LNCrawler

บทที่ 263 ก็แค่เรื่องง่ายๆ (อ่านฟรี 25 พ.ย. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 263 ก็แค่เรื่องง่ายๆ (อ่านฟรี 25 พ.ย. 68)

บทที่ 263 ก็แค่เรื่องง่ายๆ

 

“เริ่มจากคุณก่อน ในงานที่พวกเราให้ไปนั้น รู้หรือไม่ว่าคนเขียนต้องการตัวอย่างทดลองแบบไหน” จู่ๆคนโดนถามก็สะดุ้ง เขายังไม่เข้าใจรายละเอียดเลย ถึงแม้ว่าเขาจะฉลาด แต่ข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่ข้อมูลที่สนใจ ไม่ใช่ข้อมูลที่กำลังศึกษาอยู่ ต้นขั้วก็ไม่มี เห็นแค่ปลายทางว่าต้องการอะไร แล้วจะเข้าใจหรือ?

 

“เอ่อ คือ เอ่อ คิดว่า...อาจจะต้องการสร้างให้ออกมาเป็นสารฉีดตัวหนึ่ง สารฉีดนี้...น่าจะเป็นสารเอาไว้ฉีดนั่นแหละ” ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล้อเล่น

            

ถ้าเขาเป็นหน่วยผลิตแล้วเข้าใจแค่นี้ สารฉีดที่ว่านั่นคืออะไร? ส่วนผสมพวกนี้คืออะไร แล้วรูปแบบหัวฉีดคืออะไร นี่มัน...ไม่น่าปวดหัวเกินไปหรือ?

 

“เหอะ! สารฉีดหรือ? ไร้สาระน่า! งานวิจัยนี้ต้องการตัวอย่างทดลองก็คือตัวขวดบรรจุภัณฑ์ต่างหาก!” เมื่อได้ยินแบบนั้น ดวงตาของนักวิจัยก็เบิกกว้างขึ้น

            

อะไรคือต้องการขวดบรรจุภัณฑ์ ที่เขียนมาทั้งหมดนี้จะสื่อว่าต้องการขวดบรรจุภัณฑ์ตอนไหน? อ่า...ถึงจะเขียนเอาไว้แค่สองบรรทัด แต่ก็พูดคุณลักษณะของน้ำยานั่นมากกว่าครึ่งไม่ใช่หรือ? งานแบบนี้ก็ยังเขียนออกมาได้ นี่ไม่ใช่ออกแบบมาเพื่อจะรังแกคนหรือ?

 

“เอาอีกสักตัวอย่างหรือไม่? อย่างนั้นเป็นใครดี...” เมื่อหัวหน้าฝ่ายผลิตพูดขึ้นลอยๆ ทุกคนก็รีบก้มหน้าก้มตาทันที ใครบ้างอยากจะเป็นคนที่ต้องอับอายคนต่อไป พวกเขาจะยอมถูกมองว่าเป็นคนโง่หรือ?

 

“เหอะ! ไม่ต้องหลบตากันหรอก โดยเฉพาะคนที่ได้งานวิจัยของกลุ่มนี้ไป ไหนลองบอกสิว่างานนี้ต้องการอะไรกันแน่ เอาเป็นคุณก็แล้วกัน”

 

“เอ่อ งานนี้...น่าจะต้องการสารเคลือบประเภท AASDPlusX ซึ่งจะได้เอาไว้เป็นตัวกลางในการประสานระหว่างสารสองชนิด จุดประสงค์ก็เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้การประสานนั้นดีขึ้น เมื่อสสารเข้ากันได้ดีก็จะทำให้ประสิทธิผลดีขึ้นกว่าเดิม”

 

“ถูกต้อง นั่นเป็นจุดประสงค์ของงาน เช่นนั้นลองบอกสิว่าพวกเราจะต้องสร้างตัวอย่างนี้ยังไง”

 

“ตัวอย่าง....คงจะใช้สาร AA ในอัตรา 16 ส่วนต่อ D และ S 5 ส่วน ตามด้วย 2 ส่วน ในขณะที่ต้องเพิ่ม X ลงไปในนั้นด้วย” 

 

“โอ้ นี่คือที่คุณเข้าใจ? ถ้าอย่างนั้น...คุณล่ะ เข้าใจว่ายังไง” หัวหน้าหน่วยผลิตคลี่ยิ้มก่อนจะผายมือไปยังหัวหน้านักวิจัยอีกคน

 

“นี่เป็นงานที่ผลิตสารเคลือบประเภท AASDPlusX เหมือนกัน แต่...ฉันเข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ได้เน้นไปที่การหาส่วนผสมระหว่างสาร AASDPlusX นะ แต่เป็นการสร้างตัวอย่างของการหาสาร X ที่เหมาะสม โดยสร้างแบบทดลอง 5 ชิ้นที่เป็น X+1 ตามด้วย X+2 ไปจนถึง X+5”

 

“เอ ทำไมเป็นงานเดียวกันเลยล่ะ แต่ที่ฉันเข้าใจก็คือการหาครึ่งชีวิตที่ถูกต้องของ X หลังจากผสมเข้าไปในรูปแบบของสาร AASDPlusX แล้ว” หลังจากที่หัวหน้านักวิจัยคนหนึ่งพูด หัวหน้านักวิจัยที่ได้อ่านเรื่องเดียวกันก็พูดแทรกขึ้นมาบ้าง

            

ข้อมูลนี้...ทำไมมันมาจากเอกสารเรื่องเดียวกันเสียแล้วล่ะ!

 

“โอ้ ในเมื่อเป็นเรื่องเดียวกัน ทำไมแบบทดลองตัวอย่างที่ให้อ่านแค่ 3 แบบ นี่ก็เท่ากับศึกษากัน 3 อย่างแล้วไม่ใช่หรือ? สุดท้ายแล้ว...พวกเราหน่วยผลิตจะต้องทำแบบไหนกันล่ะถึงจะถูกต้อง”

 

“รอบแรกมาอย่างหนึ่ง รอบที่สองมาใหม่อีกอย่าง รอบที่สามก็ยังมาอีกอย่าง แถมตำหนิพวกเราที่ไม่ยอมทำความเข้าใจให้ละเอียดด้วย เช่นนั้นทุกท่านก็ลองดูแล้วกันว่าข้อมูลที่ได้รับนั้นเหมือนกันหรือไม่ แล้วพวกเราควรจะผลิตงานแบบไหน? แค่ชิ้นแรกจะทำความเข้าใจได้ก็ยากเย็นแล้ว กลับปรับไปปรับมาจนสับสนเลยว่ามีข้อมูลที่ผ่านการอนุมัติแล้วจริงๆ หรือแค่ลักลอบปรับตัวเลขไปมากันแน่”

 

“ไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ยืนยันไปแล้วว่าตัวเองคำนวณได้ถูกต้องจนไม่เกิดปัญหา พอพบปัญหาเข้าจริงๆกลับโยนว่าเป็นความผิดของพวกเราหรอกหรือ? เหอะ!”

            

หัวหน้าฝ่ายผลิตเปิดโปงเรื่องนี้ทันที ทำเอาหัวหน้ากลุ่มวิจัยนั้นหน้าแดงด้วยความโกรธ

 

“ไร้สาระ! พวกเราไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว เรื่องครึ่งชีวิตของ X หรือจะเป็นเรื่องสัดส่วนของ X และอื่นๆนั้น มันเป็นเรื่องที่พวกเราคิดว่าหน่วยผลิตมีความรู้อยู่บ้างแล้วต่างหาก ใครจะคิดว่าพวกเขากลับโง่งมไม่เข้าใจอะไรเลยแบบนี้ ดังนั้นจะบอกว่าพวกเราเป็นคนผิดได้หรือ?”

 

“ฮ่าๆ พวกเราหน่วยผลิตโง่งมหรือ? ฮ่าๆ นี่กำลังด่านักวิจัยคนอื่นด้วยใช่ไหม?” ราวกับลืมไปแล้ว เมื่อถูกเตือนสติ หัวหน้านักวิจัยก็ชะงักไป มองดูคนที่เพิ่งถูกเรียกก่อนหน้านี้ด้วยความกระอักกระอ่วน

            

ไม่ใช่ว่าพวกเขาก็เพิ่งจะแสดงความเข้าใจผิวเผินเหมือนที่หน่วยผลิตเข้าใจหรอกหรือ? เช่นนั้นพวกเขาก็โง่งมด้วยหรือ?

 

“ไม่ต้องมองกันไปมองกันมาหรอก ไม่ใช่แค่งานนี้งานเดียวที่มีปัญหา แต่คนที่อยากมีเรื่องมากที่สุดคือพวกเขา ก็เลยอนุเคราะห์ให้เท่านั้น” ได้ยินแบบนั้น นักวิจัยคนอื่นๆก็รู้สึกโกรธขึ้นมาบ้าง

 

“เช่นนั้นพวกคุณต้องการอะไรกันแน่ ที่พวกเราทำมันไม่ถูกต้อง แล้วที่ถูกต้องเป็นอย่างไร”

            

ราวกับคนง่วงได้หมอน คนหนาวได้ฟืน หัวหน้าหน่วยผลิตแต่เดิมแล้วไม่กล้ามีปัญหาเพราะพวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องการข้อมูลแบบไหนจึงจะทำให้เข้าใจได้ง่ายๆ จนกระทั่งมีตัวอย่างที่จะนำแสดงนี่แหละ

 

“ถ้าอย่างนั้น...ให้คนของพวกฉันส่งเอกสารใหม่ให้ดูก็แล้วกัน” เมื่อหัวหน้าของพวกเขาส่งสัญญาณ ทุกคนก็เอากระดาษชุดใหม่มายื่นให้ นักวิจัยรับมันแล้วก็อ่าน

            

เพียงแค่หน้าแรก พวกเขาก็อ้าปากค้าง จากที่ไม่ได้ศึกษารายละเอียดของพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์มาก่อน เวลานี้รู้สึกเหมือนตัวเองก็คือญาติสนิทของมันแล้ว

            

ไม่ใช่แค่รูปร่างของพวกมันเท่านั้น แม้แต่ลักษณะเล็กๆน้อยๆ อุปนิสัยและความชื่นชอบในการตั้งรากของมันก็ยังระบุมาให้อ่านง่าย หน้าแรกเป็นรูปภาพแล้วมีลูกศรโยงไปเพื่อระบุสัดส่วนต่างๆ หน้าที่สองเป็นรายละเอียดแยกแต่ละชิ้น หน้าที่สามเป็นข้อมูลที่ร่ายยาวเป็นบทความ หน้าที่สี่ยังมีข้อมูลของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เพื่อจะได้อธิบายจุดประสงค์ให้ชัดเจน

 

“นี่...ใครเป็นคนทำหรือ? ทำไมถึงละเอียดได้ขนาดนี้”

 

“ใช่ การเขียนแบบจำลองนี้ค่อนข้างพิเศษจริงๆ”

 

“เป็นการเขียนรายงานที่ดี นี่เป็นวิธีที่ยุ่งยากเล็กน้อย แต่ก็ทำให้คนเข้าใจได้ง่ายจริงๆ”

            

พวกนักวิจัยที่เปิดกว้างต่างแสดงความคิดเห็นของตัวเองขึ้นมา แต่ก็มีนักวิจัยบางคนที่ไม่ได้เห็นด้วย

 

“เพราะนี่เป็นเรื่องง่ายๆในการศึกษา การจะทำข้อมูลเช่นนี้จึงไม่ยุ่งยากมากนัก”

 

“ใช่แล้ว ก็แค่พืชกลายพันธุ์เขต B ข้อมูลมีมากมาย ถ้าต้องการก็ยังหาจากในระบบสื่อสารได้เลย”

 

“ถูกต้องแล้ว ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ก็มีข้อมูลศึกษามาก ไม่ว่ายังไงก็ออกแบบได้ง่ายๆต่อให้ไม่มีแบบจำลองเหล่านี้”

            

เมื่อได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มหยันก็ปรากฏที่มุมปากของหัวหน้าหน่วยผลิตทันที ดูเหมือนที่เขาคิดเอาไว้จะถูกต้องจริงๆ

 

“นี่เป็นแบบจำลองของจ่าสิบโทอันซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 เท่านั้น ด้วยความรู้ของจ่าสิบโทอันนี้...จะเขียนให้ละเอียดไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ในเมื่อพวกคุณคิดว่าตัวเองเก่งกาจนัก เช่นนั้นก็ช่วยมอบแบบจำลองที่ทัดเทียมกับของจ่าสิบโทอันมาให้พวกเราด้วย ปัญหาเรื่องความผิดพลาดจะลดลงไปมาก แน่นอนว่าถ้าทำดีไม่ได้เท่านี้...ได้ครึ่งหนึ่งของจ่าสิบโทอันก็ช่วยเหลือพวกเราแล้ว”

            

คำพูดของเขาดูเหมือนอะลุ่มอล่วย แต่ในความเป็นจริงแล้วกำลังประชดประชันพวกเขาต่างหาก! ไม่ใช่บอกว่าตัวเองเก่งกาจนักหรือ? อย่างนั้นก็ช่วยทำให้ดีกว่านักเรียนที่ยังเรียนไม่จบหน่อยก็แล้วกัน!

            

เมื่อคำพูดนี้จบ ทุกคนก็เงียบไป ไม่กล้าพูดข้ออ้างใดๆอีก นักเรียนชั้นปี 2 คนหนึ่งทำได้เช่นนี้ แนวคิดแปลกใหม่แต่กลับยอดเยี่ยม ในขณะที่พวกเขาเป็นนักวิจัยตัวจริง ถ้าบอกว่าตัวเองไม่เข้าใจถ่องแท้ เช่นนั้นจะคิดแบบจำลองออกมาได้อย่างไร

            

พูดตามตรง ก่อนหน้านี้เป็นพวกเขาลักไก่ บางครั้งยังคิดแบบจำลองไม่ออกด้วยซ้ำ ทำได้แค่ให้ข้อมูลฝ่ายผลิตไปทำ เผื่อว่าพวกเขาจะสามารถหาแนวทางทำออกมาได้ ซึ่งมีบ่อยจริงๆที่หน่วยผลิตทำออกมาได้ดี หรืออาจจะปรับแค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น

            

วิธีแบบนี้ทำจนเคยตัวไปเสียแล้ว พอรู้ว่าต่อไปจะต้องทำให้ละเอียดขึ้น มีภาพในหัวว่าต้องการอะไร นี่ไม่เท่ากับเป็นปัญหาให้พวกเขาหรือ?

            

ก่อนหน้านี้ไม่ให้ค่า พอสูญเสียสิทธิประโยชน์ดีๆนี้ไปแล้วกลับเสียดายขึ้นมา แต่ปัญหานี้ใหญ่โตจนไปถึงพวกผู้นำแล้ว ถ้าวันนี้ไม่ยอมรับเงื่อนไข ก็เท่ากับว่าที่ผ่านมาพวกเขาทำงานชุ่ยๆน่ะสิ

 

“ทุกคนมีอะไรจะพูดอีกไหม เรื่องเอกสารพวกนี้ฉันได้ตรวจสอบแล้ว และเห็นตรงตามหน่วยผลิต พวกเขาพูดได้ถูกต้อง ถ้าไม่มีข้อมูลที่ละเอียดตั้งแต่แรกก็ไม่ควรจะสั่งงานพวกเขา หน่วยผลิตมีงานเยอะมาก ห้องวิจัยหนึ่งห้องมีไม่กี่โครงการ ฉันคาดหวังว่าจะเข้าใจโครงการของตัวเองมากที่สุด”

 

“แน่นอนว่าถ้าใครไม่มีไอเดียในการทำจริงๆ อยากจะขอให้หน่วยผลิตที่ทำงานมามากช่วยเหลือในการออกแบบ ยังขอประสานความร่วมมือกับพวกเขาได้”

 

“อย่าคิดว่าอยู่คนละส่วนแล้วจะไม่ให้เกียรติกันอีก พวกคุณควรจะรู้ว่าหน่วยผลิตไม่ได้ทำงานง่ายไปกว่าพวกคุณเลย เอกสารของห้องวิจัยมากมายไปที่พวกเขา แค่ทำความเข้าใจก็ใช้เวลาแล้ว ดังนั้นเพื่อให้ไม่ล่าช้าในการผลิตตัวอย่างอีก ให้พวกคุณช่วยกันทำงานให้ง่ายขึ้นด้วย”

 

“ปัญหาพวกนี้...หวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วนะ” พันโทหวงกล่าวสรุปอย่างรวดเร็ว ปัญหานี้ก็จบลงเช่นนี้ แท้จริงแล้วไม่มีอะไรเลย ก็แค่ทั้งสองฝ่ายไม่พูดคุยกันให้ดีก็เท่านั้น

            

แน่นอนว่าพันโทหวงไม่คิดว่านี่เป็นปัญหาใหญ่อะไร ทว่านักวิจัยกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น หลังจากการประชุมในวันนี้จบลง ห้องวิจัยหนึ่งได้ส่งความต้องการในการทำตัวอย่างไปให้หน่วยผลิต ปรากฏว่าถูกตีกลับมาเพราะรายละเอียดไม่ชัดเจนเสียอย่างนั้น ไม่ใช่แค่งานเดียว แต่มากกว่า 10 งานภายใน 2 วัน ทั้งหมดถูกปฏิเสธกลับมาทั้งหมด ทำเอาพวกนักวิจัยเดือดดาลกันขึ้นมาอีกครั้ง

            

พวกเขายกโขยงไปเพื่อจะดูว่าพวกหน่วยผลิตกลั่นแกล้งตัวเองอย่างไร สุดท้ายกลับได้เจอจ่าสิบโทรุ่ยอยู่กับหัวหน้าหน่วยผลิต พวกเขาพูดกันดีราวกับว่าเป็นพี่น้องพ่อแม่เดียวกันอย่างไรอย่างนั้น

 

“ได้เลย เข้าใจทั้งหมดแล้ว ภายใน 2 วันนี้จะต้องทำตัวอย่างออกมาสำเร็จแน่ หลังจากนั้นถ้ามีเรื่องที่อยากให้แก้ไขเล็กๆน้อยๆก็ค่อยมาพูดคุยกันวันรับตัวอย่างครั้งแรก”

 

“โอ้ ขอบคุณมากๆ”

 

“ฮ่าๆ ขอบคุณอะไร ช่วงนี้พวกเราก็ไม่ได้มีงานมากมายอะไรต้องทำอยู่แล้ว งานของพวกคุณก็เข้าใจได้ง่ายๆด้วย เอาล่ะ...ไม่ต้องเสียเวลามากนัก เดี๋ยวจะรีบลงมือเดี๋ยวนี้เลย”

            

บทสนทนานี้ถ้าได้ยินแค่จ่าสิบโทรุ่ยก็ไม่เป็นอะไร แต่มันกลับได้ยินถึงหูของนักวิจัยกลุ่มใหญ่ที่มาที่นี่เพื่อจะเอาเรื่องด้วย สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มทันที

            

ทำไมยังกล้าบอกว่าไม่ค่อยมีงานอะไรอีก? ก็คงจะเป็นเช่นนั้น...ที่ไม่ค่อยมีงานอะไร แท้จริงแล้วเป็นเพราะปฏิเสธงานของพวกเขาไปแล้วอย่างไรล่ะ!!

 

“เหลวไหล! นี่มันเหลวไหลสิ้นดี! ใช้ข้ออ้างจากการประชุมครั้งก่อนก็เพื่อเลือกจะช่วยเพื่อนของตนเองใช่หรือไม่!!”

 

“ไม่รู้ว่าจ่าสิบโทรุ่ยจ่ายเงินใต้โต๊ะไปเป็นจำนวนเท่าไร หรือมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรกัน ทำไมไม่บอกเทคนิคพวกเราบ้างล่ะ พวกเราจะได้ขอให้หน่วยผลิตช่วยพวกเราบ้าง”

 

“นั่นน่ะสิ ครั้งก่อนก็ทำงานให้จ่าสิบโทอัน ครั้งนี้ก็รับงานของจ่าสิบโทรุ่ยในขณะที่ปฏิเสธงานของพวกเรา แบบนี้ไม่ลำเอียงแล้วจะให้เรียกว่าอะไรอีก”

            

เสียงกล่าวกระแนะกระแหนดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนต้องหันไปสนใจ จ่าสิบโทรุ่ยขมวดคิ้ว...เขาไม่ใช่พวกพูดมากและชอบโต้เถียงกับผู้คน ดังนั้นคนอื่นอยากพูดอะไรก็ปล่อยให้พูดไป ขอแค่งานของเขาสำเร็จด้วยดีก็พอแล้ว

            

อย่างไรก็ตาม...หัวหน้าหน่วยผลิตไม่เหมือนกัน ถูกต่อว่ามาเช่นนี้ เขาก็ต้องด่ากลับทั้งหมดอยู่แล้ว

 

“เหลวไหลหรือ? ใครกันแน่ที่เหลวไหล! ทั้งๆที่ประชุมกันแล้ว พูดกันแล้วว่าต้องทำอย่างไร สุดท้ายก็ส่งรายละเอียดโง่ๆมาให้พวกเราอีก เหอะ! ทำไมไม่ดูงานของคนอื่นบ้างล่ะ ทำไมพวกเราถึงอยากรับทำงานน่ะ จะได้ย้อนกลับไปดูของตัวเองบ้าง”

 

“งานคนอื่นจะเป็นอย่างไร? เอาแต่พูดถึงงานง่ายๆของจ่าสิบโทอันอยู่นั่นแหละ เอางานนี้มาให้พวกเราดู....” ไม่ทันพูดจบ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง มือที่คว้าจับเอกสารของจ่าสิบโทรุ่ยมาอ่านถึงกับมีไอร้อนหนึ่งแผ่ออกมา

            

นี่....ทำไมแม้แต่จ่าสิบโทรุ่ยก็ออกแบบข้อมูลเช่นนี้ได้กันล่ะ? แม้ว่าจะไม่ได้วาดเป็นแบบจำลองเหมือนที่อันซูหยวนทำ ทว่า...รายละเอียดเป็นตารางที่แยกชิ้นส่วนชัดเจนนี้ มันเป็นข้อมูลที่น่ามหัศจรรย์เกินไปแล้ว!

            

ไม่ต้องมีแบบจำลองเลยสักตัว ใส่แค่รายละเอียดสุดท้ายที่ต้องการ นี่...พวกเขาคิดไปถึงขั้นนี้ได้อย่างไร 

 

……………………………………