LNCrawler

บทที่ 257 งานหยุมหยิมที่ไม่อยากทำ (อ่านฟรี 19 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 257 งานหยุมหยิมที่ไม่อยากทำ (อ่านฟรี 19 พ.ย. 68)

บทที่ 257 งานหยุมหยิมที่ไม่อยากทำ

            

เนื่องจากคนอย่างพันโทหวงไม่ได้ขาดเงินทองหรือแม้แต่อำนาจ ทว่าคนผู้นี้เป็นเหล่าผู้ศึกษา ซูหยวนจึงตั้งใจจะมอบสิ่งที่ตัวเองมี เพื่อให้พวกเขาได้ใช้มันในขณะทำการทดลอง อย่างน้อยๆหากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ อาจจะช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่คาดไม่ถึงก็ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องทดลองเกี่ยวกับหุ่นรบอินทรีย์ หรือแม้แต่การเอาพวกมันไปใช้ระหว่างรวบรวมตัวอย่างวิจัย

            

ตอนนี้สิ่งที่ซูหยวนมีมากหน่อยก็คือบอลกาวตัวหนืด เพราะความขยันของหนูขาวในฟาร์ม เจ้าพวกตัวเล็กได้ทำการเฝ้าระวังการเติบโตของตัวอ่อนตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ (พิเศษ) เพื่อให้มันมอบสสารเหนียวไปใช้ในการผลิตบอลกาวตัวหนืด หากต้องแบ่งออกให้พวกเขาบ้าง ก็ไม่ถือว่ามากเกินไป อย่างไรก็เป็นคนที่มีน้ำใจต่อเธอ

            

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ซูหยวนจะได้เข้าไปพบกับพวกผู้นำของหน่วยศึกษาวิจัย เธอก็ได้ยินเสียงบ่นอย่างไม่พอใจของพวกเขาดังรอดออกมาจากประตูที่ปิดไม่สนิทเสียก่อน

 

“อะไร! แม้แต่งานแบบนี้ก็โยนมาให้พวกเราหรอ พวกผู้นำคิดอะไรอยู่ งานของพวกเรามีน้อยๆหรือไง ทำไมจู่ๆก็โยนงานไร้สาระแบบนี้มาให้พวกเราได้เนี่ย ตอนคิดจะกวาดล้างเขต A ไหนว่ามีแผนรับมืออยู่แล้ว แต่หลังจากเห็นว่าพวกเด็กๆและนักล่าไล่ตามแรงกดดันไม่ไหว ผลสุดท้ายก็มาตกหนักที่พวกเราเนี่ยนะ มันใช้ได้ที่ไหน!”

 

“เอ่อ พันโทหวงครับ แม้พวกเราจะไม่พอใจเหมือนกัน แต่งานนี้ก็ถูกสั่งมาแล้ว ยังไงก็มีแต่ต้องทำใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นท่านก็ช่วยมอบให้หน่วยสักหน่วยเถอะครับ”

 

“มอบงานอะไร? มอบไปก็มีแต่พวกเขาจะด่าฉันเท่านั้นแหละ ตอนนี้มีหน่วยไหนว่างบ้าง? หน่วยสร้างนั้นยิ่งไม่มีทางอยากรับงานนี้ พวกเขากำลังทุ่มกำลังไปกับการสร้างหุ่นรบอินทรีย์ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมหาศาลนะ จะให้เสียเวลามาศึกษาวิธีการจัดการกับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่เขต B ได้ยังไง ถ้าบอกให้พวกเขาหยุดมือแล้วมาสนใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆนี้ เชื่อเถอะว่าจะต้องมีคนลาออกจากกองทัพแน่ แบบนี้มันรังแกกันเกินไปแล้ว!!”

 

“ใจเย็นๆก่อนเถอะครับ งานนี้พวกผู้นำพูดเองว่าไม่มีทางออกอื่นแล้ว พวกเขาพบว่าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์นั้นไม่อาจจะจัดการได้ง่ายๆ แม้จะมีสารไล่สัตว์กลายพันธุ์อยู่ แต่เพราะการรับกลิ่นของพวกมันไม่ค่อยดี ทำให้มักจะหลุดมาสร้างความเสียหายให้เด็กๆอยู่เสมอ ทางสถาบันศึกษามากมายร้องเรียนไปที่พวกเขา บอกว่าถ้าต้องทำภารกิจที่เขต B เช่นนั้น...ไม่ต่างอะไรกับส่งเด็กที่เพิ่งเริ่มต้นการรับพลังงานไปตาย ดังนั้นก็เลย...”

 

“ดังนั้นก็เลยโยนขี้มาอีกแล้ว พวกเราอีกแล้ว! หาใครทำงานให้ไม่ได้ก็มาลงที่พวกเรานี่แหละ! ดี ดีจริงๆ”

            

เมื่อพูดถึงตรงนี้ พันโทหวงก็นั่งลงกับเก้าอี้ประจำตัว มือของเขาทุบไปที่ขาเก้าอี้อย่างแรง ถ้าไม่ใช่เพราะมันถูกสร้างมาเพื่อการทุบเป็นพิเศษ บางทีอาจจะพังครืนลงมาแล้วก็ได้

 

“ฉันก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ สุดท้ายก็ต้องหาคนมาทำงานให้อยู่ดี ลองตรวจสอบหน่อยว่าฝ่ายไหนพอจะมีเวลาช่วยดูเรื่องนี้ให้บ้าง”

 

“เข้าใจแล้วครับ แต่เกรงว่า...ต่อให้หน่วยศึกษาประเภททำลายมีเวลา พวกเขาก็ไม่ยอมรับงานนี้หรอกครับ มันกึ่งๆเป็นงานผลิตเสียมากกว่า”

 

“เฮ้อ ครั้งนี้จ่าสิบโทรุ่ยได้ร้องไห้แน่นอน” คนตำแหน่งสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาปวดหัวกับเรื่องของเขต B เช่นนี้ ทั้งๆที่พวกเขาควรจะได้ศึกษาก้าวไปข้างหน้า ใช้ทรัพยากรของกองทัพให้คุ้มค่า สุดท้าย...พวกผู้นำก็ทำได้แค่นี้แหละ

            

อะไรๆก็เอามาโยนที่หน่วยศึกษาวิจัยเพื่ออนาคตของมนุษย์ชาติอย่างพวกเขา!

 

“ขออภัยค่ะ ท่านพลโทหวง ท่านร้อยเอกหู” ซูหยวนเคาะประตูเบาๆหลังจากฟังเรื่องน่าปวดหัวคร่าวๆ

            

ทันทีที่เสียงของพวกเขาเบาลง อารมณ์โกรธจัดค่อยๆเย็นลง ซูหยวนก็เคาะประตูเป็นสัญญาณ แน่นอนว่าในระหว่างที่พวกผู้นำกำลังบ่นออกมา เธอและทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูย่อมได้ยินทั้งหมด สองคนลอบสบตากัน ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆให้กันเท่านั้น

 

“หืม? จ่าสิบโทอันงั้นหรือ?” ร้อยเอกหูเป็นคนทักทายซูหยวนก่อน ไม่แปลกใจเลยที่เด็กสาวมาพบพวกเขาเป็นการส่วนตัวเช่นนี้ อย่างไรหัวหน้าของเขาไม่กี่วันก่อนก็พุ่งตัวออกไปเพื่อช่วยพูดให้เธอ ดังนั้นสาวน้อยจะมาที่นี่เพื่อตอบแทนก็ไม่ถือเป็นเรื่องแปลก

 

“ใช่ค่ะ ขออภัยนะคะที่มารบกวน แต่ฉันได้ยินว่าก่อนหน้านี้ฝ่ายศึกษาวิจัยช่วยพูดเพื่อฉันตอนถูกสอบสวนที่สถาบัน ฉันไม่มีอะไรสามารถมอบให้แทนคำขอบคุณไปมากกว่าของที่ฉันเห็นว่ามีประโยชน์นี้ค่ะ” ซูหยวนส่งบอลกาวตัวหนืดให้ 10 ลูก ด้วยจำนวนมากมายขนาดนี้ ทำให้พันโทหวงเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

“เคยได้ยินว่าตระกูลจางมีความสามารถในการหาแหล่งบอลกาวตัวหนืดจำนวนมากได้ คิดไม่ถึงว่าเรื่องนั้นจะเป็นจริง” 

 

พันโทหวงแค่นหัวเราะเล็กน้อย แม้แต่กองทัพก็ยังไม่กล้าใช้บอลกาวตัวหนืดเป็นจำนวนมากเช่นนี้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงช่วงนี้ที่เขต A ถูกจัดการไปเกือบหมด ตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ได้รับผลกระทบไม่น้อย จำนวนของพวกมันลดลงไปเรื่อยๆจากสารพิษที่เบาบางลง สุดท้าย...มีการคาดการณ์ไว้ว่าพวกมันอาจจะสูญพันธุ์ได้ และบอลกาวตัวหนืดพวกนี้ย่อมต้องเพิ่มราคาสูงขึ้นไปอีกแน่ ครั้งนี้นับว่าอันซูหยวนใจกว้างจริงๆ

 

“ตระกูลจางนำโดยประธานจาง ไม่น่าแปลกใจที่จะมีความสามารถเช่นนั้นค่ะ”

 

“อืม ก็คงจะเป็นแบบนั้น ถ้าคนๆนั้นยอมเป็นผู้นำให้กองทัพ ไม่แน่ว่าเรื่องน่าปวดหัวพวกนี้คงจะไม่เกิดขึ้น”

 

“เรื่องน่าปวดหัว? หรือจะเป็นเรื่องที่ท่านพันโทพูดถึงก่อนหน้านี้ ขออภัยนะคะ...แต่เสียงของพวกท่านรอดออกไปข้างนอก ฉันก็เลยได้ยินบ้างค่ะ”

 

“อืม ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล ถ้าเป็นไปได้...ฉันอยากจะพูดให้เสียงดังไปถึงหูของพวกผู้นำด้วยซ้ำ” พันโทหวงที่ไฟกำลังมอดเหมือนถูกจุดให้ลุกโชนอีกครั้ง เขาแค่นเสียงรอดไรฟัน แสดงว่ากำลังหงุดหงิดขนาดไหน

 

“แล้ว...เรื่องนี้ รายละเอียดเป็นอย่างไรบ้างคะ บางที...ฉันอาจจะช่วยได้” ซูหยวนคิดเล็กน้อย สุดท้ายก็เสนอตัวเองออกไป

            

ถ้ามันเป็นเรื่องที่เธอคิด ไม่ต้องศึกษาให้มากความ ซูหยวนก็คิดวิธีการจัดการออกแล้ว อย่างไรก็ตาม...เรื่องนี้พูดออกไปง่ายๆคงจะไม่ได้ ในเมื่อพวกเขาเป็นคนของฝ่ายศึกษาวิจัย ก็ต้องมีกระบวนการศึกษาขึ้นมาก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะลดทอนความน่าเชื่อถือไปมากแน่

 

“หืม? เอาอย่างนั้นหรอ? แบบนี้....ไม่แน่ว่าอาจจะดีก็ได้” ไม่ใช่ว่าเด็กซูหยวนคนนี้มีความสามารถมากหรือ? ครั้งก่อนก็ยังเขียนหนังสือสำคัญทิ้งไว้ให้หน่วยของพวกเขาเลย ดังนั้น...ครั้งนี้เธออาจจะสร้างปาฏิหาริย์อีกครั้งก็ได้ 

 

แน่นอนว่าต่อให้มันไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้มีความผิดอะไร เธอก็แค่ได้ใช้ช่วงเวลาไม่กี่วันที่ปิดภาคเรียนเพื่อช่วยพวกเขาก็เท่านั้น หากไม่ยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี ก็ค่อยมอบงานให้คนอื่นต่อไป

 

“เรื่องมันเป็นเช่นนี้...หลังจากที่ทหารกวาดล้างเขต A ไปแล้ว ทำให้นักเรียนจากหลายสถาบันและนักล่าต้องพยายามไปล่าที่เขต B แทนเขต A พวกเขาเตรียมอุปกรณ์ไปพร้อม ยาลบกลิ่น ยาไล่สัตว์กลายพันธุ์ และอุปกรณ์พักแรมจำนวนมาก ทว่า...ของพวกนั้นมันก็ยังไม่พอ”

 

“เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ได้ยินว่านักเรียนของสถาบันหนึ่งตั้งค่ายอย่างระมัดระวัง ที่ค่ายนั้นก็มีอาจารย์คอยตรวจสอบความปลอดภัยอยู่ด้วย หลังจากที่ตั้งค่ายแล้วเสร็จก็ตั้งใจจะพักผ่อน กลับกลายเป็นเกิดเรื่องขึ้นมาเสียได้”

 

“พวกเขาพบว่าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ยังรับรู้ตัวตนของพวกเขาได้ ทั้งยังไม่สนใจยาไล่สัตว์กลายพันธุ์อีก ดังนั้นจึงทำให้ค่ายพักแรมนั้นถูกทำลายไป มีนักเรียนบาดเจ็บมากกว่า 30 คน และมีนักเรียนที่ต้องตายไป 7 คน ถือเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ เกิดการประท้วงมาที่เหล่าผู้นำทันที”

 

“เพื่อตอบปัญหาพวกสถาบันเหล่านั้นให้ได้ ผู้นำก็เลยรับปากส่งๆแล้วก็เอางานนี้มาโยนให้พวกเรา ให้ทำอย่างไรก็ได้...หาวิธีการจัดการไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ ทำไม่ให้มันเข้ามาในพื้นที่ค่ายพักแรมได้อีก!”

 

“นี่คือทั้งหมด ฟังดูเหมือนไม่ยุ่งยากเท่าไร แต่อย่าลืมว่านักวิจัยของพวกเรามีจำกัด ตอนนี้ทุกคนติดงานใหญ่กันหมดเลย ถ้าเอางานจุกจิกแบบนี้ไปให้พวกเขาทำอีก มีแต่จะโดนบ่นก็เท่านั้น แถมยังจะทำให้งานใหญ่ล่าช้าด้วย”

 

“ที่จ่าสิบโทอันเสนอตัวว่าจะช่วยถือเป็นประโยชน์มาก แม้จะไม่สามารถหาวิธีการจัดการได้ทันก่อนที่จ่าสิบโทจะกลับไปเรียนต่อ แต่ข้อมูลที่ช่วยค้นคว้าระหว่างนี้ก็น่าจะมีประโยชน์เพียงพอ ดังนั้น...ฉันจะพูดกับจ่าสิบโทรุ่ยเรื่องนี้ก็แล้วกัน เขาอาจจะผิดหวังที่ไม่มีคนเก่งอย่างคุณช่วยงาน แต่ก็ไม่น่าจะตำหนิมากนัก”

            

พันโทหวงอธิบายทั้งหมดให้ซูหยวนฟัง ทั้งยังมอบหมายงานไปในตัวด้วย ทำท่าทางราวกับกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ 

            

ซูหยวนฟังเรื่องแล้วก็พยักหน้ารับ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอเข้าใจก่อนหน้านี้จะถูกต้อง นั่นหมายความว่า...วิธีการจัดการกับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์นั้น เธอมีอยู่ในหัวแล้ว

            

วิธีการจัดการกับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์อาจจะเป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวายของคนในยุคนี้ แต่ถ้าเป็นในยุคเดิมของเธอ...ผู้คนมากมายเลี้ยงไก่เอาไว้ที่บ้าน พวกเขามีวิธีป้องกันไม่ให้ไก่เข้าบ้านตัวเองมากมาย

            

ที่ซูหยวนคิดได้และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดก็คงไม่พ้นการล้อมตาข่ายเอาไว้รอบๆ ชีวิตก่อนเธอเคยเห็นผู้คนล้อมรั้วตาข่ายไว้ ยิ่งถ้าเป็นเส้นเอ็น เมื่อไก่เข้ามาติด พวกมันก็จะไม่อาจดิ้นหลุดไปได้ สุดท้ายก็อ่อนแรงจนรอให้เจ้าของตาข่ายมาจับไป

            

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการไล่สัตว์ปีกง่ายๆอย่างการทำหุ่นไล่กาด้วย ถ้าเป็นไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ การใช้หุ่นไล่กาอาจจะไม่ค่อยดีนัก พวกมันอาจคิดว่าเป็นมนุษย์แล้วพุ่งเข้าใส่ด้วยความหิว แต่ถ้าเป็นการเคลื่อนไหวแบบโบกสะบัด พวกมันอาจจะตกใจแล้วหนีไปก็ได้ 

            

เธอสามารถทดลองได้หลากหลายรูปแบบ ดังนั้นจึงไม่ได้กังวลกับการหาผลลัพธ์ไม่ได้ เพียงแค่ต้องใส่รายละเอียดกับแนวคิดนี้เข้าไปเท่านั้น

 

“ท่านพันโทหวง อย่างนั้นฉันจะพยายามให้เต็มที่นะคะ”

 

“ดี ดีมาก ขอบใจมากที่ช่วย”

 

“เป็นฉันที่ต้องขอบคุณที่ท่านช่วยเหลือมากค่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะท่านช่วยพูดกดดัน บางที...หน่วยสอบสวนอาจจะไม่ยอมรับฟังก็ได้”

 

“เหอ เหอ เหอ ตาแก่คนนี้แท้จริงแล้วแค่เข้าไปยุ่งเกินไปเท่านั้น ไม่กล้ารับความดีความชอบครั้งนี้หรอก อันที่จริง...ถ้ารู้ว่าจ่าสิบโทอันเป็นพลทหารพิเศษ ฉันคงจะไม่กังวลแล้ว กับคนของหน่วยพิเศษ...ใครจะกล้ารังแกได้”        หวงเต๋อกังส่ายหน้า รู้สึกว่าวันนั้นตัวเองทำเรื่องราวน่าอับอายไปจริงๆ

            

คิดย้อนดู พวกเขาที่วิ่งพรวดพราดออกไปไม่เหลือร่องรอยของคนเป็นผู้นำ ตอนนี้คนในหน่วยคงจะเอาไปพูดกันทั่วแล้ว สุดท้าย...เขาก็ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลย มีแต่จะสร้างความอับอายให้ตัวเองเท่านั้น

 

“ถึงอย่างนั้น...ฉันก็รับน้ำใจท่านเอาไว้แล้วค่ะ”

 

“เฮ้อ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องน่าขันนั่นแล้ว ตอนนี้ฉันจะให้คนไปจัดห้องทำงานส่วนตัวให้จ่าสิบโท หวังว่าจะใช้เวลาในการศึกษาอย่างเต็มที่ ดังนั้น...” พันโทหวงกำลังจะสั่งให้คนจัดการห้องส่วนตัวสำหรับซูหยวน อย่างไรก็ตาม...เสียงไม่พอใจของผู้มาใหม่กลับดังขึ้นเสียอย่างนั้น ทำเอาพันโทหวงขมวดคิ้วมุ่น

 

“ฉันไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้!”

            

น้ำเสียงของชายอายุประมาณ 60 กว่าปีดังขึ้นจากด้านนอก ประตูที่ไม่ได้ปิดสนิทถูกเปิดออกอีกครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นคนมาใหม่ที่แสดงความไม่พอใจอยู่

 

“จ่าสิบเอกไป๋?” ร้อยเอกหูช่างเฉิงประหลาดใจ ไม่คิดว่านักวิจัยไป๋จะมาที่นี่ด้วยตัวเอง

 

“ขออภัยที่มารบกวน แต่ฉันบังเอิญได้ยินข่าวสำคัญอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงมาที่นี่ แล้วก็ได้พบว่าเรื่องสำคัญนั้นกำลังถูกเอาไปเล่นโดยเด็กคนหนึ่ง ฉันไม่สามารถยอมรับได้”

            

จ่าสิบเอกไป๋ไม่แม้แต่จะมองไปที่ซูหยวนด้วยซ้ำ ถึงคำพูดของเขาจะมีแต่การดูถูกซูหยวนโดยตรงก็ตาม เห็นท่าทางเช่นนั้นของเขาแล้ว...ซูหยวนก็ถอนหายใจออกมา

            

จ่าสิบเอกไป๋คนนี้ไม่มีทางปล่อยให้เธออยู่อย่างสุขสบายเกินไปแน่ เมื่อเขาพบว่าซูหยวนมาที่นี่ก็เลยจงใจจะมาสร้างปัญหาให้ ตัวเขาเองมีงานมากมาย แถมยังไม่ใช่นักวิจัยที่ชำนาญในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ทั่วไปด้วยซ้ำ ตัวเขามีแค่เรื่องการวิจัยเกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์ แต่หลังจากได้ยินว่าซูหยวนได้รับมอบหมายงานเป็นการส่วนตัว เขากลับไม่ยอมรับมันเสียนี่...

 

“ท่านผู้นำไม่สามารถมอบภารกิจของฝ่ายให้คนนอกทำได้นะ นี่มันผิดกฎ”

 

“ผิดกฎ? คนนอก?” พันโทหวงขมวดคิ้วมุ่น ไม่พอใจกับคำพูดของอีกฝ่าย

 

“จริงอยู่ที่ว่าจ่าสิบโทอันเคยมาช่วยงานของพวกเรามาก่อน ทั้งยังทำผลงานได้ดี อย่างไรก็ตาม...การรับงานภายใต้ชื่อของนักวิจัยที่เชื่อถือได้ ควบคุมกระบวนการและขั้นตอนจนได้ผลสำเร็จ กับการที่ทำงานเริ่มต้นจากตัวเองนั้นต่างกันครับ ไม่รู้ว่าแม้แต่สมมติฐาน...จ่าสิบโทอันจะตั้งขึ้นมาได้ถูกต้อง ครอบคลุมและชัดเจนหรือไม่ บางที...เธออาจจะสร้างสมมติฐานขึ้นมาผิดๆ จนทำให้ผลลัพธ์ออกมาผิดๆก็ได้”

 

“สำคัญไปมากกว่านั้นก็คือการมอบห้องส่วนตัวให้เธอ! ขนาดผู้ติดตามที่ช่วยงานวิจัยของฉันมาหลายปีก็ยังไม่มีห้องทำงานส่วนตัว ถ้าจู่ๆท่านมอบสิทธิพิเศษนี้ให้จ่าสิบโทอัน นี่จะต้องทำให้คนของฝ่ายเราไม่พอใจแน่ หากเกิดความขัดแย้งขึ้นภายในเพราะคนแค่คนเดียว...นั่นจะไม่แย่หรือ”

 

………………………………………