บทที่ 268 เกิดเรื่องใหญ่แล้ว (อ่านฟรี 30 พ.ย.68)
บทที่ 268 เกิดเรื่องใหญ่แล้ว (อ่านฟรี 30 พ.ย.68)
บทที่ 268 เกิดเรื่องใหญ่แล้ว
พรึ่บๆ
เสียงการเคลื่อนไหวของพวกมันดึงดูดความสนใจของทั้งอาจารย์ นักเรียน และแม้แต่ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ เห็นเถาวัลย์ที่เหมือนแขนขาของพวกมันขยับราวกับตั้งท่าโจมตี ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่อยู่ในระยะ 100 เมตรก็ชะงักไป
“กรู้ว!!” มันร้องเตือนพวกพ้องที่ไล่ล่าพวกนักล่าอย่างสนุกสนาน ทำให้พวกพ้องไก่หงอนแดงกลายพันธุ์หยุดลงเพื่อมองดูภาพตรงหน้าด้วยเช่นกัน
ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ 1 ตัวเคลื่อนไหวทำให้เกิดการขยับเล็กน้อย แต่เมื่อไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ 7 ตัวมาอยู่ตรงหน้า หม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ที่เป็นแบบจำลองก็สะบัดไปมาอย่างรุนแรง ทำท่าราวกับต้องการฆ่าศัตรูอย่างไรอย่างนั้น!
“กรู๊ว!!”
ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ทั้ง 7 ตกใจมาก เมื่อมันขยับก็เกิดกระแสลมทำให้หม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ขยับอีก เป็นเช่นนี้ไปสามสี่ครั้ง ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่ค่อยๆถอยร่นไป ในที่สุดก็กระพือปีกวิ่งหนีไปท่ามกลางความตื่นเต้นของพวกนักล่าและคนจากสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้
แน่นอนว่านอกจากพวกเขาแล้ว คนที่ตื่นเต้นกับภาพนี้มากที่สุดคงไม่พ้นพวกผู้นำของฝ่ายวิจัยและฝ่ายปกครอง เมื่อรู้ว่าผลลัพธ์ออกมายอดเยี่ยมเช่นนี้แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการใช้งานอีก ทุกคนมีความสุขมาก เตรียมเรียกให้พวกทหารกลับไปที่หน่วยเพื่อชื่นชมสักหลายประโยคแล้วก็จะได้เริ่มการผลิตเพื่อจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็ได้เกิดขึ้นแล้ว...
ปัง!!
.......................
“ช่างบังเอิญจริงๆ วันนี้พวกผู้นำตัดสินใจจะหลอกล่อไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ไปที่ค่ายเพื่อทดสอบแล้วหรือ?” เสียงแหบของชายวัย 60-70 ปีคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา น้ำเสียงแสดงความตื่นเต้นไม่น้อย
“ใช่ครับ และวันนี้ก็คือวันครบกำหนด 4 วันที่สารพิษจะถูกดูดเข้าไปครบพอดี ดังนั้นก่อนที่การทดลองนี้จะถูกมองว่าประสบความสำเร็จ มันจะต้องเกิดระเบิดขึ้นมาแน่ครับ”
“ฮ่าๆ ดี ดี อย่างนั้นก็เตรียมรายงานไว้เลย หลังจากเกิดปัญหาขึ้น อีกสองวันให้หลังฉันจะยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผู้นำที่มอบหน้าที่สำคัญให้กับคนของหน่วยอื่น และไม่มีความสามารถในการเป็นหัวหน้าห้องวิจัยที่แท้จริง ... ในเมื่อเขาต้องการสนับสนุนคนของตัวเองนัก อย่างนั้นก็ให้จบไปพร้อมกับไอ้จ่าสิบโทรุ่ยเสียเลย”
“รับทราบครับ” ลูกน้องคนสนิทพยักหน้ารับ แม้เขาจะไม่ชอบวิธีการเช่นนี้เลยก็ตาม แต่นี่เป็นคำสั่งของหัวหน้า เขาสามารถปฏิเสธได้หรือ? นอกจากนี้...ลงมือก็ลงมือไปแล้ว ทำได้แค่ต้องไปให้สุดเท่านั้น หากเขาเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป มีแต่ตัวเองนั่นแหละที่จะเดือดร้อน
พวกนักวิจัยที่ได้ลงมือไปก่อนหน้านี้ก็กำลังรอข่าวดีเช่นกัน พวกเขาต้องการให้ผลการทดลองนี้ล้มเหลว แต่ไม่มีเวลากำหนดเหมือนกับที่จ่าสิบเอกไป๋วางแผนเอาไว้โดยใช้พวกเขาเป็นเครื่องมืออีกทอด
หากถูกเปิดโปงขึ้นมา คนที่จะต้องรับโทษก่อนก็คือพวกเขา เพราะเป็นพวกเขาที่ลงมือปรับเปลี่ยนก่อน จ่าสิบเอกไป๋ลงมือเบื้องหลังโดยที่ไม่มีใครรู้นอกจากลูกน้องคนสนิท ดังนั้นตอนนี้จึงไม่ได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว...กำลังมีคนยื่นมีดมาให้พวกเขา ไม่ได้เอาไว้แทงศัตรู แต่เอาไว้แทงข้างหลังตัวเองต่างหาก!
แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้ ย่อมไม่ได้คาดหวังว่าจะเกิดเรื่องราวใหญ่โตอะไร เพียงพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยเท่านั้น
“คิดว่าแบบจำลองนั่นจะพังตอนไหนหรือ?”
“อืม คิดว่าไม่น่าจะเกิน 7 วันนะ สายป่านที่ใส่เข้าไปนั้นไม่ได้มีความคงทนมากนัก”
“ก็ดีแล้ว พวกอาจารย์จากสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้จะได้เห็นว่าอุปกรณ์นี้ใช้ไม่ได้ พวกเขาควรหาวิธีการรับมือได้ทันเวลา”
“ใช่ๆ พวกเราก็คาดหวังแบบนั้น ถึงจะอยากให้ผลการทดลองออกมาย่ำแย่ ก็ไม่ได้อยากให้พวกนักเรียนต้องตาย”
“ใช่ ตอนนี้ก็รอฟังผลเถอะ ผ่านมาสี่วันแล้วก็มีโอกาสที่จะได้ลุ้นเหมือนกัน” ในขณะที่พวกเขากำลังคิดในแง่ดีอยู่นั้น จู่ๆทหารของหัวหน้าห้องวิจัยที่เป็นหนึ่งในนั้นก็พรวดพราดเข้ามา
“หัวหน้าครับ แย่แล้ว แย่แล้วครับ!!” เห็นคนสีหน้าแตกตื่นเข้ามา ดวงตาของพวกหัวหน้าที่กำลังพูดคุยกันอยู่ก็ไหววูบ
แย่หรือ? อะไรแย่แล้วกัน? หรือว่า...การปรับเปลี่ยนของพวกเขาไม่ได้ทำให้แบบจำลองพังทะลายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอื่นๆด้วยหรือ? ถ้าอย่างนั้น...หากมีการสอบสวนครั้งใหญ่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะต้องรับโทษหนักหรือ?
“เกิดไรขึ้น! รีบพูดมา!” คนเป็นหัวหน้าตวาดออกไป ปล่อยให้เขาลุ้นระทึกเช่นนี้อยู่ได้อย่างไร
“คือว่า....”
“คือว่าอะไร?”
“ผมไปได้ยินมา แผนของพวกเราที่ต้องการทำลายแบบจำลองนั้นถูกปรับเปลี่ยนแล้วครับ”
“ถูกปรับเปลี่ยน?” พวกหัวหน้าสับสน ไม่เข้าใจว่ากำลังหมายถึงอะไรกันแน่ ซึ่งทหารที่เข้ามารายงานกลืนน้ำลายอึกหนึ่งก่อนจะค่อยๆพูด
“ใช่ครับ จากที่แค่ต้องการทำลายแบบจำลอง เวลานี้มันถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นการทำงานที่รุนแรงขึ้น....คือว่า...ถ้าแบบจำลองนั้นดูดซับสารพิษเข้าไปมากเท่าไร ก็จะยิ่งเกิดการระเบิดของสารพิษออกมารุนแรงขึ้นเท่านั้น ด้วยผลเช่นนี้...จะทำให้พวกนักเรียนหรือแม้แต่อาจารย์ของสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้ต้องตกตายหลายสิบคนแน่ครับ!”
“อะไรนะ!!” หัวหน้านักวิจัยทุกคนตะโกนลั่น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย บางคนถึงกับมือสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวด้วยซ้ำ
หากเป็นเรื่องใหญ่ถึงกับมีคนตาย อย่างนั้น...อย่างนั้นโทษของเรื่องนี้จะไม่ได้ลงแค่ที่หัวของพวกเขาแล้ว แต่มันจะต้องส่งไปยังตระกูลของพวกเขา ครอบครัวของพวกเขาด้วยแน่
“เป็นแบบนี้ได้อย่างไร ใคร? ใครเป็นคนทำเรื่องเลวทรามเช่นนี้”
“พวกเราเป็นเหยื่อแล้ว คงมีคนต้องการทำร้ายสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้หรือไม่ก็จ่าสิบโทอันอย่างแรงจนถึงกับอยากให้พวกเธอต้องตาย ถ้าถูกจับไม่ได้ขึ้นมาก็ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าถูกจับได้...”
“พวกเราต้องรีบหยุดเรื่องนี้ ก่อนที่มันจะระเบิด!”
“ใช่ๆ พวกเราจะต้องหยุดไม่ให้เกิดขึ้น ถ้าป้องกันได้...อย่างน้อยๆพวกเราก็อาจจะถูกลงโทษแค่เล็กๆน้อยๆเท่านั้น” พวกนักวิจัยคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน พวกเขาต้องการจะพบกับพวกผู้นำเพื่อรีบหยุดการทดสอบนั้น อย่างไรก็ตาม...ยังไม่ทันที่จะได้ออกไปจากห้อง ตอนนั้นทหารลูกน้องของนักวิจัยห้องหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่น
“หัวหน้าครับ ได้เรื่องแล้วครับ เกิดปัญหาแล้ว!”
ได้ยินแค่นั้น หัวใจของทุกคนก็หล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ... ช่างดีเสียจริง ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ได้เรื่องแล้วหรือ? เกิดปัญหาแล้วหรือ? เช่นนั้นหัวของพวกเขาก็รักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว!
คนที่วิ่งเข้ามารายงานไม่คิดเลยว่าจะได้รับการตอบรับเช่นนี้ หัวหน้านักวิจัยสองคนถึงกับเป็นลมเซถอยหลังไป หากไม่มีคนรับเอาไว้ได้ทันน่าจะหัวฟาดพื้น ในขณะที่สีหน้าของคนอื่นๆก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ทุกคนแสดงความหวาดกลัวถึงขีดสุด ซึ่ง...ท่าทางเช่นนี้ดูเกินจริงไปไม่น้อย
“อะ เอ่อ ทำไมทุกคนถึงได้....” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบก็ได้เห็นหัวหน้าของตนเองร้องไห้ออกมาแล้ว
“จบแล้ว ฮือๆ จบแล้วชีวิตของฉัน ตระกูลของฉัน....ความพยายามที่ผ่านมา จบลงแค่ตรงนี้แล้ว”
“เอ่อ หัวหน้าครับ ทำไมถึงพูดแบบนั้น...”
“พวกคุณก็รีบล่ำลาครอบครัวตัวเองเสียเถอะก่อนที่จะไม่มีเวลาอีกแล้ว เมื่อไรที่พวกเขาตรวจสอบเจอ...พวกเราก็คงจะถูกลากไปจัดการทันที” หัวหน้าของเขาแทบจะคลานออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง คนเป็นลูกน้องยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
“หัวหน้า แค่การลงมือของพวกเราถูกตรวจพบก่อนที่จะเอาแบบจำลองไปใช้ จะต้องสั่งเสียครอบครัวด้วยหรอครับ” เมื่อเขาพูดเช่นนี้ออกมา หลายคนที่กำลังร่ำไห้ก็ชะงักไป
“ว่าอย่างไรนะ?”
“นั่นน่ะสิ เมื่อครู่ฉันได้ยินอะไรน่ะ!” เดิมทีลูกน้องทหารคนนั้นคิดว่าพวกหัวหน้าจะเศร้าต่อไป คิดไม่ถึงว่าเมื่อเขาบอกว่าการวางแผนของพวกตนถูกเจอก่อน พวกหัวหน้ากลับไม่ได้แสดงท่าทางหงุดหงิดอะไร ทว่า...กลับกัน ทำไมพวกเขาดูจะดีใจมากนักเล่า
ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องการทำลายผลการทดสอบครั้งนี้หรือ? ทำไมถึงดีใจที่ผลการทดสอบจะผ่านไปด้วยดีด้วยล่ะ!
“คือว่า...แผนที่พวกเราวางเอาไว้นั้นล้มเหลวแล้ว พวกนั้นไม่ได้เอาแบบจำลองที่พวกเราปรับเปลี่ยนไปใช้งาน...” คนพูดอีกครั้งด้วยท่าทางไม่เข้าใจนัก
“ดี ดียิ่งนัก!”
“ฮ่าๆ นี่แหละที่เรียกว่าพระเจ้ายังไม่ทอดทิ้งพวกเรา”
“ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ ผู้ใดเป็นผู้ที่พบเจอความผิดปกตินี้ ฉันจะต้องไปขอบคุณเขาด้วยตัวเองให้ได้” พวกหัวหน้าห้องวิจัยต่างก็กล่าวขอบคุณกันยกใหญ่ ท่าทางของทุกคนช่างแปลกประหลาดยิ่ง!
ในขณะที่สถานที่ทำงานของฝ่ายศึกษาวิจัยกำลังมีความสุข เสียงดัง “ปัง” ที่เกิดขึ้นก็ทำให้พวกนักเรียนถึงกับตกใจ บางคนส่งเสียงอุทานขึ้นมาด้วยซ้ำ ภาพที่พวกเขาเห็นก็คือภาพของแบบจำลองหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์ที่เพิ่งจะพ่นกระสุนออกไปอย่างกะทันหัน
ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ที่คิดจะวิ่งหนีไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะถูกโจมตีเช่นนี้ ตัวที่อยู่ด้านหลังสุดถึงกับล้มหน้าคะมำไป บอลกาวตัวหนืดถูกใช้งานออกมาในขณะที่พวกมันกำลังวิ่ง ขัดขวางการเคลื่อนไหวอย่างทันทีจนทำให้มันไม่ทันได้ตั้งตัว
“ต๊าก!!” เจ้าตัวซวยส่งเสียงร้องลั่น ยิ่งส่งผลให้ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ตัวอื่นๆเพิ่มความเร็วของมันมากขึ้นแล้วก็หายลับสายตาไป ทิ้งไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ผู้โชคร้ายนอนคลุกอยู่กับบอลกาวตัวหนืดเช่นนั้น
ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เป็นสัตว์มีขน เมื่อมันล้มลงแล้วละเลงอยู่กับบอลกาวตัวหนืด ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะถูกตรึงเอาไว้อย่างแน่นหนา
“นั่น...เกิดอะไรขึ้น” พวกเขามองไปรอบๆอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะได้เห็นซูหยวนที่กำลังถืออุปกรณ์บางอย่าง
“นี่เป็นการทดสอบคำสั่งโจมตีกลับ ไม่ได้มีอะไรที่ต้องกังวล” เพราะมีคนคิดจะเล่นกับตัวอย่างทดลองของเธอ ดังนั้นซูหยวนจึงอาศัยโอกาสเปลี่ยนแบบจำลองนั้นเพื่อให้มีคุณสมบัติที่ดีมากขึ้น พูดให้ถูกก็คือ...พวกเขาสร้างแรงบันดาลใจให้เธอนั่นเอง
ในเมื่อพวกเขาวางแผนจะให้แบบจำลองหม้อข้าวหม้อแกงปล่อยระเบิดพิษออกมา ถ้าอย่างนั้น...เพียงใส่กลไกเข้าไปเล็กน้อยก็น่าจะทำให้มันสามารถยิงระเบิดออกมาได้จริงๆ แต่ระเบิดในเขต B นี้ไม่คุ้มค่า ซูหยวนจึงมองหาอุปกรณ์อื่นๆเข้ามาใส่ในปากกระบอก จากนั้นก็ซ่อนเอาไว้ในแบบจำลองเหล่านี้
เธอไม่ได้ตั้งค่าให้มันโจมตีทันทีที่มีสัตว์กลายพันธุ์เข้ามาใกล้ หากแต่ใช้การควบคุมของมนุษย์ นี่ก็เพื่อลดความผิดพลาดในการโจมตี เพราะมีเวลาจำกัดเกินไป หากทำให้มันโจมตีอัตโนมัติได้ ยังต้องใช้เวลาในการศึกษาปรับเปลี่ยนกลไกอีกมาก แถมทหารที่จะช่วยเหลือด้านวิศวกรรมเช่นนี้ยังไม่ได้มีในห้องทำงานของเธอเลย
แม้จะเป็นแบบนั้น ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมานี้กลายเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเกินกว่าที่ทุกคนคาดหวังเอาไว้แล้ว แม้แต่พวกผู้นำก็เกือบจะออกมาจากที่ซ่อนแล้วปรบมือให้เธอ ยังดีที่พวกเขารู้ว่าไม่สามารถทำลายการทดสอบของเด็กๆจากสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้ได้ ดังนั้นจึงทำได้แค่ข่มความรู้สึกตื่นเต้นของตัวเองไว้ก็เท่านั้น
นักล่าเข้าไปจัดการไก่หงอนแดงกลายพันธุ์ผู้โชคร้าย เก็บแกนพลังงานของมันและชิ้นส่วนเอาไว้ พวกเขายังคำนวณอีกว่า ถ้าซูหยวนโจมตีเร็วกว่านี้ บางทีไก่หงอนแดงกลายพันธุ์คงถูกบอลกาวตัวหนืดนี้หยุดเอาไว้ได้ทั้งหมด ช่างเป็นอุปกรณ์ที่วิเศษจริงๆ หลังจากนี้จะต้องแจ้งกับพวกหัวหน้าองค์กรให้รู้แล้ว เมื่อกองทัพผลิตสิ่งนี้ออกมา พวกเขาจะต้องเป็นกลุ่มแรกๆที่ซื้อมันมาได้!
…………………………………