LNCrawler

บทที่ 272 ตลบหลังหัวหน้าเก่า (อ่านฟรี 4 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 272 ตลบหลังหัวหน้าเก่า (อ่านฟรี 4 ธ.ค. 68)

บทที่ 272 ตลบหลังหัวหน้าเก่า

 

ปัง!!

 

“เด็กนั่น คิดจะทำอะไรกันแน่!!” เสียงของแตกกระจายทำให้พวกทหารที่กำลังจัดเอกสารงานวิจัยชะงักไป ทุกคนรับรู้ได้ว่าช่วงนี้หัวหน้าห้องวิจัยของพวกเขาอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรก็เถอะ แต่ทุกคนก็พยายามเคลื่อนไหวให้เงียบที่สุด กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นเป้าหมายในการระบายอารมณ์แทน

            

จ่าสิบเอกไป๋หงุดหงิดมาก ตั้งแต่ที่แผนการของตัวเองล้มเหลวไม่เป็นท่า หลังจากนั้นทำอะไรก็ล้วนแล้วแต่ถูกขัดขวางทั้งสิ้น กระทั่ง...แผนที่จะขายงานวิจัยของตัวเองให้ตระกูลหาน สุดท้ายยังต้องถูกพวกผู้นำขอให้หยุดก่อน เนื่องจากต้องการระดมทุนครั้งใหญ่ ดังนั้นจึงต้องเอาโครงการของเขารวมอยู่ด้วย

            

ถึงจะบอกว่าเขาสามารถขายลิขสิทธิ์ของตนเองด้วยการตั้งราคาเริ่มต้นได้ ไม่ยอมให้เสียกำไรที่ต้องการไปก็เถอะ ทว่า...เรื่องนี้ถามเขาหรือยังว่าเห็นด้วยหรือไม่?

            

โครงการนี้ตั้งใจจะขายให้ตระกูลหาน เดิมทีแล้วมูลค่าที่ควรจะขายก็คือ 12 ล้านเครดิต แต่เขากับตระกูลหานจะร่วมมือกัน ขายไปเพียง 8 ล้านเครดิต เนื่องจากกำไร 20 ส่วนจะต้องถูกแบ่งให้กองทัพในฐานะที่ให้การสนับสนุนการทำวิจัย แล้วอีก 20 ส่วนต้องแบ่งให้ทหารผู้ช่วยของตนเอง ส่วนตัวเขาจะเหลือแค่ 60 ส่วนเท่านั้น 

            

หากเขาขายในราคา 12 ล้านเครดิตตามที่ควรจะเป็น โครงการนี้จะได้กำไรหลังหักต้นทุน 4,800,000 เครดิต ต้องแบ่งให้กองทัพและให้กับทหารที่ช่วยงานในห้องวิจัยอย่างละ  960,000 เครดิต รวมเป็น  1,920,000 เครดิต เขาก็จะเหลืออยู่แค่ 1,920,000 เครดิตเท่านั้น

            

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะขายโครงการที่สมบูรณ์ออกไป สู้ให้เขาบอกว่ามีจุดอ่อนเล็กๆน้อยๆที่ยังต้องหาทางปรับปรุง แล้วนำออกประมูล 8 ล้านเครดิต ทำให้ต้องแบ่งกองทัพและทหารอย่างละ 160,000 เครดิต รวมเป็นเงิน 320,000 เครดิต ซึ่งตัวเขาจะได้แน่ๆคือ 320,000 เครดิตด้วย 

            

แต่...หลังจากนั้น เขาจะได้รับเงินจากตระกูลหานอีก 3 ล้านเครดิต ในขณะที่ตระกูลหานยังสามารถลดต้นทุนไปได้ 1 ล้านเครดิต ทั้งคู่เท่ากับมีแต่ได้กับได้เท่านั้นไม่ใช่หรือ?

            

ทว่า...ความคิดของอันซูหยวนทำให้เขาพลาดที่จะได้รับกำไรในส่วนนี้ เงินหลายล้านเครดิตหายไปในพริบตา ต่อให้คิดวางแผนเหมือนก่อนนี้ ปรับราคาให้เป็น 8 ล้านเครดิต เช่นนั้นจะไปถึงมือตระกูลหานหรือไม่? ถ้าผู้อื่นซื้อไปที่ 8 ล้านเครดิตจริงๆ ไม่ใช่ว่าเขาจะเดือดร้อนหรอกหรือ?

            

ในการประมูล เบื้องต้นตระกูลหานกับเขาตกลงกันไว้ที่ 8 ล้านเครดิตได้ แต่ถ้ามีคนคิดจะแข่งราคา ตระกูลหานก็จะสู้ราคาไป ถือว่าข้อตกลงก่อนหน้านี้เป็นโมฆะ เรื่องมันก็มีแค่นี้ บางครั้งได้โอกาสแสวงหากำไร บางครั้งไม่ได้...นี่ก็เป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่มีใครเสียหาย ครั้งนี้นี่แหละที่เรียกว่าเสียหายของจริงแล้ว!

            

ทางผู้ช่วยคนสนิทที่รู้ทุกเรื่องของจ่าสิบเอกไป๋ เขาเม้มริมฝีปากแน่น ตั้งแต่แผนการครั้งก่อนไม่สำเร็จ อันซูหยวนกลับมาพร้อมกับเสียงชื่นชม หัวหน้าของเขาก็เกือบจะฆ่าเขาทิ้งอยู่แล้ว เนื่องจากตัวเขาที่รู้มากเกินไป แถมยังทำงานผิดพลาดหลายต่อหลายครั้ง ทุกวันนี้จะเคลื่อนไหวอะไรยังต้องคอยกังวล กลัวว่าหัวหน้าจะตัดสินใจเด็ดขาดลงมือกับเขาเมื่อไรก็ได้

            

คนมีชนักติดหลังเช่นนี้ ย่อมไม่มีทางภักดีได้นาน ยิ่งเห็นหัวหน้าไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้เหมือนก่อน เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองจะต้องมองหาทางรอดเสียแล้ว

 

“ถ้าครั้งนั้นไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนนี้คำพูดของเด็กคนนั้นก็ไม่มีความหมายแล้ว แต่เป็นเพราะแก!!” เหมือนกับทุกครั้ง ตอนนี้อะไรที่ผิดพลาดล้วนแต่โทษเขาทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองก็เป็นคนสั่งการหรือ? พอเขาทำงานแล้วไม่สำเร็จ กลับโทษที่เขาทั้งหมด ไม่ได้ดูเลยว่าแผนการของตัวเองก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง

            

คนก้มหน้า ไม่ตอบโต้อะไร ในใจก็คิดจะปลีกตัวหนีออกไป เขาไม่สามารถรองรับอารมณ์ของอีกฝ่ายได้แล้ว ดังนั้น...ไม่เขาก็หัวหน้า จะต้องมีคนที่อยู่หรือตายจากไป!

            

จ่าสิบเอกไป๋ไม่ได้รู้เลยว่าลูกมือที่ทำทุกอย่างแทนตัวเอง เวลานี้เมื่อเห็นความล้มเหลวของตนซ้ำไปซ้ำมากลับคิดจะหักหลังโดยง่าย เขาคิดมาตลอดว่าสองคนร่วมหัวจมท้ายกันแล้ว อย่างไรก็ต้องช่วยกันไปจนถึงที่สุด กลับไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้ว...ลับหลังของเขาจะมีคนต้องการแทงเข้ามา

 

“ไสหัวไป!!” เห็นคนไม่ตอบโต้อะไร แถมยังยืนเหมือนคนโง่งมเช่นนั้น จ่าสิบเอกไป๋ก็ตวาดไล่ทหารหนุ่มออกมา

            

เป็นโอกาสให้อีกฝ่ายสามารถทำตามแผนการของตนเองได้ เขาเดินออกจากห้องแล้วตรงไปที่ห้องทำงานของอันซูหยวนโดยไม่สนใจว่าใครจะเห็นหรือไม่

            

ต้องบอกว่าคนที่ช่วยงานจ่าสิบเอกไป๋และรู้ทุกอย่าง นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครอีก ดังนั้นจึงไม่กลัวว่าจะมีคนถูกส่งมาจับตามอง 

            

อันซูหยวนเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ เธอกำลังเตรียมส่งจดหมายไปให้ประธานจางและเซี่ยเฟยเฟยด้วยตัวเอง หลังจากที่ผู้นำตัดสินใจว่าจะเริ่มการระดมทุน ก็มอบหมายให้สมาชิกของกองทัพช่วยกันกระจายข่าว เธอจึงรับอาสาส่งจดหมายเชิญทั้งสองฉบับนี้ให้

            

แม้ว่าจดหมายเชิญนี้ ร้อยโทจางส่งให้ก็มีค่าเท่ากัน แต่อีกฝ่ายกลับต้องการมอบหน้าที่นี้ให้เธอเสียอย่างนั้น บอกว่าเพราะเธอเป็นคนเสนอความคิด จึงต้องการให้หน้าเธอ

            

ซูหยวนไม่ปฏิเสธอะไร ยังคิดว่าร้อยโทจางนั้นคิดถึงใจลูกน้องอย่างเธออยู่มาก ทว่า...ความเป็นจริงแล้ว นี่เป็นการขอให้เธอช่วยเหลืออย่างหนึ่ง

            

จดหมายเชิญนี้ เขาส่งกับอันซูหยวนเป็นคนส่งย่อมมีความหมายต่างกันอยู่แล้ว หากต้องการให้มีผลตอบรับที่ยอดเยี่ยม เช่นนั้นก็เป็นอันซูหยวนส่งจะต้องดีกว่า

 

“ขออภัยที่มารบกวนครับ แต่ผมขอพูดคุยกับจ่าสิบโทอันเป็นการส่วนตัวได้ไหม” คนที่เข้ามาเอ่ยพูด ท่าทางมีลับลมคมนัยทำให้สมาชิกของทีมหูผึ่งมากขึ้น จากตอนแรกไม่สนใจนัก เวลานี้กลับอยากรู้อยากเห็นพร้อมกันแล้ว

 

“คุณไม่ใช่ว่าเป็นผู้ช่วยของจ่าสิบเอกไป๋หรือ? ต้องการมาพูดคุยกับฉันส่วนตัว คงจะไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกใช่ไหม” ซูหยวนหรี่ตาลง คนที่ลงมือกับตัวอย่างการทดลองของเธอ จ่าสิบเอกไป๋ก็คือคนที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด การที่จู่ๆคนของอีกฝ่ายมาพบ ซูหยวนย่อมไม่วางใจ

 

“แน่นอนว่าจะต้องมีปัญหาแน่ครับ แต่ผมมาที่นี่...น่าจะเป็นประโยชน์กับคุณมากกว่า”

 

“เหอะ เป็นประโยชน์กับฉันหรอ? แน่ใจนะว่าไม่ใช่เป็นการเอาภาระมาเพิ่มให้น่ะ” ซูหยวนแค่นหัวเราะ เห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็พอจะคาดเดาได้บ้าง ไม่ใช่ว่าสองคนกำลังขัดแย้งกันเองหรอกหรือ? ตอนนี้เปลี่ยนจากที่คิดร้ายต่อเธอ กลับต้องการยืมมือเธอเพื่อจัดการคนเสียอย่างนั้น

            

เหอะ! คิดว่าเรื่องมันง่ายดายขนาดนั้นเลย? เธอได้ยินอะไรจากเขาแล้วก็ต้องช่วยหรือ? เห็นเธอเป็นสุนัขที่จูงไปไหนก็ได้ง่ายๆอย่างนั้นเลย?

            

ทหารหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เหนือความคาดหมายของตนเอง ถ้าจ่าสิบโทอันไม่ฉลาดแบบนี้ก็คงจะผิดปกติแล้ว เธอถึงกับทำงานที่รับมอบหมายในเวลาอันสั้นทั้งๆที่อายุแค่นี้ แถมยังสามารถหยุดแผนการของพวกเขาได้ เช่นนั้นเธอก็ต้องเป็นคนที่มีความสามารถผู้หนึ่ง

            

เขาติดตามจ่าสิบเอกไป๋มานานแล้ว เคยเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว แต่คนอย่างจ่าสิบเอกไป๋...นอกจากการวางท่าต่อหน้าคนอื่นที่ยอดเยี่ยมแล้ว เรื่องอื่นๆก็พึ่งพาแขนขาอย่างพวกเขาทั้งนั้น อีกประการ...ความคิดหลายครั้งก็มาจากจ่าสิบเอกหลี่ ตัวเองเป็นเครื่องมือให้อีกฝ่ายใช้งานก็ยังไม่รู้ตัว แน่นอนว่าเรื่องนี้เขาก็ไม่เคยพูดออกไปเช่นกัน

            

ครั้งนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าอีกฝ่ายต้องการทอดทิ้งเขาเพราะกลัวจะมีปัญหามาถึงตัว เขาก็คงจะอาศัยพึ่งบารมีของอีกฝ่ายทำเงินไปเรื่อยๆ คิดไม่ถึงว่าความผิดพลาดไม่กี่ครั้ง กลับทำให้อีกฝ่ายมีความคิดชั่วร้ายต่อคนที่ร่วมมือกันมาอย่างยาวนานเช่นเขาได้ หากเป็นแบบนั้น...เขาก็ไม่มีทางที่จะอยู่รอความตายหรอก

 

“คุณอาจจะมองว่าผมเหมือนภาระ แต่ถ้าคุณเชื่อผม ผมจะต้องให้ผลประโยชน์ที่คุณต้องการแน่ อย่างน้อยๆ...เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็มีหลักฐานชิ้นใหญ่พอที่จะชี้ตัวคนผิดที่แท้จริงได้”

            

เมื่อเขาพูดเช่นนี้ ซูหยวนก็หัวเราะออกมา ปรากฏว่าเธอคาดเดาได้ถูกต้องจริงๆ อสรพิษสองตัวกำลังหักหลังกันเสียแล้ว ทว่า...ซูหยวนไม่ได้คิดตื้นเขินเช่นนั้น

 

“เรื่องแบบนั้นถ้าฉันต้องการ คิดว่าไม่สามารถตรวจสอบพบหรือ? กับเรื่องแค่นั้น...ฉันยังไม่ถือว่ามีประโยชน์อะไรหรอกนะ”

 

“หืม? แล้วถ้าอย่างนั้น...คุณต้องการอะไร” ดวงตาของทหารหนุ่มหรี่ลง เขารู้สึกว่าจ่าสิบโทอันคนนี้เริ่มเข้าถึงยากแล้ว

            

แต่เดิมมั่นใจตัวเองมากว่าเป็นคนฉลาดเหนือผู้อื่น คิดว่าถ้าเปิดเผยเรื่องหลักฐานชิ้นใหญ่ออกไป คนจะต้องกระตือรือร้นอยากได้แน่ คิดไม่ถึงเลยว่าจ่าสิบโทอันไม่เพียงไม่สนใจ แถมยังพูดเหมือนรู้ทุกอย่างแล้วด้วย

 

“ฉันไม่ต้องการปลาตัวเล็กแค่นี้หรอก” ซูหยวนส่ายหน้า เธอมองดูจดหมายในมือก่อนจะมอบให้ทหารในหน่วยไปดำเนินการ

 

“ช่วยส่งให้ประธานจางและตระกูลเซี่ยด้วย”ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ของอันซูหยวน ดวงตาของทหารหนุ่มก็มีประกายบางอย่างวาดผ่าน

 

“หรือว่าแม้แต่เรื่องนี้...ก็เพื่อทำลายเขาหรือ?”

 

“นั่นสินะ คิดว่ายังไงล่ะ” ซูหยวนหัวเราะเล็กน้อยในขณะที่มองใบหน้าตื่นตะลึงของทางนั้น และก็ใช่...เธอรู้จริงๆว่าจ่าสิบเอกไป๋มีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับตระกูลหาน ศัตรูทั้งสองมาร่วมมือกันแบบนี้ เธอก็ไม่รังเกียจที่จะรวบหัวรวบหางพวกเขา โยนลงหม้อไฟทีเดียวหรอกนะ!

            

จากคำพูดของเธอ ทหารหนุ่มเวลานี้กลับอึ้งงันไปแล้ว ปรากฏว่าเธอไม่ใช่แค่รู้ว่าใครลงมือ แต่ยังเริ่มดำเนินแผนการเอาคืนแล้วด้วย แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กๆอย่างตัดกำลังรายได้ของจ่าสิบเอกไป๋ ทว่า...นี่ก็ยืนยันได้แล้วว่าเธอมีข้อมูลที่คนอื่นไม่มีจริงๆ เช่นนั้น...หมายความว่าเธอมีคนสนับสนุนอยู่อีกมากใช่ไหม?

            

น่าเสียดายที่ความคิดของทหารหนุ่มผิดพลาดไปเล็กน้อย คนสนับสนุนซูหยวนหรือ? นอกจากประธานจางแล้วจะมีใครอีก ส่วนเรื่องนี้...ไม่ต้องถึงมือประธานจางหรอก แค่สืบข้อมูลของจ่าสิบเอกไป๋ก็พอจะคาดเดาทุกอย่างได้แล้ว โครงการเก่าๆของเขาถูกใครประมูลไปได้เท่าไร แถมยังเป็นตระกูลหานทุกครั้งที่ได้โครงการมีจุดบอดไป ความผิดปกติเช่นนี้...ต่อให้คนโง่ก็ยังคาดเดาได้

            

บางที คนในกองทัพมากมายก็รู้ แค่พวกเขาทำเป็นหลับหูหลับตาข้างหนึ่งก็เท่านั้น ขอเพียงกองทัพไม่เสียหายมากนัก พวกเขาก็ปล่อยให้นักวิจัยเหล่านี้ทำกินบนหลังของตัวเองไปได้อยู่

            

ก็ยังดีกว่าปล่อยให้นักวิจัยที่เก่งกาจลาออกจากกองทัพ แล้วกลายเป็นคนของเอกชนทั้งหมด ไม่อย่างนั้นกองทัพของพวกเขาจะมีการพัฒนาอีกได้อย่างไร

 

“ถ้าอย่างนั้น...คุณต้องการอะไร ในเมื่อจ่าสิบโทอันมองว่าเขาเป็นแค่ปลาตัวเล็ก เช่นนั้น...”

 

“อย่าพูดเลยว่าคุณไม่รู้เกี่ยวกับเบื้องหลังของเขาน่ะ”

 

“นี่คุณ...”

 

“ฉันต้องการลากทุกคนที่ต้องการทำลายฉันออกมา แน่นอนว่าฉันหมายถึง “ทุกคน” จริงๆ” ซูหยวนหรี่ตาลง จ่าสิบเอกไป๋และจ่าสิบเอกหลี่รู้จักกัน แถมก่อนหน้านี้ก็มีการพูดคุยกันด้วย ไม่แน่ว่าน่าจะเหมือนจ่าสิบโทเฟยที่ถูกหลอกใช้ก็เป็นได้

            

น่าเหลือเชื่อที่การคาดเดาของอันซูหยวนถูกต้อง จ่าสิบเอกหลี่ที่เป็นคนของกลุ่มความหวังสุดท้าย มีความโกรธแค้นกับอันซูหยวนเป็นการส่วนตัวเนื่องจากเธอได้ทำลายแผนการทดลองดึงพลังพวกนักเรียนสถาบันเพลิงพลองของเขา ดังนั้นจึงได้หลอกใช้งานจ่าสิบเอกไป๋ที่มั่นใจเหลือเกินว่าตัวเองเป็นคนฉลาด ทั้งๆที่ความจริงแล้ว...ทั้งหมดล้วนได้ลูกน้องสนับสนุนทั้งนั้น

            

ทหารหนุ่มได้ยินเช่นนี้ก็กระอักกระอ่วน แม้ว่าอันซูหยวนจะต้องการจับปลาตัวใหญ่นั่น แต่เธอคงไม่รู้ว่าปลาตัวใหญ่นั้นยากเย็นกว่าที่คิด

            

อีกฝ่ายไม่ใช่แค่อยู่ในฝ่ายศึกษาวิจัยมานานเท่านั้น ทว่า...บารมีของเขาก็ไม่น้อยเลย แค่คำพูดไม่กี่คำของเขา ต่อให้เป็นพวกผู้นำก็ยังต้องฟัง

            

นอกจากนี้...เขาอยู่กลุ่มความหวังสุดท้ายนั่นด้วย ถึงจะไม่ใช่ข้อมูลที่เปิดเผยอะไร แต่คนมากมายก็รู้เรื่องนี้ดี หากทำให้เขาไม่พอใจ เครือข่ายพันธมิตรของกลุ่มในเงามืดนั้นจะต้องลงมือแน่ ดังนั้นพวกผู้นำที่ไม่อยากมีปัญหา ย่อมไม่สามารถลงมือทำอะไรได้ ทุกวันนี้เขาทำผิดเล็กๆน้อยๆ อย่างการจับคนมาทดลอง ทางการก็ทำเป็นหลับหูหลับตาไปข้างหนึ่งเสมอ เช่นนั้นปลาตัวใหญ่นี้...ต่อให้เป็นจ่าสิบโทอัน ก็อาจจะทำอะไรไม่ได้ บางทีอาจจะเรียกว่ารนหาที่ตายเสียมากกว่า!

 

“ทำไม กลัวแล้วหรือ?”

 

“เรื่องนั้น....”

 

“ฉันสามารถปกป้องนายได้ แต่...มีบางอย่างที่ฉันต้องการจากนายด้วย แน่นอนว่าจะไม่ทำให้ต้องลำบากใจ”

 

“..............” ทหารหนุ่มลังเล ซึ่งซูหยวนก็เข้าใจได้

 

“ฉันแค่ต้องการข้อมูลของอีกฝ่าย ไม่ได้ใช้ให้นายต้องทำอะไรเลย ไม่ว่าทางนั้นจะทำอะไร วางแผนอะไร ติดต่ออะไรกับใคร ฉันต้องการรู้ทั้งหมด ที่เหลือฉันจะจัดการเอง”

 

“เอ่อ แค่นั้นจริงๆหรือ? คุณจะไม่ให้ผมต้องทำอะไรที่เสี่ยงตายใช่ไหม”

 

“ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าคุณต้องการพบฉันก็เพราะไม่อยากตายหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ฉันจะขอให้คุณทำเรื่องเสี่ยงตาย คุณจะทำหรือ?”

 

“แน่นอนว่าไม่”

 

“ถูกต้อง ดังนั้นเรื่องที่จะให้ทำ ย่อมไม่ใช่เรื่องเสี่ยงตาย ว่าอย่างไรล่ะ? สนใจไหม...”

 

 

…………………………………………

 วันนี้ไรท์ติดธุรด่วนเลยทำให้มาช้า ต้องขออภัยรีดทุกท่านด้วยนะคะ

ฝากติดตามและสนับสนุนกันไปจนจบเลยนร้าาาา…