LNCrawler

บทที่ 262 เมื่อมีตัวอย่างให้เปรียบเทียบ (อ่านฟรี 24 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 262 เมื่อมีตัวอย่างให้เปรียบเทียบ (อ่านฟรี 24 พ.ย. 68)

บทที่ 262 เมื่อมีตัวอย่างให้เปรียบเทียบ

 

“ไร้ความสามารถหรือไม่ ที่จริงแล้วพวกคุณก็รู้ดีอยู่แก่ใจ เขียนความต้องการแบบจำลองมา ครั้งแรกจนกระทั่งถึงครั้งนี้ ให้รายละเอียดเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนแทบจะกลายเป็นยี่สิบชิ้นงานอยู่แล้ว ยังจะบอกว่าตัวเองทำได้ถูกต้องอีก เหอะ! ก็แค่ไม่อยากให้ตัวเองถูกตำหนิก็เลยโทษว่าพวกเราทำไม่ได้ตามแบบจำลองไม่ใช่หรือ?”

 

“ถ้ามันไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก แล้วจะรับแบบจำลองพวกนี้ไปทำไมกันล่ะ? ครั้งล่าสุดก็ได้เอาแบบจำลองกลับไปแล้ว สุดท้ายพอทดลองไม่ผ่านกลับมาโทษว่าพวกเราทำไม่ถูกต้อง อย่างนั้น...ทำไมไม่เขียนมาให้ครบว่าต้องการอะไรบ้างล่ะ ที่ทำแบบนี้ก็เพราะไม่อยากจะเป็นคนรับผิดชอบไม่ใช่หรือ?”

 

“อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้นะ ก่อนหน้านี้เพราะงานไม่ก้าวหน้าใดๆก็เลยรีบทำแบบทดลองสุ่มสี่สุ่มห้ามาให้น่ะ พอรู้ว่าต้องแก้ไขอะไรบ้างก็ค่อยมาบอกว่าตัวอย่างทดลองของพวกเราผิดพลาด เหอะ! อย่ามาใช้วิธีสกปรกๆเช่นนี้เลย งานของกลุ่มพวกคุณนี้มันไม่ใช่ครั้งแรก ตั้งกี่ครั้งแล้วที่มารบกวนพวกเราแบบนี้ ทำไมไม่รู้จักเรียนรู้เสียบ้าง”

 

“เรื่องนี้ไม่ได้เดือดร้อนแค่พวกเราเท่านั้น แต่งานวิจัยของคนอื่นก็ต้องล่าช้าไปด้วย ถ้าไม่เห็นแก่ตัวสักหน่อย ยอมรับไปว่าไม่มีความก้าวหน้าใดๆจะตายกันหรือ? สรุปแล้วเป็นทหารฝ่ายวิจัยเพื่อมนุษย์ชาติหรือเพื่อรักษาหน้าของตัวเองกันแน่!”

            

คนต่อว่าต่อขานรัวๆ อารมณ์กรุ่นโกรธนี้ต่อให้ไม่เห็นหน้า ได้ยินแค่น้ำเสียงก็คาดเดาท่าทางได้ ซูหยวนที่จริงแล้วไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น อย่างไรก็ตาม...ปัญหาเหล่านี้ก็มาถึงเธอจนได้

 

“ช่างกล้าพูดเหลือเกินนะ เป็นแค่หน่วยผลิตตัวอย่างทดลองแท้ๆ กลับคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลย? ถ้าแน่จริงทำไมไม่มาเป็นนักวิจัยเสียเองเลยล่ะ!”

 

“ที่จริงแล้วเป็นเพราะอ่านข้อความของพวกเราไม่เข้าใจ ก็เลยสร้างแบบทดลองผิดๆออกมาให้ไม่ใช่หรือ? พอเป็นข้อมูลที่เด็กน้อยซึ่งยังเรียนไม่จบทำมาให้ กลับผลิตได้ถูกต้อง นี่ไม่ได้แปลว่าพื้นฐานความรู้ของพวกคุณก็อยู่แค่มาตรฐานของนักเรียนที่ยังเรียนไม่จบไม่ใช่หรือไง!”

 

“ต้องขอโทษนะที่พวกเรามีความรู้เหนือไปกว่านั้นแล้วก็เลยทำให้พวกคุณยากจะเข้าใจได้ พวกเราพยายามจะอธิบายหลายต่อหลายครั้งแล้ว สุดท้ายกลับบอกว่าแบบจำลองของพวกเราผิดพลาด! ถามหน่อยเถอะว่าจุดไหนที่ผิดพลาด พวกเราใส่ข้อมูลมาให้ขนาดนี้แล้วยังจะผิดพลาดที่ตรงไหน ทำไมพวกคุณไม่ยอมรับบ้างล่ะว่าตัวเองโง่งมเกินไปจนไม่เข้าใจเนื้อหาน่ะ”

            

สองฝ่ายต่างก็ทะเลาะกัน ไม่มีใครยอมลดเสียงให้กันเลย คนหนึ่งดูถูกอีกคนว่าโง่ อีกคนก็ดูถูกคนอื่นว่าโง่งมเช่นกัน เห็นการวิวาทเช่นนี้แล้ว หัวหน้าหน่วยผลิตก็โมโหมาก จากที่พูดคุยกับอันซูหยวนอยู่ เขาก็พุ่งตัวออกไป คว้าตัวอย่างพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ที่ซูหยวนถืออยู่ออกไปด้วย กระทั่งหยิบกระดาษแบบจำลองของซูหยวนออกไปเผชิญหน้ากับคนเหล่านั้น

 

“ใครมันกล้ามาก่อความวุ่นวายที่หน่วยผลิตแบบทดลองของฉันกัน ห๊า!! ไม่อยากให้พวกเราทำงานให้แล้วใช่ไหม? ได้สิ! ในเมื่อพวกเราโง่มากนัก มีความรู้แค่ระดับของนักเรียนที่ยังไม่จบจากสถาบัน อย่างนั้นทำไมไม่เอาไปทำเองเสียเลยล่ะ!!”

 

“ถุย! ความรู้ของพวกฉันก็ทำได้แค่นี้แหละ เมื่อมีคนมอบแบบจำลองที่สมบูรณ์แบบมาให้ พวกเราก็ไม่เคยต้องแก้ไขเป็นครั้งที่สองอยู่แล้ว คนอื่นๆก็มีผิดพลาดบ้างเล็กๆน้อยๆ มีแต่ของกลุ่มพวกแกนี่แหละที่แก้เป็นร้อยๆรอบกว่าจะเสร็จ!”

 

“แล้วก็ดู ส่งแค่คนเดินเอกสารมาทะเลาะกับพวกเรา ทำไมไม่ส่งคนที่มีความรู้เกี่ยวกับงานนี้มาอธิบายจริงๆเสียเลยล่ะ! มาพูดให้รู้เรื่องกันไปเลย จะได้ไม่ต้องมากล่าวหากันอีก ครั้งต่อไปจะได้ดูเสียทีว่างานทดลองที่ผิดพลาด แท้จริงแล้วเป็นความผิดของใคร!”

            

คนไม่ได้พูดเปล่า ระหว่างพูดถึงแบบจำลองที่สมบูรณ์กลับยกข้อมูลที่ซูหยวนเขียนให้อีกฝ่ายได้ดูด้วย 

           

 คนฟังหน้าดำหน้าแดง เขาถูกเรียกว่าเป็นคนเดินเอกสารงั้นหรือ? แม้ว่าตัวเขาจะไม่ได้เป็นผู้วิจัยหลัก และส่งใหญ่ก็เป็นคนประสานงานส่วนต่างๆเพื่อสนับสนุนการทดลองจริงๆ แต่...ใครจะชอบให้ถูกเรียกเช่นนี้

           

 เขารู้ดีว่าพวกนักวิจัยในห้องไม่มีทางจะทนฟังคำของพวกหน่วยผลิตได้ ดังนั้นจึงรับอาสาที่จะมาพูดคุยเอง แรกๆก็พยายามอ่อนน้อมต่อพวกเขา นานวันเข้ากลับกลายเป็นศัตรูกันไปแล้ว

            

หัวหน้ากลุ่มต้องการตัวอย่างด่วน คนเหล่านี้กลับดึงงานของพวกเขาไม่ยอมสร้างให้เสร็จ จนวันนี้เขาได้ยินจากท่านจ่าสิบเอกไป๋ว่าการทดลองของเด็กทำงานชั่วคราวอย่างจ่าสิบโทอันผ่านไปแล้ว 1 ขั้น นี่ไม่ได้หมายความว่า...การสร้างแบบจำลองขั้นแรกเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือ? การจะบอกว่าเสร็จไป 1 ขั้นย่อมต้องการันตีด้วยผลการทดลองแล้ว นี่หมายความว่าอย่างไร? ย่อมต้องหมายความว่าพวกหน่วยผลิตกล้าเมินเฉยต่องานของพวกเขา แต่ไปผลิตงานไม่สำคัญของคนอื่นแทนอย่างไรล่ะ!

            

โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกลายเป็นเครื่องมือของจ่าสิบเอกไป๋ในการหาเรื่องอันซูหยวนเท่านั้น ตัวจ่าสิบเอกไป๋รู้ดีว่ากลุ่มของพวกเขานั้นเป็นกลุ่มที่ถูกตำหนิมากที่สุด กระทั่งมีแผนจะลดงบประมาณในการทดลองด้วยซ้ำ เนื่องจากส่งงานใดๆไปให้ล้วนมีแต่ความล้มเหลว ดังนั้นจึงได้อาศัยช่วงเวลาที่พวกเขาเพิ่งถูกตำหนิมา คนยังคงหัวร้อนเต็มที่ สุมไฟเพิ่มอีกเล็กๆน้อยๆ สุดท้ายก็ทำให้พวกเขาวิ่งแจ้นมาที่นี่เพื่อหาเรื่องได้

            

การทดลองรอบแรกที่สำเร็จไปทำเอาใบหน้าของจ่าสิบเอกไป๋เจ็บแสบไปหมด ความอับอายนี้จะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองได้อย่างไร เขาไม่มีทางปล่อยให้พวกมันสำเร็จไปอีกขั้นในเวลาไม่กี่วันนี้หรอก

            

งานที่พวกเขาทำไม่ได้ อีกฝ่ายก็ต้องทำไม่ได้เหมือนกัน!

 

“หน็อย! ไม่ว่าจะเป็นฉันหรือใครก็ตามที่มา แต่อย่างแรกพวกแกต้องยอมรับก่อนว่าตัวเองทำผิดกฎ!”

 

“ผิดกฎ? พวกฉันทำผิดกฎอะไร”

 

“ก็กฎมาก่อนได้ก่อนอย่างไรล่ะ! ไม่ใช่ว่าที่หน่วยมีกฎนี้อยู่หรือ? เช่นนั้นทำไมถึงทำงานของคนอื่นก่อน อย่างนี้พวกฉันที่ไม่ถูกใจก็ไม่ต้องเป็นอันเสร็จงานเลยใช่ไหม? คนที่รู้จักประจบประแจงกลับทำตัวอย่างทดลองให้สองรอบติด เหอะ! แบบนี้ยังถามหาความยุติธรรมได้จากที่ไหนอีก ต่อไปใครจะเชื่อถือพวกแกว่าจะยอมทำงานให้ตามกำหนด ไม่เลือกที่รักมักที่ชังน่ะ!”

 

“เหอะ! ก็คงมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะคิดเหมือนพวกแกน่ะ คนอื่นๆเขาก็ทำงานกันปกติ มีไม่กี่กลุ่มหรอกที่แก้งานไปแก้งานมา แถมยังบอกว่าเป็นความผิดพลาดของพวกเรา”

 

“งั้นทำไมไม่เรียกทุกคนมาประชุมกันไปเลยล่ะ ทำให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลยว่าปัญหานี้เกิดจากใครกันแน่”

 

“ก็เอาสิ! คิดว่าพวกฉันกลัวหรือไง!”

 

“ดี ดี ดี อย่างนั้นก็ดีเลย รอก่อนเถอะพวกแก!” ไม่คิดว่าการโต้แย้งครั้งนี้จะลุกลามใหญ่โตไปไกลเสียแล้ว ซูหยวนยืนอยู่ด้านหลังพวกเขา มองดูหน่วยผลิตที่กำลังหัวเสีย ในขณะที่สมาชิกของห้องวิจัยพากันกลับไปแล้ว

            

หญิงสาวมีลางสังหรณ์แปลกๆว่าเรื่องนี้เธอจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องแน่นอน แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ภายใน 1 วันหลังจากนั้น จู่ๆก็มีการเรียกประชุมด่วนโดยท่านผู้นำหวง ขอให้นักวิจัยทุกคนมาที่ห้องโดยเน้นย้ำว่าต้องมาทุกคน ห้ามเพียงแค่ส่งตัวแทนมาเท่านั้น

            

เรื่องนี้ทำให้พวกนักวิจัยบ่นอุบ บางคนกำลังมีสมาธิ หัวกำลังแล่น คิดแนวทางศึกษาต่อไปได้ กลับต้องหยุดมือแล้วมารับฟังเรื่องอะไรก็ไม่รู้นี้อีก

            

สมาชิกของห้องซูหยวนก็มาเช่นกัน พวกเขามองหน้ากันเอง รู้สึกได้ว่าเรื่องประชุมในวันนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหาการทะเลาะกันก่อนหน้านี้ที่พวกเขาได้เป็นสักขีพยานด้วย

            

แม้แต่ตอนนี้...ตัวอย่างทดลองของพวกเขา หน่วยผลิตก็ยังไม่ยอมมอบให้ บอกว่าขอเก็บเอาไว้ก่อน ไม่นานจะคืนให้พวกเขาพร้อมกัน 4 ตัวอย่างทดลองตามที่พวกเขาออกคำสั่งมา 

            

ซึ่งความคิดของพวกเขาถูกต้องแล้วจริงๆ ตัวอย่างทดลองที่พวกเขาต้องรอนาน แท้จริงแล้วกำลังวางตั้งอยู่ตรงกลางลานประชุมนั้น เมื่อคนอื่นๆมาถึงก็ถูกดึงดูดความสนใจไปเป็นอย่างแรก ทุกคนต่างก็ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งยังถามหาว่านี่เป็นตัวอย่างการทดลองของใครด้วย

            

สมาชิกของห้องวิจัยจัดการไก่หงอนแดงกลายพันธุ์รู้สึกว่าอยากจะทำให้ตัวเองมีขนาดเล็กลงมากกว่านี้ ถ้าสามารถหายตัวได้ก็คงดี พวกเขาเป็นแค่นักวิจัยมือใหม่ เพิ่งถูกเลือกมาทำงานเท่านั้น กลับกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคนแล้ว หากพวกเขารู้ว่าที่เรียกมาวันนี้ก็เพราะพวกเขาเป็นสาเหตุหนึ่ง ไม่แน่ว่าจะจดจำรายชื่อของพวกเขาเอาไว้แล้วไม่ยอมรับเข้าไปทำงานด้วยอีกเลย

            

รอไม่นาน เหล่าผู้นำก็มาถึง ด้านหลังของพวกเขามีสมาชิกของหน่วยผลิตแบบจำลองตามมาด้วย ทุกคนมีสีหน้าจริงจังขึงขัง ซูหยวนเห็นเอกสารแบบจำลองของตนเองอยู่ในมือคนเป็นหัวหน้าด้วยซ้ำ ในขณะที่มืออีกข้างก็ถือรายละเอียดแบบจำลองอื่นมาด้วย

            

ตามมาด้วยสมาชิกของทีมวิจัยที่เพิ่งได้เจอกันไม่กี่วันก่อน พวกเขาเองก็มาด้วยท่าทางเคร่งขรึม คนเป็นหัวหน้าหน่วยวิจัยถึงจะดูสุขุมมากกว่าคนอื่น แต่ก็ฉายแววตาไม่พอใจอยู่ดี

            

สำหรับเขาที่เป็นหัวหน้านักวิจัย พอรู้ว่าถูกพวกหน่วยผลิตดูถูกก็โกรธมาก พวกหน่วยผลิตในสายตาของพวกเขาก็เหมือนกับคนรับใช้ บอกให้ทำอะไรก็มีหน้าที่แค่ทำตามเท่านั้น ไม่เคยเห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมงานเลยสักนิด ดังนั้นทัศนคติจึงค่อนข้างเป็นไปในทิศทางลบอยู่แล้ว

            

ไม่ใช่แค่หัวหน้าห้องวิจัยนี้เท่านั้นที่มีความคิดดูถูกหน่วยผลิต นักวิจัยจำนวนมากก็คิดแบบนั้นเช่นกัน ถึงแม้ตำแหน่งทางทหารของพวกเขาจะเท่ากันหรืออีกฝ่ายอาจจะสูงกว่า ทว่าในความคิดของพวกเขา...ตัวพวกเขานั้นเป็นคนฉลาด เป็นเหมือนมันสมอง ในขณะที่อีกฝ่ายแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ทำตามที่พวกเขาบอกให้ถูกต้องก็พอ

            

หลายครั้งเป็นความผิดของพวกเขาที่เขียนรายละเอียดให้ไม่พอ เมื่อพวกฝ่ายผลิตทำผิดพลาด แทนที่จะโทษตัวเอง กลับบอกว่าหน่วยผลิตแค่นี้ก็ยังคิดไม่ได้

            

คนหนึ่งเอาอารมณ์เข้าใส่ อีกคนก็เอาอารมณ์เข้าใส่ สุดท้ายสองฝ่ายต่างก็ไม่ชอบกัน ที่ทำงานกันมาได้ตลอดนี้ก็เหมือนกับระเบิดลูกหนึ่ง พร้อมวิวาทกันอยู่ก่อนแล้ว

 

“ทุกคนคงจะมากันครบแล้วใช่ไหม” พันโทหวงพูดขึ้นด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย แม้แต่เรื่องนี้ก็ต้องร้อนมาถึงเขา คนพวกนี้แค่ทำงานกันดีๆก็ยังทำไม่ได้หรือ? เห็นว่าพวกผู้นำอย่างเขามีเวลาว่างนักหรือไง!

 

“อย่างนั้นจะขอเข้าเรื่องเลยนะ ทุกคนที่นี่เป็นนักวิจัยย่อมรู้ดีว่าความสำคัญของตัวอย่างทดลองนั้นมีค่าขนาดไหนใช่ไหม? แล้วรู้ด้วยว่าใครเป็นคนรับหน้าที่ผลิตตัวอย่างทดลองให้พวกเราด้วย ถูกต้องไหม”

 

“ครับ พวกเรารู้/ใช่ค่ะ พวกเรารู้อยู่แล้ว” ทุกคนขานรับเสียงพึมพำออกมา แต่ก็พอจะฟังออกว่าพวกเขาเห็นด้วยกับคำพูดนี้

 

“แต่ฉันก็เคยได้ยินมาอยู่บ้างว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยข้อมูลและเจ้าหน้าที่หน่วยผลิตไม่ค่อยถูกกัน หลายครั้งมีปากมีเสียง โทษกันไปมาว่าคนนั้นเป็นคนผิด คนนี้เป็นคนถูก เรื่องนี้ถูกต้องไหม”

 

“เอ่อ เรื่องนั้น...ก็มีบ้างบางครั้งครับ/ ก็มีอยู่บ้างที่เข้าใจไม่ตรงกันค่ะ” พวกเขาพึมพำตอบอีกครั้ง เริ่มคาดเดาทิศทางได้ว่าปัญหานี้น่าจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่เลวร้ายของพวกเขานี่แหละ

 

“เฮ้อ ทุกคนก็โตกันมากแล้ว ฉันไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งปัญหานี้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้กันเองไม่ได้ ถ้าต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ให้ดี สุดท้ายเรื่องนี้จะไม่ต้องมาถึงมือของฉันเลย แต่เวลานี้...ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ดังนั้นฉันในฐานะผู้นำฝ่ายจึงต้องนัดหมายทุกคนมาที่นี่เพื่อระดมความคิด มองถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็หาทางออกเกี่ยวกับมัน” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็มองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า

            

นี่ก็ดีเหมือนกัน พวกเขาก็อยากพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหานี้มานานแล้ว แต่ถ้าพูดกับพวกฝ่ายผลิตที่ดุเหมือนสัตว์ร้าย พวกเขาก็คร้านที่จะไปโต้เถียง

 

“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้น...ขอให้ฝ่ายวิจัยข้อมูลพูดก่อนก็แล้วกันว่ามีปัญหาอะไร” ทันทีที่พันโทหวงเปิดทาง สมาชิกของหน่วยวิจัยที่ไปมีเรื่องกันไม่กี่วันก่อนก็โพล่งออกมาทันที

 

“หน่วยผลิตสร้างตัวอย่างทดลองให้พวกเราผิดพลาดมาหลายครั้งแล้ว ไม่ใช่แค่ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง กลับโทษว่าพวกเราเขียนข้อมูลไม่ดีเสียอย่างนั้น ถามหน่อยเถอะ ถ้าพวกเราเขียนไม่ดี แล้วจะนำเสนอให้พวกผู้นำเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่ได้รับอนุมัติก็คงจะไม่สามารถสั่งออกแบบได้ใช่ไหม นี่จะโทษไปถึงผู้นำเลยหรือว่าปล่อยงานไม่ดีออกมาน่ะ”

 

ประเด็นแรกนี้เพียงประเด็นเดียวก็ทำให้หัวหน้าหน่วยผลิตโกรธขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ต่อหน้าพวกผู้นำ เขาน่าจะถมน้ำลายใส่หน้าอีกฝ่ายไปแล้ว!

 

“กล้าพูดจริงๆเลยนะ ข้อมูลงานวิจัยกับแบบจำลองนั้นเหมือนกันหรือ? อีกอย่าง..พวกเราได้รับเชิญให้เข้าร่วมฟังรายละเอียดงานวิจัยด้วย? ไม่มีเลย พวกเราไม่ได้ฟังคำอธิบายใดๆ มีเพียงกระดาษแผ่นเดียวเท่านั้น ถามจริงๆเถอะ ต่อให้เป็นเทพเจ้าก็จะเข้าใจได้อย่างไร”

 

“โอ้ ยังไม่ต้องโต้เถียงอะไรนะ ฉันขอให้สมาชิกของฉันส่งเอกสารเหล่านี้ให้ทุกคนได้ดูก่อน ในเมื่อทุกคนคิดเหมือนกันว่าหน่วยผลิตจะต้องเข้าใจ อย่างนั้นก็ขอให้อ่านข้อมูลพวกนี้ที่ไม่ใช่งานวิจัยของตัวเองแล้วพูดให้พวกเราฟังว่าเข้าใจอย่างไร”

            

ดูเหมือนหน่วยผลิตจะเตรียมการมาดีจริงๆ เขาถึงกับคัดลอกรายละเอียดที่ได้รับจากโครงการต่างๆแล้วส่งให้นักวิจัยห้องอื่นรู้ คนที่อยู่ฝ่ายสร้างสรรค์ได้งานทำลาย คนอยู่ฝ่ายทำลายได้งานวิเคราะห์ สลับกันมั่วไปหมด

            

พวกเขารับเอาเอกสารมาอ่าน เดิมทีคิดว่าไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร คนที่เป็นฝ่ายผลิตทำไมจะไม่เข้าใจ ทว่า...เมื่อพวกเขาได้อ่านเพียงสองหน้า กลับรู้สึกสับสนไปหมด

            

ข้อความพวกนี้คืออะไร? แนวคิดพวกนี้คืออะไร? แล้วต้องการออกมาเป็นแบบไหนกันแน่!

 

……………………………….