LNCrawler

บทที่ 25 การทดสอบที่เปลี่ยนไป

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 25 การทดสอบที่เปลี่ยนไป

บทที่ 25 การทดสอบที่เปลี่ยนไป

 

“การทดสอบที่สองนี้ จะเป็นการให้ต่อสู้กับสัตว์และพืชกลายพันธุ์จริงๆ แต่จะเป็นพื้นที่โล่งเตียน ไม่เหมือนกับการทดสอบทั่วไปที่จะมีพื้นที่ให้ซ่อนตัว การทดสอบนี้ให้เน้นการสังหารสัตว์กลายพันธุ์ให้ได้มากที่สุด ถ้าสามารถทำได้มากเท่าไร ก็จะกลายเป็นคะแนนพิเศษในการทดสอบให้เท่านั้น”

 

“โดยคะแนนพิเศษที่พูดถึงนี้จะสามารถนำไปแลกเป็นเครดิตหรือทรัพยากรขององค์กรได้ ซึ่งจะช่วยให้การเริ่มต้นเข้าศึกษาในสถาบันของคุณอันราบรื่นมากขึ้น”

 

“นอกจากนี้ แกนพลังงานของพวกกลายพันธุ์เหล่านั้นก็ยกให้คุณอันเป็นของรางวัลไปเลย เหมือนกับการล่าในพื้นที่ล่าจริง แต่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ ถ้าเห็นว่าจะเป็นอันตรายถึงชีวิต จะมีคนออกไปช่วยเหลือทันที คุณอันไม่ต้องห่วงเลยครับ” หัวหน้าผู้รับสมัครเด็กใหม่อธิบายอย่างใจดี

            

มองดูเด็กสาวที่แต่งตัวซอมซ่อ คาดว่าเธอน่าจะกระตือรือร้นหลังจากที่ได้ยินว่าคะแนนพิเศษเหล่านี้แลกเป็นเครดิตได้ ทว่า...เหมือนกับที่ผ่านมา เป็นเขาที่ต้องค่อยๆหุบยิ้มอีกครั้งเพราะความนิ่งเฉยของเด็กสาว

 

“เอาล่ะ ต้องการเวลาเพื่อเตรียมพร้อมไหม”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ” ซูหยวนตอบกลับด้วยท่าทางสุภาพ แต่เธอไม่ดูเหมือนว่าเป็นเด็กสาวผู้หนึ่งเลย ทั้งภาพลักษณ์และการแสดงออกนั้นเหมือนกับผู้ใหญ่วัย 30 ก็ไม่ผิดเพี้ยน

 

“ถ้าอย่างนั้นก็เข้าไปในห้องทดสอบที่สองเลยก็แล้วกันนะ” ชายวัยกลางคนยังพยายามที่จะรักษาภาพใจดีของตนเอง ซูหยวนหยิบเอาพลั่วของตนเองออกมาถือไว้ สองหนุ่มที่เป็นคนพาซูหยวนมาต้องการดูการแสดงเหล่านี้ด้วย พวกเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็กสาวที่มีพลังงานมากกว่าเขาคนนี้สามารถต่อสู้ได้อย่างไรบ้าง

            

ถึงจะพยายามคิดในแง่ดีว่าอีกฝ่ายควรมีพรสวรรค์แค่เรื่องการดูดซับพลังงานเท่านั้น แต่วิธีการต่อสู้ไม่ควรจะแข็งแกร่งไปมากกว่าพวกเขา อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นแค่เด็กสาวผู้หนึ่งเท่านั้น ทว่า...ลึกๆแล้วพวกเขาก็รู้สึกว่ามันคงจะเป็นอย่างที่พวกเขาคิดไม่ได้

            

ซูหยวนพยายามทำใจให้สงบ เธออยากจะเต็มที่กับการทดสอบนี้เพื่อให้รู้ว่าระดับที่แท้จริงในการต่อสู้ของตนเองเป็นยังไงบ้าง การต่อสู้นี้ไม่เหมือนกับการต่อสู้ในเขต A เพราะที่นั่น....ถ้าเธอจนมุมก็มีแค่ความตายเท่านั้นที่รออยู่ แต่ถ้าเป็นที่นี่...หากมีอะไรที่ผิดพลาด ซูหยวนสามารถเรียนรู้และปรับมันได้

            

ถ้าเธอต้องการขึ้นเป็นพนักงานที่แข็งแกร่ง ก็ต้องใช้ความพยายามในช่วงแรกให้มากหน่อย...

            

ประตูห้องทดสอบถูกเปิดขึ้นชั้นแรก เมื่อซูหยวนเข้าไปมันจึงปิดลง จากนั้นก็เปิดชั้นที่ 2 เป็นสัญญาณเริ่มการทดสอบ โดยมีเวลาแจ้งอยู่ในห้อง ซึ่งกำลังนับถอยหลังให้เธอได้เห็น

            

เบื้องหน้ามีสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากที่ซูหยวนรู้จัก ไม่ว่าจะเป็นโคเขาแหลมกลายพันธุ์ ลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ ตัวหนืดสามแขนกลายพันธุ์ แมลงปีกแดงกลายพันธุ์ เถาวัลย์ซุกซ่อนกลายพันธุ์ กับดักมือใหม่ รังผีเสื้อกลายพันธุ์ วีครอนกลายพันธุ์ และดวงตากระรอกกลายพันธุ์

            

พวกมันอยู่ประจำจุดต่างๆ รวมตัวกันเป็นกลุ่มเดียว ราวกับว่าถ้ามีพวกกลายพันธุ์ตัวไหนที่ล้ำเส้นเข้ามา พวกมันก็จะรุมโจมตีจนตายอย่างไรอย่างนั้น

            

จุดแรกที่ซูหยวนยืนอยู่กลับเป็นจุดที่พวกลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์อาศัยอยู่ ตัวลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์พวกนี้เป็นสัตว์ประเภทจู่ๆโจมโดยตรงเหมือนกับพวกโคเขาแหลม เน้นพละกำลังและความเร็วเป็นหลัก ทว่าพวกมันก็ยังเป็นเพียงสัตว์กลายพันธุ์ในเขต A เท่านั้น ความแข็งแกร่งจึงไม่ควรจะมากเกินไป

            

ที่เป็นปัญหาจริงกลับเป็นจำนวนของพวกมันต่างหาก ซูหยวนถูกล้อมกรอบทันทีที่เข้ามา ลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์พวกนี้ส่งเสียงข่มขู่ศัตรูด้วยเสียง “กรรซ์” ของพวกมัน น้ำลายที่ไหลย้อยทำให้หญิงสาวต้องระมัดระวังมากขึ้น เธอรู้สึกเหมือนกับว่าพวกมันไม่ได้กินอะไรเลยมาหลายวันแล้ว และตอนนี้พวกมันก็กำลังกระหายอย่างรุนแรงเสียด้วย!

            

หูยาวของลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ตัวหนึ่งขยับเป็นสัญญาณให้โจมตี หลังจากนั้นลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆก็กระโดดเข้ามาพร้อมกัน เท้าของมันมีขนาดใหญ่มาก และเมื่อพวกมันกระโดดขึ้นสูง ซูหยวนก็แทบจะไม่เห็นแสงจากเพดานอีกเลย

            

คนตัวเล็กหรี่ตาลง เธอไม่โง่พอที่จะยืนนิ่งๆแล้วรอรับแรงกระแทกเหล่านี้ สิ่งที่ซูหยวนทำได้ก็คือการขว้างพลั่วของตนเองขึ้นไปด้านบนตรงๆ ปลายแหลมที่แทงขึ้นไปใต้เท้าของลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ตัวหนึ่งนั้นจะทำให้มันบาดเจ็บกลางอากาศอย่างแน่นอน แต่เมื่ออาวุธหลุดมือไปแล้ว ซูหยวนย่อมไม่สามารถรั้งรอในตำแหน่งนั้นได้อีก

            

เธอเคลื่อนตัวไปทางซ้ายอันเป็นตำแหน่งอาณาเขตของพวกโคเขาแหลมที่คุ้นเคย เมื่อพวกมันเห็นว่าเหยื่อตัวหนึ่งหลุดเข้ามาในอาณาเขตของตนเองก็กระทืบเท้าอย่างแรง ตั้งท่าพร้อมจะพุ่งชนเหยื่อให้ตกตายไป

            

แต่ซูหยวนถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสังหารโคเขาแหลมผู้หนึ่ง ดังนั้นเมื่อมันพุ่งตัวเข้ามา ซูหยวนก็รออยู่ก่อนแล้ว เธอเพียงเบี่ยงตัวหลบด้วยการหมุน จากนั้นก็กระโจนขึ้นไปอยู่บนหลังของเจ้าโคเขาแหลมตัวหนึ่ง ใช้เชือกในมือของตนเองที่เตรียมพร้อมมาด้วยรัดคอของมัน เวลานี้จึงเหมือนกับว่าซูหยวนกำลังขี่หลังมันอยู่อย่างไรอย่างนั้น

            

เด็กสาวต้องการทดสอบวิธีการนี้มานานแล้ว เจ้าโคเขาแหลมมีร่างกายที่แข็งแรง ทว่ามันเป็นพวกโง่เขลาที่ไม่รู้จักวิธีการต่อสู้มากนัก มีเพียงการพุ่งตรงและการดีดขา ตราบเท่าที่ซูหยวนสามารถควบคุมความสมดุลของร่างกายได้ เธอก็จะไม่ร่วงลงไป

 

“กี๊ด!!!”

            

เสียงกรีดร้องของลิเวอร์เร่อร์หนึ่งตัวที่ถูกพลั่วของซูหยวนเล่นงานดังขึ้นมา มันถูกแทงที่เท้าในครั้งแรก แต่หลังจากที่ร่วงลงมา ไม่รู้ว่าเป็นโชคร้ายของมันหรือเป็นโชคดีของซูหยวน พลั่วนี้กลับสามารถร่วงลงมาปักที่พื้นและรับร่างของเจ้าลิเวอร์เร่อร์ด้วยปลายแหลมได้อีกครั้ง

            

ร่างทั้งร่างของลิเวอร์เร่อร์ถูกแทงตั้งแต่เท้าทะลุถึงคอ เจ้าลิเวอร์เร่อร์ตัวนั้นล้มลงไปทันทีพร้อมกับส่งเสียงร้องเจ็บปวดอยู่ไม่กี่ครั้ง ทว่าปัญหากลับอยู่ตรงนี้...เนื่องจากมันแทงตั้งแต่เท้าทะลุไปถึงคอ พลั่วที่เป็นอาวุธประจำตัวของซูหยวนจึงอยู่กับร่างของเจ้าลิเวอร์เร่อร์ตัวนั้นด้วย

            

ถ้าต้องการจะเอาอาวุธออกมา ซูหยวนจะต้องมีกำลังมากพอที่จะดึงมันในครั้งเดียว ไม่อย่างนั้นเธอก็จะกลายเป็นเป้าหมายของลิเวอร์เร่อร์ตัวอื่นๆได้อีก ระหว่างที่พยายามดึงพลั่วออกมา มันคงจะฆ่าเธอไปแล้ว

 

“ทีนี้จะทำยังไงล่ะ” 

            

แม้ว่าการต่อสู้ครั้งแรกจะค่อนข้างงดงาม แต่คนที่ไม่มีอาวุธในมือจะทำการต่อสู้อีกได้อย่างไร ทั้งสี่คนที่รออยู่ข้างนอกได้แต่คิดเหมือนกันว่าหลังจากนี้ เด็กสาวอาจจะทำได้แค่วิ่งไปรอบๆเพื่อให้หมดเวลาเท่านั้น และคะแนนพิเศษที่เธอจะได้จากการทดสอบก็ไม่น่าจะเพิ่มมากกว่านี้แล้ว

 

“เธอประมาทเกินไป”

 

“แม้ว่าเธอจะเคลื่อนไหวได้ถูกต้อง แต่การที่กล้าโยนอาวุธออกไปโดยที่ไม่มีอาวุธสำรองนั้นเป็นการฆ่าตัวตาย ถ้าในชีวิตจริงเธอลงมือแบบนี้ จะมีอายุไม่นานนัก”

 

“หากนายท่านเห็นการต่อสู้นี้ เขาคงจะไม่พอใจเป็นแน่” ทั้งหมดแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมาในแง่ลบ การต่อสู้นี้...ถึงจะบอกว่าเป็นการต่อสู้ที่จะไม่ปล่อยให้เด็กสาวตกตาย แต่อีกฝ่ายก็ไม่ควรจะแสดงมุมแบบนี้ออกมาให้เห็นสิ

            

ทำไมจึงสะเพร่าและประมาทขนาดนี้ หรือว่านี่จะเป็นครั้งแรกในการต่อสู้ของเธอกัน? ไม่สิ! ดูจากการเคลื่อนไหวแล้ว เธอเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของโคเขาแหลมได้จนเหมือนกับว่าเคยต่อสู้กับพวกมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว หากเป็นเช่นนี้...งั้นที่ผ่านมาเธอต่อสู้ยังไงกันแน่?

            

ในขณะที่พวกเขากำลังคิดในแง่ร้าย จู่ๆพวกเขาก็ต้องอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น...ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าซูหยวนจะขยับมือเพียงเล็กน้อยเพื่อหยิบเอาพลั่วของตนเองออกมาจากร่างเจ้าลิเวอร์เร่อร์

            

มันไม่ดูเหมือนกับว่าพลั่วฝังอยู่ในร่างของเจ้าลิเวอร์เร่อร์เลยแม้แต่น้อย เพียงพริบตาเดียวมันก็ปรากฏอยู่ในมือของเด็กสาวแล้ว การแสดงนี้มันค่อนข้างน่าประหลาด...

            

และใช่! ซูหยวนไม่ได้ดึงมันออกมาจากร่างของเจ้าลิเวอร์เร่อร์จริงๆ 

            

เธอแค่อาศัยการโกงของพลังฟาร์มเท่านั้น อย่าลืมว่าพลั่วที่เธอพกเป็นอาวุธประจำตัวนั้นเป็นพลั่วที่ถูกเรียกออกมาจากฟาร์มของเธอ มันคืออุปกรณ์ทำฟาร์มชนิดหนึ่ง ซึ่งซูหยวนเคยใช้งานด้วยวิธีนี้หลายต่อหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าอุปกรณ์ของระบบเกมจะอยู่ที่ไหน อยู่ในมือของใครก็ตาม...ถ้าเธอต้องการเรียกให้มันกลับเข้าไปในฟาร์ม มันก็จะกลับเข้าไป

            

หลังจากนั้นซูหยวนเพียงแค่เรียกใช้อุปกรณ์อีกครั้ง มันก็จะปรากฏขึ้นในมือของเธอเหมือนกับครั้งนี้ ปรากฏการณ์เช่นนี้ทำให้ซูหยวนสบายใจ และเธอก็ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนอุปกรณ์ของตนเองไปสักระยะ เว้นแต่ระบบจะมีการให้อัพเกรดอุปกรณ์ทำฟาร์มเพิ่มนั่นแหละ

 

“เธอทำแบบนั้นได้ยังไง!”

 

“น่าแปลกมาก ร่างของลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์แทบจะไม่ขยับเลยด้วยซ้ำ ถ้าบอกว่าเธอมีพลังที่แข็งแกร่งเช่นนั้นจริง ทำไมไม่ใช้พลังของตนเองเพื่อฟาดเจ้าลิเวอร์เร่อร์พวกนี้ให้ตกตายไปทีเดียวเลยล่ะ การเลือกใช้วิธีการต่อสู้ที่เน้นการหลบหลีกนี้ แสดงว่าเธอต้องมั่นใจในการเคลื่อนไหวของตนเองมากกว่าพละกำลังแน่ๆ แต่...อ๋า ไม่เข้าใจเอาเสียเลย”

 

“ปรากฏว่าเธอมีเทคนิคบางอย่างในการต่อสู้แล้วจริงๆ บางที....เธออาจจะได้เรียนรู้เทคนิคลับมาจากใครบางคน และนี่จะทำให้เธอได้เปรียบหลังจากเข้าไปในสถาบัน ต้นกล้านี้ค่อนข้างพิเศษจริงๆ” 

            

ถ้าความปกติทั่วไปไม่สามารถอธิบายเกี่ยวกับการกระทำเช่นนี้ได้ อย่างนั้นก็มีแค่การฝึกฝนเทคนิคในการต่อสู้เท่านั้นที่จะอธิบายเรื่องเหนือธรรมชาตินี้ได้

            

บางคนสามารถเคลื่อนไหวจากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่งด้วยเทคนิคการใช้พลังงานของตนเอง ดังนั้นถ้าซูหยวนจะสามารถหยิบเอาอาวุธของตนเองออกมาได้แม้จะถูกกดทับอยู่ก็สมควรเป็นเทคนิคประจำตัวด้วยเหมือนกัน

 

“ประสบความสำเร็จในการฝึกเทคนิคลับระดับนั้นตั้งแต่อายุเท่านี้ ... ต่อไปก็คงจะกลายเป็นปีศาจผู้หนึ่งแล้ว” ฟู่พ่ายสบถออกมา เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าเขาคนนี้จะมีความสามารถมากจริงๆ

            

ข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวายเนื่องจากความสามารถที่คาดไม่ถึงของซูหยวน อย่างไรก็ตาม...ภายในห้องทดสอบนั้นวุ่นวายมากกว่า

            

เด็กสาวขี่หลังเจ้าโคเขาแหลมที่กำลังบ้าคลั่งไปรอบๆ อาศัยความโกรธของมันเพื่อดึงความสนใจให้มันพุ่งตัวไปรอบๆเหมือนกับสัตว์กลายพันธุ์ที่กำลังเป็นบ้า ระหว่างนั้นเธอก็ใช้พลั่วของตนเองเพื่อทำร้ายพวกโคเขาแหลมที่อยู่ใกล้ๆไปด้วย เป้าหมายของซูหยวนก็คือฝูงวัวเขาแหลมตัวนี้ก่อน เธอค่อยๆสร้างบาดแผลโดยเน้นไปที่ขาของพวกมันเป็นอันดับแรก ดังนั้นพลั่วของเธอจึงกดต่ำอยู่เสมอ

            

พวกลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ส่งเสียงขู่ข้ามอาณาบริเวณ พวกมันอยากจะจัดการเหยื่อตัวจ้อยที่สังหารพวกพ้องด้วยตนเอง แต่ตรงจุดนั้นเป็นเขตของพวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์ ดังนั้นพวกมันจึงยังไม่เข้าไปวุ่นวายกับการต่อสู้นี้

            

ซูหยวนไม่รู้ว่าคนที่ออกแบบการทดสอบนี้ทำได้อย่างไร แต่ถ้าพวกเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง สัตว์กลายพันธุ์รวมถึงพืชกลายพันธุ์พวกนี้คงจะต่อสู้กันเองไปนานแล้ว พวกมันไม่เลือกหรอกว่าจะรอกินแค่ซูหยวนเท่านั้นน่ะ ดังนั้นสิ่งที่ต่างจากการต่อสู้จริงก็คือเรื่องนี้ด้วย

            

เด็กสาวไม่ได้สนใจสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆอีก ในเมื่อพวกมันไม่ล้ำเขตกันเข้ามา จนกว่าจะจัดการโคเขาแหลมเสร็จ เธอไม่จำเป็นต้องสนใจสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆ

            

ซูหยวนมีเวลาจำกัดเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นเพื่อเร่งทำผลงานให้ดีที่สุด ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องสนใจเป้าหมายอื่นที่ยังไม่เชี่ยวชาญ เธอปรารถนาที่จะสังหารโคเขาแหลมให้หมดก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยออกไปหาเจ้าลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ที่กำลังรอสู้กับเธออยู่

            

ตอนนี้เด็กสาวไม่ต่างอะไรกับนักสู้บนหลังของสัตว์กลายพันธุ์ ทว่าโคเขาแหลมตัวอื่นๆดูเหมือนจะไม่เกรงใจพวกเดียวกันแล้ว เดิมทีพวกมันพยายามหลบการวิ่งของพวกเดียวกันเองที่อยากจะสลัดเด็กสาวให้หลุดออกไปจากหลัง แต่เมื่อเพื่อนร่วมสายพันธุ์ไม่สามารถทำอะไรได้ โคเขาแหลมตัวอื่นๆก็เริ่มที่จะลงมือบ้างแล้ว

            

พวกมันพุ่งเข้าใส่ร่างของโคเขาแหลมที่ซูหยวนกำลังขี่อยู่จนเหมือนกับว่าศัตรูที่แท้จริงก็คือโคเขาแหลมตนนั้น ซูหยวนต้องรักษาสมดุลเพื่อไม่ให้ตกลงไปข้างล่าง พร้อมกันนั้นก็ต้องคอยหลบการโจมตีของพวกโคเขาแหลมตัวอื่นๆด้วย ไม่อย่างนั้นขาของเธออาจจะถูกชนจนแตกหักก่อนที่จะได้ทำอะไร

            

ยังดีที่ก่อนหน้านี้ซูหยวนใช้พลั่วของตนเองสร้างบาดแผล ตัดเส้นเอ็นของโคเขาแหลมไปหลายตัวแล้ว ดังนั้นเธอจึงสามารถมองเห็นความเชื่องช้าของพวกมัน และอาศัยโอกาสนี้เพื่อเปลี่ยนพาหนะของตน

            

ปัง!!

            

เพื่อสงเคราะห์ให้กับพาหนะตนแรกไม่เจ็บปวดจนเกินไป ซูหยวนแทงเข้าไปที่ลำคอของเจ้าโคเขาแหลมหนึ่งครั้งเต็มกำลัง ปลิดชีพเจ้าโคเขาแหลมตัวใหญ่ได้ในครั้งเดียว

 

“เธอถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการจัดการกับโคเขาแหลมกลายพันธุ์จริงๆ”

 

“ใช่ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เธอควบคุมจังหวะของพวกมันได้ทั้งหมด ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ...โคเขาแหลมพวกนั้นจะต้องถูกจัดการทั้งหมดฝูง” เมื่อวังเฮ่าและฟู่พ่ายได้ยินทั้งสองคนพูดคุยกัน พวกเขาก็ทำได้แค่ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เท่านั้น

            

ผู้เชี่ยวชาญในการสังหารโคเขาแหลมงั้นหรือ? เด็กใหม่ที่เพิ่งผ่านการทดสอบ คนที่ยังไม่ได้เข้าสถาบันด้วยซ้ำ เด็กนั่นถูกมองว่าเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเลย? ..... นี่ไม่ใช่ “ว่าที่สัตว์ประหลาด” คนต่อไปงั้นหรอ

 

…………………………………….

วันนี้ต้องขออภัยดัวยนะคะที่มาช้า พอดีวันนี้ไรท์ขับรถมาต่างจังหวัดค่ะ 

ฝากติดตามกันด้วยนะคะ