บทที่ 265 ผลการทดสอบ (อ่านฟรี 27 พ.ย. 68)
บทที่ 265 ผลการทดสอบ (อ่านฟรี 27 พ.ย. 68)
บทที่ 265 ผลการทดสอบ
“กรู๊ก!!”
ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ส่งเสียงร้องออกมา พวกมัน 4 ตัวถูกปล่อยออกมาจากกรงขังขนาดใหญ่พร้อมกัน เมื่อเห็นทางออกก็วิ่งกรูกันออกมาด้วยความโกรธ อีกทั้งยังถูกทำให้ต้องอดอาหารเป็นเวลา 2 วันแล้ว ด้วยความหิวเป็นพลังขับเคลื่อน พวกมันจึงมุ่งหน้าออกมาหวังจะจัดการเหยื่อให้ได้สักตัว
“กรู๊ว!!” ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ตัวแรกสุดที่วิ่งออกมาจู่ๆก็ชะงักไป ทำเอาพรรคพวกไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ต้องหยุดเท้าของมันด้วย หันไปมองยังทิศทางข้างหน้า ก่อนจะรีบหยุดเท้าของตัวเองบ้าง
พรึ่บ!
เสียงกระแสลมพัดมาหนึ่งวูบ จำลองสถานการณ์เหมือนกับพื้นที่เขต B อันเป็นสถานที่อาศัยของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ ซึ่งสายลมนี้ย่อมทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของแบบจำลองพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์จนทำให้ดูเหมือนว่ากำลังฟาดเถาวัลย์ของตนเองออกไปข้างหน้า
“ต๊าก!!” ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดหวาดกลัวมาก เดิมทีมันยังแค่สงสัยเท่านั้น แต่เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวนี้ ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ก็ขยับหนีไปตามสัญชาติญาณทันที
พืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ถูกฝังอยู่ใน DNA ของพวกมันไปเสียแล้ว ตั้งแต่เกิดมาก็รับรู้จากพวกผู้ให้กำเนิดว่าสิ่งใดต้องหนีให้ห่างและสิ่งใดสามารถกินเป็นอาหารได้ พืชที่น่ากลัวนี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่พวกมันต้องหนีไปให้ไกล
“กรู๊ก!” หลังจากที่ขยับหนีไปได้หลายช่วงตัว มันก็ส่งเสียงอีกครั้งก่อนจะวิ่งหนีไปรอบๆ โดยเคลื่อนไหวไปให้ไกลจากตำแหน่งของหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์จำลองโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าข้างๆนั้นมีอาหารอันโอชะอย่างอันซูหยวนอยู่ด้วย
“สุดยอด! นี่ก็แปลว่าการทดลองสำเร็จแล้วหรือ?”
“จ่าสิบโทอันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ใช้เวลาเพียงเดือนเดียวก็สามารถทำภารกิจได้แล้ว ไม่น่าแปลกใจเลยที่อายุน้อยขนาดนี้แต่กลับประสบความสำเร็จตั้งแต่เร็ววัน นับถือแล้วจริงๆ”
“เฮ้อ กว่าฉันจะประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ก็อายุปาไป 30 กว่าปีแล้ว อีกไม่นานจะต้องถูกรุ่นเยาว์ก้าวข้ามไปแน่”
“ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด พวกเราอีกไม่กี่ปีก็ตายกันหมดแล้ว ถ้ามีเด็กรุ่นใหม่แข็งแกร่งขนาดนี้ นับว่าฝากฝังมนุษย์ชาติที่เหลือเอาไว้กับพวกเขาได้จริงๆ”
เสียงชื่นชมดังมาจากเหล่านักวิจัยห้องอื่นที่มาศึกษาแบบอย่างการทำงานของอันซูหยวน บางคนสนใจวิธีการใช้แบบจำลองอย่างการขู่ให้กลัว บางคนก็สนใจวิธีการทำงานของอันซูหยวน และบางคนก็ต้องการหาเวลาว่างพูดคุยกับอันซูหยวนสักคำสองคำ เผื่อว่าจะได้วิธีการดีๆกลับมาด้วย
ครั้งก่อนพวกเขายกโขยงไปหาเธอ เด็กสาวกลับปฏิเสธที่จะให้ทุกคนเข้าห้องทำงานของตนเองเนื่องจากต้องรีบทำงานให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียน พวกเขาได้แค่คอตกกลับมา ถึงอยากจะรบกวนมากขนาดไหน แต่งานวิจัยของอีกฝ่ายก็เป็นหน้าที่รับผิดชอบหลัก ไม่อาจขอให้เธอหยุดงานของตัวเองแล้วมาช่วยพวกเขาได้
สิ่งที่ทำได้ก็คือการไปหาตัวอย่างที่ผ่านเงื่อนไขของพวกฝ่ายผลิตแล้วลองเอามาปรับกับการทำงานของตัวเอง แม้ว่าพวกเขาจะยังทำได้แค่งูๆปลาๆ แต่พวกหน่วยผลิตก็ได้เห็นความตั้งใจแล้ว พวกเขาก็ไม่ใช้คำหยาบคายมากเกินไปอีก เรียกว่าสถานการณ์ของพวกเขาค่อยๆดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
เสียงพวกนั้น เหล่าผู้นำก็ได้ยินเช่นกัน พันโทหวงพยักหน้าให้กับคำพูดของพวกเขา เด็กสาวอายุเพียงเท่านี้ก็ทำการวิจัยเรื่องใหญ่ได้สำเร็จใน 1 เดือนแล้ว เห็นได้ชัดถึงศักยภาพของคน ต่อไปคงจะกลายเป็นนักวิจัยแนวหน้าได้แน่ น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ...เธอเป็นคนของหน่วยพิเศษ ไม่ได้ขึ้นตรงกับฝ่ายศึกษาวิจัยเพื่ออนาคตมนุษย์ของพวกเขา ไม่อย่างนั้น...พวกเขาน่าจะอาศัยความสามารถของเธอ สร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้เป็นกิจจะลักษณะมากขึ้น
“ในเมื่อการทดสอบรอบแรกเสร็จแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็...” พันโทหวงพึงพอใจกับผลลัพธ์นี้ อย่างไรก็ตาม..เขาไม่ทันจะได้พูดจบ เสียงของเด็กสาวก็แทรกขึ้นมาก่อน
“เพื่อให้การทดลองชัดเจนมากขึ้น พวกเราจะเริ่มทดสอบจริง ขออุปกรณ์เพิ่มเติมด้วย” ซูหยวนพูดเช่นนั้น หนึ่งในสมาชิกของหน่วยวิจัยห้องอันซูหยวนก็เดินเข้ามาอย่างกล้าๆกลัวๆ
เวลานี้พวกไก่หงอนแดงกลายพันธุ์กรูกันไปรวมอยู่ด้านหลังกำแพง ไม่กล้าเข้ามาใกล้ตำแหน่งที่อันซูหยวนอยู่เลยแม้แต่น้อย ซึ่งผลลัพธ์เช่นนี้ถือว่าน่าพอใจแล้ว ทว่าซูหยวนกลับไม่พอ เธอโบกมือไปข้างหน้า โรยผงไล่สัตว์กลายพันธุ์ออกไป จากนั้นก็ปรบมือเป็นสัญญาณให้กรงขนาดใหญ่ที่สองดันเข้ามา
“น่าเสียดายที่เวลามีน้อยเกินไป พวกเราก็เลยหาตัวอย่างทดลองไม่ครบถ้วนทั้งหมด แต่ด้วยจำนวนเท่านี้ก็สามารถใช้อ้างอิงได้แล้ว ดังนั้นขอให้เริ่มทำการทดสอบจริงได้”
เมื่อซูหยวนโบกมือ กรงขนาดใหญ่ก็ถูกเปิดออก เผยให้เป็นร่างของสัตว์กลายพันธุ์ 2 ชนิดอยู่ข้างในนั้น
“เป็นหมูป่าขายาวกลายพันธุ์และกระรอกสองเมตรกลายพันธุ์!!”
“นั่นเธอกำลังทำอะไร นี่ไม่ใช่ว่าต้องการพาตัวเองไปตายหรือ?”
“ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ หมูป่าขายาวกลายพันธุ์ และกระรอกสองเมตรกลายพันธุ์ ด้วยจำนวนเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้นักวิจัยตายได้ง่ายๆเลยนะ”
“อย่ากังวลไป อย่าลืมว่าจ่าสิบโทอันเป็นทหารฝ่ายปฏิบัติการด้วย ดังนั้นเธอย่อมปกป้องตัวเองได้แน่ถ้าเกิดข้อผิดพลาด”
“โอ้ ใช่ๆ เธอมีความสามารถในการวิจัยมากเกินไปจนฉันก็ลืมไปแล้วว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นคนของฝ่ายปฏิบัติการ” พวกนักวิจัยไม่เคยเห็นการทดลองที่บ้าบิ่นขนาดนี้มาก่อน ซูหยวนใช้ผงยาไล่สัตว์กลายพันธุ์ไปที่ตัวแบบจำลอง เมื่อมันขยับฟาดไปมาย่อมทำให้ผงยากระจายไปด้วย
“ครืด!! ครืด!!” หมูป่าขายาวกลายพันธุ์ส่ายหน้าของมันไปมา เพราะต้องอดอาหารมา 2 วันเช่นกัน ดังนั้นสัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้นจึงหิวมาก พวกมันส่งเสียงคำรามออกมาแล้วมองหาเหยื่อทันที
หมูป่าขายาวกลายพันธุ์หันไปรอบๆ มันก็ได้เห็นพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์แล้วเช่นกัน แต่กลิ่นของพืชเหล่านั้นเหมือนกลิ่นเน่าที่ไม่น่าอร่อย ต่อให้ตายก็ไม่ยอมเข้ามากินเป็นอันขาด อีกอย่าง...นอกจากของเน่าที่เหมือนให้หมูตายมากินแล้ว รอบๆยังมีกลิ่นอาหารอีกเป็นจำนวนมากไม่ใช่หรือ?
ไม่ใช่แค่หมูป่าขายาวกลายพันธุ์เท่านั้นที่ไม่สนใจซูหยวนกับพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ กระรอกสองเมตรกลายพันธุ์ก็เช่นเดียวกับ พวกมันมองกันเองด้วยความหิว ซึ่งรวมถึงไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่ยังคงกล้าๆกลัวๆด้วย
พวกมันไม่กล้าขยับตัวเหมือนกับสัตว์กลายพันธุ์อื่นๆ เพราะตรงหน้าของพวกมันมีนักล่าที่เป็นดาวข่มของพวกมันอยู่ โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว...นั่นก็แค่แบบจำลองที่ทำจากซากสัตว์กลายพันธุ์เท่านั้น
เพื่อให้ต้นทุนมีราคาถูก ทั้งยังช่วยเหลือให้สามารถเอาซากสัตว์กลายพันธุ์มาเพิ่มมูลค่าได้ ซูหยวนจึงได้ใส่รายละเอียดวิธีการผลิตโครงสร้างของแบบจำลองนั่นก็คือการใช้ซากสัตว์หรือพืชกลายพันธุ์มาเป็นส่วนประกอบ วิธีนี้...หลังจากที่ได้รับการอนุมัติ เชื่อถือว่าจะต้องมีคำสั่งซื้อมากมายมาที่ร้านค้ากองทัพแน่ แล้วอีกไม่นานก็คงจะถูกภาคเอกชนผลิตมาแข่งขัน
แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้เป็นเรื่องปกติ พวกกองทัพก็ไม่ใช่องค์กรแสวงหาผลกำไรอยู่แล้ว เมื่อผู้อื่นสามารถผลิตมาขายได้ ตรึงราคาให้เหมาะสมสักพักแล้วจะหยุดการผลิตไปก็ไม่แปลก อย่างไรกองทัพก็มีงานใหม่ๆมาให้ทำบ่อยๆอยู่แล้ว ไม่ใช่ปัญหาที่จะต้องมาแย่งตลาดกัน
ด้วยแนวโน้มเช่นนี้ ต่อไปราคาของซากกลายพันธุ์อาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีก ซูหยวนคาดหวังให้มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
“ด้วยผลการทดลองนี้ น่าจะเพียงพอให้สามารถสรุปเบื้องต้นได้ว่าการทดลองนี้ประสบความสำเร็จ แบบจำลองที่ผลิตมานี้ไม่มีปัญหาอะไร” ซูหยวนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มประกาศด้วยความภาคภูมิใจ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ตื่นเต้นดีใจอะไร ทว่าเรื่องนี้ยังต้องประกาศเพื่อให้ทุกคนในทีมของเธอได้รู้สึกประสบความสำเร็จไปด้วย
ถึงปกติแล้วเธอจะไม่ใช่พวกเข้าสังคมเก่งอะไร แต่เมื่อเข้าสู่โหมดทำงานก็เป็นมืออาชีพยิ่งกว่าทุกคน ดังนั้นต่อให้เพื่อนร่วมงานจะไม่ชอบเธอ ทว่าลูกน้องที่ทำงานจริงจังและไม่เอาเปรียบใคร จะชอบหัวหน้าแบบนี้...
น่าเสียดายที่ลูกน้องแบบนั้นมีน้อยเหลือเกิน ส่วนใหญ่ล้วนแต่เล่นแง่ หาโอกาสที่จะเหยียบคนอื่นแล้วก้าวไปอยู่ระดับสูงกว่าคนอื่น ถึงจะเข้าใจว่าโลกนี้มันอยู่ยาก ถ้าไม่พยายามก็อาจจะย่ำอยู่กับที่ แต่พวกเขากลับใช้ความพยายามในทางที่ผิดไป ดังนั้นจึงมีลูกน้องที่ชอบเธอเล็กน้อย และลูกน้องที่เกลียดเธอมากๆอยู่ด้วย
พวกนักวิจัยทั้ง 10 คนปรบมือขึ้นพร้อมกัน พวกเขาเพิ่งทำงานร่วมกับอันซูหยวน ทั้งยังไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรมากนัก การที่ซูหยวนมองมาที่พวกเขานี้ก็ทำให้ชื่นใจมากแล้ว รายชื่อของพวกเขาทั้ง 10 คน สามารถคาดหวังได้เลยว่าจะอยู่ในรายงานความสำเร็จในการศึกษา ครั้งหน้าถ้าพวกหัวหน้าห้องวิจัยต้องการหาคน รายชื่อของพวกเขาก็จะถูกแสดงอยู่รวมกับนักวิจัยที่มีคนเลือกไปช่วยงานบ่อยๆ
ถือเป็นการเปิดทางที่ยอดเยี่ยมให้ตัวเองเลยก็ว่าได้
แปะ แปะ แปะ
ไม่ใช่แค่พวกลูกทีมเท่านั้นที่มีความสุข พวกผู้นำเองก็ร่วมปรบมือชื่นชมด้วยเช่นกัน พันโทหวงถึงกับพูดว่า “ดี ดี ดี” ออกมาสามคำติด ถ้าไม่ใช่เพราะมีเรื่องอื่นต้องการสอบถาม เขาคงโบกมือแล้วบอกว่าอนุญาตให้ทั้งกลุ่มไปพักผ่อนได้สัก 2-3 วัน ก่อนจะเริ่มทดสอบจริงไปแล้ว
“ผลการทดสอบนี้ออกมาดีจริงๆ แต่ฉันมีคำถามอยู่ ขอให้จ่าสิบโทอันช่วยอธิบายด้วย” เมื่อได้ยินหัวหน้าสูงสุดเอ่ยถาม ทุกคนก็เงียบเสียงลง คอยฟังว่าจะเป็นคำถามแบบไหน
“เรื่องแบบจำลองนี้ฉันเข้าใจ ทั้งยังเข้าใจเรื่องที่สามารถใช้สารไล่สัตว์กลายพันธุ์ควบคู่ไปด้วยได้ แต่...ทำไมจึงต้องเอาผงยาไล่สัตว์กลายพันธุ์โรยไปที่แบบจำลองพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ด้วย”
ซูหยวนชะงักไปเล็กน้อย เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเพิ่มรายละเอียดในแบบทดลองไป เนื่องจากเธอมีเวลาว่างในช่วงนี้ แล้วมันก็คงจะดีกว่าถ้าในอนาคต...แบบจำลองนี้ทำประโยชน์ได้มากกว่าการขับไล่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์
นี่ไม่ใช่เป็นการตั้งใจทำเพื่อมนุษย์ชาติอะไรหรอก ก็แค่อยากให้พ่อและพวกเพื่อนๆของพ่อที่บ่นว่าอยากยืดเส้นยืดสายได้เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น
พวกเขาทำงานอยู่แต่ในแปลงเพาะปลูกย่อมเบื่อหน่าย บางคนก็คิดถึงช่วงเวลาที่ต่อสู้เป็นตาย เมื่อผู้คนไม่ต้องห่วงว่าอดตายแล้ว พวกเขาก็แค่อยากมีเวลาเล็กๆน้อยๆเพื่อไปเล่นสนุกตามใจ หรือหาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง
ลุงๆน้าๆคนอื่นไม่ค่อยพูดออกมาโดยตรงนัก แต่พ่ออันเฉินของเธอเคยพูดเรื่องนี้ 2-3 รอบแล้ว เขาบอกว่าอยากจะลองไปดูที่เขต B สักหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ช่วงไหนที่ซูหยวนมีเวลาว่างๆก็อยากจะให้มาช่วยเฝ้าแปลงเพาะปลูกแทนหน่อย ตัวเองจะได้พาสมาชิกบางคนไปเที่ยวเล่นด้วยกันได้
หากปล่อยพวกเขาไปกันตามลำพัง ซูหยวนก็ห่วงความปลอดภัยมากเกินไป ดังนั้นจึงได้อาศัยโอกาสนี้เพื่อพัฒนาให้เต็มที่ ในเมื่อเธอไม่ต้องเสียงบประมาณใดๆ แถมยังไม่ต้องลงมือสร้างเองให้วุ่นวายด้วย แค่วาดแบบและใส่ความรู้ลงไปขยายความ เท่านี้ก็ได้เห็นผลงานจริงแล้ว
หญิงสาวคิดเล็กน้อยเพื่อเรียบเรียงคำอธิบายก่อนจะตอบกลับ
“ท่านพันโทหวง นี่เป็นเพราะฉันได้ออกแบบแบบจำลองให้มีความสามารถพิเศษอื่นนอกจากไล่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ด้วย ขออนุญาตให้แบบคัดลอกเพื่อจะได้ไล่ดูรายละเอียดไปพร้อมๆกันนะคะ” เธอส่งสัญญาณให้คนของกลุ่มเอาแบบจำลองในกระดาษไปให้พวกผู้นำดู
“เนื่องจากแบบจำลองนี้จะต้องใช้ร่วมกับยาไล่สัตว์กลายพันธุ์อยู่แล้ว แต่ปกติ...ปัญหาของยาไล่สัตว์กลายพันธุ์ก็คือการที่จะโรยไปรอบๆนั้นไม่รู้จำนวนที่ควรจะต้องใช้ บางครั้งใช้ออกมากเกินไปก็เป็นการเพิ่มต้นทุน ถ้าใช้น้อยเกินไปก็มีปัญหาได้ ดังนั้นฉันจึงได้ทำให้แขนเถาวัลย์ที่ยืดยาวของพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์นี้เป็นตัวส่งสารขับไล่ออกไป”
“ด้วยข้อต่อแต่ละข้อที่อนุญาตให้ผงยาไล่สัตว์กลายพันธุ์หลุดออกไปจากแกนหัวใจที่บรรจุผงไล่สัตว์กลายพันธุ์เอาไว้ เมื่อถึงเวลาที่ลมพัดหนึ่งครั้ง พวกมันก็จะได้โบกสะบัดให้ผงยาขยับไป โดยถ้าตำแหน่งไหนยังมีผงยาอยู่ มันก็จะไม่ล้นจากข้างในแกนออกไป”
“ฉันได้คำนวณเอาไว้แล้ว เข้าใจว่าถ้าใช้วิธีการนี้...น่าจะทำให้ผงยาขับไล่สัตว์กลายพันธุ์ 1 ขวดที่น่าจะใช้ได้กับพื้นที่ 400 เมตร เป็นเวลา 8 ชั่วโมง จะทำให้สามารถใช้กับพื้นที่ 400 เมตรได้ แต่ในเวลา 12 ชั่วโมง เพิ่มมาอีก 4 ชั่วโมงเนื่องจากผงยาที่ไม่ออกจากแกนกลางก็เหมือนยังถูกเก็บไว้ในขวด ไม่เสียคุณสมบัติไป”
เมื่อได้ยินซูหยวนพูดแบบนี้ ดวงตาของพันโทหวงก็ไหววูบ...เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กสาวอายุเท่านี้กลับคิดได้ถึงเพียงนี้ แม้แต่พวกทหารในหน่วยของเธอก็ยังอ้าปากค้าง ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นแล้วว่าหัวหน้ามีการแก้ไขแบบจำลอง แต่เพราะไม่ค่อยรู้รายละเอียดเกี่ยวกับแบบจำลองอยู่แล้ว จึงเข้าใจไปว่าอาจจะมีส่วนไหนไม่สมบูรณ์ คิดไม่ถึงเลยว่าแท้จริงแล้วหัวหน้ากลับคิดไปอีกขั้นหนึ่งต่างหาก
เป็นพวกเขาเองที่ตามไม่ทัน!
………………………………..