LNCrawler

บทที่ 275 กำจัดวัชพืช (อ่านฟรี 7 ธ.ค. 68)

อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก (อ่านฟรีจนจบ) (*มีอีบุ๊ค*) — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 275 กำจัดวัชพืช (อ่านฟรี 7 ธ.ค. 68)

บทที่ 275 กำจัดวัชพืช

 

งานชิ้นสำคัญนี้ไปอยู่ในมือของตระกูลหานในที่สุด แต่ซูหยวนไม่ได้ทำให้ตระกูลจางขาดทุนเลย เงินเพียง 5 ล้านเครดิตที่เป็นกำไรเริ่มต้นจะนับเป็นอะไรได้ สุดท้ายแล้วที่ตระกูลจางสมควรเก็บเกี่ยวกลับเป็นเรื่องอื่นมากกว่า

           

 ไม่ใช่ว่าอุปกรณ์นี้จะมีประโยชน์มากที่สุดหากสามารถโจมตีได้ด้วยหรือ? ถ้าอย่างนั้น...ทำไมตระกูลจางไม่ลงทุนผลิตลูกบอลโจมตีแทนล่ะ

            

ถ้าคิดแล้ว...ปืนใหญ่กับกระสุนจะต้องใช้จ่ายไปกับอะไรมากที่สุด? แน่นอนว่าต้องเป็นกระสุนใช่ไหม? นอกจากนี้...กระสุนที่ตระกูลจางควรทำได้ก็ไม่น่าจะใช่แค่กระสุนที่ต้องยิงกับปืนใหญ่เท่านั้น ในเมื่อจะทำแล้ว...อย่างนั้นก็ทำกระสุนที่ใช้ได้แม้แต่มือคนไปเสียเลยสิ

            

ดังนั้นในเวลาไม่กี่วันนี้...ซูหยวนได้หยิบโครงการใหม่ขึ้นมาแทน แล้วเธอก็ได้ออกแบบงานศึกษากระสุนแยกเป็นอีกโปรเจค โดยที่ทหารทั้ง 10 คนยังอยู่ประจำหน่วย คอยเป็นผู้ช่วยของเธอ

            

พวกผู้นำเองก็อนุญาตแล้ว พวกเขายังบอกอีกว่าห้องทำงานนี้จะเก็บเอาไว้ให้เธอแน่ ทุกๆปิดภาคเรียนหรือตอนที่ซูหยวนอยากจะมา พวกเขาก็เปิดพร้อมรับเธอ แถมยังให้ทหารทั้ง 10 ประจำการที่ห้องของเธอ คอยอยู่ช่วยงานตลอดไปด้วย อีกอย่าง..ถ้าพวกเขามีความคิดจะเสนอหรืออยากศึกษา ก็จะมอบงบประมาณให้ภายใต้ชื่อหัวหน้าห้องทดลองเป็นเธอ

            

นี่เป็นการตอบแทนความคิดระดมทุนของซูหยวน ทำให้ฝ่ายของพวกเขาสามารถปรับปรุงได้ในที่สุด

            

หลังจากนั้นไม่นาน ซูหยวนก็ต้องกลับมาเรียนภาคเรียนที่ 2 แล้ว เพียงเปิดภาคเรียนมา...เพื่อนๆทั้ง 7 ก็รีบเข้ามาทักทายทันที พวกเขาอยากเริ่มทำภารกิจอีก 2 ชิ้นให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อที่จะได้เอาเวลาไปฝึกซ้อมสำหรับการสอบวิชาเพิ่มเติมของตัวเองต่อไป

            

ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าสิ่งที่ยากที่สุดของชั้นปีที่สอง นอกจากการทำเกษตรแล้วก็มีเรื่องการยกระดับการสอบวิชาเพิ่มเติมนี่แหละ ถ้าไม่ฝึกฝนให้ดี...พวกเขาก็คงจะไม่ผ่านวิชาต่อไปแน่

            

ดังนั้นเพื่อที่จะทำภารกิจง่ายๆ ทุกคนจึงมาหาซูหยวน ขอให้เธอเลือกภารกิจทั่วไปจากองค์กรเกษตรกรสัก 2 ชิ้น จากนั้นก็แยกกันไปทำเพื่อเก็บแต้ม ซึ่งซูหยวนก็เห็นด้วย

            

เธอจึงได้เลือกภารกิจ 2 อย่าง ขอเพียงขยันหมั่นเพียรก็จะต้องทำสำเร็จได้ ภารกิจแรกก็คือภารกิจในการเติมน้ำเข้าถังหมัก เนื่องจากในแปลงเพาะปลูกจะต้องปราศจากสารพิษใดๆ พวกเขาจึงไม่กล้าเอาเครื่องจักรเข้ามาใช้งาน ดังนั้นงานในการจัดการกับถังหมักนี้จะต้องใช้แรงงานคนเท่านั้น

            

แต่เดิมแล้วไม่มีคนสนใจภารกิจพวกนี้ จึงเป็นเกษตรกรที่ทำเองทั้งหมด ด้วยพลังงานที่ต่ำกว่านักล่าของพวกเขา งานนี้กว่าจะเสร็จก็กินเวลาไป 2 เดือน ทว่า...ซูหยวนให้พวกนักเรียนหญิง 5 คนรับภารกิจนี้ไป โดยภารกิจนี้เป็นภารกิจสำหรับคนน้อยกว่า 10 คน พวกเขามี 7 คนจึงรับได้ไม่ยาก

            

คาดว่าประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็น่าจะเสร็จแล้ว ซึ่งนอกจากภารกิจนี้...ซูหยวนก็ได้รับภารกิจในการจัดการวัชพืชที่สูงท่วมหัว ประมาณ 4 เมตรให้ได้ 10 แปลงขึ้นไป

            

อาศัยเพียงคน 3 คนคืออันซูหยวน ซานหยานและถงเฟย จะต้องจัดการวัชพืชที่เหมือนกับต้นไม้ใหญ่ ขึ้นปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ วัชพืชพวกนี้...ถ้าพวกมันสามารถตัดไม้แล้วเอามาใช้งานต่อไปได้ ผู้คนก็คงจะไม่รังเกียจที่มันกินดื่มแล้วเติบโตอย่างรวดเร็ว ทว่า...ได้ชื่อว่าวัชพืชย่อมแปลว่าพวกมันไม่มีประโยชน์ใดๆ

            

แปลงเพาะปลูกบางแปลงไม่ได้เช่าใช้งานนานแล้ว พวกมันเป็นแปลงเพาะปลูกรกร้างที่มีความสมบูรณ์ของดินต่ำ แม้จะมอบให้เกษตรกรเช่าในราคาถูกก็ไม่มีใครอยากจะเช่า แค่คิดว่าจะต้องตัดการวัชพืชมากมายขนาดนี้ก็ท้อแล้ว

            

เมื่อตัดมันออกมาได้อย่างยากลำบาก ยังต้องกลัวว่าขยะพวกนี้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนอีก เนื่องจากทันทีที่พวกมันถูกตัด วัชพืชพวกนี้จะร่วงลงมา อ่อนปวกเปียกยิ่งกว่าสไลม์หากแต่ไม่มีความเหนียว กินก็ไม่ได้ เพราะจากการศึกษา หากมนุษย์กินเข้าไป พวกมันก็จะเติบโตในร่างของมนุษย์อีก กลายเป็นใช้มนุษย์เพื่อเป็นปุ๋ยของตนเอง

            

แม้ว่าซูหยวนจะสนใจและมีความคิดว่าพวกมันพัฒนาได้ แต่งานในมือของเธอตอนนี้ก็มากเกินไป คงจะต้องรอตอนว่างๆหลังเรียนจบแล้วเท่านั้น

 

“เพื่อนนักเรียนอัน...หนึ่งแปลงเพาะปลูกมีพวกมันมากกว่า 100 ต้น พวกเราต้องทำ 10 แปลงเพาะปลูก ไม่ใช่ว่าพวกเราจะทำกันเสร็จในอีก 10 ปีหรือ?” ถงเฟยได้เห็นภาพนี้ก็อ้าปากค้าง ไม่คิดเลยว่าการกำจัดวัชพืชที่ว่า แท้จริงแล้วเป็นวัชพืชพวกนี้...

 

“ไม่ต้องกังวล” ซูหยวนโบกมือ ในเมื่อเธอรับภารกิจมาแล้วก็ต้องมีวิธีจัดการอยู่

            

แม้ว่าการใช้พลังงานเพื่อทำลายพวกมันจะเป็นวิธีทั่วไปที่ผู้คนใช้กัน และด้วยพลังงานของเธอตอนนี้ น่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อจัดการ แต่ถ้าการคาดการณ์ของเธอไม่ผิด บางที...ยาฆ่าหญ้าที่เธอมีอาจจะใช้ได้ก็ได้

 

“ทุกคนถอยไปก่อน ฉันจะลองใช้สารเคมีในการจัดการ”

 

“ได้” ซานหยานและถงเฟยขยับถอยหลังทันที พวกเขาไม่ถามด้วยซ้ำว่าซูหยวนมั่นใจหรือไม่ แล้ววิธีการเป็นอย่างไร ขอแค่เพื่อนนักเรียนอันพูด พวกเขาก็พร้อมจะทำตามแล้ว

            

ซูหยวนเตรียมยาฆ่าหญ้าออกมาจากฟาร์มแล้ว เธอเทมันไว้ในขวดพ่นของที่นี่ ถึงแม้ว่ายาฆ่าหญ้าพวกนี้จะไม่เคยใช้งานที่โลกนี้มาก่อน ทว่า...ซูหยวนก็คาดหวังว่ามันจะจัดการวัชพืชต้นใหญ่พวกนี้ได้บ้าง หรืออย่างน้อยๆ...ต้นอ่อนที่กำลังเติบโตอยู่ก็สมควรจะย่อยตายไป

            

ฟืด ฟืด

            

ยาฆ่าหญ้าถูกฉีดออกไป ซูหยวนเลือกใช้ขวดพ่นเพื่อประหยัด เนื่องจากวัชพืชไม่ค่อยเติบโตในพื้นที่ของเธอมากนัก ทำให้ซูหยวนไม่ได้ผลิตพวกมันออกมามากเกินไป อีกอย่าง...ถ้าเทียบกับแรงงานหนูขาวแล้ว การผลิตยาฆ่าหญ้าก็ถือเป็นการสิ้นเปลืองเท่านั้น

            

อันที่จริง...ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดจะใช้มันเพื่อจัดการพืชกลายพันธุ์ในพื้นที่ล่าด้วย น่าเสียดายที่พวกมันไม่ได้ผล

            

อาจจะเพราะสารพิษในพืชกลายพันธุ์มีมากอยู่แล้ว ดังนั้นพวกมันจึงไม่กลัวสารพิษอีก ทั้งหมดนั้นเป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น แต่หลังจากที่รู้ว่ายาฆ่าหญ้าไม่ได้ผล ซูหยวนจึงไม่สนใจพวกมันอีก

            

แทนที่จะเอาเวลาการผลิตไปผลิตยาฆ่าหญ้า สู้ผลิตยาฆ่าแมลงยังจะดีกว่า ดังนั้นเธอจึงมียาฆ่าหญ้าในมือน้อย แต่ถ้ามันใช้ประโยชน์ได้ ในอนาคตเธอคงต้องเพิ่มการผลิตขึ้นมาอีกเล็กน้อย

 

“กลิ่นนี้คืออะไรหรือ? เป็นกลิ่นที่ค่อนข้างแปลก...” ถงเฟยยื่นหน้าเข้ามา ทำเอาซูหยวนถึงกับตกใจ

            

กลิ่นของสารเคมีที่รุนแรงนี้ อีกฝ่ายกลับสูดเข้าเต็มปอดอย่างไม่กลัวตาย ช่าง...เฮ้อ ถ้าเขาเป็นคนจากโลกเดิมของเธอ เพียงแค่ได้กลิ่นสารเคมีนี้คงจะต้องร้องเรียนแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นน้ำหมักชีวภาพที่ระบบจัดสรรให้ แต่การบ่มจนเกิดก๊าซอันตรายขึ้นมาก็ไม่ควรจะสูดดมโดยตรง ขนาดเธอยังใช้ผ้าปิดหน้า เจ้าเพื่อนสองคนกลับพยายามสูดเข้าไปให้มากขึ้นเสียอย่างนั้น

 

“อย่าเข้ามาใกล้นัก มันเป็นของอันตราย”

 

“อันตรายหรือ? แต่ว่า...มันไม่เห็นมีสีดำเหมือนสารพิษข้างนอกเลย”

 

เห็นถงเฟยย้อนกลับมาอย่างนั้น ซูหยวนก็จนใจ โชคดีที่เขาแค่พูดท้วงกลับมา ไม่ได้จะหาเรื่องกัน ดังนั้นจึงไม่ต้องอธิบายเพิ่ม ทว่า...เรื่องนี้ทำให้ซูหยวนเข้าใจแล้ว ปรากฏว่าคนที่โลกนี้...พื้นฐานไม่รู้จักสารเคมีจากโลกเดิมของเธอ ไม่แน่ว่าอนาคตอาจจะใช้การได้ก็ได้

            

ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันนั้น ภาพข้างหน้าก็ค่อยๆเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว ตามปกติ...วัชพืชที่ถูกยาฆ่าหญ้าจะต้องใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมงหรือ 1 วันก่อนจะแสดงผล แม้ว่าประสิทธิภาพของยาฆ่าหญ้าที่เอาออกมาจากฟาร์มจะดีกว่าปกติ ถึงอย่างนั้น...ภายในไม่กี่วินาทีนี้กลับแสดงผลออกมาแล้ว ช่างเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เสียจริง

 

“วัชพืชนี้...ดูเหมือนจะกำลังตายแล้ว” 

 

ซานหยานเองก็สังเกตเห็น เขาชี้ไปยังวัชพืชต้นใหญ่ที่จู่ๆก็เปลี่ยนเป็นสีซีด แต่เดิมมันเป็นสีน้ำตาลเข้ม ทว่าเวลานี้กลับเริ่มจางลงแล้ว

            

แถมผิวเปลือกที่เต่งตึงในคราแรกยังค่อยๆเหี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ช่างเป็นการจัดการที่รวดเร็วจริงๆ

            

ซูหยวนมองดูเปลือกของวัชพืชที่แตกออก ดวงตามีประกายบางอย่างปรากฏขึ้น...ระหว่างการตัดวัชพืชทิ้งด้วยแรง กับการใช้ยาฆ่าหญ้า ดูเหมือนว่าจะให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอยู่ไม่น้อยเลย

            

หากใช้แรงตัดไม้พวกนั้นทิ้ง ซากของพวกมันจะค่อยๆกลายเป็นขยะที่ใช้การไม่ได้ ตอนขนย้ายออกไปก็ยิ่งยากลำบาก หากขนย้ายไม่ดี พวกมันยังจะแทรกซึมลงดินแล้วกลายเป็นสารพิษต่อไป ยิ่งทำให้แปลงเพาะปลูกขาดความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น 

 

ทว่า...จากสิ่งที่เห็นตอนนี้ ยาฆ่าหญ้าเข้าไปทำปฏิกิริยาบางอย่างจนทำให้วัชพืชพวกนั้นต้องปรับตัว ระเหยน้ำประหลาดในต้นของมันออกไป เพราะแบบนั้นจึงทำให้ลำต้นของมันค่อยๆแห้งเหี่ยวซึ่งสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตาเปล่า

 

จนกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วโมง พวกมันก็ค่อยๆเอนล้มลง รากของมันหลุดออกจากพื้นดิน หากแต่ยังทิ้งเปลือกไม้แห้งเหี่ยวเอาไว้ ไม่มีเศษน้ำเน่าเสียใดๆจากวัชพืชที่ให้เก็บกวาดเลย

 

“สิ่งนี้คือเปลือกของพวกวัชพืชหรือ? มันจะเป็นอันตรายหรือไม่? พวกเราควรจะต้องแจ้งกับองค์กรเกษตรกรเพื่อให้มาตรวจสอบก่อนดีไหม หากพวกเราจัดการไม่ดีแล้วแปลงเพาะปลูกพวกนี้เสียหาย คงจะถูกตำหนิอีกแน่”

 

“ไม่จำเป็น ของพวกนี้ไม่ใช่ของไม่ดี”

 

“หืม? หรือเพื่อนนักเรียนอันจะรู้ว่ามันคืออะไร”

 

“ใช่” 

 

ซูหยวนพยักหน้ารับ ของพวกนี้ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนที่ต้นไม้ตาย พวกมันก็จะทิ้งเปลือกเหี่ยวแห้งเช่นนี้หรือ? เธอเคยเห็นพวกมันมาก่อน ถึงจะไม่ใช่ต้นเดียวกัน แต่ก็มีลักษณะคล้ายกันมาก 

            

เมื่อก่อนตอนปลูกมะละกอเอาไว้ที่บ้าน พวกมันก็เป็นแบบนี้ ถ้าเหี่ยวแห้งตาย น้ำข้างในระเหยออกทั้งหมด เหลือแค่เปลือกต้นนิ่มๆ แค่คาดไม่ถึงว่าต้นวัชพืชนี้...แท้จริงแล้วจะปล่อยน้ำทิ้งแล้วกลายเป็นลักษณะนี้

 

“ถ้าอย่างนั้น...พวกเราก็จะช่วยขนไปเอง”

 

“ขอบใจมาก ฉันสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ แล้วจะแบ่งส่วนแบ่งให้แน่นอน”

 

“เรื่องนั้นไม่เป็นไร พวกเราแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย ยาที่ใช้จัดการวัชพืชพวกนี้ก็เป็นของเธอ พวกเรายังได้แต้มภารกิจอีก” 

 

ทั้งสองคนก็เป็นเช่นนี้ พวกเขาไม่อยากเอาเปรียบอันซูหยวน รู้แค่ว่าเธอยอมรับพวกเขาก็ถือว่าเป็นพระคุณแล้ว ก่อนหน้านี้ทำให้พวกเขาผ่านชั้นปีที่ 1 มาได้ ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเธอทั้งนั้น พระคุณที่ช่วยเหลือนี้...พวกเขาจะต้องตอบแทนให้ได้

            

ซูหยวนไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธพวกเขา เพียงทำงานของตัวเองต่อไป พูดกับคนพวกนี้ก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง พวกเขาไม่อยากได้ บังคับตอนนี้ก็แค่เถียงกันไปเปล่าๆเสียเวลา ถ้าอยากจะให้...แค่ต้องให้พวกเขาในตอนปฏิเสธไม่ได้ก็เท่านั้น

            

อีกอย่าง เปลือกไม้พวกนี้ไม่อาจจะเอาไปใช้ได้เลย ซูหยวนยังต้องขอให้ใครบางคนช่วยเหลือด้วย ได้เป็นไปได้...ความร่วมมือกับตระกูลเซี่ยก็ไม่เลวเหมือนกัน

            

โลกนี้รู้จักวิธีการใช้เปลือกของพวกพืชกลายพันธุ์บางชนิดเอามาทำเป็นกระดาษใช้งานได้ แต่เพราะมีขั้นตอนมากมายในการทำ อีกทั้งยังต้องอาศัยการล่าของพวกนักล่าที่มีระดับความสามารถในการล่าที่เขต E ขึ้นไปจึงจะสามารถนำพืชกลายพันธุ์ที่มีเปลือกเหนียวมากพอจะนำมาแปรรูปได้กลับมา ทำให้กระดาษมีราคาสูง อีกทั้งยังขาดตลาดอยู่บ่อยๆ

            

อย่างไรก็ตาม...หากซูหยวนสามารถเปลี่ยนพวกมันทั้งหมดเป็นกระดาษได้ ต่อไปราคาของกระดาษจะต้องลดลงแน่ แถมปัญหาเรื่องการขาดกระดาษก็จะถูกแก้ไข

            

ด้วยเปลือกจากวัชพืชนี้ ไม่แน่ว่าเธออาจจะเปลี่ยนพวกมันจากการเป็นวัชพืชให้กลายเป็นพืชมีค่าขึ้นมาก็ได้ ถึงแม้ว่าการสร้างรายได้จากการเพาะปลูกพวกมันจะไม่ใช่รายได้หลัก เพราะการครอบครองพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมากกว่านี้ ซูหยวนคนเดียวยังทำไม่ได้ ระดับเกษตรกรของเธอยังต่ำเกินไป 

 

อีกทั้งวัชพืชที่ไม่ต้องการการดูแลอะไร ทั้งยังเติบโตได้รวดเร็วนี้ องค์กรเกษตรกรคงไม่พลาดที่จะทำกำไรจากมัน ดังนั้น...เพื่อไม่ให้ไปขัดผลประโยชน์กันเอง แถมเธอยังได้หน้า ซูหยวนสามารถเปิดเผยเรื่องนี้ให้องค์กรเกษตรกรรับผิดชอบได้

            

แน่นอนว่าเรื่องการจัดการกับวัชพืชพวกนี้...องค์กรเกษตรกรจะมาปล้นยาฆ่าหญ้าจากเธอนั้นเป็นไปไม่ได้! สุดท้ายแล้วคนที่จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้มากที่สุด อาจไม่ใช่องค์กรเกษตรกร แต่เป็นเธอเสียมากกว่า!

 

…………………………………