บทที่ 271 แนวคิดระดมทุน (อ่านฟรี 3 ธ.ค. 68)
บทที่ 271 แนวคิดระดมทุน (อ่านฟรี 3 ธ.ค. 68)
บทที่ 271 แนวคิดระดมทุน
เมื่อหญิงสาวออกจากห้องทำงานของตนเอง ทหารของฝ่ายศึกษาวิจัยที่ได้เห็นเธอก็แอบกระซิบกระซาบกันใหญ่ ถ้าซูหยวนไม่ได้รู้มาจากทหารในกลุ่มของเธออยู่ก่อนแล้ว จะต้องประหลาดใจกับท่าทางของพวกเขามาก ตอนนี้คงไม่ใช่ว่าทุกคนเชื่อไปหมดแล้วหรือว่าเธอก็คือลูกนอกสมรสของประธานจางคนนั้นน่ะ
ไม่รู้ว่าประธานจางคนนั้นได้ยินเรื่องนี้แล้วจะพูดอย่างไร ตัวเขาคงไม่อยากให้เธอใช้ประโยชน์จากฐานะนี้เพื่อสร้างอำนาจให้ตัวเองเป็นแน่ บางทีอาจจะไม่พอใจเธอแล้วก็ลดการสนับสนุนไปเลยก็ได้
ซึ่งความคิดของซูหยวนถูกต้องเพียงครึ่งเดียว ประธานจางย่อมไม่พอใจกับข่าวลือเหล่านั้น เขาไม่อยากให้ทุกคนพูดกันไปว่าตัวเขาให้สิทธิพิเศษกับอันซูหยวนเนื่องจากเธอเป็นลูกสาวนอกสมรส ทว่า...การที่เขาให้ความสำคัญกับเธอมากเป็นพิเศษนั้นคือเรื่องจริง
หลังจากนี้โดยที่ซูหยวนก็ไม่รู้ ประธานจางผู้นั้นยังต้องจัดการเรื่องข่าวลือนี้ด้วยตัวเอง เปลี่ยนกระแสจากลูกนอกสมรสเป็นสตรีในดวงใจให้ได้ ถึงจะเป็นงานหนักเพราะลักษณะของซูหยวนเหมือนเด็กสาวอายุน้อย ในขณะที่ตัวเขาดูเป็นคนอายุมากแล้วก็ตาม แต่เรื่องพวกนี้ไม่ได้เกินความพยายามของประธานจางที่มั่งคั่งผู้นั้นหรอก
ไม่ใช่ว่าแค่โยนเงินออกไป แม้แต่สุนัขก็ยังพูดภาษามนุษย์ได้หรอกหรือ? แล้วสิ่งที่จางอู่หยางไม่ขาดคือสิ่งใด? แน่นอนว่าต้องเป็นเงินก้อนโตอย่างไรล่ะ!
“ขอพบผู้นำได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากจะเสนอแนวคิดให้ท่านพันโทหวงเกี่ยวกับการระดมทุน”
ซูหยวนบอกกับทหารที่ดูแลความปลอดภัยอยู่หน้าห้องทำงานของพันโทหวง อีกฝ่ายมองอันซูหยวนเล็กน้อย ในแววตายังมีประกายความเกรงขามอยู่ด้วย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่มองว่าเธอก็เป็นแค่เพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง เวลานี้กลับต้องให้ความเกรงใจเธอหลายส่วน นั่นก็เพราะฐานะลูกสาวนอกสมรสของประธานจางช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะรีบรายงานท่านผู้นำ รบกวนจ่าสิบโทอันรอสักครู่” เขาว่าอย่างนั้นแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในห้อง ไม่กล้าปล่อยให้อันซูหยวนต้องรอนาน
พันโทหวงไม่ได้ยินเรื่องข่าวลือไร้สาระอะไรนั่น ทว่าความสำคัญของอันซูหยวนยังคงมีอยู่ ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าเธอขอเข้าพบ เขาจึงรีบวางงานในมือ กระทั่งโบกมือให้ร้อยเอกหูช่างเฉิงและร้อยโทจางหมิงถอยออกไปก่อน ทั้งคู่เองก็เข้าใจ แม้งานที่พวกเขาเอามาปรึกษากันวันนี้จะสำคัญ ก็คงจะไม่สำคัญไปกว่าการมาถึงของหญิงสาว
“ขออนุญาตค่ะ” ซูหยวนเดินเข้ามาข้างใน เห็นทั้งสามคนยืนอยู่ก่อนแล้วก็ก้มหัวทักทายตามมารยาท
“เชิญนั่งก่อน” หวงเต๋อกังผายมือเชิญ เมื่ออันซูหยวนนั่งลงแล้ว ทั้งสามก็นั่งลงตาม เห็นได้ชัดว่าให้เกียรติซูหยวนไม่น้อย
“ขออภัยที่มารบกวนกะทันหันนะคะ แต่เมื่อครู่ทหารในทีมของฉันพูดถึงเรื่องการขาดแคลนเงินทุนเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงให้การทำงานของฝ่ายดีขึ้น ดังนั้นฉันที่พอมีความคิดก็เลยอยากจะนำมาเสนอค่ะ ไม่ทราบว่ามีเวลาพอจะฟังไหมคะ หรือถ้าต้องการให้ฉันทำเป็นรายงานเสนอมาตามขั้นตอนก็ได้ค่ะ”
“โอ้ ไม่เป็นไร ตอนนี้พวกเราเองก็ปวดหัวมาก ดีแล้วที่เธออยากจะช่วยเหลือ”
“ใช่แล้ว จ่าสิบโทอัน พวกเราก็เป็นกันเองเช่นนี้ มีอะไรก็พูดออกมาเถอะ ไม่ต้องเป็นพิธีรีตองอะไรนักหรอก” พวกผู้นำผลัดกันพูดคนละคำสองคำ ล้วนแต่ยินดีที่อันซูหยวนเสนอตัวจะช่วยทั้งนั้น
หญิงสาวผ่อนลมหายใจเล็กน้อย เธอเข้ามาก้าวก่ายงานของคนอื่นเช่นนี้ก็ดูไม่เหมาะสมอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม...เรื่องนี้จะกลายเป็นประโยชน์ให้หัวหน้าของเธอ ซูหยวนจึงต้องการเสี่ยงดู ไม่คิดว่าพวกเขาจะใจกว้างขนาดนี้
“ขอบคุณที่รับฟังข้อเสนอนะคะ ฉันแค่คิดว่าอยากให้สถานที่ทำงานมีความปลอดภัยมากขึ้น ก็เลยอยากเสนอเรื่องระดมทุนจากพวกองค์กรอิสระต่างๆค่ะ”
“ระดมทุนหรือ? พวกเราก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ก่อนหน้านี้ก็เปิดรับบริจาคจากพวกเขามากแล้ว ถ้ายังเปิดรับบริจาคอีก...คงไม่มีคนสนใจที่จะให้พวกเราแล้ว”
“นั่นน่ะสิ จ่าสิบโทอันคงไม่รู้ ทุกครั้งก็มีการระดมทุนเช่นนี้เมื่อมีโครงการใหญ่ๆที่ต้องการเงินสนับสนุนมาก แต่เงินเหล่านั้นก็เป็นเงินที่ผู้ลงทุนต้องการให้ใช้กับโครงการหนึ่งๆ ไม่อาจจะเอามาใช้มั่วๆได้”
พวกผู้นำเองก็คิดเรื่องนี้มาก่อนแล้วเหมือนกัน แต่พวกเขาก็รู้ว่ามันเป็นปัญหาอย่างไร จู่ๆจะเรียกระดมเงินทุนให้เข้าหน่วย บอกว่าเพื่อปรับปรุงการทำงานของฝ่ายตัวเอง เช่นนี้คงจะถูกไล่ให้ไปของบส่วนกลางจากกองทัพเสียมากกว่า พวกเขาไม่ได้ประโยชน์อะไร จะมีนักลงทุนโง่เง่าที่ไหนต้องการร่วมทุนกันล่ะ!
ซูหยวนยิ้มเล็กน้อย เรื่องนี้เธอก็รู้ แต่การระดมทุนที่เธอว่าไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิด
“นอกจากจะมีโครงการใหญ่ๆที่กองทัพคิดค้นได้แล้ว ในแต่ละปีก็มีโครงการเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นมากมายไม่ใช่หรอคะ โครงการที่พวกเราทำเสร็จแล้วก็เอาออกประมูลขายลิขสิทธิ์นั่นน่ะค่ะ แม้ว่าการนำออกประมูลจะดีเพราะทำให้มูลค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นได้อีกเล็กๆน้อยๆ แต่มันก็ไม่ใช่เงินก้อนโตอะไร แถมยังเป็นเงินที่เข้ากระเป๋านักวิจัยเองด้วย ไม่มีส่วนแบ่งของกองทัพมากนัก”
“ดังนั้น...ถ้าเปลี่ยนใหม่ พวกเราเปิดโอกาสให้นักลงทุนอิสระเหล่านั้นได้ระดมทุน เสี่ยงโชคในแต่ละปี โดยคนที่สนับสนุนกองทัพมากที่สุดในปีนั้นๆ จะเป็นคนที่ได้รับสิทธิในการเลือกซื้อโครงการดีๆไปก่อน โดยราคาลิขสิทธิ์ของโครงการนั้นๆ ให้เป็นราคาที่กองทัพคำนวนแล้วว่าคุ้มค่า เพราะอย่างไรที่ผ่านมา...เงินจากการประมูลลิขสิทธิ์ บางครั้งก็ได้ราคาที่เป็นธรรม แต่บางครั้งก็เป็นราคาที่ขาดทุนไม่ใช่หรอ”
“หากพวกเราเป็นคนคำนวณเอง เมื่อไรที่ผู้ลงทุนให้เงินน้อยกว่าต้นทุนของโครงการนั้น พวกเราก็ไม่ต้องขายก็ได้แล้ว อาจจะพัฒนาต่อยอดจนทำให้โครงการนั้นๆเกิดประโยชน์มากขึ้น หรือรอปีอื่นๆจนมีคนสนใจก็ได้ แบบนี้พวกเราก็ได้ประโยชน์ นักลงทุนก็มีโอกาสด้วยเช่นกัน”
เมื่อซูหยวนพูดเช่นนี้ พวกผู้นำก็ยังสับสนอยู่บ้าง พวกเขาเข้าใจหลักการแล้ว แต่ใครจะอยากเสียเงินเปล่าๆเพียงเพื่อให้ได้โอกาสในการเลือกโครงการก่อนด้วยหรือ?
อีกอย่าง...ในหนึ่งปีนั้นอาจจะไม่มีโครงการดีๆออกมาวางขายเลยก็เป็นได้ แบบนี้ไม่ถือเป็นการหลอกลวงพวกนักลงทุน แล้วสุดท้ายก็จะถูกพวกเขาโจมตีเอาหรือ?
“เรื่องนี้....เป็นความคิดที่ดีที่จะให้พวกเรากองทัพเป็นผู้ตั้งราคาของโครงการเอง ทว่า....ปัญหาก็คือ การระดมทุนนั้น อาจจะถูกมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้อื่นก็ได้นะ” ร้อยเอกหูส่ายหน้า เขากลัวว่าด้วยเรื่องนี้ ชื่อเสียงของกองทัพจะต้องเสียหายแน่ ถึงแม้พวกเขาจะอยากได้เงินแค่ไหน ก็ไม่ควรเอาชื่อเสียงไปทิ้งเช่นนั้น
“ไม่เอาเปรียบหรอกค่ะ ฉันลองคำนวณดูแล้ว พบว่าฝ่ายของพวกเรานั้น...มีค่าเฉลี่ยโครงการที่ขายลิขสิทธิ์ได้ต่อปีประมาณ 20 โครงการ รวมโครงการน้อยใหญ่ทั้งหมด ดังนั้น...ถ้าพวกเราการันตีว่าจะมีโครงการออกขายลิขสิทธิ์ปีละ 20 โครงการเพื่อให้พวกเขาเลือกแน่นอน ก็จะไม่ถือว่าพวกเราหลอกลวงแล้ว”
“ส่วนเรื่องที่พวกเขาจะเจอโครงการที่ถูกใจหรือไม่นั้น ให้เธอว่าเป็นเรื่องของโชคก็ได้ค่ะ อย่าลืมว่าหลายครั้งพวกนักลงทุนก็พลาดโอกาสดีๆในการลงทุนไป เนื่องจากภายในกองทัพมีการใช้เรื่องเส้นสายเข้าช่วย หลายครั้งที่การลิขสิทธิ์ต้องขายขาดทุนก็เพราะมีการฮั๊วการประมูลไม่ใช่หรอคะ ด้วยเรื่องนี้...ย่อมจะตัดปัญหานั้นไปได้แน่ๆ ฉันเชื่อว่าพวกนักลงทุนมือสะอาดจะต้องให้ความสนใจแน่ค่ะ”
เมื่อซูหยวนพูดถึงตรงนี้ ทุกคนก็คิดตามกันไป เธอรู้ว่าพวกเขายังไม่เชื่อเพราะมันถือเป็นเรื่องใหม่ จึงได้พูดอีกประโยค
“เรื่องนี้สามารถถามความคิดเห็นของกลุ่มนักลงทุนที่เคยติดต่อเข้ามาซื้อลิขสิทธิ์โครงการต่างๆของพวกเราได้นะคะ โดยลงคะแนนเสียงว่าพวกเขาเห็นด้วยกับวิธีการเช่นนี้หรือไม่”
หลังจากที่ได้ยินข้อเสนอนี้ พวกผู้นำก็มองหน้ากัน ดูเหมือนการสำรวจความคิดเห็นของพวกนักลงทุนก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ติดต่อพวกนักลงทุนเพื่อระดมทุนโครงการใหญ่โตอยู่บ่อยๆ ดังนั้นจะติดต่อพวกเขาอีกก็คงไม่เป็นอะไร
อีกอย่าง...ด้วยเรื่องนี้ ย่อมมองออกได้ง่ายๆ คนที่ไม่มีเส้นสายหรือเล่นตุกติกในระหว่างการประมูลจะต้องเห็นด้วยแน่ ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยจะต้องเป็นคนที่กลัวเสียผลประโยชน์ไปนั่นแหละ
“ขอสอบถามหน่อยนะ ด้วยการชใช้วิธีการนี้...ไม่ใช่ว่าโครงการดีๆทั้งหมดจะตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการระดมทุนในปีนั้นๆหรือ?” ร้อยเอกหูยังคงมีข้อกังขา เขากลัวว่าผู้คนจะพูดกันออกไปว่ากองทัพลำเอียงน่ะสิ ปล่อยให้โครงการดีๆกระจุกตัวอยู่ที่มือของผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่คน
แต่เมื่อซูหยวนได้ยินเช่นนี้ เธอกลับส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มจางๆ
“ฉันไม่คิดว่าจะมีคนพูดไปมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นหรอกนะคะ”
“หืม?”
“ก่อนหน้านี้เมื่อเอาโครงการดีๆออกประมูล ไม่ใช่ว่าส่วนใหญ่แล้วโครงการพวกนั้นก็อยู่ในมือของตระกูลใหญ่ที่มีเงินทองมากที่สุดหรอคะ แล้วมันจะต่างอะไรกับที่ผ่านมา? ถ้าพวกเขาต้องการสิทธิในการเลือกซื้อก่อนใคร เช่นนั้นก็ต้องจ่ายมากหน่อย นี่เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ”
“อีกอย่าง ด้วยวิธีการนี้...ฉันกลับคิดว่าน่าจะเกิดการกระจายตัวโครงการมากกว่าที่ผ่านๆมานะคะ พวกคุณอาจจะรู้อยู่แล้ว เกี่ยวกับการซื้อโครงการต่อจากคนอื่นๆ โดยพวกที่ใช้เส้นสายประมูลไปในราคาต่ำ จากนั้นพวกเขาก็ไปซื้อต่อกันเพื่อเกร็งกำไร”
“แทนที่จะให้พวกเราเป็นฝ่ายรับความเสียหายทั้งหมด สู้ตั้งราคาตั้งแต่เริ่ม...เมื่อพวกที่ต้องการเกร็งกำไรเช่นนี้เห็นราคาที่พวกเขาไม่อาจจะขายต่อได้ ย่อมไม่ลงมือเข้ามากอบโกยค่ะ พวกเขาสามารถทำได้แค่เลือกโครงการที่ตัวเองสนใจจริงๆเท่านั้น ส่วนผู้รับซื้อโครงการ ก็จะได้จ่ายตรงกับกองทัพ บางทีอาจจะได้ราคาที่ดีกว่าก็ได้ค่ะ”
ซูหยวนชี้ให้เห็นปัญหาและผลประโยชน์จากเรื่องนี้ พวกพันโทหวง ร้อยเอกหู และร้อยโทจาง สามคนจึงพยักหน้ารับ...ถึงพวกเขาจะพยายามเอากฎหมายมาข่มขู่ แต่เมื่อจับไม่ได้ ไม่มีหลักฐาน พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี นอกจากปล่อยให้กองทัพแบกรับความเสียหายจากการขาดทุนครั้งนั้นไป
“เอาล่ะ เรื่องนี้พวกเรารับรู้แล้ว เดี๋ยวจะปรึกษากับพวกผู้ใหญ่อีกครั้ง พร้อมกับสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนอิสระทั้งหลายด้วย ขอบคุณจ่าสิบโทอันมากๆที่ช่วยเหลือ”
“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณที่รับฟังข้อเสนอนะคะ”
พันโทหวงเป็นคนตัดสินใจ เขาลุกขึ้นเพื่อส่งหญิงสาวออกไปจากห้อง หลังจากนั้นก็เหลือบมองลูกน้องทั้งสองที่กำลังขบคิดเกี่ยวกับวิธีการที่ซูหยวนเสนอมา
“ทุกคนคิดอย่างไร”
“ครับ? เรื่องนี้...อาจจะเป็นปัญหาก็ได้ คงมีคนคัดค้านไม่น้อยเลย”
“ใช่ครับ พวกที่ไม่เห็นด้วยคงจะทำเรื่องไปถึงพวกผู้ใหญ่ ก่อนที่เราจะลงมือทำอะไร ก็คงต้องให้ผู้ใหญ่อนุมัติอีกที”
ทั้งสองตอบเช่นนี้ก็ถูกต้องแล้ว ทว่านี่ไม่ใช่ตอบที่พันโทหวงต้องการจะถามนี้ ดังนั้นเขาจึงส่ายหน้าไปมา
“ฉันหมายถึง...ทุกคนคิดอย่างไรกับการที่จ่าสิบโทอันเป็นคนเสนอให้ระดมเงินทุนเช่นนี้ เธอมีแผนการอะไรกันแน่” เมื่อพันโทหวงพูดอย่างนั้น ทั้งสองคนก็เงียบไป
ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้คิด จ่าสิบโทอันเป็นพวกที่ไม่ชอบยุ่งเรื่องของใคร เธอเป็นคนมีความสามารถมาก ถ้าคิดจะทำอะไรก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม...นิสัยของเธอค่อนข้างแปลก ถ้าเลือกได้ก็อยากจะทำงานคนเดียวมากกว่า แต่จู่ๆการที่เธอมาที่นี่เพื่อเสนอความคิดด้วยตัวเอง ย่อมต้องมีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง
“หรือว่า...เป็นประธานจางคนนั้นสั่งมา” ร้อยเอกหูอุทานขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในก็จริง แต่...ถ้าอันซูหยวนเป็นคนของประธานจาง ก็มีโอกาสมากที่เธอจะเล่าเรื่องนี้ให้ประธานจางฟัง
เช่นนั้น....คำแนะนำนี้ แท้จริงแล้วอาจจะได้มาจากประธานจางก็ได้
“ถ้าประธานจางคนนั้นเป็นเจ้าของความคิดนี้ ดังนั้น...เขาก็เตรียมตัวที่จะคว้าอันดับหนึ่งของการระดมเงินทุนครั้งนี้ใช่ไหม? ประธานจางคนนั้นไม่ทำอะไรที่เสียเปล่าอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเขามีบางอย่างที่ต้องการอยู่หรือ?”
ยิ่งคิด พวกเขาก็ยิ่งฟุ้งกันไปไกล จางอู่หยางไม่ได้รู้ความคิดของพวกเขาเลย เพียงแต่...เมื่อถึงวันระดมทุนจริงๆ จางอู่หยางก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะเป็นเหมือนกับที่พวกเขาเข้าใจ...ผู้คว้าอันดับหนึ่งในการระดมทุน ด้วยเงินบริจาคกว่า 70 ล้านเครดิต ก็คือประธานจางผู้นั้น!!
จางอู่หยางที่ทุกคนคิดว่าวางแผนจะทำการใหญ่ แท้จริงแล้วก็แค่ใช้เงินเพื่อให้หน้าตาแก่อันซูหยวนเท่านั้น ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เขาก็พร้อมที่จะสนับสนุน หลังจากนั้นก็ค่อยดูอีกทีว่าสามารถหาช่องทำกำไรได้อย่างไรบ้าง นั่นคือความจริงทั้งหมด แต่ทุกคนกลับคิดกันไปไกลเสียแล้ว...
ไม่ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร สุดท้ายแล้วพวกผู้ใหญ่ก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ของอันซูหยวน หากมีประธานจางสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เช่นนั้นพวกเขายังต้องกลัวจะไม่ได้เงินอีกหรือ? ดังนั้น...ภายใน 1 สัปดาห์ งานระดมทุนครั้งใหญ่ของฝ่ายศึกษาวิจัยก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
…………………………………….