LNCrawler

บทที่ 273 งานระดมทุน (อ่านฟรี 5 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 273 งานระดมทุน (อ่านฟรี 5 ธ.ค. 68)

บทที่ 273 งานระดมทุน

 

สองคนมองหน้ากันเงียบๆท่ามกลางความสงสัยใคร่รู้ของเหล่าผู้ช่วย พวกเขาไม่เข้าใจข้อความที่ทั้งสองพูดคุยกันเลยสักนิด ถึงอย่างนั้นบรรยากาศของความกดดันนี้ต่อให้ไม่เข้าใจอะไรเลยก็ยังรับรู้ได้

            

เมื่อคิดตกแล้ว ทหารหนุ่มก็ทำได้แค่หัวเราะออกมาแห้งๆ ไม่ใช่ว่าเขามาที่นี่ด้วยตัวเองเพื่อหาทางรอดหรือ? อย่างนั้นยังจะต้องกลัวอะไรอีก ตั้งแต่วางแผนจะหักหลังอีกฝ่าย ก็ต้องเตรียมพร้อมอยู่แล้วว่าผลลัพธ์อาจจะไม่ได้ออกมาดี

            

หลังจากที่ซูหยวนได้รับคำตอบจากเขา เธอก็โบกมือให้ ไล่ให้เขากลับไปได้แล้ว รายละเอียดหลังจากนี้คงต้องพูดคุยกันในภายหลังเท่านั้น ไม่อย่างนั้นถ้าแผนความร่วมมือของเธอถูกเปิดเผยเนื่องจากที่ห้องทำงานนี้ยังมีคนอยู่อีกมาก หากเป็นเช่นนั้นจริง...การจะใช้ประโยชน์จากเขาก็คงไม่ได้อีก

            

ผู้ช่วยทั้ง 10 ของซูหยวนมองมาที่เธอเป็นตาเดียว หลายคนอยากจะถามว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างหัวหน้าและคนของจ่าสิบเอกไป๋ แต่แน่นอนว่าซูหยวนไม่พูด พวกเขาก็งัดปากเธอให้บอกไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นเรื่องนี้ก็ผ่านไปทั้งอย่างนั้น 

 

ในเวลาไม่นาน...ตระกูลต่างๆก็ล้วนได้รับจดหมายเชิญจากกองทัพ พวกเขาตื่นเต้นมากที่กองทัพมีการปฏิรูปกระบวนการซื้อขายงานวิจัยในรูปแบบใหม่ แม้ว่าหลายคนจะยังเห็นภาพไม่ชัดเจน ถึงอย่างนั้นคนที่รู้ว่าการประมูลที่ผ่านๆมาไม่เคยมีความตรงไปตรงมาอย่างที่กองทัพประกาศ จึงได้คาดหวังกับวิธีการเช่นนี้ของพวกเขามาก

            

เซี่ยเฟยเฟยได้รับจดหมายจากกองทัพ ทำให้ทั้งตระกูลเซี่ยประหลาดใจอย่างมาก แม้ว่าในฐานะตระกูลเซี่ยของพวกเขา ย่อมต้องได้รับจดหมายเชิญในฐานะผู้มีส่วนร่วมกับกองทัพอยู่แล้ว ทว่า...พวกเขาก็ได้รับมาเพียงใบเดียว ดังนั้นบัตรเชิญนี้ อย่างไรก็ต้องเป็นของผู้นำตระกูลแน่

 

แต่เซี่ยเฟยเฟยที่อายุยังน้อยคนนี้กลับได้รับจดหมายสำคัญนี้ด้วยงั้นหรือ? ทั้งยังเป็นการระบุชื่อของเธอโดยตรงเช่นนี้อีก ..... ดังนั้นด้วยเรื่องนี้ ก็เลยทำให้ชื่อเสียงของเซี่ยเฟยเฟยเพิ่มขึ้นมากในตระกูล ซึ่งพ่อของเซี่ยเฟยเฟยย่อมเป็นคนที่ตื่นเต้นยินดีเป็นที่สุด

            

ในฐานะที่เขาเป็นบุตรชายของผู้นำตระกูล แต่เป็นบุตรชายคนที่สอง โอกาสที่จะได้รับตำแหน่งสืบทอดยังน้อยกว่าพี่ชายคนโตอยู่หนึ่งส่วน โชคดีที่พี่ชายคนโตไม่ได้มีบุตรชายหรือบุตรสาวดีๆให้พึ่งพาได้ ทุกคนล้วนอยู่ในมาตรฐานทั่วไปไม่โดดเด่น ดังนั้นตอนที่เขาพบว่าเซี่ยเฟยเฟยมีพรสวรรค์ในการเป็นผู้ปรุงยามาก จึงตั้งความหวังไว้ที่เด็กคนนี้ 

            

หลายคนมองว่าเขาทุ่มเทกับเธอเกินไป ต่อให้พยายามผลักดันเด็กสาวมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะเอาชนะเรื่องตำแหน่งลูกชายคนโตของตระกูลเซี่ยได้ อย่างไรเซี่ยเฟยเฟยก็เป็นแค่รุ่นหลานเท่านั้น ต่อให้เธอทำได้ดีในระดับหนึ่ง ก็ยังไม่ได้มีประโยชน์อะไรให้กับตระกูลมากพอจนทุกคนเห็นด้วยว่าการยกให้ครอบครัวสองเป็นผู้นำตระกูลนั้นดีกว่า

            

ทว่า....หลังจากที่จดหมายฉบับหนึ่งส่งไปที่ผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน กลับมีอีกฉบับส่งมาหาเซี่ยเฟยเฟยโดยตรง เรื่องนี้จึงกลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญยิ่ง และมันก็ทำให้ผู้นำตระกูลถึงกับเรียกเซี่ยเฟยเฟยไปพบเป็นการส่วนตัว

 

“เฟยเฟย ลูกจะต้องพูดคุยกับคุณปู่ให้ดีเข้าใจไหม จำเอาไว้ว่าต้องอ่อนน้อมถ่อมตน แต่อย่าทำตัวอ่อนแอรังแกง่ายเด็ดขาด หากพวกผู้อาวุโสบีบบังคับให้ยอมมอบสิทธิเข้าร่วมงานกับบ้านลุง หนูจะต้องยืนยันให้หนักแน่นว่าจะไม่ทิ้งโอกาสนี้นะ เข้าใจไหม”

            

บิดาของเซี่ยเฟยเฟยย้ำให้ลูกสาวอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อของเขาเรียกหลานสาวไปพบคนเดียว เขาคงจะขอติดตามไปกับเธอแล้ว เซี่ยเฟยเฟยยังเป็นเด็ก เขากลัวว่าเธอจะตามแผนการร้ายของคนอื่นไม่ทันแล้วจะเสียเปรียบ แต่เนื่องจากเส้นสายนี้ได้มาเพราะเซี่ยเฟยเฟยเอง ดังนั้นเขาก็อยากจะเชื่อมั่นในตัวลูกสาวให้มากขึ้น

 

“หนูเข้าใจแล้วค่ะพ่อ อีกอย่าง..คุณปู่จะกล้าทำแบบนั้นหรอคะ ในเมื่อบัตรเชิญนี้หนูได้มาด้วยตัวเอง ทั้งยังระบุเป็นชื่อของหนูด้วย ถ้าคุณปู่ไม่กลัวว่าคนที่มอบบัตรเชิญนี้ให้หนูจะเอาเรื่อง หนูก็อยากจะลองดูค่ะ”

 

“เฟยเฟย หนูไม่เข้าใจ...แม้ว่าบัตรเชิญนี้จะเป็นหนูที่หามาได้ด้วยตัวเอง แต่หนูได้มาจากใครกันล่ะ? คนๆนั้นมีอำนาจมากพอที่จะจัดการเรื่องนี้ได้หรือ?” พ่อเซี่ยถอนหายใจออกมา 

            

ถ้าคุณปู่ต้องการ บัตรเชิญนี้ก็หาเหตุผลไปจนได้นั่นแหละ คนเล่ห์เหลี่ยมมากเช่นปู่เซี่ย พลิกลิ้นเลือกใช้คำพูดเล็กๆน้อยๆก็สามารถกลับดำเป็นขาว กลับขาวเป็นดำได้แล้ว

 

“พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะลองไปคุยดู ไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบแน่ค่ะ”

            

เซี่ยเฟยเฟยกล่าวอย่างจริงจัง ก่อนที่เธอจะออกจากบ้านไปพบกับผู้นำตระกูลเซี่ย ที่นั่นมีคนรอรับเธออยู่ก่อนแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขามองเรื่องบัตรเชิญเข้าร่วมงานระดมทุนครั้งนี้สำคัญจริงๆ

 

“คุณหนูเซี่ย ผู้นำตระกูลรออยู่ก่อนแล้วครับ”

 

“เข้าใจแล้วค่ะปู่พ่อบ้าน ข้างในมีใครบ้างหรอคะ”

 

“มีท่านผู้นำตระกูล แล้วก็คุณชายใหญ่ครับ”

 

“โอ้ มีคุณลุงอยู่ด้วยหรอ” เซี่ยเฟยเฟยตากระตุก ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่พ่อของเธอกังวลจะเกิดขึ้นจริงๆ ปรากฏว่าบ้านใหญ่เซี่ยนั้นต้องการบัตรเชิญนี้จากเธอ...เหอะ! ช่างน่าไม่อายจริงๆ

            

เมื่อเด็กสาวเดินเข้ามา เธอก็พบว่าทั้งสองคนนั้นมองตัวเองเป็นสายตาเดียว ปู่เซี่ยยังคงเหมือนเดิม ท่าทางสุขุมนุ่มลึกของเขาและคิ้วหนานั้นทำให้ดูดุดันมากกว่าปกติ ในขณะเดียวกัน...ลุงเซี่ยกลับมีรอยยิ้มอ่อนโยนอยู่เสมอ ทำตัวเหมือนคนใจกว้าง แต่ในความจริงแล้วกำลังอ้าปากรอกัดเธอให้ตายอยู่

 

“คุณปู่ คุณลุง สวัสดีทั้งสองท่านค่ะ”

 

“มาแล้วหรือ? เฟยเฟยมานั่งนี่สิ มาๆ” 

 

ลุงเซี่ยกล่าวชวนด้วยท่าทางใจดี แสร้งทำเป็นไม่ให้เธอกังวลเกินไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว...เขากลับจัดที่นั่งให้เธอ อยู่ตรงด้านหน้าของผู้นำตระกูลโดยตรง เป็นแบบนี้แล้ว...ไม่ใช่ต้องการทำให้เธอรู้สึกกดดันจนตายหรือ?

 

“ขอบคุณค่ะคุณลุง แต่ว่า...คุณปู่เรียกหนูมาพบ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรอคะ”

 

“อืม...ได้ยินว่าเธอได้บัตรเชิญเข้าร่วมงานระดมทุนของฝ่ายศึกษาวิจัยของกองทัพ...” ปู่เซี่ยไม่รีรออะไร เห็นเฟยเฟยเอ่ยถาม เขาก็พร้อมจะเข้าเรื่องทันที

 

“ใช่ค่ะ”

 

“เธอได้มันมาจากใคร” 

 

ปู่เซี่ยไม่ได้พูดว่าต้องการบัตรเชิญนั้นทันที เขาต้องการตรวจสอบเบื้องหลังของเรื่องนี้ก่อน ถ้าหากเป็นแค่ทหารตัวเล็กๆในกองทัพที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเซี่ยเฟยเฟย นั่นก็คงจะไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นคนใหญ่คนโตของกองทัพ...เขาเองก็คงไม่กล้าสับเปลี่ยนตัวคน

 

“เรื่องนี้...หนูก็ยังไม่แน่ใจค่ะคุณปู่”

 

“ไม่แน่ใจหรือ? ถ้าอย่างนั้น...เธอรู้จักกับใครในกองทัพ” เขาเปลี่ยนคำถาม เซี่ยเฟยเฟยที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าจะถูกถามเช่นนี้ เธอจึงตอบไปตามตรง

 

“น่าจะเป็นกลุ่มนักวิจัยที่เดินทางไปทดลองแบบจำลองหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์กับสถาบันแพทย์โอสถหมื่นลี้ครั้งก่อนค่ะ”

 

“หืม? นักวิจัยงั้นหรือ? คนที่ทดลองเรื่องหม้อข้าวหม้อแกงกลายพันธุ์....น่าจะเป็นแค่นักวิจัยระดับต่ำใช่ไหม? เธอรู้จักหัวหน้าของพวกเขาหรือเปล่า”

 

“ค่ะ เธอบอกว่าชื่ออันซูหยวนค่ะ” เมื่อได้ยินชื่อนี้ ปู่เซี่ยก็นิ่งคิดไปเล็กน้อย

            

ชื่ออันซูหยวนนั้นเขาเคยได้ยินผ่านๆมาบ้าง แต่นึกไม่ออกว่าเป็นคนแบบไหน ถ้าอย่างนั้น...สมควรจะไม่ใช่คนใหญ่คนโตอะไร อาจจะมีประเด็นในสังคมให้พูดถึงผ่านๆ ดังนั้นดวงตาของเขาจึงมีประกายวาดผ่าน

 

“เรื่องงานระดมทุน ต่อให้เธอไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร อำนาจในการตัดสินใจก็ยังคงเป็นของฉันอยู่ดี ดังนั้น...แทนที่จะให้เด็กที่เพิ่งเข้าเรียนไปดูงาน สู้มอบบัตรเชิญนั้นให้ลุงของเธอดีกว่า” ผู้นำตระกูลคิดได้ดังนั้น เขาก็พูดเรื่องการขโมยเอาบัตรเชิญคนอื่นมาทันที เซี่ยเฟยเฟยนิ่วหน้า...ไม่คิดว่าคุณปู่จะหน้าหนาขนาดนี้

 

“นี่เป็นบัตรเชิญที่ระบุชื่อของหนูโดยตรง ดังนั้นมันไม่ควร...”

 

“มีอะไรไม่ควร? ระบุชื่อของเธอก็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าควรจะระบุใครไม่ใช่หรือ? แท้จริงแล้วก็แค่ต้องการส่งบัตรเชิญนั้นผ่านเธอเท่านั้น”

 

“คุณปู่คะ เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นนะคะ บัตรเชิญมีให้ 2 ใบ ใบหนึ่งมอบให้ตระกูลไปแล้ว อีกใบหนึ่งระบุชื่อของหนู ดังนั้นก็ควรจะต้องให้หนูไปไม่ใช่หรอคะ ทำไมถึงจะให้ท่านลุงได้”

 

“เซี่ยเฟยเฟย” ผู้นำตระกูลเซี่ยขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าพูดกับเด็กสาวคนหนึ่ง เขาในฐานะผู้นำตระกูลก็ยังทำให้เธอเชื่อฟังไม่ได้ 

            

ปกติแล้ว เด็กๆในตระกูลเค่เห็นเขาก็ต้องวิ่งหนีร้องไห้เพราะความหวาดกลัวไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าเซี่ยเฟยเฟยจะอวดดีขนาดนี้ ดูท่าว่า...เจ้ารองจะสั่งสอนลูกสาวของตัวเองดีเกินไปจริงๆ

 

“ในฐานะผู้นำตระกูลที่เล็งเห็นประโยชน์ของตระกูลมาก่อน ฉันสั่งให้เธอมอบบัตรเชิญนั้นให้ลุงของเธอ!” คนที่คิดว่าอำนาจทุกอย่างอยู่ในมือของตนเอง ย่อมต้องคิดว่าสั่งใครอย่างไรก็ได้ เซี่ยเฟยเฟยอยากจะโต้เถียง แต่ผู้นำตระกูลเซี่ยกลับเปิดปากออกมาอีกครั้ง

 

“ถ้าไม่ทำตาม...ฉันจะสั่งลงโทษครอบครัวรองในฐานะกบฏต่อตระกูลเซี่ย!” เห็นคนใช้อำนาจเช่นนี้ เซี่ยเฟยเฟยก็อ้าปากค้าง ไม่คิดเลยว่าผู้นำตระกูลที่เป็นปู่แท้ๆของเธอ ท้ายที่สุดแล้วจะโหดเหี้ยมขนาดนี้

            

จากเดิมที่เซี่ยเฟยเฟยมีความมั่นใจมาก เวลานี้กลับน้ำตาไหลนองหน้า รู้สึกเหมือนถูกรังแกอย่างรุนแรง เธอโยนบัตรเชิญที่มีชื่อตัวเองเด่นหราออกไป ร้องไห้อย่างหนักวิ่งหนีจากห้อง ผู้นำตระกูลนิ่วหน้ากับท่าทางเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็เลิกที่จะใส่ใจ

 

“เจ้าใหญ่ นี่เป็นโอกาสของแกแล้ว ถ้าทำครั้งนี้ไม่ดี...ต่อไปก็อย่าหวังว่าจะได้รับโอกาสจากฉันอีก ปีนี้...พวกเราจะต้องชิงความได้เปรียบของตระกูลเซี่ยมาจากตระกูลหานให้ได้ จะต้องเอาชนะตระกูลหานให้ได้!”

 

“เข้าใจแล้วครับพ่อ” บุตรชายคนโตเซี่ยยกยิ้ม เขาไม่ต้องออกแรง บิดาของตัวเองก็สนับสนุนถึงเพียงนี้

            

ส่วนเจ้ารองน่ะหรือ? ต่อให้พยายามให้ตาย...ก็ไม่มีวันจะไล่ตามเขาทันหรอก? อีกฝ่ายไม่ยอมอยู่อย่างเจียมตัว ก็ต้องแบกรับความช้ำใจเช่นนี้ตลอดไป

            

งานระดมทุนเป็นที่สนใจของผู้ลงทุนจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อวันงานมาถึงก็มีคนให้ความสนใจไม่น้อย ผู้ได้รับบัตรเชิญก็เข้าร่วมงานได้ทันที ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับบัตรเชิญจะต้องรออยู่ด้านนอก คอยฟังข่าวว่าข้างในเกิดอะไรขึ้นเท่านั้น บางคนก็รอที่จะติดต่อกับพวกที่ได้รับสิทธิพิเศษมากที่สุด หวังพึ่งพาเกาะขาทองคำของพวกเขาร่ำรวยไปด้วยกัน

            

แน่นอนว่างานนี้...เซี่ยเฟยเฟยไม่ได้มาร่วม เป็นลุงของเธอที่รับบัตรเชิญนั้นมาแทน ซูหยวนได้รู้เรื่องนี้จากการติดต่อของตระกูลเซี่ยโดยเซี่ยเฟยเฟยแล้ว ดังนั้นจึงเตรียมรอต้อนรับพวกเขาอย่างดี

            

ในเมื่อมีคนอยากโดนรังแก ถ้าอย่างนั้นซูหยวนก็ไม่คิดจะปล่อยผลประโยชน์ดีๆนี้ไปหรอกนะ ไม่ใช่ว่ามีคนรอที่จะสร้างความเชื่อใจอยู่หรือ? ข่าวเรื่องที่ทหารหนุ่มคนนั้นแอบมาพบเธอ...ต่อให้จ่าสิบเอกไป๋ไม่ได้รู้ด้วยตัวเอง ก็ต้องมีคนพูดให้เขารู้จนได้ ดังนั้นทหารหนุ่มจึงได้พูดเรื่องนี้ออกไปตั้งแต่ต้นแล้ว

 

“หากครั้งนี้แผนของแกไม่ได้ผลอีก ฉันคงจะต้องลงโทษแกสักหน่อยแล้ว” จ่าสิบเอกไป๋ที่อารมณ์ไม่ดีในช่วงหลายวันมานี้ แถมยังระแวงคนสนิทข้างกายว่าอาจจะหักหลังตนเอง เขาพูดขึ้นมาด้วยท่าทางข่มขู่

            

ทหารหนุ่มหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะตอบรับ

 

“ครั้งนี้ผมจะทำให้ได้แน่นอน ก่อนหน้านี้ผมทำงานพลาดไม่น้อยแล้ว แต่เรื่องที่จะให้ตระกูลหานได้เปรียบจากตระกูลเซี่ย...อย่างไรก็ต้องสำเร็จครับ”

 

“ดี ฉันจะรอดู” เพราะถ้าไม่สำเร็จ...แปลว่าข่าวลือที่แกเข้าหาเด็กสารเลวนั่นเพื่อหักหลังฉันก็เป็นเรื่องจริง ต่อให้แกบอกว่าเข้าหาอีกฝ่ายก็เพื่อที่จะวางหลุมกับดัก ทว่า...คิดว่าเขาจะเชื่อง่ายๆหรือ?

            

สองคนต่างความคิด ทหารหนุ่มหรี่ตาลง ซ่อนใบหน้าของตนเองไม่ให้จ่าสิบเอกไป๋เห็น หลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องทำงานไป

            

เพราะการระดมความคิดนี้เป็นอันซูหยวนที่เสนอขึ้น ดังนั้นเธอจึงได้รับเกียรติให้ดูแลงานประมูลนี้ด้วย ซึ่งขั้นตอนในการระดมทุน เพื่อให้โปร่งใสมากที่สุด...พวกเขาจะรับเป็นจดหมายจากทุกคน โดยให้ใช้ความสมัครใจในการบริจาคเงินเข้ากองทัพ จะไม่มีพูดบอกว่าใครลงทุนไปเท่าไรจนกว่าจะเปิดซองจดหมาย

            

เพื่อให้ครั้งนี้สร้างความเชื่อมั่นให้จ่าสิบเอกไป๋ ซูหยวนใช้เรื่องที่เซี่ยเฟยเฟยถูกทำร้ายจิตใจและสั่งสอนตระกูลเซี่ยด้วยการเล่นแง่เล็กๆน้อยๆนี้ ทั้งยังจะทำให้ทหารหนุ่มกลายเป็นที่เชื่อใจอีกครั้ง หลังจากนี้...เมื่อเขายังติดตามจ่าสิบเอกไป๋ได้ดี ข้อมูลทุกอย่างของอีกฝ่ายก็จะกลายเป็นของเธอด้วย!

 

………………………………