บทที่ 267 ความกังวลของพวกนักเรียน (อ่านฟรี 29 พ.ย 68)
บทที่ 267 ความกังวลของพวกนักเรียน (อ่านฟรี 29 พ.ย 68)
บทที่ 267 ความกังวลของพวกนักเรียน
ซูหยวนไหนเลยจะคิดไปไกลขนาดนั้น สำหรับสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง วิชาทำยามีให้เรียนรู้เช่นกัน ดังนั้นจึงแค่อยากรู้เกี่ยวกับการปรุงยาให้มากขึ้น หากวิธีการของพวกเขามีประสิทธิภาพ เธอก็อาจจะเอาไปปรับใช้ได้
นักล่าหลายครั้งก็ต้องพึ่งพาความสามารถในการเยียวยาตัวเองเบื้องต้น วิชาดูแลบาดแผลเบื้องต้น แม้แต่วิชาการผสมยาหรือใช้สมุนไพรเบื้องต้นก็ต้องทำได้ เรื่องนี้จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับลำดับขั้นความสำคัญของสามฝ่ายอย่างที่เด็กสาวคิด
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมาก” ดังนั้นเธอจึงเลือกตอบใจความที่อีกฝ่ายพูดมาเท่านั้น ในเมื่อคำพูดนั้นดูคล้ายกับว่าหวังดี เช่นนั้นเธอก็จะรับคำพูดนั้นไว้ก็แล้วกัน ส่วนสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ซูหยวนก็ทำเป็นมองไม่เห็น ดีกว่าที่จะไปถกเถียงกันหรือถามกลับไปว่า “มองด้วยสายตาอะไร” แบบนั้นยิ่งจะเป็นการต่อความยาวสาวความยืด เป็นเรื่องที่ซูหยวนจะไม่เสียเวลาทำเด็ดขาด
“เหอะ!” ทางฝั่งเด็กสาวไม่ได้คิดเลยว่าคำพูดของตนเองที่เต็มไปด้วยความประชดประชัน กลับได้รับการตอบกลับเช่นนี้ สุดท้ายก็เหมือนต่อยลงไปบนฟูกนิ่ม ไม่รู้สึกว่าสนุกเลยสักนิด
เห็นว่ากระตุ้นโทสะของทหารสาวไม่ได้ เธอก็เลิกที่จะสนใจอีกต่อไป เพียงเดินผ่านอันซูหยวนเข้าไปรวมกับคนอื่นๆที่กำลังเตรียมการปรุงยาระดับต้นอยู่
“มาแล้วหรอ? พวกเราก็มองหาอยู่ว่าเธอไปไหน”
“อืม มาแล้ว พอดีไปได้ยินอะไรดีๆมาน่ะ”
“อะไรดีๆ?” เพื่อนนักเรียนเลิกคิ้วเล็กน้อย เห็นว่าหญิงสาวแสดงความไม่พอใจอยู่ก็หยุดมือแล้วหันมาฟังเธอ
“ใช่ ฉันบังเอิญไปได้ยินพวกอาจารย์คุยกัน ก็เลยหยุดฟังอยู่ข้างกระโจม”
“แล้วมันเป็นเรื่องอะไรหรือ?”
“จะเรื่องอะไรล่ะ ก็เรื่องที่มีทหารมากับพวกเรานั่นแหละ ที่จริงแล้ว...ทหารพวกนี้กำลังใช้พวกเราเป็นตัวทดลองอยู่ พวกเธอก็เห็นแล้วว่าพวกเขาสร้างพืชหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ขึ้นมา ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่พวกเธอรู้ไหม...ต้นหม้อข้าวหม้อแกงที่สร้างขึ้นมานั้นมีจุดประสงค์อะไร” หญิงสาวไม่พูดออกทั้งหมดรวดเดียว สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้พวกเพื่อนๆเพิ่มอีก
“อะไรหรอ”
“ใช่ๆ รีบพูดมาเถอะ ต้นหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์พวกนั้นถูกสร้างมาทำไม ไม่ใช่เอาไว้ใส่ผงไล่สัตว์กลายพันธุ์หรอ? ฉันเห็นพวกเขาเทผงไล่สัตว์กลายพันธุ์ไว้ข้างในด้วย”
“อ่า ใช่ๆ ฉันก็เห็นเหมือนกัน แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาใส่ในต้นหม้อข้าวหม้อแกงนั่นด้วย ปกติแค่โรยไปรอบๆก็ใช้ได้แล้วนะ ฉันเคยมีประสบการณ์ไปกับครอบครัวเพื่อทำภารกิจสนับสนุน เห็นพวกนักล่าแค่ใช้ผงไล่สัตว์กลายพันธุ์โรยไปรอบๆค่ายตามเส้นที่พวกเขาเลือกเอาไว้ ก็เป็นอันใช้การได้แล้ว”
พวกเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดกันยกใหญ่ ซูหยวนที่ยังไม่ได้จากไปไหนยังคงได้ยินบทสนทนานี้ ปรากฏว่าเด็กๆจากสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้ค่อนข้างมีประสบการณ์ในพื้นที่ล่าไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะพวกเธอทำหน้าที่เป็นฝ่ายสนับสนุนเท่านั้นก็ได้ ทำให้โอกาสที่จะต้องเสี่ยงอันตรายมีน้อยกว่าพวกนักล่า
ทางเด็กสาวที่เห็นเพื่อนของตนเองกำลังให้ความสนใจมาก ก็ยื่นหน้าเข้าไปเล็กน้อย ลดเสียงลงก่อนจะพูด
“ที่จริงแล้ว ต้นหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์จำลองนั้นสร้างมาเพื่อขับไล่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ล่ะ”
“หือ?”
“อะไรล่ะนั่น”
“ต้นหม้อข้าวหม้อแกงนี้จะขับไล่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ได้ยังไง แล้ว...แค่ยาไล่สัตว์กลายพันธุ์ไม่เพียงพอหรือ?” ยิ่งฟังก็ยิ่งสับสน พวกเด็กๆไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน
“ฉันเคยได้ยินนะ ที่เขต B นี้เป็นเหมือนกับดักของมือใหม่เลย เพราะถ้าเอาแต่พึ่งพายาไล่สัตว์กลายพันธุ์จนไม่ระวัง เกิดโชคร้ายมีพวกไก่หงอนแดงกลายพันธุ์หลงเข้ามา พวกมันก็จะโจมตีโดยไม่สนใจว่ารอบๆนั้นมีผงยาไล่สัตว์กลายพันธุ์หรือเปล่า”
“หืม? จริงหรือ?”
“ใช่ ได้ยินพวกนักล่าพูดกันว่าไก่หงอนแดงกลายพันธุ์มีการรับกลิ่นไม่ค่อยดี พอๆกับสายตาของพวกมันนั่นแหละ ดังนั้นผงยาขับไล่จึงไม่มีผลกับพวกมันมากนัก”
“โอ้ น่ากลัวมาก นี่เป็นเรื่องที่ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
“ใช่ๆ ฉันก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกัน ปรากฏว่าแม้แต่ผงขับไล่สัตว์กลายพันธุ์ก็ปกป้องพวกเราไม่ได้ทั้งหมดงั้นหรอเนี่ย” เด็กๆแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมา
เมื่อก่อนเพราะติดตามครอบครัวเข้าทำภารกิจ จึงไม่ได้สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้ คิดแค่ว่ามีพวกนักล่ารับผิดชอบการปกป้อง ในขณะที่ตนเองแค่สนับสนุนก็เพียงพอแล้ว ทว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน...รอบๆนี้นอกจากทหารไม่กี่คนที่ติดตามมาเพื่อทำการทดลอง ในบรรดาพวกเธอหรือแม้แต่อาจารย์ มีใครรู้วิธีการต่อสู้บ้าง? ถ้าหากไก่หงอนแดงกลายพันธุ์นั่นหลงเข้ามาจริงๆ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเดือดร้อนหรือ?
“เพราะแบบนั้น พวกทหารฝ่ายวิจัยก็เลยมาที่นี่ไงล่ะ” พวกเขาพูดกันมาถึงตรงนี้ เด็กสาวที่ได้แอบฟังบทสนทนาของพวกอาจารย์ก็พูดขึ้นด้วยท่าทางภาคภูมิใจ การที่เธอได้ยินเรื่องดีๆเช่นนี้ย่อมต้องถือเป็นความดีความชอบส่วนตัวแล้ว
“พวกเขากำลังศึกษากันว่าแบบจำลองของหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์นี้จะทำให้ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์กลัวได้หรือเปล่า โดยอ้างอิงจากนิสัยของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ พวกมันค่อนข้างหวาดกลัวหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์อยู่ก่อนแล้ว”
ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะมีคนทดลองเรื่องประหลาดเช่นนี้ด้วย อีกอย่าง...ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์นั่นมีความนึกคิดด้วยหรือ? ไม่ใช่พวกมันก็แค่สัตว์ร้ายที่ไม่กลัวอะไร เห็นแค่อาหารเป็นเรื่องสำคัญหรือ? แล้วไอ้เรื่องที่กลัวหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์เนี่ย มีคนไปรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
การใช้นิสัยของสัตว์กลายพันธุ์เพื่อจัดการพวกมันนั้นไม่เคยได้ยินมาก่อน อย่าว่าแค่นักเรียนทำยาเลย แม้แต่พวกนักล่าก็ไม่เคยได้ยินเช่นกัน นี่เป็นแนวคิดที่ซูหยวนได้มาจากการทำหุ่นไล่กาจากโลกเดิม ในเมื่อที่นั่นได้ผล ที่นี่ก็ควรจะได้ผลเช่นกัน โชคดีที่การทดสอบรอบแรกผ่านไปด้วยดี ดังนั้นจึงมีโอกาสมากที่จะไม่เกิดข้อผิดพลาดใดๆ
“แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าการทดลองนี้ล้มเหลว?” จู่ๆก็มีคำถามหนึ่งดังขึ้นมา จากที่พวกนักเรียนแค่สงสัยและประหลาดใจ ทว่าคำถามนี้กลับทำให้พวกเขาขนลุกชัน แม้แต่นักเรียนหญิงที่แอบฟังบทสนทนาก็ยังชะงักไปด้วย
นั่นน่ะสิ แล้วถ้าการทดลองนี้ไม่ได้ผลขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นหรือ?
คำตอบนั้นง่ายมาก ก็คือพวกเขายังต้องแบกรับความเสี่ยงหลังจากได้เจอกับพวกไก่หงอนแดงกลายพันธุ์อย่างไรล่ะ!
“ไม่ต้องกังวลไป อย่าลืมว่าพวกเรามาทำภารกิจนี้ ก็เพื่อสนับสนุนพวกนักล่า เดี๋ยวพวกนักล่ามาถึง...พวกเขาก็น่าจะเป็นคนจัดการปัญหาเหล่านั้นให้พวกเราเอง”
“อ่า ใช่ๆ ใช่แล้ว ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว”
พวกนักเรียนพยายามพูดคุยเพื่อให้ตัวเองสบายใจมากขึ้น ซูหยวนได้ยินบทสนทนาทั้งหมดก็ถอนหายใจออกมา พวกเธอจะรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว....เมื่อครบกำหนด 7 วัน แม้แต่นักล่าที่จะอยู่ช่วยปกป้องก็จะไม่มีอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งที่เด็กๆจะพึ่งพาได้ก็มีแค่หม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ของเธอเท่านั้น
พวกเขาต้องภาวนาให้การทดลองนี้สำเร็จ ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว...
ผ่านไป 3 วันแรก ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย แต่ไม่มีไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ผ่านมาแถวค่ายเลย ทำให้ไม่รู้ว่าแบบจำลองนี้ประสบความสำเร็จหรือไม่ ซูหยวนเกรงว่าใน 7 วันนี้อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีก็ได้ ดังนั้นพวกผู้นำจึงวางแผนที่จะให้คนไปล่อไก่หงอนแดงกลายพันธุ์มาที่ค่ายโดยตรง
อย่าลืมว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเธอเท่านั้นที่กำลังรอผลลัพธ์ของการทดลอง แต่เหล่าผู้นำของฝ่ายวิจัยและผู้นำฝ่ายปกครองต่างก็อยู่ในพื้นที่ล่านี้เพื่อฟังผลลัพธ์ ดังนั้นจะให้พวกเขารอไปมากกว่านี้ย่อมไม่ได้แล้ว
ดังนั้นเมื่อเข้าวันที่สี่ ซูหยวนก็เตรียมพร้อมเพื่อที่จะรอดูการมาถึงของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่พวกทหารดึงความสนใจมาทางนี้ พวกนักเรียนไม่รู้เรื่องการทดลองจึงไม่ได้ระวังตัวมากนัก ในขณะที่พวกนักล่าซึ่งได้ตกลงร่วมกันกับสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้กำลังออกพื้นที่นอกเขตค่าย เวลานั้นเองเสียงร้องของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ก็ทำให้พวกเขาหน้าตาตื่น
ไม่ใช่แค่ 2-3 ตัว แต่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์กลับปรากฏขึ้นถึง 7 ตัว! ดังนั้นต่อให้พวกเขามีความสามารถในการจัดการไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ แต่ถ้าต้องต่อสู้กับไก่หงอนแดงกลายพันธุ์มากขนาดนี้ พร้อมกับปกป้องนักเรียนของสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้ไปด้วย ย่อมต้องมีช่องโหว่จนทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บแน่
ตามสัญญาที่ทำไว้กับสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้ ใน 7 วันนี้องค์กรของพวกเขาจะไม่ปล่อยให้นักเรียนได้รับอันตราย นอกจากนี้ยังจะพึ่งพายาที่พวกนักเรียนทำตลอดเวลาที่กำลังล่า ดังนั้นไม่ว่าจะข้อไหน...ล้วนเสี่ยงที่จะทำให้อันตรายกันทั้งนั้น
“กลับค่าย!” คนเป็นหัวหน้าตัดสินใจเด็ดขาดก่อนที่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์พวกนั้นจะเข้าถึงตัว นักล่าที่ทำหน้าที่ปกป้องนักเรียนโดยเฉพาะ 2 คนรีบส่งสัญญาณทันที
ผลักดันให้พวกนักเรียนวิ่งไปข้างหลัง กลับเส้นทางเดิมที่ได้จัดการเอาไว้แล้ว แม้จะไม่ราบรื่นนัก แต่สมควรใช้เวลาไม่นานเกินไป ในขณะเดียวกัน...พวกนักล่าก็พยายามรั้งเวลาเอาไว้ ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์สำหรับพวกเขายังเรียกว่าตึงมืออยู่ โชคดีที่ตัดสินใจเร็ว ไม่อย่างนั้นหากไก่หงอนแดงกลายพันธุ์มุ่งเป้าไปที่นักเรียนด้านหลัง เท่ากับภารกิจของพวกเขาล้มเหลวแล้ว
“แฮ่กๆ” เสียงหอบหายใจของพวกนักเรียนดังขึ้น พวกเขาได้รับการฝึกฝนเพื่อให้วิ่งหนีสัตว์กลายพันธุ์และอันตรายต่างๆโดยเฉพาะมาแล้ว ดังนั้นความเร็วจึงไม่น้อยไปกว่าพวกนักล่ามืออาชีพเลย
ในขณะที่สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งฝึกฝนการล่า เรียนรู้เกี่ยวกับการต่อสู้และการโจมตีของสัตว์กลายพันธุ์ พวกนักเรียนของสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้กลับเรียนรู้วิธีการหลบหนี เส้นทางที่ปลอดภัย และการสังเกตพื้นที่ ความแตกต่างนี้ทำให้ทุกคนมีเอกลักษณ์ในการเอาตัวรอดที่เฉพาะและต่างกัน
ซูหยวนรออยู่ในค่ายแล้ว เมื่อพวกนักเรียนวิ่งกลับมา ก็รีบส่งสัญญาณให้สมาชิกในหน่วยรีบเตรียมจดบันทึก แน่นอนว่าเพื่อไม่ให้พลาดรายละเอียดต่างๆ เธอยังใช้ผลึกเพื่อเก็บภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
“กรู้ก!!”
“มาแล้ว!!” พวกนักเรียนที่กำลังพักหอบหายใจอุทานขึ้น เห็นไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่อยู่ครบทั้ง 7 ตัว ไม่ขาดไม่หายไปแม้แต่ตัวเดียวก็รู้สึกหวาดกลัวมาก
ทั้งๆที่ค่ายของพวกเขาอยู่เกือบจะชายเขต B แล้วแท้ๆ ไม่ควรจะเจอสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมากขนาดนี้พร้อมกัน คิดไม่ถึงว่าเวลานี้จะได้เจอกับพวกมันถึง 7 ตัว แถมยังเป็นไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่ปกติแล้วไม่กลัวผงไล่สัตว์กลายพันธุ์ด้วย
“ไอ้แบบจำลองนั่นจะใช้การได้จริงๆใช่ไหม” นักเรียนคนหนึ่งพึมพำออกมา ถ้าแบบจำลองนั่นไม่ได้ผลล่ะก็....เท่ากับค่ายนี้ก็จะถูกทำลายแล้วใช่ไหม? จำนวนของไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ 7 ตัวนั้นมากเกินไป พวกนักล่าไม่กี่คนนี้ก็รับมือไม่ไหวหรอก
“ถ้าเกิดอะไรขึ้น แล้วฉันได้รับบาดเจ็บแม้เพียงนิดเดียว ฉันจะขอให้คุณพ่อจัดการแน่”
“ใช่ พวกนั้นคิดจะเอาพวกเราเป็นเหยื่อในการทดลอง ต่อให้เป็นทหารก็เถอะ ฉันจะไม่ปล่อยไปแน่!!” ภายใต้ความกดดันที่น่ากลัวนี้ นักเรียนเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ทั้งยังโยนความรับผิดชอบไปให้ผู้อื่นด้วย อย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่จะบอกว่าพวกเขาผิดพลาดด้วยตัวเอง
ทั้งๆที่ทุกคนก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ต่อให้ไม่มีการทดลองนี้ เจอไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ถึง 7 ตัว ค่ายนี้ก็รักษาไว้ไม่ได้แล้ว...
ปีที่ผ่านมา การทดสอบนี้จะเกิดขึ้นในพื้นที่ล่าเขต A ทำให้การใช้ผงยาไล่สัตว์กลายพันธุ์ได้ผลดี พวกอาจารย์สามารถวางใจได้เมื่อสร้างค่ายให้เด็กๆเสร็จสิ้น แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน...ที่นี่คือเขต B ทั้งยังมีตัวอันตรายอย่างไก่หงอนแดงกลายพันธุ์อยู่ด้วย ดังนั้นต่อให้เป็นเหล่าอาจารย์...พวกเขาก็ยังลุ้นระทึกกับการป้องกันข้างหน้า
“กรู้ก!!” ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ตั้งท่าเตรียมจู่โจม พวกมันไล่หลังนักล่ามาติดๆ อีกไม่นานก็คงจะโจมตีได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกมันขยับปีกก็บังเกิดกระแสลมขนาดเล็ก ถึงจะเป็นสายลมเล็กๆน้อยๆนี้ แบบจำลองหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ที่ออกแบบมาเพื่อรับกับสายลมธรรมชาติก็ขยับไปมา....
……………………………………