LNCrawler

บทที่ 261 คำชมที่ล้นหลาม (อ่านฟรี 23 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 261 คำชมที่ล้นหลาม (อ่านฟรี 23 พ.ย. 68)

บทที่ 261 คำชมที่ล้นหลาม

 

เนื่องจากเป็นแนวคิดที่แปลกใหม่ ดังนั้นจึงได้รับความสนใจจากผู้นำมาก เขาถึงกับอนุมัติให้ซูหยวนเลือกคนเข้ามาช่วยงานได้อีก 5 คน เพื่อที่การศึกษานี้จะได้เสร็จก่อนเธอเปิดเรียน แม้ว่าซูหยวนจะไม่ได้ต้องการมากนัก แต่เพราะผู้คนมากมายต้องการโอกาสนี้ เลือกมาช่วยงานได้อีก 5 คน ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้พวกเขาสร้างผลงานได้อีก 5 คน ดังนั้นจึงได้เลือกคนเข้ามาเพิ่ม โดยใช้รายชื่อจากครั้งก่อนที่เธอเพิ่งได้สัมภาษณ์ไป

            

ทั้ง 5 คนที่ถูกเพิ่มเข้ามามีความสุขมาก ความกระตือรือร้นของพวกเขาทำให้สามารถสร้างตัวอย่างตาข่ายออกมาได้อย่างรวดเร็ว ส่วนรายงานเกี่ยวกับต้นหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ก็จัดแล้วเสร็จในเวลาแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น 

 

ความก้าวหน้านี้ทำให้การทดลองเกี่ยวกับการใช้ตาข่ายเพื่อป้องกันไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ถูกดำเนินการก่อน ซูหยวนไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหามากนัก อย่างไรก็เคยเห็นวิธีการเช่นนี้มาก่อน แม้ว่าจะเสี่ยงที่สัตว์กลายพันธุ์ชนิดอื่นๆจะเข้ามาติดกับดักนี้ด้วย แต่ถ้าใช้ยาไล่สัตว์กลายพันธุ์ควบคู่ไป โอกาสก็จะมีน้อยแล้ว

 

แน่นอนว่าผลลัพธ์ของมันค่อนข้างดี ไม่ใช่แค่ป้องกันไม่ให้ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เข้ามาโจมตีทีเผลอเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยจับพวกมันได้ด้วย โดยไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่ติดตาข่ายพวกนี้ไม่สามารถหลุดไปได้ ในขณะที่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ตัวอื่นๆเห็นแล้วก็ไม่กล้าเข้าใกล้ศัตรูที่ไม่รู้จัก

 

แม้จะเป็นเรื่องดีแบบนั้น แต่ปัญหาก็ยังมีอยู่ เนื่องจากต้นทุนของตาข่ายดักจับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์สูงมาก ทั้งยังใช้ได้แค่ครั้งเดียวด้วย ดังนั้นวิธีการนี้จึงเป็นวิธีการจัดการเร่งด่วนและใช้ได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น 

 

เพราะวิธีแรกได้ผลดี วิธีที่สองจึงยิ่งได้รับความคาดหวังมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก ซูหยวนไม่กังวล แต่กลายเป็นพันโทหวงที่กังวลแทน เนื่องจากพวกผู้นำฝ่ายปกครองต้องการมารับฟังความคืบหน้าในการศึกษาครั้งต่อไปด้วยตัวเอง

 

“หัวหน้าอัน ฝ่ายผลิตส่งข่าวมาแล้ว เรื่องต้นจำลองหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ หัวหน้าสามารถไปดูได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ทราบว่าพวกเราจะไปกันไหม”

            

เจ้าหน้าที่ของกลุ่มคนหนึ่งเข้ามารายงานข่าว เขาค่อนข้างตื่นเต้นกับการศึกษาครั้งนี้มาก แม้ว่ามันจะเป็นแค่วิธีการจัดการไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ของเขตระดับต่ำก็ตาม 

 

“อืม ถ้าเสร็จแล้วก็ไปตรวจสอบเลยก็ได้” ซูหยวนพยักหน้ารับ ทำให้นักวิจัยทั้งหมดหยุดงานของตนเองลง ทุกคนอยากจะเห็นแบบจำลองนี้เหมือนกัน ซึ่งซูหยวนก็ไม่ได้ห้ามพวกเขา อย่างไรก็ไม่มีอะไรให้ต้องทำอยู่แล้ว ตอนนี้เหลือแค่การเอาไปทดสอบจริงเท่านั้น

            

การทดสอบมี 2 อย่าง อย่างแรกคือการทดสอบให้สถานการณ์จำลอง พวกทหารจะจับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์มาไว้ที่ห้องทดลองประมาณ 3-4 ตัว สำรวจปฏิกิริยาเบื้องต้นของพวกมัน ถ้าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ในห้องทดลองไม่ได้หวาดกลัวแบบจำลอง ถ้าอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเอาไปใช้ในพื้นที่จริงแล้ว

            

การนำแบบจำลองไปทดลองในสถานการณ์จริง จะต้องผ่านรอบแรกก่อน ดังนั้นความสำคัญในการทดลองเบื้องต้นก็ไม่ได้น้อยไปกว่าความสำคัญในการทดลองจริงเลย

            

กลุ่มนักวิจัยทั้ง 11 คนพากันมายังห้องผลิตอุปกรณ์ทดลอง ที่ขณะนี้ค่อนข้างวุ่นวายเนื่องจากเป็นแหล่งรับคำสั่งการสร้างแบบทดลองทั่วทั้งฝ่าย สีหน้าของแต่ละคนมีแต่ความเคร่งเครียดหงุดหงิด เมื่อเห็นว่าพวกฝ่ายนักวิจัยยกขบวนมาที่นี่ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนเป็นหงุดหงิดแทน

 

“มาอีกแล้ว มากันอยู่นั่น! ไอ้พวกนักวิจัยพวกนี้คิดว่าสถานที่ทำงานของพวกเราเป็นที่วิ่งเล่นรึไง ถ้าไม่มีอะไรทำก็ไปนอนพักเสีย มาก่อกวนกดดันคนอื่นแบบนี้แล้วสนุกนักหรือ?” คำตะโกนด่าของคนเป็นหัวหน้าหน่วยผลิตตัวอย่างทดลองดังขึ้นโดยไม่คิดจะซ่อนเจตนาของตนเองเลย

            

คำของเขาทำให้ทหารที่เป็นสมาชิกของกลุ่มอันซูหยวนชะงักไป ไม่กล้าก้าวเท้าเข้าไปมากกว่าเดิม ชื่อเสียงเรื่องความเจ้าอารมณ์ของพวกเขานั้นเลื่องลือมาก ต่อให้พันโทหวงมาที่นี่ด้วยตนเองก็ยังไม่ใช่ว่าจะได้รับการปฏิบัติที่ดี ถึงอย่างนั้น...สมาชิกเหล่านี้กลับเป็นกลุ่มคนสำคัญยิ่ง ต่อให้พวกเขาไม่พอใจแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้โกรธเคืองได้ ถึงอย่างไรก็มีแค่พวกเขาเท่านั้นที่จะทำให้การทดลองของตนเองราบรื่นดี

            

ตัวพวกเขาทำได้แค่สร้างแบบจำลอง ศึกษาและคำนวณวิธีการเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ผลการศึกษาจะออกมาช้าหรือเร็วก็ต้องร้องขอความเมตตาจากเหล่าผู้ผลิตเหล่านี้แล้ว

            

ซูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมาที่นี่ด้วยตนเองก็เลยไม่รู้ว่ามีความตึงเครียดเช่นนี้อยู่ด้วย หากเทียบกับสมาชิกของหน่วยศึกษาวิจัยแล้ว สมาชิกของหน่วยสร้างแบบจำลองเหล่านี้กลับมีน้อยกว่าเสียอีก ถึงอย่างนั้นก็ไม่น่าแปลกใจมากนัก เนื่องจากคนของหน่วยสร้างแบบจำลองไม่ใช่แค่คนที่มีความสามารถในการผลิตเท่านั้น แต่ต้องเป็นคนที่สามารถเข้าใจเรื่องราวต่างๆได้อย่างรวดเร็วด้วย

            

หรือก็คือ...ต้องเป็นคนที่มีความรู้พื้นฐานมาก ต่อให้เจอการเขียนรายละเอียดที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็ยังต้องทำออกมาให้ได้ หลายครั้งที่พวกเขาหงุดหงิดเหลือเกินกับความไม่ละเอียดและเรียบเรียงข้อมูลไม่ถูกต้องของนักวิจัย ดังนั้นจึงได้มีอคติกับคนพวกนี้

 

“ขออภัยที่มารบกวนนะคะ แต่ฉันอยากทราบว่าตัวอย่างทดลองของแบบจำลองหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์เป็นอย่างไรแล้วบ้าง” ซูหยวนเอ่ยถามด้วยความสุภาพ ในเมื่อพวกเธอต้องพึ่งพาคนเหล่านี้ในการทำงาน ดังนั้นก็ต้องยอมอ่อนโอนให้พวกเขาเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นแล้ว ถ้าถูกกลั่นแกล้งขึ้นมา บางทีอีกสิบปีก็ยังไม่ได้แบบจำลองไปทดลอง

 

“หืม? แบบจำลองพืชกลายพันธุ์อันนั้นงั้นหรือ?” จากที่หงุดหงิดโวยวายอยู่ คนเป็นหัวหน้าก็ชะงักไปเล็กน้อย มองหน้าเด็กสาวด้วยความสงสัย

 

“ใช่แล้วค่ะ”

 

“แล้วเธอ...คือคนจากห้องทดลองนั้นหรือ?”

 

“ใช่ค่ะ” ถึงจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายถามคำถามนี้เพื่ออะไร แต่ซูหยวนก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ที่สุภาพอยู่ ทำเอาคนที่พูดคุยด้วยผ่อนคลายลง อย่างน้อยๆ...เด็กคนนี้ก็ไม่ได้อวดดีเหมือนพวกทหารคนอื่นที่คิดว่ามีแต่ตัวเองเท่านั้นที่ฉลาดเกินไป อยากได้อะไรก็ต้องได้ เหอะ!

 

“แล้วรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนเขียนอธิบายรายละเอียดของงานจากห้องทดลองนั้น”

 

“เรื่องนี้...เป็นฉันที่เขียนมันขึ้นมาค่ะ หรือว่ามีส่วนไหนที่อธิบายคลุมเครือ สามารถให้ฉันเขียนรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีกนะคะ”

 

“เป็นเธอหรือ?” ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง ถึงอย่างนั้นสายตาที่เขามองซูหยวนกลับมีประกายความสนใจมากกว่าเดิม

 

“ใช่ค่ะ”

 

“อืม น่าสนใจ”

 

“หมายความว่าคำอธิบายเหล่านั้นไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ”

 

“แน่นอนว่าไม่มีปัญหา แต่กลับเป็นแบบอย่างในการเขียนอธิบายที่ยอดเยี่ยมต่างหาก” คนเป็นหัวหน้ามองไปยังสมาชิกของห้องวิจัยทุกคน ไม่เห็นว่าพวกเขาจะขัดคำพูดของเด็กสาวก็เข้าใจว่าสิ่งที่เธอพูดขึ้นถูกต้องแล้ว

            

เป็นเธอที่เขียนรายละเอียดลงไป หมายความว่า...ผลงานที่พวกเขาชื่นชมนั้นเป็นเธอที่ทำมันขึ้นมาจริงๆ

 

“ทุกคน คนที่เขียนรายละเอียดของงานแบบจำลองพืชกลายพันธุ์มาที่นี่แล้ว!” หัวหน้าหน่วยตะโกนบอกทุกคน สมาชิกของหน่วยต่างก็พากันหยุดมือเมื่อได้ยิน คนที่อยู่ในห้องบางคนยังวิ่งออกมาเพื่อดูหน้าของซูหยวนด้วยซ้ำ

            

หญิงสาวไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ยังคงยืนอย่างสุขุมใจเย็น ในขณะที่สมาชิกคนอื่นๆในกลุ่มศึกษารีบขยับเข้ามาใกล้กัน รวมตัวกันเป็นกลุ่ม รู้สึกว่าท่าทางของคนเหล่านี้น่ากลัวขึ้นเล็กน้อยหรือไม่? ทำไมสายตาของพวกเขาจึงมีประกายวิบวับเช่นนั้น ช่าง...เหมือนกับบุรุษที่ได้เจอสาวในดวงใจจริงๆ น่ากลัวยิ่ง!

 

“ในที่สุดก็ได้เห็นแล้ว คนที่มีหัวคิดที่ยอดเยี่ยม”

 

“นานๆทีจะได้เจอคนทำงานที่ให้เกียรติพวกเรา ถ้าทุกคนคิดเหมือนกันกับเด็กคนนี้ คงจะทำให้งานพวกเราง่ายขึ้นมาก”

 

“ยังอายุน้อยอยู่เลย แต่มีความละเอียดที่ดี แถมแบบจำลองที่เขียนให้ก็แปลกใหม่แต่เข้าใจได้ไม่ยากเลย”

 

“ใช่ วิธีการเขียนแบบจำลองที่แปลกใหม่ เข้าใจง่าย มีรายละเอียดทั้งหมดอย่างดี ทำแบบนี้จะได้ไม่มาโทษพวกเราได้ภายหลัง ทั้งช่วยปกป้องพวกเราแล้วก็ทำให้งานเสร็จง่ายด้วย”

            

คำชมหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย เดิมทีทุกคนคิดว่าจะถูกจัดการเสียแล้ว ข่าวเรื่องความเจ้าอารมณ์นี้ทำให้พวกเขาไม่กล้ามาที่นี่ แต่ไม่คาดคิด...นอกจากคนเหล่านี้จะไม่ตำหนิแล้ว กลับยังยกนิ้วชื่นชมให้อีกด้วย

 

“สาวน้อย วิธีการเขียนงานแบบจำลองนี้ เธอเรียนรู้มาจากที่ไหน”

            

ซูหยวนคิดเล็กน้อย เธอได้ศึกษาวิธีการเขียนจากห้องทำงานของอาจารย์เหวินและจ่าสิบโทรุ่ย เข้าใจว่าพวกเขาจะใช้การเขียนอธิบายเป็นตัวหนังสือหรือไม่ก็ใส่สูตรการคำนวนเข้าไป หากเป็นนักวิจัยเหมือนกันก็น่าจะอ่านออกได้ไม่ยาก แต่...ก่อนหน้านี้ ซูหยวนเคยทำงานฝ่ายการตลาดมาก่อน จะอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่ายๆนั้นมีวิธีการอยู่

            

ดังนั้นแทนที่จะเขียนเป็นตัวหนังสือทั้งหมด เธอกลับเขียนเป็นรูปภาพแบบจำลอง จากนั้นก็ใส่อัตราส่วนและข้อมูลรายละเอียดเข้าไป นอกจากจะมองภาพออกได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบรายละเอียดทั้ง 360 องศาได้ด้วย

            

แน่นอนว่าถ้าไม่คุ้นเคยก็น่าจะเขียนมันออกมาได้ยาก เธอรู้สึกว่าบางครั้ง...นักวิจัยเองก็คิดภาพที่ตัวเองออกแบบไม่ได้ ดังนั้นการปล่อยหน้าที่นี้ให้ฝ่ายผลิตคิดจึงเป็นความเคยชินของพวกเขาแล้ว ต่างกันกับซูหยวน เธอมีภาพเหล่านั้นอยู่ในหัวอยู่แล้ว จะเขียนภาพนั้นออกมาให้ชัดย่อมไม่ยากเย็น

            

ซูหยวนไม่ได้รู้เลยว่าการทำงานของเธอในครั้งนี้ จะกลายเป็นสร้างมาตรฐานที่สูงส่งให้เหล่านักวิจัยต้องทำงานยากลำบากแล้ว หลังจากนี้...เมื่อพวกเขาได้รับคำสั่งให้สร้างแบบทดลองขึ้นมา ย่อมต้องยกตัวอย่างผลงานที่ยอดเยี่ยมของอันซูหยวนให้ทุกคนได้เห็น จนสุดท้าย...กระดาษที่อันซูหยวนส่งมาให้หน่วยผลิตแบบจำลองของพวกเขาก็ยังติดไว้หน้าห้องราวกับเป็นโล่เกียรติยศ ทำเอาทหารของห้องวิจัยมากมายไม่ชอบใจ

            

ที่ผ่านมาพวกเขาก็อดทนได้มาตลอดเพราะมันไม่มีข้อเปรียบเทียบ ทว่าใช้เวลาไม่นานกลับมีคนสร้างมาตรฐานใหม่ ความต้องการของฝ่ายผลิตแบบจำลองก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก เช่นนี้ย่อมทำให้พวกเขาทำงานได้ยากขึ้นไปด้วย

            

ถึงอย่างนั้นก็มีคนบางกลุ่มที่เห็นแบบจำลองของซูหยวนแล้วได้แนวความคิดใหม่ๆ เมื่อพวกเขาเลียนแบบวิธีการของซูหยวนก็จะทำให้ได้งานที่ต้องการง่ายขึ้น พวกฝ่ายผลิตก็จะลัดคิวทำให้พวกเขาเร็วกว่าเดิม สุดท้ายแล้วเรื่องนี้ก็นำไปสู่การพัฒนา สร้างความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายได้

            

เรื่องเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องของอนาคต เวลานี้ซูหยวนยังคงถูกต้อนรับโดยเหล่าทหารของหน่วยผลิต พวกเขาพาซูหยวนมานั่งในห้องพักผ่อน กลิ่นเหงื่อไคลจากการทำงานหนักของพวกเขาทำให้ซูหยวนรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง ปรากฏว่าพวกเขาเป็นฝ่ายที่ทำงานหนักจริงๆ ยิ่งได้ยินคำบอกเล่าจากพวกเขาเกี่ยวกับการที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่ยังโดนบ่น ซูหยวนรู้สึกเข้าใจที่พวกเขาอารมณ์ไม่ค่อยดีทันที

 

“ที่ผ่านมา พวกเราตั้งใจทำงานกันมากขนาดนี้ แต่กลับยังไม่ถูกเห็นค่าเลย ไม่ใช่แค่นั้น...ลองดูพวกนี้สิ ข้อมูลที่ส่งมาให้พวกเราสร้างแบบจำลอง เป็นข้อมูลอะไรกัน ต่อให้พยายามอ่านก็ไม่เข้าใจ พวกเราทำแบบจำลองเรื่องนี้ไปมากกว่าสิบครั้ง สุดท้ายก็ยังไม่ได้แบบที่พวกเขาต้องการ”

 

“ครั้นขอให้พวกเขาให้รายละเอียดมากขึ้น กลับได้แค่ข้อมูลที่ซับซ้อนกว่าเดิม แถมเขียนอธิบายเสียใจมันไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ วกไปวนมาทำให้ปวดหัวยิ่ง” 

 

“พอพวกเราไม่สามารถคิดได้แล้ว ก็เลยทำให้งานอื่นช้าไปมากขึ้นด้วย ผลกบลับทำให้พวกเราถูกตำหนิ พวกผู้นำก็ไม่เข้าใจ นักวิจัยไร้สาระพวกนี้ก็ไม่เข้าใจอีก เฮ้อ สุดท้ายก็ทำได้แค่ต้องทยอยทำงานอื่นไปด้วย งานไหนที่เข้าใจง่ายๆก็ทำให้ก่อน เหมือนงานแบบจำลองของพวกคุณ อ่านครั้งเดียวเข้าใจทั้งหมด”

 

“ลองดูพวกนี้สิ ว่าใช่ที่ต้องการหรือไม่” คนเป็นหัวหน้าบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด คล้ายกับว่าต้องการระบายเรื่องนี้ให้ใครสักคนได้ฟัง ซูหยวนทำได้แค่ส่งยิ้มแห้งๆให้พวกเขาเท่านั้น บางครั้งผู้คนก็ไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือใดๆนอกจากการรับฟัง ในขณะเดียวกัน...สายตาของเธอก็มองไปยังแบบจำลองพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ที่กำลังถูกนำเข้ามา

            

อาจจะเพราะเรื่องที่เธอทำงั้นเป็นเรื่องง่ายๆ เพียงแค่ใช้ข้อมูลของพืชกลายพันธุ์ที่ถูกเผยแพร่ออกมาเป็นตัวตั้ง หลังจากนั้นก็แค่ใช้รูปแบบที่ซูหยวนสร้างขึ้นเพื่อให้สามารถขยับได้หลังจากมีกระแสลม ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไรในแบบจำลองที่ต้องแก้ไขเลย

 

“ตัวอย่างนี้เสร็จตั้งแต่สองวันที่ได้รับข้อมูลแล้ว พวกเราทุกคนรอที่จะพบผู้เขียนต้นแบบมาให้ ใครจะคิดว่าเป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งเท่านั้น” คนหัวเราะร่วนในขณะส่งมอบ

            

ซูหยวนตรวจสอบเล็กน้อยก็พยักหน้ารับ เรื่องนี้ไม่มีปัญหาจริงๆ

 

“ขอบคุณมากค่ะ แบบจำลองนี้ใช้ได้แล้วจริงๆ”

 

“อืม มันแน่นอนอยู่แล้ว ถ้าพวกเราได้รายละเอียดครบถ้วนจะสร้างงานไม่ถูกออกมาได้อย่างไร”

 

บรรยากาศระหว่างพวกเขาค่อนข้างดีมาก แม้แต่ผู้ติดตามซูหยวนก็ยังผ่อนคลายลงหลังจากเป็นแบบนี้ เพียงแต่...ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้พากันกลับไปทำเรื่องต่อ ความวุ่นวายทางด้านหน้าก็ทำให้พวกเขาต้องสนใจ

 

“อะไรนะ! นี่กำลังโทษพวกฉันงั้นหรอ? แบบจำลองพวกนี้สร้างมากี่ครั้งก็ไม่ถูกต้อง ทั้งๆที่ข้อมูลก็ให้ไปมากมายแล้ว ที่จริงแล้วใครกันแน่ที่เป็นคนไร้ความสามารถน่ะ!! ห๊า!!”

 

………………………….