิงยังดูถูกอยู่ทุกวัน แต่ตอนนี้อำนาจเหล่านั้นไม่เหลืออีกแล้ว ถ้าเธอแสดงท่าทีมากเกินไปแล้วพี่ชายโกรธเข้า เธอคงจะถูกเขาเตะออกไปแน่

            

แม้เซิ่นหนิงจะพยายามทำตัวสงบเสงี่ยมแล้ว ทว่าเซิ่นเจ๋อที่เห็นผลประโยชน์ของตนเองมาก่อนก็ยังจับตามองดูเธออยู่ดี เขากระดิกนิ้วเล็กน้อย เป็นสัญญาณให้เซิ่นหนิงเข้ามาหา

 

“พี่ มีอะไรหรอคะ?”

 

“อืม แน่นอนว่าต้องมีสิ” ดวงตาเจ้าเล่ห์ของเซิ่นเจ๋อทำให้เซิ่นหนิงรู้สึกอึดอัด เธอไม่คิดหรอกว่าเซิ่นเจ๋อจะมีเรื่องดีๆอะไรถึงเธออีก ตัวเขาไม่ใช่แค่โทษอันซูหยวนเท่านั้น แต่โทษเธอที่อ่อนแอเกินไปด้วย ดังนั้น...ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะอยากสร้างปัญหาให้เธอเช่นกัน

 

……………………………