LNCrawler

บทที่ 256 ตัดสินใจให้เป็นเรื่องของโชคชะตา (อ่านฟรี 18 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 256 ตัดสินใจให้เป็นเรื่องของโชคชะตา (อ่านฟรี 18 พ.ย. 68)

บทที่ 256 ตัดสินใจให้เป็นเรื่องของโชคชะตา

 

“หนิงหนิงของพี่ ไม่ใช่ว่าตอนนี้คุณชายโอวหยางเซินทอดทิ้งน้องแล้วหรอ? ทำไมน้องไม่ลองมองหาผู้ชายคนอื่นดูบ้างล่ะ บางที...อาจจะทำให้ชีวิตน้องดีกว่าทุกวันนี้ก็ได้นะ”

 

“พี่...ฉัน ฉันยังไม่ถูกใจใคร ที่ผ่านมาฉันก็อยู่กับพี่โอวหยางเซินเท่านั้น หากต้องการพิจารณาใครใหม่ยังต้องใช้เวลา”

 

“ไร้สาระน่า! เธอยังใช่คนที่จะสามารถพิจารณาคนอื่นได้หรอ?”

 

“พี่! พี่หมายความว่ายังไง!” แม้เธอจะพยายามกดข่มอารมณ์ของตนเองอยู่เสมอ แต่นิสัยที่เคยมีมาก่อน ใช่ว่าจะแก้ไขได้ง่ายๆ สุดท้ายเมื่อได้ยินว่าพี่ชายดูถูกตัวเองแบบนี้ เซิ่นหนิงจะอดทนอีกได้อย่างไร

            

เพี๊ยะ!!

 

“พี่!”

 

“นังเด็กนี่! อย่ามาขึ้นเสียงกับฉันนะ! คิดว่าตัวเองยังเป็นคุณหนูเซิ่นหนิงที่เก่งกาจอยู่อีกหรอ? ที่ฉันไม่พูดมันออกมาตรงๆก็ถือว่าดีกับเธอในฐานะคนร่วมสายเลือดมากแล้ว ทั้งยังคิดจะแก้แค้นให้อีก แทนที่จะสำนึกบุญคุณ กลับมาร้องเอาแต่ใจเหมือนเดิม เธอคิดว่าที่ผ่านมาฉันทนมามากเท่าไรแล้ว ห๊า!!” 

            

แม้แต่เซิ่นหนิงก็ไม่ได้คิดว่าพี่ชายจะกล้าลงมือกับเธอเช่นนี้ หญิงสาวกุมใบหน้าที่ขึ้นรอยฝ่ามือ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ ความเสียใจ และความน้อยใจ

            

เกิดมา เซิ่นหนิงยังไม่เคยถูกตีแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องเจอกับความอัปยศนี้ ต่อให้เป็นพี่ชาย...เซิ่นหนิงก็สาบานว่าจะต้องคืนความเจ็บช้ำนี้ให้เขาเป็นร้อยเป็นพันเท่า!

 

“เอาล่ะ มาพูดกับฉันตอนที่ฉันอยากพูดด้วยดีๆจะดีกว่านะ ช่วยทำความเข้าใจอะไรง่ายๆหน่อย รู้ตัวด้วยว่าตัวเองไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว อย่าเรื่องมากต่อหน้าฉันอีก เข้าใจไหม?” เซิ่นเจ๋อพรูลมหายใจออกมา ยกมือลงแล้วมองหน้าเซิ่นหนิงด้วยท่าทางพิจารณา หลังจากนั้นรอยยิ้มหยันก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก 

            

เซิ่นหนิงไม่ได้พูดอะไร เธอก้มหน้าเงียบๆ ลอบกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ เธอรู้ดีว่าหลังจากนี้...คำพูดของพี่ชายคงจะไม่น่าฟัง แต่ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นเรื่องเหลวไหลขนาดนี้

 

“ไม่ใช่ว่าท่านเจียงชอบเธอหรอกหรอ ทำไมไม่ลองนัดเขาไปเที่ยวเล่นด้วยกันสักครั้งล่ะ” ได้ยินแบบนี้ เซิ่นหนิงก็ตัวสั่นเทา ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังโกรธ หรือกำลังกลัวกันแน่ สองมือไม่รู้จะเอาไว้ที่ไหนดี พยายามพูดขอความเมตตาจากพี่ชาย

 

“พี่ คนสกุลเจียงคนนั้น...คงไม่ใช่เป็นตาแก่อ้วนตัวเหม็นที่มีเมียอยู่ 3 คนแล้วใช่ไหม” 

 

“โอ้ ท่านเจียงที่มีอำนาจมากที่สุดก็คือเขานั่นแหละ น้องคิดว่าพี่จะให้น้องแต่งเข้าคนสกุลเจียงที่ไหนอีก ไม่มีทางหรอกน่า...จะแต่งทั้งที ก็ต้องแต่งให้คนที่จะทำให้น้องกินดีอยู่ดีไม่ใช่หรือ?”

 

“พี่! แต่คนๆนั้นมีเมียแล้ว ทั้งยังมีตั้ง 3 คนนะคะ พี่จะส่งฉันไปตายใช่ไหม”

 

“ตาย? ฮ่าๆ หนิงหนิงของพี่...เธอคิดจริงๆหรอว่าจะตายในมือของเขาน่ะ เอาน่าๆ อย่าคิดให้มากเกินไปนักเลย หรือว่าน้องมีทางออกอื่นที่ดีกว่านี้ล่ะ? ไม่อย่างนั้นก็ลองไปหาคุณชายโอวหยางคนนั้นอีกครั้งไหม เผื่อว่าเขาจะรับน้องไปเป็นภรรยาเก็บ...”

 

“พี่!!”

 

“ไสหัวไป! ฉันใจดีแค่ไหนแล้วที่มอบโอกาสดีๆนี้ให้เธอ เรื่องนี้พ่อกับแม่ก็เห็นด้วยแล้ว ถ้าเธอไม่อยากแต่งเข้าสกุลเจียง อย่างนั้นก็ไปหาสามีมา แน่นอนว่าไม่ใช่จะเลือกมามั่วๆได้หรอกนะ ถ้าเธอเลือกผู้ชายที่ไม่มีผลดีต่อครอบครัว รับรองได้เลยว่าฉันจะทำให้เธออยู่ไม่สู้ตาย!!”

 

“พี่....” 

 

“ไป!!” เซิ่นเจ๋อไม่อยากมองหน้าน้องสาวผู้อวดดีอีก แม้ตอนนี้เธอจะน้ำตาไหลด้วยความโกรธก็ตาม แต่...ถ้าเขายังมองเธอต่อไป บางทีอาจจะซ่อนรอยยิ้มสะใจเอาไว้ไม่มิดก็ได้

            

ถึงเซิ่นหนิงจะเคยทำประโยชน์ให้ตัวเองไม่น้อย ทว่า...ความเย่อหยิ่งของอีกฝ่ายที่ผ่านมาทำให้เขาต้องอดทนอดกลั้นมาก เวลานี้เหมือนได้ระบายมันออกมาแล้ว รู้สึกมีความสุขไม่น้อยเหมือนกัน

 

“คุณชาย คุณชายจะส่งคุณหนูไปเป็นภรรยาอีกคนของท่านเจียงจริงๆหรอครับ”

 

“หืม? ทำไม....ท่านเจียงอยากได้น้องสาวของฉันมาตลอด อีกอย่าง...ถ้าได้ร่วมมือกับสกุลเจียงที่เชี่ยวชาญในการสร้างอาหารสังเคราะห์ระดับสูง แบบนี้จะเป็นประโยชน์ต่อตระกูลมาก ท่านเจียงเองก็เข้าใจเรื่องนี้ดี ขอเพียงสนับสนุนพวกเราขึ้นเป็นใหญ่ในตระกูล อย่างนั้นเขาก็จะได้ผลประโยชน์ด้วย ตัวเขามีภรรยาอยู่แล้ว 3 คน ไม่มีโอกาสที่ไหนจะเข้าหาหญิงสาวสกุลเซิ่นของพวกเราได้อีก มีแค่เซิ่นหนิงเท่านั้นที่กำลังตกอับอยู่ เชื่อเถอะว่าเขาจะทำให้เซิ่นหนิงอยู่อย่างสุขสบาย”

            

รอยยิ้มของเซิ่นเจ๋อโค้งหยักขึ้น คำพูดของเขาดูคล้ายว่าจะหวังดีต่อน้องสาว แต่ตัวเองคิดเองก็ยังอยากจะอาเจียน เหมือนกับที่น้องสาวพูด .... ท่านเจียงคนนั้นดูไม่น่ามองสักหน่อย ทั้งเป็นคนสกปรกและมีกลิ่นเหม็น ร่างอ้วนท้วมนั่นเต็มไปด้วยตุ่มหนองมากมาย ถ้าเขาเป็นผู้หญิง...คงจะเลือกจบชีวิตของตัวเองมากกว่าไปนอนกับมัน

 

“แล้วเรื่องเด็กอันซูหยวน...” ผู้ติดตามก้มหน้าลงเล็กน้อย มือของเขาลอบกำแน่น รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเหลือเกิน 

            

ลึกๆแล้วเขาแอบชอบคุณหนูเซิ่นมาโดยตลอด แม้เธอจะแสดงท่าทางเย่อหยิ่งใส่ตัวเองเสมอ แต่ก็เหมือนนางฟ้าและหมาวัด คนที่อยู่สูงขนาดนั้นจะเย่อหยิ่งสักหน่อยจะเป็นอะไรไป ดังนั้น....เขาที่เฝ้ามองดูเธอมาตลอด ก่อนหน้านี้เป็นคนรักของคุณชายโอวหยางก็ยอมรับได้ แต่เมื่อรู้ว่ากำลังจะกลายไปเป็นของหมูโสโครกตัวนั้น เขาไม่สามารถทนมองดูได้จริงๆ

            

แต่เรื่องนี้จะทำอะไรได้? คุณชายตัดสินใจโยนน้องสาวของตัวเองออกไปแบบนี้ แม้แต่มีสายเลือดเดียวกันก็ยังไม่มีเมตตาต่อกัน ถ้าเขาเสนอตัวออกไป...บางทีอาจเป็นเขาที่ถูกโยนให้หมูโสโครกสักตัวหนึ่งแทน

            

เขาพยายามไม่นึกถึงเรื่องอนาคตของคุณหนูเซิ่นอีกต่อไป ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้เพราะความอ่อนแอของตัวเอง แต่กับคนที่คิดทำร้ายคุณหนูเซิ่น มันสมควรต้องชดใช้!!

 

“ปล่อยให้เกษตรกรพวกนั้นเริ่มเพาะปลูกไป”

 

“ครับ? ถ้าอย่างนั้น...จะปล่อยอันซูหยวนนั่นไปหรอครับ”

 

“ใครบอกว่าฉันจะปล่อยมันไปล่ะ” เซิ่นเจ๋อหรี่ตาลง 

 

“แต่ถ้าเกษตรกรพวกนั้นเพาะปลูก แล้วเด็กนั่นเพาะปลูกพร้อมกัน นี่จะทำให้พวกเราไม่สามารถลงมือได้นะครับ”

 

“ใครบอกว่าลงมือไม่ได้?”

 

“ครับ?”

 

“ถ้าถึงตอนนั้นจริงๆ ก็บอกได้แค่พวกเขาโดนลูกหลงไปด้วยเท่านั้น ใครใช้ให้พวกเขาโชคร้ายขนาดนี้กันล่ะ โชคร้ายตั้งแต่มีนังสารเลวนั่นเป็นเจ้าของแปลงเพาะปลูกข้างเคียงแล้ว!” รอยยิ้มเหี้ยมของเซิ่นเจ๋อบ่งบอกทุกอย่าง หลังจากนี้..ไม่ว่าอันซูหยวนจะเริ่มเพาะปลูกตอนไหน ทันทีที่ผลผลิตของมันใกล้จะได้เก็บเกี่ยว เช่นนั้นแมลงกัดกินของพวกเขาก็จะได้ใช้งาน

            

ไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อนบ้าง เพราะนั่นเป็นเรื่องของโชคชะตา ถ้าเกษตรกรสองคนโชคร้ายเกินไป พวกเขาก็แค่ต้องมองดูความเสียหายเท่านั้น

            

ซูหยวนไม่ได้สนใจท่าทีของเซิ่นเจ๋ออีก เธอรู้แค่ว่าถ้าเซิ่นเจ๋อลงมือ ก็ต้องทำให้เกษตรกรสองคนเดือดร้อนไปด้วย! ไม่ใช่ว่าพวกเขาเองก็กำลังรอชมความสนุกงั้นหรอ? เช่นนั้นก็ให้พวกเขาได้ดูก็แล้วกัน ว่าเรื่องนี้น่ะ...สนุกแค่ไหน!

            

ในระหว่างนั้น เวลาผ่านไปรวดเร็วจนกระทั่งจบปีการศึกษาที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ซูหยวนมีแต้มภารกิจ 8 แต้ม เหมือนกับเพื่อนอีก 7 คน นอกจากนี้ยังมีคนที่ทำภารกิจได้ 6 แต้มแล้วเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าเรื่องภารกิจพวกนี้คงไม่ใช่ปัญหาอะไร ปัญหาที่สำคัญในการจะจบชั้นปีที่ 2 ได้ก็คือเรื่องแปลงเพาะปลูกต่างหาก

            

ซูหยวนและเพื่อนๆทั้ง 7 คนที่ได้รับคำแนะนำไปล้วนมีผลลัพธ์ที่ดี พวกเขาสามารถเก็บเกี่ยวกันได้ครบตามจำนวนตั้งแต่ก่อนปิดภาคเรียนแล้ว ทำให้มีเวลาค่อนข้างมากในการฝึกฝนวิชาพิเศษของตนเอง และสามารถผ่านการทดสอบมาได้อย่างฉิวเฉียด

            

เธอเพิ่งรู้ว่าการทดสอบแรกๆนั้น เป็นแค่การกดดันให้พวกเขาพยายามขึ้น ในขณะที่สุดท้ายแล้ว...เมื่อใกล้จะหมดเวลา ก็มีการอะลุ่มอล่วยให้ไม่น้อย ดังนั้นนักเรียนมากกว่าครึ่งจึงสามารถจบชั้นปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ได้ แต่ก็ยังมีนักเรียนอีกครึ่งที่ต้องเรียนซ้ำวิชาเดิมเพื่อให้สอบผ่าน ภาคเรียนที่ 2 นี้ พวกเขาจึงต้องเรียนหนักกว่าเดิม หากไม่เช่นนั้นแล้ว ก็คงจะไล่ตามไม่ทัน!

            

และเหมือนกับปีก่อน เมื่อมีปิดภาคเรียนระยะสั้น ซูหยวนก็ถูกเชิญไปที่ห้องวิจัยของกองทัพอีกครั้ง เนื่องจากพ่อแม่ของเธอเข้าออกเขตชั้นในบ่อยๆ แถมได้เจอกันทุกครั้งที่ซูหยวนไปแปลงเพาะปลูก ทำให้เธอไม่ต้องหยุดงานทุกอย่างเพื่อไปพบครอบครัวอีก ดังนั้นการใช้เวลาว่างไปช่วยกองทัพจึงไม่ใช่ปัญหาอะไร

            

ระหว่างนี้...ซูหยวนก็จะมีเวลามากขึ้นในการเข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ฟาร์มของตัวเอง เธอพบว่าอีกไม่นานก็จะเลื่อนระดับจาก 83 ไปสู่ระดับ 84 แล้ว ดังนั้นจึงพยายามมากขึ้นเพื่อที่จะได้เลื่อนระดับ ถ้าสามารถเลื่อนระดับได้ในช่วงนี้ เธอก็จะมีเวลาจัดการฟาร์มมากขึ้น

            

พวกหนูขาวทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือเธอ ซูหยวนเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มาก ทั้งยังขายแลกเปลี่ยนมาเป็นเงินได้มากด้วย ตอนนี้ที่ใส่ใจมากที่สุดคงไม่พ้นบอลกาวตัวหนืดและสมาชิกหนูขาวที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ก็ยังมี “ไข่ของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์” ที่เธอแอบเก็บมาด้วย

            

หนูขาวพวกนี้ค่อนข้างเอาใจใจ พวกมันใช้ฟางจากการเก็บเกี่ยวข้าวสาลีมาทำเป็นรัง ต้องการให้ฟักออกมาเป็นไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ให้ได้ หากสำเร็จจริงๆ...กำลังรบของซูหยวนจะต้องเพิ่มขึ้นอีกแน่

            

แม้ซูหยวนจะไม่ได้คาดหวังมากนัก แต่ความใส่ใจของพวกหนูขาว เธอก็รับเอาไว้แล้ว อย่างไรถ้ามันไม่สำเร็จ เธอก็ไม่มีอะไรเสียหายอยู่ดี ปล่อยให้พวกมันได้คิดหรือตัดสินใจอะไรไปก็ดีแล้ว ต่อไปในอนาคต...เธออาจจะไม่ต้องยุ่งกับฟาร์มนี้ รอรับเพียงผลประโยชน์อย่างเดียวก็ได้

 

“จ่าสิบโทอัน ดีใจที่ได้เจอคุณอีก” ชายวัย 40 กว่าๆที่ยังคงมีสีหน้าเหมือนผู้คลั่งการศึกษาเหมือนก่อนหน้านี้เข้ามาทักทาย

 

“สวัสดีค่ะ จ่าสิบโทรุ่ย”

 

“อืม เพราะผลงานของคุณครั้งก่อน พวกเราก็เลยทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาก ตอนนี้หุ่นรบอินทรีย์พัฒนาขึ้นไปอีกเล็กน้อยแล้ว แม้จะบอกว่าเล็กน้อย...แต่ก้าวครั้งนี้ก็สำคัญมากๆ ในเวลาไม่นานนี้...หวังว่าจ่าสิบโทอันจะช่วยพวกเราให้ประสบความสำเร็จไปอีก”

 

“คาดหวังเกินไปแล้วค่ะ ฉันอยู่ช่วยเหลือได้ไม่กี่วัน คงจะทำอะไรไม่ได้มากนัก”

 

“ไม่เป็นไร ขอแค่ไล่ตามว่าพวกเราถึงขั้นไหนแล้วก็ได้ สุดท้ายแล้วคุณก็จะมีเวลามากในช่วงปิดภาคเรียนที่ 2 ก่อนขึ้นชั้นปี 3 อยู่ดี เวลานั้น...พวกเราจะศึกษาก้าวใหญ่ไปด้วยกัน”

 

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะพยายามนะคะ” ซูหยวนรับคำอีกฝ่าย จ่าสิบโทที่กระตือรือร้นนี้ เธอจะปฏิเสธเขาได้อย่างไร

            

หญิงสาวทักทายเพื่อนร่วมงานไม่กี่คำก่อนจะไปไล่ตามเนื้อหาการศึกษาตลอดไม่กี่เดือนมานี้ ระหว่างที่ซูหยวนกำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจอยู่นั้น ทหารนักวิจัยคนหนึ่งก็ขยับเข้ามา เขาหัวเราะแห้งๆก่อนจะเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้

 

“จ่าสิบโทอัน ได้ยินว่าก่อนหน้านี้หน่วยสอบสวนต้องการเล่นงานคุณหรอ” ได้ยินคำถามนี้ ซูหยวนก็ชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าเรื่องในสถาบันจะมาถึงหูของนักวิจัยที่คร่ำเครียดพวกนี้ด้วย

            

เธอคิดว่าพวกเขาจะไม่สนใจเรื่องซุบซิบข้างนอกเสียอีก คิดไม่ถึงว่าพวกเขาก็ติดตามเรื่องนี้ด้วย

 

“อย่าคิดว่าพวกเรายุ่งมากเกินไปเลยนะ แต่เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่มาก ท่านพันโทหวงเต๋อกังของพวกเราไปที่สถาบันของคุณด้วยตัวเองเพื่อจัดการกับพวกหน่วยสอบสวนเลย ดังนั้น...ฉันคิดว่าเมื่อคุณกลับมาแล้ว ก็ควรจะไปขอบคุณท่านบ้างนะ”

 

“หืม? ท่านพันโทหวงน่ะหรือ?”

 

“ใช่ พวกเราก็ได้ยินข่าวนี้เพราะการเคลื่อนไหวของท่านพันโทนั่นแหละ ท่านดีต่อคุณมากจริงๆ” ได้ยินแบบนั้น ซูหยวนก็คิดย้อนกลับไป ตอนนั้นจำได้ว่าที่สถาบันคนเข้าออกเยอะจริงๆ แต่เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก จึงไม่รู้ว่ามีใครที่มาบ้าง

            

เดิมทีคิดว่าคนใหญ่คนโตที่สุดน่าจะเป็นรุ่นพี่จากพลทหารพิเศษแล้ว คิดไม่ถึงว่าท่านพันโทหวงจะใส่ใจด้วยเหมือนกัน ดังนั้น...เหมือนที่ทหารร่วมวิจัยคนนี้พูด เธอควรจะต้องขอบคุณเขาด้วยจริงๆนั่นแหละ

 

“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลนี้ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าท่านพันโทหวงยื่นมือเข้าไปช่วยด้วย”

 

“อืม ไม่เป็นอะไร พวกเราทุกคนรู้เรื่องนี้กันหมด แม้แต่จ่าสิบโทรุ่ยก็ยังตกใจ ออกจากห้องทำงานเหมือนกับลอยไปเลย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อพูดให้คุณ”

            

ซูหยวนพยักหน้ารับ ความหวังดีของพวกเขานี้...เธอรับเอาไว้ด้วยใจแล้ว จะต้องขอโอกาสตอบแทนความช่วยเหลือเหล่านี้ให้ได้เลย

 

……………………………….