LNCrawler

บทที่ 274 ความโกรธของอันซูหยวน (อ่านฟรี 6 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 274 ความโกรธของอันซูหยวน (อ่านฟรี 6 ธ.ค. 68)

บทที่ 274 ความโกรธของอันซูหยวน

 

“จ่าสิบโทอัน...” ทหารหนุ่มเข้ามาในห้องทำงาน ตอนนี้มีแค่ซูหยวนเท่านั้นที่กำลังอยู่

            

เธอรับหน้าที่ในการควบคุมจดหมายประมูล จึงถูกจัดให้ทำงานอยู่ในห้องแยก ทหารหนุ่มเห็นเธอก็พยักหน้าให้ แผนของพวกเขาดำเนินไปอย่างดีแล้ว เหลือก็แค่จัดฉากให้ตระกูลหานได้รับข้อมูลของตระกูลเซี่ยก็เท่านั้น

 

“วงเงินของตระกูลหาน ดูคร่าวๆแล้วไม่น่าเกิน 30 ล้านเครดิตครับ”

 

“โอ้ ถือว่าเป็นเงินไม่น้อยเลยทีเดียว ตระกูลเซี่ยเองก็มีวงเงินประมาณ 30 ล้านเครดิตเท่านั้น แต่คิดว่าพวกเขาคงไม่ลงทุนหมดหน้าตัก...”

 

“ขอแค่ตระกูลหานได้สิทธิก่อนตระกูลเซี่ย ก็คงจะทำให้พวกเขาพอใจแล้ว” ทั้งสองพูดคุยกันอีกเล็กน้อย สุดท้ายการระดมทุนก็ได้เริ่มต้นขึ้นจริงๆ

            

พันโทหวงขึ้นบนเวที พูดเกี่ยวกับที่มาที่ไปของงานระดมทุนนี้ ทั้งยังนำตัวอย่างผลงานที่กำลังศึกษาและมีกำหนดเสร็จสิ้นในปีนี้ออกมาให้ทุกคนได้เห็น จากนั้นผ่านไปครึ่งวันก็เริ่มให้คนเขียนจำนวนเงินที่พวกเขาต้องการบริจาคใส่ซองเอกสาร ทว่า...ตระกูลหานยังไม่ลงมือ พวกเขาแสร้งทำเป็นปรึกษาและคำนวนผลประโยชน์แต่ละโครงการ แต่ในความจริงแล้ว...แค่กำลังรอข้อมูลอยู่ต่างหาก

            

ทหารหนุ่มหายเข้าไปในห้องแล้วออกมา นำข้อมูลสำคัญส่งต่อให้คนของตระกูลหาน จากนั้นตระกูลหานก็ส่งจดหมายให้กองทัพได้ ท่าทางของพวกเขาไม่มีพิรุธใดๆให้จับได้เลย แต่...ตระกูลหานต้องการผลลัพธ์เช่นนี้หรือ? แน่นอนว่าไม่!

 

“เอาล่ะทุกท่าน หลังจากที่ขอให้ทุกท่านร่วมช่วยเหลือกองทัพในการระดมทุนครั้งนี้ ฉันในฐานะผู้นำของฝ่าย...ขอประกาศยอดเงินที่ทุกท่านร่วมระดมทุนโดยเรียงลำดับตามนี้”

            

เมื่อเห็นผู้นำหวงขึ้นเวที ทุกคนก็ตื่นเต้นมาก พวกเขาอยากรู้จริงๆว่าที่ตัวเองคาดเดานั้นถูกต้องหรือไม่ ถ้าสามารถคว้าสิทธิต้นๆได้ นั่นคงจะทำให้ปีนี้การดำเนินงานของพวกเขาราบรื่นมากแน่

 

“ท่านแรกที่ช่วยเหลือกองทัพมากที่สุดก็คือ...องค์กรนักล่าสกุลจาง ด้วยยอดเงิน 60 ล้านเครดิต!” เมื่อเขาประกาศออกมาเช่นนี้ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

            

ตั้งแต่ที่ตัวแทนของประธานจางเข้าร่วม ทุกคนก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องคว้าอันดับหนึ่งไปแน่นอน ถึงจะไม่รู้ว่าองค์กรนักล่าสกุลจางจะต้องการสิทธิในโครงการต่างๆไปทำไม เพราะกิจการของพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับโรงผลิตใดๆเป็นหลัก ไม่สมควรที่จะลงทุนมากมายขนาดนั้น แต่...ความคิดของประธานจางคนนั้นคาดเดาได้หรือ? ในเมื่อคาดเดาไม่ได้...ก็ปล่อยให้เขาทำทุกอย่างที่ต้องการไปเถอะ 

 

“และอันดับสอง...” เมื่อพันโทหวงประกาศถึงตรงนี้ คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น 

            

เรื่องนี้ไม่ใช่จะบังเอิญเกินไปหน่อยหรือ? อันดับสองและอันดับสามนี่มัน....

 

“อันดับที่สองก็คือตระกูลหาน” เมื่อสิ้นเสียง คนตระกูลเซี่ยก็แสดงสีหน้าผิดหวังออกมา ทำไมจึงเป็นตระกูลหานอีกแล้ว ครั้งนี้ตระกูลหานก็ยังเอาชนะพวกเขาได้อีกหรือ? นี่มัน...ช่างน่าผิดหวังจริงๆ

 

“ยินดีกับตระกูลหานด้วย”

 

“ยินดี ยินดีกับตระกูลหาน” 

 

เสียงของผู้คนเริ่มดังขึ้น คนที่ถูกเชิญมานี้เกี่ยวข้องกับการผลิตไม่เล็กก็ใหญ่ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เป็นเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า บางคนยังรับผลิตชิ้นส่วนหรือทำขั้นตอนเล็กๆน้อยๆให้กับตระกูลหานด้วย เมื่อเห็นอีกฝ่ายชนะเป็นอันดับสอง ทุกคนก็ตื่นเต้นทันที

 

“ท่านพันโท...ตระกูลหานเขียนยอดเงินไปเท่าไรหรือ?”

 

“นั่นน่ะสิ ท่านยังไม่ได้ประกาศยอดเงินของตระกูลหานเลย อันดับที่หนึ่งไปที่ 60 ล้านเครดิตแล้ว อันดับสองเท่าไรหรือ?”

 

“เห้อ พวกเราจะยังมีความหวังไหม ไม่คิดเลยว่าจะลงทุนกันมากขนาดนี้ ถ้ารู้เช่นนี้จะได้เตรียมเงินมาให้มากอีกหน่อย”

 

“ใช่ๆ น่าเศร้าจริงๆ” ทุกคนต่างก็คิดว่ายอดเงินอันดับที่ 1 และ 2 น่าจะไม่ห่างกันมากนัก อย่างไรก็ตาม...สีหน้าของพันโทหวงกลับดูไม่ดีเอาเสียเลย

            

เดิมทีเขาคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะประกาศออกไป แม้ว่ามันจะเป็นกฎก็ไม่ควร...เพราะยอดเงินที่บริจาคนี้ มันดูอุกอาจเกินไปแล้ว

            

เขารู้ว่าการระดมทุนก็คงเหมือนกับการประมูลที่ผ่านๆมา คนในกองทัพไม่ใช่จะซื่อสัตย์ไปเสียทั้งหมด ดังนั้นย่อมต้องมีคนปล่อยข่าวเรื่องยอดเงินออกไป ต่อให้พยายามควบคุมแค่ไหนก็มีจุดเสี่ยงได้อยู่ดี แต่ตระกูลหาน...นี่เรียกไม่ไว้หน้ากันเลย

 

“ตระกูลหานช่วยกองทัพระดมทุนทั้งหมด 28 ล้าน กับอีก 1 หมื่นเครดิต” เขากัดฟันกรอด ประกาศออกไปแล้วแบบนี้ สีหน้าของตระกูลเซี่ยก็เปลี่ยนไป

 

“นี่มัน...”

 

“ประท้วง!! อย่างไรก็ต้องประท้วง!” 

 

คุณชายใหญ่ตระกูลเซี่ยตะโกนออกมาด้วยความโกรธ ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปเป็นตาเดียว มองดูตระกูลเซี่ยที่จู่ๆก็โมโหด้วยความไม่เข้าใจ

            

คงจะมีแค่พันโทหวงและตระกูลหานเท่านั้นที่รู้เหตุผล รอยยิ้มหยันปรากฏที่มุมปากของตระกูลหาน พวกตระกูลเซี่ยพวกนี้...คิดว่าที่นี่เป็นสถานที่ของเด็กเล่นหรือ? อยากจะตะโกนก็ตะโกน หลักฐานก็ไม่มี เหอ เหอ เหอ...ช่างทำให้ตัวเองอับอายจริงๆ

 

“เกิดอะไรขึ้นหรือตระกูลเซี่ย ทำไมจึงได้ตะโกนขึ้นมาเช่นนั้น อยากจะประท้วงอะไรหรือ?” ผู้นำตระกูลหานกล่าวเยาะเย้ย ซึ่งชายชราตระกูลเซี่ยก็หรี่ตาลง หันไปปราบบุตรชายที่โมโหจนไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้

 

“ไม่มีการประท้วงอะไรทั้งนั้น ก็แค่ตกใจกับยอดเงินเท่านั้นเอง”

 

“ตกใจหรือ? โอ้ อย่าบอกนะว่าตระกูลเซี่ยของพวกท่านลงเงินไป 28 ล้านเครดิตพอดิบพอดีน่ะ” รอยยิ้มของผู้นำตระกูลหานทำให้ทุกคนในที่นี้รับรู้ได้ทันทีว่าแท้จริงยอดเงินนี้เป็นยอดเงินที่ผิดปกติ

            

ผู้นำตระกูลเซี่ยถอนหายใจออกมา ถึงเขาจะโกรธขนาดไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ที่นี่คือกองทัพ...หากบอกว่าพวกเขาคิดว่ากองทัพต้องมีคนทำผิด อย่างนั้น...ไม่ใช่ทำลายชื่อเสียงกองทัพหรือ? แม้ว่ากองทัพก็คงจะรู้ว่าเรื่องนี้มีปัญหา ทว่า...พวกเขาก็ต้องการจัดการภายใน ไหนเลยจะอยากให้คนอื่นพูดออกมาตรงๆ

 

“เฮ้อ เป็นอย่างที่ท่านผู้นำตระกูลหานคิด ดังนั้นด้วยเงินแค่เล็กๆน้อยที่ทำให้เฉือนเอาชนะไปได้ ก็เลยทำให้เขาตกใจเท่านั้น แต่เรื่องการระดมทุนก็เป็นเช่นนี้ ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ยอดเงินของผู้อื่น นอกจากจะต้องคำนวณให้ดีแล้ว ยังต้องใช้ดวงด้วย”

 

“นั่นน่ะสิ ผู้นำตระกูลเซี่ยช่างรู้ความจริงๆ” รอยยิ้มจอมปลอมของทั้งสองคนกลับยิ่งทำให้บรรยากาศกดดันมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก พวกเขาเหมือนจะปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาช็อตกันแล้ว ช่างน่ากลัวจริงๆ

            

สุดท้ายแล้วคนที่ได้อันดับสามก็คือตระกูลเซี่ยจริงๆ ยอดเงินห่างกันแค่ 1 หมื่นเครดิต ดูอย่างไรก็มีปัญหา งานระดมทุนจบลงไปทั้งอย่างนี้ อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่ทำให้อันซูหยวนมอบจดหมายเชิญถึงเซี่ยเฟยเฟยด้วยตัวเอง แท้จริงแล้วยังมีเรื่องต่อจากนั้น

 

“ในเมื่องานระดมทุนนี้จัดขึ้นแล้ว และมีหลายโครงการที่กำลังศึกษาในปีนี้อย่างที่พวกเรานำเสนอไป ทว่า...เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับทุกท่าน พวกเราขอเริ่มงานแรกที่จะนำออกขายลิขสิทธิ์ให้ฝ่ายเอกชนเลยก็แล้วกัน”

 

“เนื่องจากช่วงเวลาที่ผ่านมา ผู้นำฝ่ายปกครองมีนโยบายที่จะผลักดันความก้าวหน้าในการพัฒนาของเหล่าผู้เยาว์ หลังการเก็บกวาดพื้นที่ล่าเขต A แล้ว นักเรียนจะต้องเริ่มต้นภารกิจที่เขต B เท่านั้น จึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น...ไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เป็นพวกที่อันตรายมากกับค่ายพักแรม เพราะพวกมันไม่กล้าผงไล่สัตว์กลายพันธุ์ ดังนั้นฝ่ายศึกษาวิจัยของพวกเราเมื่อได้รับโจทย์จึงได้มอบหมายให้กับจ่าสิบโทอันซูหยวนทำงานนี้ และตอนนี้...มันก็สำเร็จด้วยดีแล้ว”

 

“รายละเอียดของโครงการขอส่งให้ทุกคนอ่านอีกครั้ง โดยเริ่มจากตัวแทนขององค์กรนักล่าสกุลจางที่คว้าอันดับหนึ่งไป พวกท่านอ่านรายละเอียดเสร็จแล้ว หากสนใจก็สามารถซื้อโครงการนี้ได้เลย”

 

“ราคาที่พวกเราตั้งเอาไว้ก็คือ 5 ล้านเครดิตเท่านั้น ไม่ทราบว่าท่านตัวแทนสนใจหรือไม่” เมื่อได้ยินเช่นนี้ ทุกคนก็ตื่นเต้นกันทันที โครงการที่น่าจะทำเงินได้มากมายเช่นนี้ สุดท้ายแล้วมีราคาขายเพียง 5 ล้านเครดิตหรือ?

            

อย่าพูดแค่พวกนักเรียนจะต้องใช้ทุกๆปีเลย พวกนักล่าที่ต้องขยับขยายหากินในเขต B ก็ต้องซื้อเช่นกัน ปกติแล้วเขต B อันตรายกว่าเขต A และไม่เป็นที่นิยมในการพักแรม ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะพวกไก่หงอนแดงกลายพันธุ์เหล่านี้นี่แหละ เมื่อมีอุปกรณ์จัดการพวกมันได้ เช่นนั้นยอดขายจะน้อยหรือ? แน่นอนว่าไม่!

 

“เป็นโครงการที่น่าสนใจ แต่ประธานของพวกเราสั่งเอาไว้แล้ว เรื่องนี้มอบสิทธิตัดสินใจให้คุณอันได้เลย” ตัวแทนหันไปหาอันซูหยวนที่กำลังดูอยู่ ทุกสายตาที่จับจ้องเขาอยู่ในตอนแรกก็เปลี่ยนไปหาอันซูหยวนทันที

            

เด็กสาวพยักหน้าขอบคุณอีกฝ่ายก่อนจะมองไปที่พันโทหวง

 

“ท่านผู้นำคะ เรื่องนี้เป็นงานศึกษาของฉันด้วย ดังนั้นฉันรู้ดีกว่าใครว่าจะประสบความสำเร็จในระดับไหน ฉันชอบงานนี้มากและอยากจะเป็นตัวแทนตระกูลจางในการลงทุน อย่างไรก็ตาม...ตระกูลจางคงจะไม่สนใจเรื่องเงินเล็กๆน้อยๆแต่ต้องทำงานยุ่งยากนี้ จึงอยากจะขอถามเซี่ยเฟยเฟยที่เป็นเพื่อนของฉัน อยากรู้ว่าเธออยากจะร่วมลงทุนไหม แต่ฉันยังหาเธอในงานไม่เจอเลยค่ะ”

           

 ได้ยินอันซูหยวนพูดเช่นนั้น ตัวแทนตระกูลหานก็ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกไม่ค่อยดีกับที่อันซูหยวนคนนี้รู้จักตระกูลเซี่ยเลย เพราะมันอาจหมายความว่าพวกเขาไม่มีสิทธิที่จะได้รับงานนี้แล้วอย่างไรล่ะ

            

กลับกัน...ตระกูลเซี่ยดูตื่นเต้นมาก บุตรชายคนโตของตระกูลเซี่ยก้าวออกมา แนะนำตัวกับอันซูหยวนทันที

 

“จ่าสิบโทอัน เรื่องนี้เป็นหลานสาวที่มอบให้ฉันมาแทน บัตรเชิญของหลานเฟยเฟยเป็นฉันที่สามารถเป็นตัวแทนของเธอได้ ดังนั้นงานนี้...”

 

“ขอโทษนะคะ คุณกำลังจะบอกว่าเซี่ยเฟยเฟยไม่ได้มาร่วมงาน แล้วก็ให้คุณมาแทน?” ซูหยวนขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ท่าทางที่เปลี่ยนไปของเธอนั้นทำให้ผู้นำตระกูลเซี่ยสังเกตเห็นได้ในทันที น่าเสียดายที่บุตรชายคนโตของเขาตื่นเต้นมากเกินไปจนไม่ทันทำความเข้าใจกับสถานการณ์ก่อน

 

“ใช่แล้ว ดังนั้น...”

 

“เหอะ! เซี่ยเฟยเฟยคนนี้ไม่ต้องการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกันแล้วหรือ? เพราะครั้งก่อนได้เข้าไปทดลองงานตอนที่เธออยู่ในกลุ่ม รู้สึกถูกชะตาก็เลยคิดจะเป็นเพื่อนกัน คิดไม่ถึงเลยว่าเซี่ยเฟยเฟยกลับไม่ต้องการความสัมพันธ์นี้ ดังนั้น...ในเมื่อเธอไม่ต้องการแล้ว อย่างนั้นฉันก็ไม่ทำแล้วเหมือนกัน”

            

อันซูหยวนบ่นออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิดมาก เห็นเช่นนั้นแล้วตระกูลเซี่ยก็อ้าปากค้าง ผู้นำตระกูลขมวดคิ้วมองดูแผ่นหลังของเด็กสาวจากไป เธอดูว่าจะโกรธจริงๆ

 

“นี่...” บุตรชายคนโตของผู้นำตระกูลเซี่ยทำได้แค่ยืนอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น ตัวเขาอุตส่าห์ดีใจที่จะได้รับผลประโยชน์สำคัญนี้ ใครจะไปคิดว่าจากเรื่องดีๆของพวกเขาจะพลิกกลับ กลายเป็นเรื่องหายนะแทนเสียอย่างนั้น

 

“เรื่องนี้...ตระกูลจางเห็นควรว่ายังไงครับ”

 

“เฮ้อ ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น เมื่อคุณอันไม่สนใจ อย่างนั้นในฐานะตระกูลจางก็ขอผ่านโครงการนี้ก็แล้วกัน” 

 

ตัวแทนตระกูลจางโบกมือ เขาได้ยินเรื่องนี้มาอยู่ก่อนแล้ว จึงร่วมเล่นละครไปกับคุณอันด้วย ทั้งยังจงใจพยายามแสดงให้ดี เผื่อว่าคุณอันจะเห็นความสามารถของเขา กล่าวชมต่อหน้าประธานจางสักสองสามคำ ไม่ต้องขอให้ประธานมอบรางวัลอะไร แค่ไม่ปล่อยออร่ากดดันใส่เขาบ่อยๆอีกก็พอแล้ว...

 

“ดะ เดี๋ยวก่อนครับ เดี๋ยวก่อน...ตระกูลเซี่ยของพวกเรานั้น...”

 

“พอได้แล้ว!” เห็นท่าทางของบุตรชาย ผู้นำตระกูลเซี่ยก็ตวาดออกมาเสียงดัง หูของชายชรายังคงเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความอับอายด้วย

            

คนก็ไปแล้ว ตอนนี้จะทำอะไรได้อีก สุดท้ายกลายเป็นว่าคำเชิญที่เซี่ยเฟยเฟยได้รับ แท้จริงแล้วก็เพื่อสิ่งนี้หรือ? อันซูหยวนคนนั้นก็คือเพื่อนของหลานสาวเขา แต่ตอนนี้เขาดันให้คนอื่นมาจนทำให้อีกฝ่ายโกรธ ถ้าลำพังเธอเป็นแค่นักวิจัยก็ช่างเถอะ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนของตระกูลจางด้วย

            

เขายังกล้าทำให้คนของตระกูลจางไม่พอใจหรือ?

            

ตระกูลหานที่คิดว่าตัวเองจะต้องเสียสิทธิในการทำประโยชน์นี้แล้ว คิดไม่ถึงว่าตระกูลเซี่ยกลับเป็นฝ่ายหาเรื่องเสียอย่างนั้น คำเชิญของคนอื่นกลับมอบให้คนอื่นอีกคน เจ้าของผู้มอบบัตรเชิญนั้นจะไม่พอใจก็ไม่แปลก ตอนนี้ตระกูลเซี่ยมีแต่ต้องรีบทำให้อันซูหยวนกลับมาเป็นพันธมิตรให้ได้เหมือนเดิมเท่านั้น ไม่อย่างนั้น...อนาคตพวกเขาจะแย่แน่

            

ตระกูลหานเองก็จับจ้องไปยัง “อันซูหยวน” คนนี้เช่นกัน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าเธอมีความขัดแย้งกับหานตู้ ทั้งยังไม่ลงรอยกับจ่าสิบเอกไป๋ที่เป็นผู้สนับสนุนหลักในฝ่ายวิจัย ดังนั้นในฐานะตระกูลหาน ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขาจะกลายเป็นแย่ไปด้วย

 

อย่างไรก็ตาม...เมื่อไม่นานมานี้ ได้ยินว่าเด็กสาวก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับสูงของฝ่าย พวกผู้นำต่างก็ชอบเธอกันทั้งนั้น ดังนั้น...แทนที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจ่าสิบเอกไป๋เท่านั้น พวกเขายังควรต้องมองหาอันซูหยวนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ไปด้วย ขิงแรงแต่ข่าอาจจะแรงกว่า เมื่อถึงเวลาที่จ่าสิบเอกไป๋ถูกโค่นล้ม แล้วผู้ชนะคือจ่าสิบโทอันซูหยวนคนนี้ พวกเขาก็จะไม่เสียเปรียบเกินไป

            

ตอนนี้นับเป็นโอกาสที่ดี ในเมื่อตระกูลเซี่ยก็ทำให้เธอไม่พอใจเหมือนกัน พวกเขาตระกูลหานก็เคยทำให้เธอไม่พอใจเหมือนกัน สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็เริ่มต้นเท่ากันทั้งหมด นี่ไม่ได้แปลว่าพวกเขาก็ยังมีโอกาสอยู่หรือ?

 

………………………………………