บทที่ 278 วัชพืชกระดาษ (อ่านฟรี 10 ธ.ค. 68)
บทที่ 278 วัชพืชกระดาษ (อ่านฟรี 10 ธ.ค. 68)
บทที่ 278 วัชพืชกระดาษ
ด้วยความร่วมมือระหว่างองค์กรเกษตรกรและอันซูหยวนที่ผ่านมา ทำให้เขาพอจะคาดเดานิสัยของอีกฝ่ายได้บ้าง อันซูหยวนคนนี้ไม่ได้ใจกว้างมากอะไร แต่ก็ไม่ได้ใจแคบ ขอเพียงมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมสำหรับเธอ เรื่องอย่างวิธีการจัดการวัชพืชก็ไม่ใช่จะเผยแพร่ไม่ได้
สำหรับองค์กรเกษตรกรของพวกเขา แปลงเพาะปลูกทิ้งร้างเหล่านี้ไม่ได้มีน้อยๆ ปกติแล้วปล่อยให้มันเสียหายอยู่อย่างนั้นก็เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานไปเปล่าๆ ดังนั้นหากจัดการเปลี่ยนพวกมันเป็นทรัพย์สินได้ก็คงจะดี ไม่ใช่แค่ตอนนี้เท่านั้น...แต่ยังเป็นเรื่องดีในระยะยาวได้ด้วย
แปลงเพาะปลูกเหล่านี้เป็นแปลงเพาะปลูกที่ต้องสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นดิน อุณหภูมิ หรือแม้แต่แสงแดด ดังนั้นหลังจากที่ดินพวกนี้ถูกใช้มากเข้าก็ย่อมเสื่อมสภาพไปได้ ส่วนการจะฟื้นความอุดมสมบูรณ์ต้องใช้เวลานานมาก นี่ทำให้เกษตรกรหลายๆคนเลือกจะละทิ้งแปลงเพาะปลูกเดิม แล้วไปเช่าแปลงเพาะปลูกอันใหม่จากองค์กรแทน
ภาระในการจัดการแปลงเพาะปลูกส่วนใหญ่จึงย้อนกลับมาที่องค์กรเกษตรกร ไม่น่าแปลกใจเลยที่ค่าเช่าแปลงเพาะปลูกของพวกเขาจะมีราคาสูง นั่นก็เพราะได้รวมเอาต้นทุนในการจัดการแปลงเพาะปลูกหลังเช่าไว้แล้วด้วย แปลงเพาะปลูกพวกนี้อย่างมากก็เช่าได้ประมาณ 10 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นเล็กน้อย จากนั้นก็จะถูกยกเลิกการเช่าแล้วไปเลือกที่ดินอื่นแทน
องค์กรเกษตรกรไม่เกี่ยงที่จะต้องเป็นผู้ฟื้นฟูแปลงเพาะปลูกเหล่านี้ พวกเขาเองก็ต้องการสนับสนุนให้เกษตรกรยังทำงานได้ง่ายขึ้น เพียงแต่...ทุกๆปีมีภาระที่ต้องจัดการมากเกินไป ดังนั้นเมื่อการฟื้นฟูเป็นไปได้ยาก พวกเขาจึงเดินหน้าสนใจการสร้างแปลงเพาะปลูกใหม่ๆขึ้นมาแทน
สุดท้ายแล้วแปลงเพาะปลูกที่ถูกทิ้งร้างเหล่านี้จึงเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ขนาดพวกเขาพยายามออกประกาศเป็นภารกิจจ้างงานก็ยังไม่ค่อยมีคนรับทำเลย หนึ่งงานได้เงินไม่มากนัก หากแต่กระบวนการจัดการเต็มไปด้วยความยุ่งยาก ต่อให้เป็นนักล่าฝีมือดี พวกเขาก็ยังบอกว่าออกไปล่าสัตว์กลายพันธุ์ยังง่ายกว่าจัดการวัชพืชเหล่านี้ให้พวกเขา
อีกอย่าง...วัชพืชพวกนี้เติบโตได้รวดเร็วจริงๆ ขอแค่ปล่อยพวกมันทิ้งเอาไว้ไม่นานก็ขยายรากแตกหน่อไปเอง หนึ่งปีก็โตเต็มทั่วทั้งแปลงแล้ว ยิ่งปล่อยไว้ก็ยิ่งเพิ่มความสูงอีกต่างหาก ไม่ต้องดูแล ไม่ต้องวุ่นวายใดๆ ปัญหาปวดหัวที่ทำให้ผู้มีอำนาจในองค์กรต้องกุมขมับ สุดท้ายแล้วคิดไม่ถึงเลยว่าจะกลายเป็นเช่นนี้
ของที่ไม่มีใครต้องการ วัชพืชที่แม้แต่จะทำลายยังยาก ที่แท้...พวกมันก็สามารถเปลี่ยนเป็นกระดาษได้งั้นหรือ? เหอ เหอ เหอ ต่อให้พวกเขานอนหลับฝันไป 2 ตื่น ตื่นมาครั้งที่ 3 ก็ยังคงตกใจอยู่เลย!
แน่นอนว่าเรื่องการเปลี่ยนพวกมันเป็นกระดาษจะถือเป็นเรื่องวิเศษที่พวกเขาไม่อยากเชื่อ ทว่า...เอาแค่เรื่องการทำให้พวกมันถูกโค่นโดนไม่แตกออกมาเป็นของเหลวนั้นต้องทำได้อย่างไรก่อน?
ต่อให้อันซูหยวนไม่เปลี่ยนพวกมันเป็นกระดาษ แต่ด้วยวิธีจัดการวัชพืชให้ได้เกือบ 10 แปลงในเวลา 2 วันนี้ เธอทำมันได้อย่างไร! หากพวกเขามีวิธีการเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าจะลดงบประมาณไปได้มากหรอกหรือ?
ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดงบประมาณที่จะต้องสร้างแปลงเพาะปลูกใหม่ ไม่ต้องง้อพวกนักล่าที่กว่าจะรับภารกิจจะต้องอ้อนวอนร้องขอความเมตตา นี่ก็เรียกว่าปาฏิหาริย์แล้ว!
“เข้าใจแล้วค่ะ พวกคุณสนใจวิธีการเปลี่ยนวัชพืชพวกนี้เป็นกระดาษใช่ไหมคะ?” ซูหยวนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เห็นท่าทางว่าเธอไม่โกรธเคืองที่พวกเขาบุกมาที่นี่อย่างเห็นแก่ตัว รองประธานฯก็แอบผ่อนลมหายใจของตนเอง ดูเหมือนว่าเขาจะมีโอกาสร่วมมือกันิอีกครั้งแล้วสินะ
“ฮ่าๆ ใช่แล้ว เกษตรกรอัน..พูดตามตรงเลยนะ วัชพืชพวกนี้เป็นปัญหาสำหรับองค์กรพวกเรามานานมาก เรื่องที่มันเปลี่ยนเป็นกระดาษได้ สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไร ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนสนใจเพาะปลูกพวกมันโดยเฉพาะก็ได้ โดยเฉพาะเกษตรระดับสูงที่มีสิทธิในการเช่าพื้นที่จำนวนมาก แต่ไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง”
“ก่อนหน้านี้พวกเราเองก็ทิ้งแปลงเพาะปลูกร้างไว้อย่างนั้น เสียต้นทุน เสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ ผู้คนมากมายอยากออกจากการเป็นเกษตรกรเพราะรู้สึกว่าการเพาะปลูกมันยุ่งยากเกินไป แต่ด้วยวัชพืชพวกนี้...หากพวกมันไม่ใช่วัชพืชอีกต่อไป พวกเราก็คงจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กรได้”
รองประธานสภฯคิดทำการใหญ่ ซูหยวนรู้ว่าเขาอยากจะเล่าแผนการของตัวเองให้ฟัง ทว่าเธอไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นเลย หญิงสาวยกมือขึ้นห้าม เธอคลี่ยิ้มจางๆ
“เรื่องที่พวกมันเปลี่ยนเป็นกระดาษได้นั้น ขอบอกว่านี่เป็นเรื่องจริง แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่สามารถบอกพวกคุณได้”
“นี่....”
“มันเป็นเรื่องความลับทางธุรกิจค่ะ อย่างไรก็ตาม...วิธีการผลิตกระดาษนี้ถูกมอบให้ตระกูลเซี่ยแล้ว พวกเขารับปากว่าจะซื้อวัชพืชกระดาษจากพวกคุณ โดยเรื่องราคานั้นย่อมเป็นหน้าที่พวกคุณต่อรองกันภายหลัง ทว่า...เท่านี้ก็น่าจะยืนยันได้แล้วใช่ไหมคะว่าต้นวัชพืชกระดาษจะทำประโยชน์ได้”
แม้ว่ารองประธานสภาฯจะอยากรู้อยากเห็นมากกว่านี้ กระนั้นเขาก็เข้าใจคำพูดของอันซูหยวนดี วงการผลิตกระดาษนั้นมีการแข่งขันสูงมากระหว่างตระกูลเซี่ยและตระกูลหาน ในเมื่อเธอเลือกเปิดเผยวิธีการใช้วัชพืชกระดาษกับตระกูลเซี่ย เช่นนั้นก็แปลว่าพวกเขาต้องมอบวัตถุดิบให้ตระกูลเซี่ยแล้ว
ต่อให้ในอนาคตตระกูลหานมีความสำเร็จด้านการเปลี่ยนวัชพืชเป็นกระดาษเหมือนกัน แต่เพื่อทำให้อันซูหยวนพอใจ พวกเขาอาจจะต้องเลือกตระกูลเซี่ยอยู่ดีหากราคายังสมเหตุสมผลอยู่
ลึกๆแล้วเขาคิดว่าอันซูหยวนคงจะมีส่วนแบ่งรายได้จากตระกูลเซี่ยอยู่บ้าง ซึ่งความคิดนั้นไม่ผิดเลย ทว่า...จุดประสงค์จริงๆของอันซูหยวนไม่ใช่ส่วนแบ่งจากกำไรการผลิตกระดาษเท่านั้น เธอยังต้องการหน้าที่สำคัญมากกว่านี้อยู่
“แต่ว่านะ...รองประธานฯคะ เรื่องการเปลี่ยนพวกมันเป็นกระดาษนั้น ฉันว่ามันไม่ได้น่าสนใจเท่ากับการจัดการมันให้ถูกวิธีหรอกนะคะ?” อันซูหยวนคลี่ยิ้มจาง ซึ่งดึงสติของรองประธานฯกลับมาได้จริงๆ
ใช่แล้ว! แม้ว่าการเปลี่ยนพวกมันเป็นกระดาษได้จะถือว่าน่าอัศจรรย์มาก ทว่า...การเก็บเกี่ยวพวกมันที่สามารถเอาไปผลิตกระดาษต่อได้ต่างหากที่สำคัญกว่า
ต่อให้พวกมันจะเอามาผลิตเป็นก้อนทองคำ ผลิตเป็นอาหารชั้นยอด หรืออะไรก็ช่าง แต่ถ้าเก็บเกี่ยวมันให้ถูกต้องไม่ได้ สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นแค่ขยะเหมือนเดิม!
“ฮ่าๆ ใช่แล้ว นี่เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ทำให้ฉันต้องมาที่นี่เลย ไม่ทราบว่าเกษตรกรอันสามารถบอกพวกเราได้ไหม”
“ได้แน่นอนค่ะ”
“ดี ดียิ่ง” เมื่อได้ยินคำตอบของซูหยวน รองประธานสภาฯก็ดีใจมาก เขาเกือบจะอุ้มเด็กสาวเข้ามากอดแล้ว ทว่า...ประโยคต่อไปของอันซูหยวนกลับทำให้รองประธานฯต้องชะงักค้างไป
“วิธีการนี้ไม่ได้ยากค่ะ แต่คนอื่นก็ทำไม่ได้เหมือนกัน”
“นี่...หมายความว่ายังไง”
“ฉันจัดการพวกมันด้วยยาฆ่าหญ้านี้ค่ะ” ซูหยวนนำยาที่ใส่ขวดฉีดให้พวกเขาได้ดู กลิ่นของมันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้พวกเกษตรชั้นนำขององค์กรรีบสูดดมเข้าไปเพื่อตรวจสอบ
เรื่องประสาทการรับกลิ่นของพวกเกษตรกรมีเอกลักษณ์มาก เพียงแค่สูดดมก็สามารถคาดเดาส่วนประกอบได้แล้ว ทว่า...พวกเขาไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่อันซูหยวนนำออกมา จะเต็มไปด้วยกลิ่นที่พวกเขาไม่คุ้นเคยทั้งสิ้น!
พวกผู้อาวุโสขององค์กรพยายามอยู่พักใหญ่ก็หันมามองหน้ากันเอง คนหนึ่งส่ายหน้า คนหนึ่งส่ายหัว นี่เป็นสัญญาณให้กันว่าพวกเขาไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดของสิ่งที่เรียกว่า “ยาฆ่าหญ้า” นี้ได้เลย
หลังเห็นท่าทางของผู้อาวุโสในองค์กร รองประธานฯก็เข้าใจได้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป ในเมื่อพวกเขาไม่เข้าใจเกี่ยวกับยาฆ่าหญ้านี้ ดังนั้นประเด็นต่อไปที่จะต้องพูดย่อมเป็นเรื่องของมัน แต่อันซูหยวนก็ไม่ได้เปิดให้เขาได้สอบถาม เธอชิงพูดประเด็นสำคัญของตัวเองขึ้นมาก่อน
“เนื่องจากวิธีการผลิตยาฆ่าหญ้านี้เป็นความลับ ฉันไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตาม...ฉันจะช่วยเหลือองค์กรเกษตรกรเกี่ยวกับการจัดการวัชพืชกระดาษพวกนี้เอง”
“นี่...หมายความว่าอย่างไร เกษตรกรอันคงจะยังไม่รู้ว่าพื้นที่รกร้างของพวกเรามีมากแค่ไหน ต่อให้เกษตรกรอันจะใช้เวลาทั้งปีก็อาจจะจัดการไม่เสร็จทั้งหมดด้วยซ้ำ”
“ใช่แล้ว เรื่องนี้คิดทบทวนให้ดีเถอะ ถ้าสามารถบอกองค์กรของพวกเราได้ งานพวกนี้ก็จะลดไปไม่น้อยเลย ส่วนเรื่องผลตอบแทนนั้น...องค์กรเกษตรกรจะไม่ทำให้ต้องเสียเปรียบแน่”
“ใช่แล้วๆ ต่อให้พวกเราไม่อยากเข้าไปยุ่ง ถึงอย่างนั้น...ลำพังแค่เกษตรกรอันคนเดียวก็ตึงมือเกินไป”
พวกคนใหญ่คนโตขององค์กรรีบแสดงความคิดเห็นกันขึ้นมา กลัวว่าอันซูหยวนจะคิดว่าเรื่องนี้ง่ายดายเกินไป พวกเขาที่วางแผนจะแนะนำให้เกษตรกรคนอื่นเพาะปลูกวัชพืชกระดาษทิ้งเอาไว้อาจจะต้องพับแผนตัวเองกลับไปก็รู้สึกว่ามันไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น
พวกเขาไม่ต้องการส่วนแบ่งจากเรื่องยาฆ่าหญ้าพวกนั้นหรอก ในฐานะที่เป็นคนขององค์กรและมีหน้าที่ต้องพัฒนาองค์กรไปข้างหน้า สิ่งที่ผู้ชราอย่างพวกเขาต้องการเห็นก็คือทิศทางในการพัฒนาองค์กรให้ก้าวกระโดดมากขึ้น
การที่ทำวัชพืชกระดาษให้มีมูลค่าได้ นี่นับว่าจะเป็นก้าวสำคัญแน่นอน ทว่า...อันซูหยวนกลับบอกว่าตัวเองต้องการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไว้คนเดียวเท่านั้น นี่คงจะไม่เหมาะแล้ว...
“ไม่ต้องกังวลค่ะ ฉันก็มีแผนในใจแล้วเช่นกัน”
“แผนในใจหรือ?”
“ใช่ค่ะ รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้องค์กรเกษตรกรเสียหายแน่” เมื่อซูหยวนพูดเช่นนั้น ทุกคนก็ทำได้แค่มองหน้ากันเอง
นวัตกรรมเหล่านี้ทั้งหมดเป็นของอันซูหยวน ต่อให้พวกเขาอยากจะได้วิธีแค่ไหนก็ไม่สามารถบังคับคนให้มอบให้แต่โดยดีได้ใช่ไหม? มีแต่จะต้องลอกเลียนแบบ คิดวิธีการทำให้เหมือนกับที่อันซูหยวนทำได้ ต่อให้จะนานแค่ไหน แต่สักวันหนึ่งจะต้องมีผลลัพธ์ที่ดีออกมาแน่นอน ไม่ใช่ว่าอันซูหยวนก็ยังทำได้หรือ? เช่นนั้นคนอื่นก็ควรจะต้องทำได้เช่นกัน ไอ้ยาฆ่าหญ้าประหลาดนี่น่ะ!!
เห็นพวกเขากำลังคิดไปไกลเช่นนั้น อันซูหยวนก็หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะอธิบายต่อไป
“ฉันมาจากเขตชั้นนอกค่ะ ได้ยินว่าตอนนี้พวกผู้เก็บขยะกำลังเดือดร้อนมาก ในเมื่อการทำเรื่องนี้จะช่วยให้ผู้เก็บขยะเหล่านั้นมีงานทำและมีรายได้ ส่วนองค์เกษตรกรก็ยังเพิ่มรายได้ จัดการปัญหาเรื่องวัชพืช เช่นนั้นก็ขอให้ทั้งสองฝ่ายได้ผลประโยชน์ไปด้วย”
“ฉันจะก่อตั้งทีมรับจ้างจัดการวัชพืชกระดาษขึ้นมาค่ะ โดยมีเงื่อนไขค่าจ้าง 1 แปลงจะต้องจ่าย 1,000 เครดิตเหมือนที่พวกคุณออกประกาศตอนนี้ โดย 200 เครดิตจะเป็นของฉันเพื่อเป็นต้นทุนในการผลิตยาฆ่าหญ้า ในขณะที่อีก 800 เครดิตจะเป็นของพวกผู้เก็บขยะ พวกเขาทำงานได้มากแค่ไหนก็ยิ่งจะทำให้มีรายได้มากเท่านั้น”
“ฉันไม่กลัวว่าแปลงเพาะปลูกของพวกคุณจะมีมากเกินไป ฉันกลัวว่าแปลงเพาะปลูกของพวกคุณจะไม่มีงานให้ทีมรับจ้างจัดการวัชพืชกระดาษของฉันทำมากกว่า”
ทางสมาชิกองค์กรเกษตรกรระดับสูงได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป เดิมทีพวกเขายังแอบบ่นอันซูหยวนเกี่ยวกับความโลภของเธอ ทว่า...หลังจากได้ยินแผนการนี้ พวกเขากลับต้องอึ้งไป
อันซูหยวนคนนี้...สมแล้วที่เธอเป็นเกษตรกรผู้หนึ่ง เป็นนักวิจัยผู้หนึ่ง เป็นนักล่าผู้หนึ่ง แต่ก็เป็นทหารเพื่อประชาชนผู้หนึ่ง สิ่งที่เธอคิดคำนวณออกมาทั้งหมดนี้ แท้จริงแล้วกลับสร้างผลประโยชน์ให้ทุกฝ่ายได้จริงๆ รวมทั้งตัวเองก็ไม่เสียเปรียบด้วย
“ดีมาก แผนการนี้ดีมาก พวกเราก็ไม่กลัวแล้วว่าแปลงเพาะปลูกจะไม่มีคนจัดการ”
รองประธานฯชื่นชมอันซูหยวนจริงๆแล้ว หากเธอเป็นแค่คนเก่ง เขาก็แค่จะชมว่าเธอเก่ง ทว่า...เด็กสาวผู้นี้กลับใจกว้างจริงๆ มีน้ำใจคิดเพื่อคนอื่นด้วย ท้ายที่สุดแล้วในวันสิ้นโลกเช่นนี้ จะหามนุษย์ดีๆย่อมหาได้ยาก เมื่อเห็นคนรุ่นเยาว์มีความคิดที่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนี้ เขาในฐานะคนรุ่นเก่าก็วางใจได้แล้ว มนุษย์ชาติคงจะไม่ล่มสลายลงไปในรุ่นของอันซูหยวนแน่นอน!
ความคิดที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้อยู่ในใจของทุกคนที่ได้ยิน แม้แต่ซานหยานและถงเฟยก็ด้วยเช่นกัน พวกเขาเกือบจะน้ำตาไหลออกมาอยู่แล้ว
ตัวพวกเขาเองเป็นผู้ที่มีชีวิตยากลำบากผู้หนึ่ง เข้าใจคนอดยากดีว่ามันทรมานแค่ไหน เมื่อได้ยินแผนการของอันซูหยวน...พวกเขาก็รู้สึกขอบคุณแทนคนอื่นๆแล้ว
หารู้ไม่ว่าอันซูหยวนไม่ได้คิดไกลถึงขนาดนั้นหรอก ก็แค่....ยิ่งมีคนงานเยอะ ก็แปลว่าเธอจะได้รับส่วนแบ่งจากการจัดการแปลงเพาะปลูกเป็นจำนวนมาก เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ...ทรัพยากรในการผลิตกระดาษเพิ่มมากขึ้น โรงผลิตตระกูลเซี่ยก็ทำเงินได้มากขึ้น ส่วนแบ่งเหล่านั้นจะเป็นเงินมหาศาลเพื่อเธอแน่ และที่สำคัญ...ถ้าราคากระดาษร่วงลงมาอีก ไม่ใช่ว่าเธอที่เคยชินกับการทำงานเอกสารจะได้ประโยชน์ไปด้วยหรือ?
ไม่ต้องซื้อกระดาษราคาแพงอีกต่อไป วันข้างหน้าจะมีกระดาษให้ใช้มากเท่าไรก็ได้!! นี่ไม่เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัวพร้อมกันหรอกหรือ?
………………………………..